เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 165 - ก็แค่สายเลือดเผ่าเทพ ข้าก็เหมือนจะทำได้

บทที่ 165 - ก็แค่สายเลือดเผ่าเทพ ข้าก็เหมือนจะทำได้

บทที่ 165 - ก็แค่สายเลือดเผ่าเทพ ข้าก็เหมือนจะทำได้


บทที่ 165 - ก็แค่สายเลือดเผ่าเทพ ข้าก็เหมือนจะทำได้

"ไม่โทษพวกเจ้าหรอก หลินเซียวใช้วิชาโจมตีทางจิตวิญญาณที่หาได้ยากยิ่ง"

"ตอนนี้พวกเจ้าจงรวบรวมพลังสายเลือดที่เหลืออยู่ปกป้องจิตใจเอาไว้ ต่อให้หลินเซียวจะใช้วิชาโจมตีทางจิตวิญญาณอีกครั้ง ก็จะสามารถต้านทานไว้ได้หนึ่งครั้ง"

"หาจังหวะให้ดี พวกเจ้ารู้แล้วใช่หรือไม่ว่าควรทำอย่างไร"

สตรีศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือรีบส่งเสียงผ่านจิตสั่งการ

"ขอรับ พวกข้าทราบแล้ว" ทั้งหกคนขานรับทันที

"ครั้งนี้พวกเราต้องสยบหลินเซียวให้จงได้"

"น่าเจ็บใจนัก ถึงกับถูกคนจากดินแดนแร้นแค้นอย่างแคว้นตะวันออกทุบตีจนมีสภาพทุลักทุเลปานนี้"

"หากกลับไปคราวนี้ พวกเราต้องกลายเป็นตัวตลกของเผ่าเป็นแน่"

"เลิกพูดพร่ำทำเพลงได้แล้ว จัดการหลินเซียวผู้นี้ แล้วดึงโชคชะตาทั้งหมดออกมาซะ"

หลังจากทั้งหกคนส่งเสียงพูดคุยกันอย่างรวดเร็ว ก็ลงมือทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงอีก

พวกเขาทะยานร่างออกไป

ยืนล้อมหลินเซียวเป็นศูนย์กลางในตำแหน่งพิเศษหกจุด

กลิ่นอายบนร่างของพวกเขาถูกปลดปล่อยออกมา แสงสว่างจ้าปรากฏขึ้น

คนหนึ่งมีเงาอวตารซิวหลัวพันมือปรากฏขึ้นเบื้องหลัง จิตสังหารเข้มข้น

คนหนึ่งซัดฝ่ามือออกมาหลายครั้ง แต่ละฝ่ามือแฝงไปด้วยพลังอันลึกล้ำ

บางคนใช้เจตจำนงแปลงเป็นอาวุธนานาชนิด ทรงอานุภาพน่าเกรงขาม

พลังโจมตีที่ยอดอัจฉริยะขอบเขตแปลงเตาหลอมทั้งหกปลดปล่อยออกมา ถึงกับสามารถผสานเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว

ทันใดนั้น ทั่วทั้งฟ้าดินก็มีเสียงกระทบกันของศาสตราวุธดังกึกก้อง อานุภาพของเทพเจ้าแผ่ไพศาล บดบังแสงตะวัน

คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัว ทำให้ภูเขาและแม่น้ำบริเวณนั้นพังทลายแตกร้าว

แม้แต่ผู้ฝึกตนที่บังเอิญผ่านมาแถวนั้น ยังถูกแรงกดดันจนเข่าทรุด ไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน

พลังระเบิดของยอดอัจฉริยะขอบเขตแปลงเตาหลอมทั้งหกนั้น ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

ส่วนเฉียนอิงซู่ที่อยู่ใกล้ที่สุด หมอกแห่งการทำลายล้างและการเข่นฆ่าบนร่างของนางก็ตอบสนองปกป้องนายของมันในทันที ก่อตัวเป็นม่านพลังคุ้มกันรอบกาย

ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันรูปแบบใด เมื่อปะทะเข้ากับม่านพลังนี้ ก็จะถูกบดขยี้สลายหายไปจนหมดสิ้น

แรงกดดันเหล่านี้ ไม่อาจส่งผลกระทบต่อนางได้เลย

ในชั้นที่เก้าของหอคอยมังกรแท้ เฉียนอิงซู่ที่มีคะแนนกว่าสองแสนคะแนนนั้น ไม่มีตัวเลือกพิเศษเหมือนหลินเซียว

ดังนั้น นางจึงแบ่งคะแนนมังกรแท้เหล่านั้นไปเพิ่มเจตจำนง โชคชะตา และกายาอย่างเท่าเทียมกัน

ไม่มีใครรู้ว่านางมีโชคชะตามากเพียงใด

แต่เจตจำนงและกายาของนาง บรรลุถึงขีดจำกัดสูงสุดที่ร่างกายในปัจจุบันจะรับไหวแล้ว

โดยเฉพาะเจตจำนงแห่งการทำลายล้างและการเข่นฆ่า ที่บรรลุถึงเก้าส่วนเก้า ห่างจากขั้นสมบูรณ์แบบเพียงก้าวเดียวเท่านั้น

เฉียนอิงซู่มองดูหลินเซียวที่ติดอยู่ในลำแสงทั้งหก แต่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย

นางก็เลิกกังวลใจไปแล้ว

ความแข็งแกร่งของเจ้าคนน่าชังผู้นี้ยากจะหยั่งถึงขึ้นเรื่อยๆ

ทุกครั้งที่นางเป็นห่วง อีกฝ่ายมักจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างง่ายดายเสมอ

เช่นนั้นนางจะกังวลไปทำไม

ทำตัวว่าง่าย แล้วรอจัดการคนที่เล็ดลอดหนีไปก็พอแล้ว

"หลินเซียว สตรีศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราปรานีเจ้ามากแล้วนะ"

"ให้โอกาสเจ้ามีชีวิตรอดเป็นครั้งสุดท้าย ส่งมอบโชคชะตาออกมาทั้งหมด"

"หากถูกพวกเราสยบอย่างรุนแรง สถานการณ์มันจะแตกต่างออกไปนะ"

ทั้งหกคนเอ่ยปากข่มขู่ขึ้นอีกครั้ง

ภารกิจของพวกเขาคือการจับตัวหลินเซียว ไม่ใช่การสังหาร

ดังนั้น ความยากจึงเพิ่มขึ้นทวีคูณ

แววตาของหลินเซียวไร้ซึ่งความหวาดหวั่น

แม้แรงกดดันที่แบกรับอยู่ในขณะนี้ จะรุนแรงที่สุดตั้งแต่ที่เขามายังโลกแห่งการฝึกตนก็ตาม

"มีไม้ตายอันใด ก็งัดออกมาให้หมด หากไม่เป็นเช่นนั้น ข้าเกรงว่าพวกเจ้าจะไม่มีโอกาสได้ใช้อีก" หลินเซียวตวาดลั่น

"ดื้อด้านนัก เช่นนั้นก็อย่าหาว่าพวกเราไร้ปรานี ค่ายกลหกแฉก สังหาร" ผู้นำของทั้งหกคนตวาดเสียงต่ำ

วินาทีต่อมา

พลังผสานอันน่าสะพรึงกลัวที่พวกเขาปลดปล่อยออกมา ก็พุ่งเข้าใส่หลินเซียว

เมื่อหลินเซียวเห็นดังนั้น แทนที่จะถอย เขากลับพุ่งทะยานไปข้างหน้า

พุ่งเข้าปะทะกับพลังสายนั้นโดยตรง

หืม

คนผู้นี้รนหาที่ตายหรือ

สตรีศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือและคนทั้งหกต่างตกตะลึง

จังหวะที่กำลังจะปะทะกัน พลันเห็นผิวกายของหลินเซียวเปล่งแสงสีทองสว่างวาบ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเกราะโลหิตสีแดงฉาน

ตูม

เสียงปะทะและเสียงร้องอุทานดังขึ้นพร้อมกัน

ก่อนที่ยอดอัจฉริยะขอบเขตแปลงเตาหลอมทั้งหกจะทันได้ตั้งตัว เงาโลหิตสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นข้างกายสองคนในกลุ่มนั้น

เงาโลหิตยกมือขึ้นตวัดกระบี่วิญญาณอีกครั้ง

กระบี่ครานี้ แฝงไปด้วยเจตจำนงกระบี่ เจตจำนงแห่งความรกร้าง และเจตจำนงแห่งไฟ

ครืน

แรงระเบิดอย่างรุนแรง ทำให้พื้นดินเบื้องล่างเริ่มยุบตัวลง

ยอดอัจฉริยะขอบเขตแปลงเตาหลอมทั้งสองร้องโหยหวน ก่อนจะถูกแรงระเบิดซัดกระเด็นออกไป

ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกครั้ง

"ไม่ เป็นไปไม่ได้"

"เจ้ารับการโจมตีจากค่ายกลหกแฉกของพวกเราได้อย่างไร"

"เขา เขาเหมือนจะไม่ได้รับมันเอาไว้"

อีกสี่คนที่เหลือหลังจากหายจากอาการตกตะลึง ถึงได้มองเห็นชัดเจนว่า หลินเซียวผู้นี้ไม่ได้ต้านทานการโจมตีของพวกเขาเลย

หลินเซียวในตอนนี้ ร่างกายซีกหนึ่งถูกพวกเขาทะลวงเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ จนมองเห็นอวัยวะภายในที่ฉีกขาดได้อย่างชัดเจน

อะไรกัน

ในสภาพเช่นนี้ ถึงกับยังฝืนโจมตีจนสองคนในกลุ่มพวกเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสได้อีกหรือ

สี่คนที่เหลือทั้งหวาดกลัวและโกรธแค้น

ต้องรู้ไว้ว่า พลังสายเลือดในร่างกายของพวกเขา ถูกเผาผลาญไปกว่าครึ่งแล้วตอนที่ถูกหลินเซียวโจมตีจนบาดเจ็บสาหัสก่อนหน้านี้

หากตอนนี้ต้องบาดเจ็บสาหัสอีกครั้ง ย่อมไม่อาจฟื้นฟูสภาพร่างกายได้ในเวลาอันสั้นแน่

มีเพียงต้องฝึกฝนและหลอมรวมพลังสายเลือดขึ้นมาใหม่เท่านั้น

"ต้องยอมรับเลยว่า เผ่าเทพเหยาฉือของพวกเจ้า คือพวกที่ทนทานต่อการถูกทุบตีมากที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบเจอมา ฮึ่ม" หลินเซียวหัวเราะเยาะ โดยไม่สนใจอาการบาดเจ็บของตนเองเลยแม้แต่น้อย

"เจ้า จะภูมิใจไปทำไม การโจมตีเมื่อครู่คงเป็นพลังเฮือกสุดท้ายของเจ้าแล้ว ต่อจากนี้ ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะ"

ผู้นำยอดอัจฉริยะขอบเขตแปลงเตาหลอมพูดไม่ทันจบ ก็ถูกหลินเซียวพูดแทรกขึ้นมา

"ใครบอกว่ามีแค่เผ่าเทพเหยาฉือของพวกเจ้าที่มีพลังฟื้นฟูอันรวดเร็ว" ในดวงตาของหลินเซียวสาดประกายแสงประหลาด

วินาทีต่อมา

อาการบาดเจ็บอันน่าสยดสยองบนร่างของเขา ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของทุกคน ก็ฟื้นฟูด้วยความเร็วแสง

เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งลมหายใจ

บาดแผลทะลุขนาดใหญ่ก็สมานเข้าด้วยกัน ผิวหนังที่งอกใหม่เรียบเนียนเต่งตึง ขาวเนียนและแข็งแกร่ง

เมื่อเห็นภาพนี้

ไม่ว่าจะเป็นเฉียนอิงซู่ หรือสตรีศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือ รวมถึงทุกคน ต่างก็เบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ

แต่ความคิดของเฉียนอิงซู่กลับแตกต่างออกไปเล็กน้อย

'ขาวจัง เนียนจัง หากข้ามีความสามารถเช่นนี้ด้วยล่ะก็ จะได้ไม่ต้อง'

ไม่รู้ว่านางกำลังคิดสิ่งใดอยู่ แต่แววตาที่เคยกังวลของนางได้หายไปจนหมดสิ้นแล้ว

"เจ้า เจ้าเป็นใครกันแน่ มนุษย์ธรรมดาไม่มีทางมีพลังฟื้นฟูที่น่ากลัวปานนี้ได้แน่" สตรีศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือตวาดถาม

อย่าว่าแต่มนุษย์ธรรมดาเลย

ต่อให้เป็นคนของเผ่าเทพเหยาฉือหากได้รับบาดเจ็บถึงเพียงนั้น ก็ยังฟื้นฟูได้ไม่รวดเร็วเท่าเขาเลย

สายเลือดเผ่าเทพ

มีเพียงผู้ที่มีสายเลือดเผ่าเทพเท่านั้น จึงจะสามารถทำเช่นนี้ได้

นี่ หลินเซียวผู้นี้ก็เป็นคนของเผ่าเทพเผ่าใดเผ่าหนึ่งอย่างนั้นหรือ

มิน่าเล่าก่อนจะเริ่มต่อสู้ หลินเซียวถึงได้เย้ยหยันว่าความสามารถด้านข่าวกรองของพวกเขามันน่าขันนัก

น่าขันจริงๆ ความลับที่ซ่อนอยู่ในตัวหลินเซียวผู้นี้นั้นมีมากมายเหลือเกิน

พวกเขาตรวจสอบไม่พบอะไรเลยแม้แต่น้อย ไม่เลยสักนิด

"พวกเจ้า รีบสังหารเขาทิ้งเสีย วันนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ต้องนำตัวคนผู้นี้กลับไปให้ได้" สตรีศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือออกคำสั่ง

ขณะเดียวกัน นางก็หยิบโคมโบราณบัวมรกตออกมาดวงหนึ่ง

เมื่อเห็นว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์ของตนหยิบของสิ่งนั้นออกมา ยอดอัจฉริยะขอบเขตแปลงเตาหลอมอีกสี่คนก็หดม่านตาลง

"ลุย ไม่ต้องออมมือแล้ว"

"ทุ่มเทโจมตีหลินเซียวผู้นี้ซะ"

"ตอนนี้หลินเซียวผู้นี้ไม่ใช่คนที่พวกเราจะสามารถจับเป็นได้แล้ว"

"ขอเพียงพวกเราสามารถสูบพลังเผ่าเทพในกายเขาให้หมดสิ้น เขาก็ไม่มีทางพลิกสถานการณ์ได้อีก"

ทั้งสี่คนคำรามลั่น ก่อนจะระเบิดอานุภาพแห่งเทพออกมาอีกครั้ง แล้วพุ่งเข้าโจมตีหลินเซียวอย่างสุดกำลัง

จบบทที่ บทที่ 165 - ก็แค่สายเลือดเผ่าเทพ ข้าก็เหมือนจะทำได้

คัดลอกลิงก์แล้ว