- หน้าแรก
- วายร้ายตัวพ่อ ก็แพ้เงื้อมมือท่านเทพผู้แสนดี
- บทที่ 260: สิ้นสุดคำว่าครอบครัว (24)
บทที่ 260: สิ้นสุดคำว่าครอบครัว (24)
บทที่ 260: สิ้นสุดคำว่าครอบครัว (24)
พูดถึงเรื่องนี้ ชิวเยี่ยก็แค่นหัวเราะ
"ฉันเลี้ยงดูเธอมาสิบแปดปี ไม่เคยกลั่นแกล้งหรือทรมานเธอเพราะความผิดที่พ่อเธอเคยก่อ ฉันมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้เธอ ทั้งอาหารการกิน เสื้อผ้า และของใช้ส่วนตัว ตลอดสิบแปดปีมานี้ ฉันดูแลเธอเหมือนน้องสาวแท้ๆ ของตัวเอง"
"แต่สิ่งที่เธอตอบแทนฉันคืออะไร?"
"เพียงเพราะอันธพาลคนเดียว เธอถึงกับเถียงฉัน มองฉันด้วยสายตาเคียดแค้น หาว่าฉันเอาแต่จะควบคุมเธอ และบอกว่าเธอรู้สึกอึดอัดแทบหายใจไม่ออกเวลาอยู่ที่บ้านหลังนี้"
"เธอถึงขั้นปฏิเสธความหวังดีทั้งหมดที่ฉันมอบให้มาตลอดสิบแปดปี"
ชิวเยี่ยลุกขึ้นยืน
เขาค่อยๆ ก้าวเดินไปหาซูเริ่นพลางจัดระเบียบปลายแขนเสื้อไปด้วย
นัยน์ตาดอกท้อจดจ้องไปยังซูเริ่นเขม็ง ราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณ
"นามสกุลของเธอไม่ใช่จี้ แต่เป็นซู ไม่ใช่เพราะแม่ของฉันนามสกุลซู แต่เป็นเพราะแม่แท้ๆ ของเธอนามสกุลซูต่างหาก การที่ยอมให้เธอใช้นามสกุลนี้ก็เพื่อเป็นการขอบคุณที่เธอปกป้องเธอไว้ ไม่อย่างนั้นเธอคงถูกบังคับให้ทำแท้งทิ้งไปตั้งแต่ยังไม่เกิดเพียงเพราะเป็นเด็กผู้หญิงแล้ว"
"แต่ฉันคงพูดได้แค่ว่าพลังของพันธุกรรมมันช่างแข็งแกร่งจริงๆ เธอเป็นสายเลือดของพ่อสวะคนนั้นไม่มีผิด เธอเน่าเฟะมาตั้งแต่รากเหง้า ดังนั้นการเลี้ยงดูจากตระกูลจี้ตลอดสิบแปดปี และความทุ่มเทของฉันที่มีให้เธอมาสิบแปดปี ถึงได้ไม่ช่วยเปลี่ยนสันดานเธอได้เลยแม้แต่นิดเดียว"
ชิวเยี่ยดันแว่นตาบนสันจมูกขึ้น
"อยากได้อิสระนักใช่ไหม?"
"ฉันจะจัดให้"
เขาหยิบเอกสารรับรองการรับบุตรบุญธรรมใบเก่าออกจากกระเป๋าเอกสารแล้วโยนใส่ซูเริ่น "ยินดีด้วยนะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอเป็นอิสระโดยสมบูรณ์แล้ว"
จากนั้นเขาก็หันไปมองครูใหญ่
"ท่านครูใหญ่ครับ คุณก็คงได้ยินแล้ว ตั้งแต่นี้ต่อไป ซูเริ่นไม่ใช่คนของตระกูลจี้อีก ดังนั้นเรื่องของเธอ ไม่จำเป็นต้องติดต่อมาหาผมอีก และไม่จำเป็นต้องให้สิทธิพิเศษใดๆ กับเธอในนามของตระกูลจี้ด้วย"
เขาปรายตามองครูจาง
"ส่วนเรื่องชู้สาวในวัยเรียนและการทำร้ายร่างกายครู ซึ่งเป็นการทำผิดกฎระเบียบและวินัยอย่างร้ายแรง ไม่ว่าจะต้องถูกลงโทษหรือตัดคะแนนความประพฤติ ก็ขอให้จัดการไปตามกฎของโรงเรียนได้เลยครับ"
พูดจบ ชิวเยี่ยก็เดินออกจากห้องพักครูใหญ่ไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
การได้เก็บกวาดขยะชิ้นโตทิ้งไป
มันช่างรู้สึกสดชื่นปลอดโปร่งเสียจริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่อยากทนรั้งอยู่ที่นี่อีกแม้แต่วินาทีเดียว เพราะตอนนี้นกน้อยตัวโปรดของเขาคงใกล้จะตามมาถึงแล้ว และสถานที่แรกที่นกตัวนั้นจะไปตามหาเขาก็คือที่บริษัท ดังนั้นเขาจึงต้องรีบกลับไปรอที่นั่น
"พี่คะ!"
ซูเริ่นกำเอกสารรับบุตรบุญธรรมไว้แน่นแล้ววิ่งตามแผ่นหลังของชิวเยี่ยไปได้เพียงสองก้าว
ทว่าเธอกลับถูกสวี่เหยียนดึงตัวรั้งไว้เสียก่อน
เขารวบตัวซูเริ่นเข้ามากอด สีหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจเหยียดหยาม "เริ่นเริ่น เธอได้ยินที่มันพูดแล้วนี่ ยังไงซะเธอก็ไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ ของมันอยู่แล้ว ดีเสียอีก ตอนนี้เธอจะได้ไม่ต้องกลับไปอยู่ในบ้านที่แสนจะอึดอัดนั่นอีกไง"
ซูเริ่นยังคงมีท่าทีลังเล
"แต่ว่า..."
สวี่เหยียนพูดแทรกขึ้นมาอย่างร้อนรน "แต่อะไรอีกล่ะ? เธอเคยบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเขาทำไม่ดีกับเธอ? ตอนนี้เธอได้อิสระมาครองแล้ว ไม่ดีใจหรือไง?"
ซูเริ่นรู้สึกสับสนเล็กน้อย
ดีใจงั้นหรือ?
ในที่สุดเธอก็ไม่ต้องเรียนพิเศษเพิ่ม และอยากจะกินอะไรก็ได้ตามใจชอบโดยไม่มีใครมาคอยห้าม เธอควรจะมีความสุขสิ แต่ทำไมในใจถึงได้รู้สึกวูบโหวงแปลกๆ กันนะ?
"อาเหยียน..."
เธอพึมพำเสียงแผ่ว "ฉันไม่มีบ้านให้กลับแล้ว"
สวี่เหยียนตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ "บ้านแบบนั้นมันมีดีอะไรนักหนา? อีกอย่าง ตอนนี้เธออยู่กับฉันแล้ว เรามาสร้างครอบครัวด้วยกันเองไม่ได้หรือไง?"
"ครอบครัวอะไรกัน! หน้าที่หลักของนักเรียนคือการเรียน ไม่ใช่มาคุยเรื่องสร้างครอบครัว! สวี่เหยียน เธอไม่รู้จักยางอายบ้างหรือไง!" ครูใหญ่ก้าวเข้ามาแยกตัวทั้งสองคนออกจากกัน "แล้วนี่ก็เป็นห้องพักครูใหญ่ พวกเธอสองคนช่วยรักษาระยะห่างกันหน่อย!"
พ่อสวี่กระโดดพรวดออกมาขวางอย่างเกรี้ยวกราด "ซูเริ่นก็บอกเองว่าเต็มใจคบกับลูกชายฉัน! ตาแก่ตาขาวอย่างแกมีสิทธิ์อะไรมาสอดห๊ะ?!"
พูดพลางเขาก็ตบไหล่สวี่เหยียนพร้อมกับหัวเราะร่า
"ไอ้ลูกหมา! เอ็งนี่มันเก่งกว่าพ่อเอ็งอีกว่ะ! อนาคตไกลแน่! ยังเรียนไม่ทันจบมัธยมปลายก็ได้เมียสวยขนาดนี้มาซะแล้ว!"
สวี่เหยียนยืดอกด้วยความภาคภูมิใจ
แต่ก็ไม่วายส่งสายตาดูแคลนไปให้พ่อสวี่
"ฉันเก่งกว่าพ่ออยู่แล้ว และในอนาคตฉันก็จะยิ่งเก่งกว่านี้อีกแน่"