- หน้าแรก
- วายร้ายตัวพ่อ ก็แพ้เงื้อมมือท่านเทพผู้แสนดี
- บทที่ 251: มื้ออาหารสื่อรัก (15)
บทที่ 251: มื้ออาหารสื่อรัก (15)
บทที่ 251: มื้ออาหารสื่อรัก (15)
เรื่องกินคือเรื่องใหญ่ในชีวิตคนเรา
พอได้ยินชิวเยี่ยบอกว่าหิว หลวนซือก็ลืมเรื่องที่จะสารภาพรักไปเสียสนิท ชายหนุ่มรีบถามกลับทันทีว่า "คุณอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมครับ เดี๋ยวผมพาไป!"
"ฉันเป็นคนจีนน่ะ ถ้าเทียบกับอาหารฝรั่งแล้วก็เลยชอบอาหารจีนมากกว่า เสียดายที่ร้านอาหารจีนในต่างประเทศส่วนใหญ่ทำรสชาติออกมาได้ไม่ค่อยต้นตำรับเท่าไหร่"
พูดจบชิวเยี่ยก็ถอนหายใจ สีหน้าของเขาดูเสียดายไม่น้อย
หลวนซือทนเห็นอีกฝ่ายขมวดคิ้วไม่ได้ จึงรีบก้าวออกไปข้างหน้าแล้วพูดว่า "ก่อนหน้านี้ตอนกลับไปเยี่ยมญาติที่บ้านเกิด ผมเคยเรียนทำอาหารจีนมาบ้างนิดหน่อย ถ้าคุณไม่รังเกียจ ไปที่ห้องผมไหมครับ เดี๋ยวผมทำอะไรให้กินเอง"
เป้าหมายสำเร็จลุล่วง
ชิวเยี่ยยกยิ้มมุมปากอย่างแนบเนียนจนแทบสังเกตไม่เห็น
"จะดีเหรอ" เขามองหลวนซือด้วยสีหน้าดีใจ ก่อนที่ประกายความตื่นเต้นในแววตาจะค่อยๆ จางลงในวินาทีต่อมา "ช่างเถอะ ไม่เอาดีกว่า ฉันไม่อยากไปรบกวนนาย"
หลวนซือลุกลี้ลุกลนขึ้นมาทันที
"ไม่รบกวนเลยครับ!"
"อีกอย่าง ร้านอาหารจีนในเวนิสก็มีไม่เยอะด้วย! คุณอาจจะไม่ถูกปากรสชาติที่พวกเขาทำก็ได้! แต่ผมไม่เหมือนกันนะ คุณตาของผมเป็นเชฟ ผมเรียนทำอาหารจีนมาจากท่าน! รับรองว่าผมทำเมนูที่คุณชอบได้แน่ๆ!"
หลวนซืออธิบายอย่างร้อนรน น้ำเสียงที่พูดก็รัวเร็ว
ท่าทางของเขาดูเหมือนแทบอยากจะลากชิวเยี่ยเข้าบ้านไปเสียเดี๋ยวนี้
ชิวเยี่ยแสร้งลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ปล่อยให้ชายหนุ่มร้อนใจจนแทบจะเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะพยักหน้าในที่สุด "ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องรบกวนนายแล้วล่ะ"
พอได้ยินดังนั้น จิตรกรหนุ่มลูกครึ่งก็ฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจจนปิดไม่มิด
เขาตบหน้าอกตัวเองดังป้าบพร้อมประกาศกร้าว
"ไม่ต้องห่วงครับ! ผมจะทำให้คุณอิ่มอร่อยจนพอใจแน่นอน!"
...
ก่อนจะออกไปซื้อวัตถุดิบ หลวนซือได้สอบถามเรื่องรสชาติอาหารที่ชิวเยี่ยชอบ พอรู้ว่าอีกฝ่ายชอบกินเผ็ด เขาก็เตรียมทำอาหารสี่อย่าง ได้แก่ ไก่ผัดพริกแห้ง หมูสไลด์ต้มเผ็ด หมูผัดพริก และซุปซี่โครงหมูใส่ข้าวโพด
เห็นได้ชัดเลยว่าเขาทำอาหารบ่อย ภายในห้องครัวยังมีกลิ่นน้ำมันและเครื่องปรุงบางอย่างที่หาซื้อในต่างประเทศไม่ได้ อย่างเช่นพริกหมาล่า อบอวลอยู่จางๆ
ทว่าการทำอาหารก็ถือเป็นพรสวรรค์อย่างหนึ่ง
บางคนเกิดมาพร้อมกับสกิลการทำอาหารเต็มเปี่ยม แค่หยิบจับอะไรนิดหน่อยไม่ต้องร่ำเรียนจริงจังก็ทำอาหารออกมาได้เลิศรส ในขณะที่บางคนต่อให้มีสูตรและมีครูคอยสอน ก็ยังอุตส่าห์ทำกระทะไหม้ สร้างสรรค์เมนูอาหารมฤตยูที่น่าสะพรึงกลัวออกมาได้
ชิงหลวนจัดอยู่ในประเภทแรก
ส่วนชิวเยี่ยนั้นจัดอยู่ในประเภทหลัง
โชคดีที่ชิวเยี่ยประเมินตัวเองได้ดี เขารู้ว่าห้องครัวไม่ใช่ถิ่นของตัวเองจึงไม่คิดจะเข้าไปทำตัวเกะกะ ถึงแม้จะจับตะหลิวผัดกับข้าวไม่เป็น แต่เขาก็ยังช่วยล้างผักเป็นลูกมือให้ก่อนที่จะเริ่มลงมือทำอาหารได้
หลังจากนั้นตอนที่หลวนซือกำลังผัดกับข้าว ชิวเยี่ยก็ไม่ได้หนีหายไปไหน เขายืนพิงกรอบประตูครัวคอยอยู่เป็นเพื่อนและชวนคุย แถมยังช่วยซับเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากของหลวนซือให้อีกด้วย
หลวนซือมีความสุขจนแทบล้นปรี่
เขายอมให้อีกฝ่ายเช็ดเหงื่อให้แต่โดยดี ในใจแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าพวกเขากำลังเหมือนคู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามันที่กำลังใช้ชีวิตคู่ด้วยกันไม่มีผิด
นี่มันชีวิตในฝันของเขาชัดๆ!
ช่างมีความสุขเสียเหลือเกิน!
...
ไม่นานนัก อาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟบนโต๊ะ
หลวนซือมองชิวเยี่ยอย่างลุ้นๆ รอคอยปฏิกิริยาของอีกฝ่าย
"อร่อยมากเลย ฝีมือทำอาหารของนายยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเชฟที่จีนซะอีก!" และแน่นอนว่าชิวเยี่ยก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เขาเอ่ยปากชมเปาะพร้อมยืนยันรสชาติอย่างหนักแน่น
"ถ้าอย่างนั้นก็กินเยอะๆ เลยนะครับ!"
ทั้งสายตาและหัวใจของหลวนซือในตอนนี้มีแต่ชิวเยี่ยเต็มไปหมด ตลอดทั้งมื้ออาหารเขาเอาแต่คอยคีบกับข้าวให้ชิวเยี่ยอย่างเอาใจใส่ กับข้าวสามอย่างและซุปอีกหนึ่งถ้วยจึงตกไปอยู่ในท้องของชิวเยี่ยเป็นส่วนใหญ่
หลังมื้ออาหาร ชิวเยี่ยอาสาจะเป็นคนล้างจาน
ทว่าหลวนซือกลับห้ามไว้ "คุณเป็นแขกนะครับ จะปล่อยให้แขกมาล้างจานได้ยังไง!"