เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 520 - กองทัพฉี่หัว กลยุทธ์ของเย่ว์เฟย

บทที่ 520 - กองทัพฉี่หัว กลยุทธ์ของเย่ว์เฟย

บทที่ 520 - กองทัพฉี่หัว กลยุทธ์ของเย่ว์เฟย


บทที่ 520 - กองทัพฉี่หัว กลยุทธ์ของเย่ว์เฟย

"ศัตรูบุก!"

ยังไม่ทันได้เข้าใกล้ เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังมาจากกองทัพของหร่านหมิ่นที่อยู่ไม่ไกล

เสียงฝีเท้าม้าดังขึ้นอย่างเร่งรีบ

ขุนพลผู้มีท่วงท่าสง่างามพากองกำลังนับพันนายพุ่งทะยานออกจากค่าย

เห็นเพียงผู้มาเยือนขี่ม้าที่สามารถเทียบเคียงได้กับม้าอูจุยของเซี่ยงอวี่ นามว่าม้าจูหลง

มือซ้ายถือหอกสองคม มือขวาถือทวนตะขอ

สวมหมวกเกราะขนนกสีขาว สวมเกราะหน้าอกรูปหน้าผีร้าย และคลุมทับด้วยเสื้อคลุมสีเลือดผืนใหญ่

อู่เต้าเทียนหวัง หร่านหมิ่น!

ทหารคนอื่นๆ สวมใส่อุปกรณ์แตกต่างกันไป มีทั้งกระบี่ยาว หอกยาว ง้าว และทวน

กระทั่งอาวุธของพวกเซียนเปยก็ยังมีให้เห็น

กองทัพนี้พุ่งเข้าล้อมพวกเซี่ยอวี่เอาไว้โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง

เซี่ยงอวี่เห็นดังนั้นจึงกระชับกระบี่ในมือแล้วขยับเข้าไปใกล้เซี่ยอวี่

ทว่าเซี่ยอวี่กลับไม่ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย

เขาเผยรอยยิ้มราบเรียบและประสานมือกล่าวว่า

"คารวะเว่ยอ๋อง"

ในเวลานี้หร่านหมิ่นได้สถาปนาตนเองเป็นอ๋องแล้ว

กองทัพที่สวมใส่อุปกรณ์แตกต่างกันไปรอบกายเขา ก็คือกองทัพชาวนาที่ได้รับการยกย่องว่ามีพลังรบแข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์เผ่ามังกร กองทัพฉี่หัว!

เมื่อได้ยินผู้มาเยือนเอ่ยชื่อและตำแหน่งของตนได้อย่างถูกต้อง

หร่านหมิ่นที่อยู่บนหลังม้าจูหลงก็ไม่ได้ลงมือในทันที

แต่กลับใช้สายตาพิจารณากองทัพแปลกหน้าตรงข้ามแทน

เมื่อมองไปยังลูกหลานกังตั๋ง แววตาของเขาก็เผยความประหลาดใจออกมาเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไรมากนัก

ทว่าเมื่อมองไปที่เซี่ยอวี่ แววตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นความสงสัย

และเมื่อได้เห็นเซี่ยงอวี่ หร่านหมิ่นก็เบิกตาถลน

ท่อนแขนที่กำอาวุธแน่นปูดโปนไปด้วยเส้นเลือดดำอย่างไม่รู้ตัว

"พวกเจ้าเป็นใคร"

ขุนพลน้อยคนหนึ่งข้างกายหร่านหมิ่นตวาดถาม

เซี่ยอวี่สะบัดแขนเสื้อพลางชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า

"กองทัพจากสวรรค์"

ขุนพลน้อยมองเซี่ยอวี่ด้วยความสงสัย สลับกับมองท้องฟ้า และมองดูเพื่อนร่วมรบข้างๆ ที่กำลังกลั้นขำ

เขาก็ตระหนักได้ทันทีว่าตัวเองถูกปั่นหัวเข้าให้แล้ว

"รนหาที่ตาย!"

ขุนพลน้อยชักกระบี่ยาวออกมาดังเคร้ง ใบหน้าแดงก่ำชี้หน้าด่าเซี่ยอวี่

"พูดมา พวกแกเป็นสายลับที่พวกเซียนเปยส่งมาใช่ไหม หรือว่าเป็นพวกคนเถื่อน"

"คอยดูปู่ฮั่นคนนี้จะสับพวกเดรัจฉานอย่างพวกแกให้เละ!"

พูดจบขุนพลน้อยก็เงื้อกระบี่คมกริบในมือฟันลงมา

ทว่าเซี่ยอวี่กลับเอาแต่จ้องมองเขาพร้อมรอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปาก

พูดตามตรง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูแบบนี้ ขุนพลน้อยก็เริ่มรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาบ้างแล้ว

แต่เขาก็ยังคงหลบเลี่ยงสายตาของเซี่ยอวี่ และกลั้นใจฟันกระบี่ลงไปอยู่ดี

กระบี่ฟันฉับลงมา ทว่ากลับไม่มีเสียงใดๆ เกิดขึ้น มีเพียงแรงสะท้อนมหาศาลที่ส่งกลับมาเท่านั้น

ขุนพลน้อยเพ่งตามอง ก็พบว่าชายร่างกำยำตาดำซ้อนที่อยู่ข้างกายเซี่ยอวี่กลับใช้มือเปล่ารับคมกระบี่เอาไว้ได้ แถมยังไม่มีรอยขีดข่วนใดๆ เลยด้วยซ้ำ

ยังไม่ทันที่เขาจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้

เซี่ยงอวี่ก็สะบัดแขน

พร้อมกับเสียงตุบดังทึบๆ

ขุนพลน้อยบนหลังม้าก็ถูกจับเหวี่ยงลงไปกองกับพื้นทันที

เคร้ง เคร้ง เคร้ง

กองทัพฉี่หัวรอบกายหร่านหมิ่นต่างก็ชักอาวุธออกมาเล็งไปที่เซี่ยงอวี่อย่างพร้อมเพรียง

พวกเขาร่วมเป็นร่วมตายกันมาในสมรภูมิเดียวกัน

ขุนพลน้อยคนนั้นจะทำอะไรกับเซี่ยอวี่ พวกเขาไม่สนหรอก

แต่ถ้าคนแปลกหน้าพวกนี้กล้าทำร้ายคนของพวกเขา

งั้นก็ขอโทษด้วย

สับมันให้เละไปเลย

กองทัพฉี่หัว

ฉี่หัว ฉี่หัว ดิ้นรนทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชีวิตรอด

และในยุคสมัยนี้ ในสายตาของกองทัพฉี่หัว ชาวฮั่นทุกคนล้วนเป็นพี่น้อง

คนแปลกหน้ากล้าแตะต้องงั้นหรือ

ขอโทษที ไม่คุยด้วยหรอกนะ สับให้เละลูกเดียว

เมื่อเห็นขุนพลและกษัตริย์ของตนถูกอาวุธชี้หน้า

ลูกหลานกังตั๋งก็ไม่ใช่พวกกินเจ

อาวุธถูกชักออกมาอย่างพร้อมเพรียงเช่นกัน

ถ้าต้องปะทะกับกองทัพฉี่หัวทั้งหมดจริงๆ ลำพังแค่ 1000 คนไม่มีทางชนะได้หรอก

แต่หร่านหมิ่นผู้หยิ่งยโสเมื่อครู่เห็นว่าอีกฝ่ายมีแค่พันคน เขาก็เลยพากองกำลังมาแค่ทัพเดียวเช่นกัน

พันคนปะทะพันคน

ลูกหลานกังตั๋งเคยกลัวที่ไหน

ลูกหลานกังตั๋งล้วนยอดคน คุยกันไม่รู้เรื่องก็ซัดกันเลย!

บรรยากาศตึงเครียดพร้อมปะทะ

ทว่าผู้นำของทั้งสองฝ่ายอย่างเซี่ยอวี่และหร่านหมิ่นกลับยังไม่ได้แสดงท่าทีอะไรมากนัก

ขุนพลกองทัพฉี่หัวคนหนึ่งจ้องมองพวกเซี่ยอวี่ด้วยสายตาระแวดระวัง และเอ่ยกับหร่านหมิ่น

"ฝ่าบาท กองทัพนี้มีพฤติกรรมแปลกประหลาด ต้องเป็นกองทัพของพวกคนเถื่อนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแน่ สับพวกมันเลยพ่ะย่ะค่ะ!"

ทว่าเทียนหวังหร่านหมิ่นที่ปกติมักจะนิยมความรุนแรงกลับเปลี่ยนท่าทีไป

สายตาอันแหลมคมของเขาประสานเข้ากับสายตาอันราบเรียบของเซี่ยอวี่

จากนั้นก็หันไปมองตาดำซ้อนของเซี่ยงอวี่

เขาสะบัดมือแล้วออกคำสั่ง

"เก็บอาวุธซะ พวกเขาเป็นชาวฮั่น"

"ชาวฮั่นงั้นหรือ" กองทัพฉี่หัวพอได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก

ถ้าให้ฆ่าพวกต่างเผ่า พวกเขาแทบจะอยากติดอาวุธไว้ที่เท้าด้วยซ้ำ

แต่ถ้าให้ใช้อาวุธกับชาวฮั่น พวกเขากลับรู้สึกทำใจลำบากอยู่บ้าง

หร่านหมิ่นจ้องมองเซี่ยงอวี่อย่างลึกซึ้งอีกครั้ง

แล้วหันไปกล่าวกับเซี่ยอวี่ว่า

"กลับไปคุยกันที่ค่ายเถอะ"

พูดจบเขาก็บังคับม้าจูหลงให้หันกลับมุ่งหน้าไปยังค่ายที่อยู่ไม่ไกล

"นี่..."

เมื่อเห็นว่ากษัตริย์ของตนพูดเช่นนั้น กองทัพฉี่หัวก็ไม่รู้จะลงมือต่อยังไงดี

โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่ากองทัพแปลกหน้านี้เป็นชาวฮั่น พวกเขาก็พากันวางอาวุธลง

ทว่าขุนพลน้อยที่ถูกเซี่ยงอวี่จับทุ่มจนหน้าคะมำกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น

จนป่านนี้เขาก็ยังคงนอนหมอบอยู่บนพื้นลุกไม่ขึ้น

"บ้าเอ๊ย เหล่าจาง เหล่าหลิว พวกแกเดินหนีไปทำไมกัน ฟันพวกมันสิวะ!"

"เมื่อกี้ยังทำตัวเป็นพี่เป็นน้องกันอยู่เลย ตอนนี้กลับไม่ช่วยข้าแล้วหรือไง"

"แล้วก็แกด้วย เหล่าหวัง ปกติเห็นหน้าตาซื่อๆ ทำไมแกวิ่งเร็วกว่าเพื่อนเลยล่ะ!"

.....

ด้วยคำสั่งของหร่านหมิ่นและสถานะความเป็นชาวฮั่นของพวกเซี่ยอวี่

ทำให้ไม่มีทหารฉี่หัวคนไหนสนใจขุนพลน้อยคนนั้นเลย

"ใครใช้ให้แกไปฟันเขาก่อนล่ะ"

"นั่นสิ ชาวฮั่นเป็นครอบครัวเดียวกัน แกจะไปฟันคนในครอบครัวทำไม สมควรแล้ว"

ไม่มีใครสนใจสีหน้ากระอักเลือดของขุนพลน้อยเลยสักคน

กองทัพฉี่หัวพาพวกเซี่ยอวี่เดินเข้าไปในกระโจมค่าย

......

กระโจมของเทียนหวังหร่านหมิ่น

หร่านหมิ่นนั่งอยู่ในตำแหน่งประธาน

เซี่ยอวี่ เซี่ยงอวี่ และลูกหลานกังตั๋งอีกสองสามคนนั่งอยู่ด้านล่างทั้งสองฝั่ง

ซึ่งมีขุนพลของกองทัพฉี่หัวรวมอยู่ด้วย

อาหารเลิศรสร้อนๆ ถูกยกมาวางบนโต๊ะทีละจาน

มองดูเนื้อวัวเนื้อแกะและสุราชั้นยอดในจาน

เซี่ยอวี่ก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างแนบเนียน

หร่านหมิ่นนำทหารราบหลายหมื่นนายเข้าต่อสู้กับทหารม้าเรือนแสนของมู่หรงเค่อ

แม้ว่าจะอาศัยพละกำลังอันเป็นเลิศและกลยุทธ์ทหารราบที่ยอดเยี่ยม

ทำให้หร่านหมิ่นชนะรวดถึงสิบครั้ง

แต่ในตอนนี้กองทัพฉี่หัวก็ถูกผลาญกำลังไปจนถึงขีดสุดแล้ว

ทั้งขาดแคลนเสบียงและน้ำ แถมสภาพจิตใจและพละกำลังก็ทรุดโทรมลงมาก

มีเพียงขวัญกำลังใจที่ฮึกเหิมและความแค้นที่ฝังลึกเท่านั้น ที่ทำให้กองทัพฉี่หัวยังคงรักษากำลังใจไว้ได้

"หร่านหมิ่นสมกับที่ถูกเรียกว่าเซี่ยงอวี่กลับชาติมาเกิดจริงๆ นอกจากจะเก่งกาจแล้วก็ยังหน้าบางสุดๆ ด้วย"

"ทหารลูกน้องตัวเองแทบจะไม่มีข้าวกินอยู่แล้ว ยังจะมาจัดงานเลี้ยงใหญ่โตอีก"

เซี่ยอวี่ส่ายหน้าพลางยกจอกสุราขึ้นคารวะ

ถ้าเดาไม่ผิด ตอนนี้มู่หรงเค่อน่าจะกำลังรวบรวมกำลังทหารใหม่ และอีกไม่นานก็คงจะเปิดฉากบุกโจมตีเต็มรูปแบบ

ก่อนจะถึงเวลานั้น

เซี่ยอวี่จะต้องโน้มน้าวหร่านหมิ่นให้ได้

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอาวุธสังหารระดับโกงของยุคนี้อย่างเถี่ยฝูถู

เขาจะต้องทำให้หร่านหมิ่นยอมละทิ้งสไตล์การพุ่งชาร์จแนวหน้าแบบยอดขุนพลอันดับหนึ่งไปซะ

แล้วหันมาใช้กลยุทธ์ของเย่ว์เฟยแทน

ตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับอาวุธสังหารที่เหนือชั้นอย่างเถี่ยฝูถู ซึ่งทำให้ยอดแม่ทัพหลายยุคหลายสมัยต้องหวาดกลัว

เย่ว์เฟยเพียงแค่ยิ้มบางๆ แล้วใช้แผนการสุดล้ำลึก

ใช้ทหารราบเข้าต่อกรกับทหารม้าเกราะหนัก แล้วก็บดขยี้จินอู้จู๋ได้อย่างราบคาบ

ส่งผลให้เถี่ยฝูถูต้องปิดฉากลงจากหน้าประวัติศาสตร์ไปเลย เซี่ยอวี่ตั้งใจจะให้หร่านหมิ่นจำลองกลยุทธ์ของเย่ว์เฟยขึ้นมาใหม่

และเมื่อถึงตอนนั้น มู่หรงเค่อก็คงจะต้องอึ้งกิมกี่ไปเลย

"อะไรนะ กองทหารไร้เทียมทานที่ข้าคิดค้นขึ้นมา กลับถูกทหารราบธรรมดาทำลายลงอย่างง่ายดายเนี่ยนะ"

เซี่ยอวี่ยิ้มอย่างมีเลศนัย

เขึงดึงสติกลับมาที่ตรงหน้า

แล้วชูจอกสุราขึ้นสูง

"ขอแสดงความยินดีกับเว่ยอ๋อง ที่ใช้กำลังพลน้อยกว่าเอาชนะพวกเซียนเปยได้!"

"ทหารราบปะทะทหารม้า สู้สิบครั้งชนะสิบครั้ง ช่างเป็นดั่งเทพสวรรค์จุติจริงๆ!"

เมื่อได้ยินคำเยินยอของเซี่ยอวี่ หร่านหมิ่นก็เผลอเผยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจออกมา

ทุกสิ่งล้วนมีสองด้าน

บันทึกประวัติศาสตร์บอกว่าหร่านหมิ่นเหมือนกับเซี่ยงอวี่ ตรงที่เป็นคนหยิ่งยโสและเชื่อมั่นในตัวเองสูง

วิธีจัดการกับคนประเภทนี้ได้ดีที่สุดก็คือการประจบสอพลอนี่แหละ

ในอดีตหลิวปังก็ประจบเซี่ยงอวี่จนเอาชีวิตรอดมาได้ และรวบรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่นไม่ใช่หรือ

ส่วนขุนพลกองทัพฉี่หัวที่อยู่ในงานต่างก็เทิดทูนหร่านหมิ่นอย่างสุดหัวใจเช่นกัน

ขุนพลคนหนึ่งหน้าแดงก่ำเชิดหน้าขึ้นกล่าวอย่างภาคภูมิว่า

"แน่นอนสิ ฝ่าบาทของพวกเราเป็นใครกันล่ะ!"

"ก็คือเซี่ยงอวี่กลับชาติมาเกิด เทพสวรรค์จุติ เทียนหวังแห่งชาวฮั่นไงล่ะ!"

"แค่ก แค่ก แค่ก!" เซี่ยงอวี่ที่เพิ่งจะกลืนเหล้าแรงๆ ลงคอไป พอได้ยินคำพูดนี้ก็ถึงกับสำลักอย่างรุนแรงทันที

"แกหมายความว่ายังไงวะ" ขุนพลคนนั้นตบโต๊ะชี้หน้าเซี่ยงอวี่ที่กำลังไอ

เขาเป็นแฟนคลับตัวยงของหร่านหมิ่นเชียวนะ

กำลังอวยไอดอลอยู่ดีๆ ไอ้สี่ตาประหลาดนี่มาไอแทรกหมายความว่าไง

"แค่ก... อึก!" เซี่ยงอวี่ลูบหน้าอก กลืนสุราแรงๆ ที่ติดคอลงไป

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ใครกล้ามาชี้หน้าด่าเขาแบบนี้ล่ะก็

รับรองว่าโดนสับเป็นสิบแปดชิ้นแน่

แต่เซี่ยงอวี่ในตอนนี้ไม่ใช่เซี่ยงอวี่คนเดิมอีกแล้ว

เขาผ่านความพ่ายแพ้อย่างราบคาบที่ริมฝั่งแม่น้ำอูเจียง กลายมาเป็นเพียงขุนพลคนหนึ่ง ไร้ซึ่งความยึดติดในการเป็นกษัตริย์อีกต่อไป

แม้ว่านิสัยโดยรวมจะยังเหมือนเดิม แต่ก็ไม่ได้อารมณ์ร้อนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

เซี่ยงอวี่ประสานมืออย่างไม่ใส่ใจนักแล้วกล่าวว่า

"แค่ชื่นชมคำพูดของพี่ชายเท่านั้น ฝ่าบาทมีท่วงท่าสง่างามถึงเพียงนี้ จะเรียกว่าเป็นเซี่ยงอวี่กลับชาติมาเกิดได้ยังไง นี่มันเซี่ยงอวี่ตัวเป็นๆ ชัดๆ!"

"หึ" เมื่อเห็นเซี่ยงอวี่เออออตาม ขุนพลคนนั้นก็ยอมนั่งลงอย่างพอใจ

ส่วนเซี่ยอวี่กลับแอบยกนิ้วโป้งให้เซี่ยงอวี่เงียบๆ

จากคนที่ห่วงหน้าตาตัวเองสุดๆ อย่างฉ้อป้าอ๋อง กลับกลายเป็นคนที่หน้าไม่อาย ชมตัวเองได้หน้าตาเฉย

ถือว่าพัฒนาขึ้นมากจริงๆ

"ต้องเป็นเพราะโดนไอ้ตัวสร้างปัญหาอย่างลวี่ปู้พาเสียคนแน่ๆ!"

เซี่ยอวี่แอบด่าลวี่ปู้อยู่ในใจสองสามประโยค

แล้วก็เริ่มแผนการของตัวเองต่อ

หร่านหมิ่นถูกยอจนลอยติดลมบนแล้ว

ถึงเวลาที่เขาจะบอกจุดประสงค์ของตัวเองเสียที

"แต่ทว่าเว่ยอ๋อง ท่านจะต้องพ่ายแพ้ให้กับมู่หรงเค่อในศึกครั้งที่สิบเอ็ดอย่างแน่นอน!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 520 - กองทัพฉี่หัว กลยุทธ์ของเย่ว์เฟย

คัดลอกลิงก์แล้ว