- หน้าแรก
- ระบบเจ้าเมือง พรสวรรค์คริติคอลร้อยเท่าสะท้านโลก
- บทที่ 460 - พ่อข้าคือจางเอ้อร์เหอ! การปรากฏตัวของนางรำปริศนา
บทที่ 460 - พ่อข้าคือจางเอ้อร์เหอ! การปรากฏตัวของนางรำปริศนา
บทที่ 460 - พ่อข้าคือจางเอ้อร์เหอ! การปรากฏตัวของนางรำปริศนา
บทที่ 460 - พ่อข้าคือจางเอ้อร์เหอ! การปรากฏตัวของนางรำปริศนา
พวกเซี่ยอวี่ก็อยู่ในโรงเตี๊ยมที่นางรำพวกนั้นอยู่พอดี จึงได้ยินคำพูดของคนที่แห่เข้ามาอย่างชัดเจน
"ก้าวย่างบังเกิดดอกบัว ร่ายรำเป็นหนึ่งในใต้หล้างั้นหรือ"
"ซื้อที่นั่งเดียวตั้ง 50 ตำลึงทองเลยหรือ"
มันจะเวอร์เกินไปหน่อยไหม
เสียงวิพากษ์วิจารณ์อันแสนจะโอเวอร์ของคนรอบข้างกระตุ้นความสนใจของเซี่ยอวี่ได้เป็นอย่างดี
"ว่าไง ชวี่ปิ้ง เจ้าสนใจไหม"
ฮั่วชวี่ปิ้งเบิกตากว้าง "สนๆๆ!"
เซี่ยอวี่หันไปมองเซี่ยงอวี่ เซี่ยงอวี่พยักหน้า "คุณชายไปที่ใด ข้าก็จะไปที่นั่นขอรับ"
เมื่อตกลงกันได้ เซี่ยอวี่ก็ลุกขึ้นยืน
"ดี ไปดูกันเถอะว่าจะเป็นหญิงงามขนาดไหนเชียว!"
............
ทั้งสามคนลุกขึ้นยืน ส่วนอวี้จีก็กลับเข้าไปซ่อนตัวในโคมวิญญาณกระจ่างอีกครั้ง
ด้วยพละกำลังอันมหาศาลของเซี่ยงอวี่และฮั่วชวี่ปิ้ง พวกเขาจึงเบียดเสียดขึ้นไปบนชั้นสามได้อย่างง่ายดาย
ระหว่างทางมีบางคนรู้สึกไม่พอใจและตั้งท่าจะลงมือด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่พอสบตากับฮั่วชวี่ปิ้งและเซี่ยงอวี่ก็ต้องถอยกรูดกลับไป
......
โรงเตี๊ยมซีหลิน ชั้นสาม
บริเวณใจกลางชั้นสามถูกเว้นว่างไว้ กลุ่มนักดนตรีหญิงอุ้มเครื่องดนตรีหลากหลายชนิดนั่งเรียงรายอยู่ริมกำแพง เสียงบรรเลงเพลงดังแว่วมาอย่างเชื่องช้า รอเพียงให้นางรำปรากฏตัว
ส่วนสองฝั่งซ้ายขวามีกลุ่มคุณชายหน้าตาดูมีชาติตระกูลและร่ำรวยนั่งอยู่
ชายที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มสวมชุดผ้าไหมสีเหลือง เกล้าผมสวมกวานทรงสูง คาดเข็มขัดหยกขาว คิ้วดุจกระบี่นัยน์ตาดุจดวงดาว หน้าตาหล่อเหลาเอาการ
แต่เมื่อเทียบกับรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว สิ่งที่เซี่ยอวี่สนใจมากกว่าคือตราสัญลักษณ์บนหน้าอกของชายหนุ่มคนนี้ต่างหาก นั่นคือตราสัญลักษณ์ของตระกูลหลี่แห่งภาคกลาง
งานคัดเลือกหญิงงามครั้งยิ่งใหญ่นี้ ไม่ได้มีเพียงตระกูลอู่เท่านั้นที่ส่งคนมาเข้าร่วม ตระกูลอื่นๆ ก็มาด้วยเช่นกัน
ทว่าตระกูลอื่นๆ ไม่ได้มาเพื่อส่งคนเข้าร่วมคัดเลือก แต่มาเพื่อสังเกตการณ์ความแข็งแกร่งของแดนบรรพชนและหยั่งเชิงท่าทีของเซี่ยอวี่ต่างหาก
ท้ายที่สุดแล้วนี่ก็คือโอกาสทองที่จะได้เข้ามาในเมืองเหยียนหวงอย่างเปิดเผยและสง่างาม ย่อมไม่มีใครยอมพลาดแน่
เรื่องพวกนี้เซี่ยอวี่รู้ดีอยู่แก่ใจ เขาไม่ได้เก็บมาใส่ใจเท่าไหร่นัก
เรื่องพวกนี้ต่างฝ่ายต่างก็รู้กันอยู่เต็มอก เพียงแต่ไม่มีใครพูดออกไปตรงๆ หากเขาปฏิเสธไปตรงๆ ก็เท่ากับเป็นการป่าวประกาศให้ชาวโลกได้รับรู้ถึงความเคลื่อนไหวต่อไปของตัวเอง
ในสถานการณ์แบบนี้ ท่าทีคลุมเครือไว้ก่อนย่อมเป็นผลดีกว่า
เซี่ยอวี่ยืนอยู่ตรงปากทางบันได เฝ้ารอการปรากฏตัวของนางรำในตำนานด้วยความสนใจ
แต่เซี่ยงอวี่และฮั่วชวี่ปิ้งกลับไม่ยอมอยู่นิ่ง ทั้งสองคนสบตากัน ฮั่วชวี่ปิ้งพยักหน้า ก่อนจะก้าวยาวๆ ออกไป
เขาเดินไปที่โต๊ะฝั่งตรงข้ามกับคุณชายตระกูลหลี่ ชี้หน้าคุณชายบ้านรวยที่นั่งอยู่ตรงนั้นแล้วตะคอกว่า "ที่นั่งตรงนี้ คุณชายของข้าขอรับไว้!"
น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยอำนาจเด็ดขาดดึงดูดความสนใจของทุกคนในงานทันที
สำหรับพวกเขาแล้ว ในเมื่อนางรำยังไม่ออกมา การได้ดูการวิวาทแบบฟรีๆ ก็ถือเป็นเรื่องสนุกดีเหมือนกัน
คุณชายบ้านรวยที่ถูกฮั่วชวี่ปิ้งตวาดใส่หน้าแดงก่ำภายใต้สายตาของทุกคน ณ ที่แห่งนี้ เขามีสถานะรองเพียงแค่คุณชายตระกูลหลี่เท่านั้น จึงสามารถครอบครองที่นั่งตรงนี้ได้
แต่ตอนนี้เขากลับถูกชายร่างใหญ่กำยำหน้าตาเหมือนบ่าวรับใช้ชั้นต่ำตวาดใส่ เรื่องแบบนี้ใครจะไปทนได้
แม้จะโกรธจนเลือดขึ้นหน้า แต่คุณชายบ้านรวยคนนี้ก็ถือเป็นคนมีหน้ามีตา เขารู้ดีว่านี่คือโอกาสทองในการทำเท่โชว์พาวเวอร์ที่หาได้ยากยิ่ง
"หึหึ!" คุณชายบ้านรวยยกจิบน้ำชาเบาๆ ระหว่างนั้นเขาก็พยายามบังคับมือตัวเองไม่ให้สั่น ท้ายที่สุดแล้วตอนนี้สายตาทุกคู่กำลังจับจ้องมาที่เขา จะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไร!
"ไอ้บ่าวชั้นต่ำ ข้าว่าเจ้าคงตาบอดไปแล้วกระมัง!"
"เจ้ารู้หรือไม่ว่าพ่อข้าคือใคร"
"ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อน อย่าได้หาเรื่องเดือดร้อนไปให้เจ้านายของเจ้าเลยดีกว่า!"
"ไอ้บ่าว... ชั้นต่ำงั้นหรือ" ฮั่วชวี่ปิ้งเอียงคอจ้องมองเขาจากมุมสูง
รังสีอำมหิตบนร่างของเขาค่อยๆ แผ่ซ่านออกมา แต่มันกลับพุ่งเป้าไปที่คุณชายบ้านรวยคนนี้เพียงคนเดียวเท่านั้น
ปัง!
ฮั่วชวี่ปิ้งยกเท้าขึ้นมากระทืบลงบนโต๊ะของเขา ดวงตาจ้องมองอีกฝ่ายเขม็ง "ที่นั่งตรงนี้ คุณชายของข้าขอรับไว้!"
ส่วนคุณชายบ้านรวยคนนั้นก็กลัวจนฉี่แทบราดไปแล้ว รังสีอำมหิตเพียงเสี้ยวเดียวที่ฮั่วชวี่ปิ้งปล่อยออกมาเมื่อครู่ทำให้เขาหวาดกลัวจนจับขั้วหัวใจ
ในเสี้ยววินาทีนั้น เขามองเห็นภูเขาซากศพและทะเลเลือด กองหัวกะโหลกจิงกวนเกลื่อนกลาดไปทั่วทุกหนแห่ง! ผืนดินกลายเป็นสีดำสนิท ท้องฟ้าถูกย้อมด้วยสีแดงฉาน
"เลือด เลือด... เลือด!!" เขากรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว
แต่ผู้คุ้มกันสองคนที่อยู่ด้านหลังของเขากลับยังไม่รู้เรื่องรู้ราว ชักดาบออกมาเล็งไปทางฮั่วชวี่ปิ้งทันที "ได้ยินหรือไม่ คุณชายของข้าบอกว่าจะทำให้เลือดเจ้าตกยางออกไงล่ะ!"
ชายฉกรรจ์สองคนถือดาบเตรียมจะพุ่งเข้าไปหาฮั่วชวี่ปิ้ง โชคดีที่คุณชายบ้านรวยคนนั้นได้สติกลับมาทัน เขารีบใช้ขาที่อ่อนปวกเปียกรั้งผู้คุ้มกันทั้งสองคนเอาไว้
ขาที่สั่นพั่บๆ ทำให้เขาไม่มีแรงแม้แต่จะพยุงร่างกายตัวเอง ต้องให้ผู้คุ้มกันทั้งสองคนช่วยพยุงเอาไว้ เขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือกับฮั่วชวี่ปิ้งว่า
"นาย... นายท่าน นี่คือที่นั่งที่ผู้น้อยยอมจ่าย 300 ตำลึงทองซื้อมา ยก... ยกให้คุณชายของท่านเลยขอรับ!"
"เดี๋ยวข้าจะเช็ดให้สะอาดเลยนะขอรับ!"
พูดจบคุณชายบ้านรวยคนนี้ก็คลานขึ้นไปบนโต๊ะเตี้ยที่ฮั่วชวี่ปิ้งเพิ่งจะกระทืบลงไปเมื่อครู่ เขาใช้เสื้อผ้าไหมชั้นดีของตัวเองเช็ดถูโต๊ะอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำเอาผู้คุ้มกันสองคนที่ชักดาบออกมาถึงกับงุนงงไปตามๆ กัน
แต่พอเห็นคุณชายของตัวเองเป็นแบบนี้ พวกเขาก็พูดไม่ออก ได้แต่เก็บดาบเข้าฝัก แล้วช่วยกันเช็ดโต๊ะ
สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ การกระทำในครั้งนี้ได้ช่วยรักษาชีวิตของพวกเขาเอาไว้
หลังจากเช็ดจนสะอาดเอี่ยม คุณชายบ้านรวยก็ลุกขึ้นยืนโดยมีผู้คุ้มกันช่วยพยุง "นายท่าน เช็ดเสร็จแล้วขอรับ!"
"พอดีข้ามีธุระด่วนที่บ้าน ขอตัวก่อนนะขอรับ!"
หลังจากที่ฮั่วชวี่ปิ้งพยักหน้า คุณชายบ้านรวยก็รีบพาผู้คุ้มกันทั้งสองคนจากไปอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่หนีพ้นออกมาจากโรงเตี๊ยม คุณชายบ้านรวยก็ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นแล้วหอบหายใจอย่างหนักหน่วง "อย่า อย่าเพิ่งดึงข้า ขอข้าพักหายใจก่อน!"
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น เขาก็รู้สึกภูมิใจในตัวเองนิดๆ "โชคดี โชคดีนะเนี่ยที่ข้าฉลาด ไม่อย่างนั้นคงเอาชีวิตไม่รอดแน่!"
"พวกเจ้าสองคนก็เหมือนกัน กล้าชักดาบต่อหน้าคนแบบนั้นได้ยังไง!"
ผู้คุ้มกันมองหน้ากัน ก่อนจะก้มหน้าลงพร้อมกัน "ขอบพระคุณคุณชายที่ช่วยชีวิตขอรับ"
แม้ว่าทั้งสองคนจะไม่รู้ว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น แต่ขอบคุณไว้ก่อนย่อมเป็นเรื่องที่ถูกต้อง
หลังจากหายเหนื่อย คุณชายบ้านรวยก็สั่งให้ทั้งสองคนหามเขาออกไป ก่อนไปเขายังหันกลับมามองโรงเตี๊ยมอีกครั้ง "เกือบจะตะโกนชื่อพ่อข้าจางเอ้อร์เหอออกไปซะแล้ว!"
"หึหึ หวังว่าพวกเจ้าคนอื่นๆ จะไม่ไปล่วงเกินนายท่านคนนั้นเข้าล่ะ ไม่อย่างนั้นเรื่องคงบานปลายแน่!"
......
โรงเตี๊ยมซีหลิน
หลังจากได้ที่นั่งมา ฮั่วชวี่ปิ้งก็เปลี่ยนจากท่าทางเย็นชาเมื่อครู่เป็นรอยยิ้มกว้าง เขาวิ่งมาหาเซี่ยอวี่ "คุณชาย คุณชาย ได้ที่นั่งแล้วขอรับ!"
เซี่ยอวี่มองดูเรื่องราวอันไร้สาระนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาหัวเราะพลางส่ายหน้า แต่ก็ยังคงเดินไปนั่ง
หลังจากนั่งลง เขาก็เอียงคอหันไปมองฮั่วชวี่ปิ้งที่ยืนอยู่ด้านหลัง "ชวี่ปิ้ง ร้ายนักนะเจ้า เอาแรงกดดันไปข่มขู่เด็กน้อยแบบนั้น"
"ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงหูทหารของเจ้าล่ะก็..."
คำพูดของเซี่ยอวี่ทำให้ใบหน้าของฮั่วชวี่ปิ้งแดงระเรื่อ แรงกดดันของเขา ต่อให้เป็นฮีโร่ระดับสี่ดาวสีแดงก็ยังยากที่จะรับไหว
การเอามาใช้จัดการกับคุณชายบ้านรวยที่ไม่เอาถ่านเมื่อครู่ถือเป็นการรังแกเด็กอย่างแท้จริง "นี่ก็เพื่อฝ่าบาทไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ!"
พอได้ยินว่าเซี่ยอวี่จะเอาไปฟ้องลูกน้อง ฮั่วชวี่ปิ้งก็รีบหาข้ออ้างทันที เซี่ยอวี่ยิ้มและส่ายหน้า ถือเป็นการยอมรับในความมีไหวพริบของฮั่วชวี่ปิ้ง
....
กริ๊ง
เสียงเครื่องดนตรีดังกังวานขึ้น ทั่วทั้งงานตกอยู่ในความเงียบ
แม้แต่คุณชายจากตระกูลใหญ่ผู้มีหน้ามีตาที่นั่งอยู่ก็ยังต้องขยับตัวนั่งตัวตรง
ตึงงงง
เสียงเพลงอันไพเราะดังแว่วมา
เสียงที่ราวกับมาจากสวรรค์นี้ชะล้างจิตวิญญาณของผู้คน ผู้คนที่อยู่ในงานต่างหลับตาพริ้มพร้อมกับทำหน้าเคลิบเคลิ้ม
แต่เซี่ยอวี่กลับเพียงแค่จิบชาเบาๆ เสียงเพลงที่ชวนให้ลุ่มหลงนี้อาจทำให้คนธรรมดาตื่นตะลึงได้
แต่สำหรับผู้มีจิตใจแน่วแน่อย่างเซี่ยอวี่ ฮั่วชวี่ปิ้ง และเซี่ยงอวี่แล้ว มันก็เป็นแค่เสียงดนตรีที่ไพเราะเท่านั้น
ตึก ตึก ตึก
เสียงรองเท้าไม้กระทบพื้นดังขึ้นอย่างชัดเจน
นางรำปรากฏตัวแล้ว
[จบแล้ว]