- หน้าแรก
- ระบบเจ้าเมือง พรสวรรค์คริติคอลร้อยเท่าสะท้านโลก
- บทที่ 440 - จวนตระกูลมู่หรงพังทลาย โม่เสียแข็งแกร่งที่สุด? เยี่ยนสือซานถึงกับงง
บทที่ 440 - จวนตระกูลมู่หรงพังทลาย โม่เสียแข็งแกร่งที่สุด? เยี่ยนสือซานถึงกับงง
บทที่ 440 - จวนตระกูลมู่หรงพังทลาย โม่เสียแข็งแกร่งที่สุด? เยี่ยนสือซานถึงกับงง
บทที่ 440 - จวนตระกูลมู่หรงพังทลาย โม่เสียแข็งแกร่งที่สุด? เยี่ยนสือซานถึงกับงง
"ฆ่า!" เซี่ยอวี่ออกคำสั่ง
นักฆ่าระดับฉายาทุกคนถึงกับสะดุ้งเฮือก!
น้ำเสียงอันเย็นชาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันไร้ที่สิ้นสุด ทำให้ภาพซากศพนับล้านนอนจมกองเลือดปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา
"ช่าง... แข็งแกร่งอะไรเช่นนี้!"
"บนโลกนี้มีคนแบบนี้อยู่จริงๆ หรือ แค่เอ่ยปากคำเดียวก็สามารถสะกดนักฆ่าระดับฉายานับหมื่นคนได้แล้วงั้นหรือ"
"เกิดอะไรขึ้น ข้าอยากจะคุกเข่า นี่แหละคือกษัตริย์ นี่แหละคือโอรสสวรรค์งั้นหรือ"
"อย่าฆ่าข้า อย่าฆ่าข้าเลย ข้ายังไม่อยากตาย ข้าไม่อยากตายยย!"
.....
เมื่อเซี่ยอวี่ออกคำสั่ง นักฆ่าระดับฉายาทุกคนก็พากันแตกตื่น
บ้างก็รีบคุกเข่าโขกศีรษะขอชีวิต
บ้างก็เร้นกายหมายจะหลบหนี
บ้างก็ชูอาวุธพุ่งเข้าใส่นักฆ่าที่อยู่ใกล้ที่สุด หวังจะเปิดทางเลือดให้ตัวเอง
เรียกได้ว่าแปดเซียนข้ามทะเลต่างงัดเอาท่าไม้ตายของตัวเองออกมาใช้กันถ้วนหน้า
แต่เมื่อกษัตริย์พิโรธ ซากศพก็ต้องกองเป็นภูเขาเลากา
รอบด้านมีทั้งเตมูจินผู้พิชิตดินแดนข้ามทวีป
ฮั่วชวี่ปิ้งผู้ประทับตราหมาป่าพิทักษ์ชาติ
ฉ้อป้าอ๋องเซี่ยงอวี่ผู้มีพละกำลังยกกระถางธูปยักษ์
เทพสงครามหลี่จิ้ง และขุนพลเลื่องชื่อแห่งราชวงศ์ถังอีกเก้าคน
ขุมกำลังระดับเทพบุตรขนาดนี้ พวกนักฆ่าจะเอาอะไรไปสู้ได้
ทหารม้าเพียวฉีของฮั่วชวี่ปิ้งเป็นทัพหน้านำร่อง พุ่งทะลวงเข้าไปในกลุ่มนักฆ่าพร้อมตวัดหอกในมือ
ส่วนทหารม้าเหล็กมองโกลที่อยู่บนที่สูงก็ง้างธนูจนสุดสาย
การสังหารหมู่เริ่มต้นขึ้น สร้างความตกตะลึงให้กับผู้ชมการถ่ายทอดสดเป็นอย่างมาก
"ตั้งตี้มาเหรอ มาแจกคิลชัดๆ"
"เซี่ยอวี่... ไร้เทียมทานจริงๆ"
"พวกนายดูสิ เห็นทหารพวกนั้นไหม การโจมตีทุกครั้งมีเอฟเฟกต์ธาตุติดมาด้วย! นี่มันแทบจะเทียบเท่าฮีโร่หนึ่งดาวเลยนะ! แต่นี่คือทหารธรรมดาของแดนบรรพชนงั้นหรือเนี่ย!"
"เกราะหมิงกวง เกราะหมิงกวงเต็มไปหมดเลย ทำไมเซี่ยอวี่ถึงมีทหารยุคราชวงศ์ถังเยอะขนาดนี้"
"หรือว่าจะเป็นทัพอันซี แต่... นี่มันเยอะเกินไปแล้ว!"
"เวรกรรมแท้ๆ ฮีโร่สิบคนนั้นทำไมถึงมีแสงสีทองเปล่งประกายออกมาได้ล่ะ แสงอาทิตย์มันจ้าเกินไปหรือ แต่ตอนนี้มันพลบค่ำแล้วนะ!"
"บอกข้าทีว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง ไม่อย่างนั้นใครจะไปต้านทานแดนบรรพชนได้ล่ะ!"
"พวกนี้... คือนักฆ่าระดับฉายาทั้งหมดเลยหรือ ถูกกวาดล้างเรียบเลยงั้นหรือ วงการนักฆ่าดินแดนภาคกลางถูกเซี่ยอวี่ลบชื่อทิ้งไปแล้ว!"
"จวนตระกูลมู่หรงโดนตีจนพิการไปเลยสิเนี่ย!"
"นักฆ่าพวกนี้มารวมตัวกันสู้กับกองทัพเนี่ยนะ มาแจกคิลชัดๆ?"
"เซี่ยอวี่... ไม่มีใครหยุดยั้งได้อีกแล้ว"
......
"เอ๊ะ ทำไมถึงปิดไลฟ์ไปล่ะ ข้ายังอยากดูตอนจบอยู่นะ"
......
หลังจากจัตุรัสกลางเมืองเต็มไปด้วยซากศพ
เซี่ยอวี่ก็ปิดการถ่ายทอดสดทันที
จุดประสงค์ที่เขาเปิดไลฟ์มาตลอดทางก็เพื่อข่มขวัญพวกปลายแถว
เพื่อให้คนภายนอกได้จดจำไว้ว่า ก่อนจะลงมือทำอะไรก็หัดประเมินกำลังตัวเองเสียก่อน
และผลลัพธ์ในครั้งนี้ก็ถือว่าออกมายอดเยี่ยมมาก
เพื่อไม่ให้ต้องมานั่งอ่านคำพูดไร้สาระของพวกเจ้าเมืองเหล่านั้น การปิดไลฟ์ไปเลยจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
.....
ณ จวนตระกูลมู่หรง ทางภาคตะวันออกของดินแดนภาคกลาง
มู่หรงอี้ ผู้นำตระกูลมู่หรงจ้องมองหน้าจอที่จู่ๆ ก็ดับวูบลง
เขานิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรออกมาเลย
เขานั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะรองนั่ง กัดฟันแน่น หายใจหอบถี่
ผ่านไปเนิ่นนาน ชายสวมหน้ากากสำริดก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเขา
"ท่านผู้นำ... ท่านประมุขหอเทียนจีฉิวเหลียงบอกว่า... เรื่องนี้เป็นความจริงขอรับ!"
พรวด--
สิ้นเสียงของชายผู้นั้น มู่หรงอี้ก็กระอักเลือดสีคล้ำออกมาคำโต
เลือดยังไม่ทันไหลหมด เขาก็ลุกพรวดขึ้นมา คว้าคอเสื้อของชายสวมหน้ากากเอาไว้แน่น
พร้อมกับดวงตาที่แดงก่ำและคำรามลั่น
"ใคร! ใครกัน! ใครเป็นคนทำ! ใครเป็นคนเปิดเผยร่องรอยของพวกนักฆ่า!"
ขึ้นชื่อว่านักฆ่า ย่อมต้องซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดและสังหารเป้าหมายในดาบเดียว
แต่ในไลฟ์สดเมื่อกี้ นักฆ่าทุกคนกลับถูกทหารแดนบรรพชนล้อมกรอบและสังหารหมู่
ใช้เข่าคิดก็รู้แล้วว่าโดนวางแผนตลบหลัง
ข่าวเรื่องนักฆ่าระดับฉายานับหมื่นไปลอบสังหารเซี่ยอวี่ถูกแพร่งพรายออกไปล่วงหน้าแล้ว!
ต้องรู้ไว้เลยนะว่า ขนาดตัวนักฆ่าเองยังเพิ่งจะรู้เป้าหมายว่าเป็นเซี่ยอวี่ก็ตอนที่เข้ามาในเขตเหลียงโจวแล้วเท่านั้น
พวกเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีนักฆ่าระดับฉายานับหมื่นคนมาร่วมลงมือด้วยกัน
การข่าวรั่วไหลในครั้งนี้ทำให้แผนการทั้งหมดพังทลายลงไม่เป็นท่า
นักฆ่าระดับฉายานับหมื่นคนถูกสังหารหมู่จนหมดสิ้น
และวงการนักฆ่าดินแดนภาคกลางก็คงเป็นอย่างที่เจ้าเมืองคนอื่นๆ พูดกัน
"จวนตระกูลมู่หรงพังทลาย วงการนักฆ่าดินแดนภาคกลางร่วงโรย!"
เขาคิดไม่ถึงเลยจริงๆ เขาไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่านักฆ่าเหล่านี้จะไปจบชีวิตลงที่เหลียงโจวทั้งหมด
"เซี่ยอวี่ แกแน่มาก แกมันโหดเหี้ยม!"
มู่หรงอี้ผลักลูกน้องกระเด็นออกไปพลางคำรามอย่างหมดหนทาง
ตอนนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องการสร้างอาณาจักรของจวนตระกูลมู่หรงต้องถูกเลื่อนออกไปแล้ว
แต่มันเป็นปัญหาว่าจวนตระกูลมู่หรงจะล่มสลายตามรอยตระกูลต่งไปหรือไม่ต่างหาก
ขุมกำลังของตระกูลมู่หรงถูกเซี่ยอวี่หั่นทิ้งไปกว่าครึ่ง
"มีเพียงของสิ่งนั้นเท่านั้น มีเพียงของสิ่งนั้นที่จะช่วยกอบกู้สถานการณ์ได้!"
จู่ๆ มู่หรงอี้ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เขาไม่สนใจภาพลักษณ์ที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงของตัวเองอีกต่อไป วิ่งเท้าเปล่าออกจากห้อง พุ่งตรงไปยังศาลเจ้าบรรพบุรุษทันที
......
แดนบรรพชน เหลียงโจว ภายในเมืองอู๋เวย
"ฝ่าบาท ศพพวกนี้... จะให้จัดการอย่างไรดีพ่ะย่ะค่ะ" หัวหน้าทหารองครักษ์ชี้ไปที่กองซากศพเบื้องล่างพลางเอ่ยถามเซี่ยอวี่
เซี่ยอวี่ตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ
"ปลดของมีค่าออกให้หมด หัวของพวกที่มีชื่อเสียงก็ตัดเอาไปไว้ที่เมืองเหยียนหวงเพื่อสร้างเป็นเนินหัวกะโหลกจิงกวน"
"ส่วนที่เหลือ... โยนให้รังสัตว์อสูรกินซะ"
พูดจบ เขาก็หันหลังเดินลงจากหอคอยสูง
"รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ!" หัวหน้าทหารองครักษ์ก้มหน้าประสานมือ
หลังจากเซี่ยอวี่เดินลงมาจากหอคอยสูง เขาก็เดินไปหาเหล่าแม่ทัพ
"ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท!" เหล่าขุนพลประสานมือคารวะพร้อมกัน
เซี่ยอวี่ยกมือขึ้นเล็กน้อย
"ลุกขึ้นเถิด!"
"ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ"
หลังจากทุกคนยืนขึ้นแล้ว เซี่ยอวี่ก็ส่งยิ้มให้
"ตลอดทางที่ผ่านมาพวกเราทำศึกชนะมานับไม่ถ้วน เรียกได้ว่าการเดินทางมาเหลียงโจวในครั้งนี้สมบูรณ์แบบยิ่งนัก!"
เซี่ยอวี่กวาดสายตามองไปรอบๆ เหล่าฮีโร่และทหารรอบด้านต่างจ้องมองเขาด้วยสายตาที่มุ่งมั่น
เซี่ยอวี่ยิ้มบางๆ
"กลับเมืองเหยียนหวง ปูนบำเหน็จรางวัลตามความชอบ!"
สิ้นประโยคนี้ เมืองอู๋เวยก็เดือดพล่านขึ้นมาทันที
"ฝ่าบาท! ฝ่าบาท! ฝ่าบาท!"
เหล่าทหารต่างโห่ร้องเรียกชื่อฝ่าบาท พร้อมกับกวัดแกว่งอาวุธในมือจนเกิดเสียงดังแหวกอากาศ
ภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ทำให้เซี่ยอวี่รู้สึกภาคภูมิใจอย่างหาที่สุดไม่ได้
นี่คือกองทัพของเขา นี่คือราษฎรของเขา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ไร้ซึ่งความหวาดกลัว!
หลังจากอารมณ์ของทุกคนสงบลง เซี่ยอวี่ก็มอบหมายให้จางเหลียงไปจัดการเรื่องที่พักให้เหล่าทหาร
ตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว พักผ่อนสักคืน พรุ่งนี้ค่อยเดินทางกลับเมืองเหยียนหวง
หลังจากกองทัพแยกย้ายกันไป
เซี่ยอวี่ก็ชี้ไปที่เยี่ยนสือซานและโม่เสียที่อยู่แทบเท้าของหลี่จิ้งพลางเอ่ยถาม
"นี่... ฆ่าหลุดรอดไปงั้นหรือ"
พอเยี่ยนสือซานได้ยินประโยคนี้ ก็รีบเงยหน้าขึ้นมาเบิกตากว้างจ้องมองเซี่ยอวี่ทันที
แต่ปากของเขาถูกอุดไว้ จึงไม่สามารถส่งเสียงพูดอะไรออกมาได้
หลี่จิ้งปรับสีหน้าให้จริงจัง
"ตอนที่กระหม่อมเดินทางมาถึงนอกเมือง พบว่าสองคนนี้แข็งแกร่งที่สุด จึงลงมือจับกุมตัวไว้ก่อนพ่ะย่ะค่ะ"
"และทั้งสองคนนี้ก็ไม่มีจิตสังหารต่อฝ่าบาทเลยแม้แต่น้อย กระหม่อมจึงเก็บไว้ให้ฝ่าบาทเป็นผู้พิจารณาโทษพ่ะย่ะค่ะ"
คำพูดของหลี่จิ้งทำให้เซี่ยอวี่เริ่มสนใจขึ้นมา
"แข็งแกร่งที่สุดงั้นหรือ"
เขาชี้ไปที่เยี่ยนสือซานที่มีใบหน้าดุร้ายราวกับภูตผีปีศาจ
"คนนี้หรือ"
หลี่จิ้งส่ายหน้า แล้วชี้ไปที่โม่เสียที่มีสีหน้าใสซื่อบริสุทธิ์
"ฝ่าบาท คนนี้ต่างหากที่แข็งแกร่งที่สุดพ่ะย่ะค่ะ!"
เยี่ยนสือซาน "?"
"อู้อี้อู้อี้ (เป็นไปไม่ได้)!!!"
[จบแล้ว]