- หน้าแรก
- ระบบเจ้าเมือง พรสวรรค์คริติคอลร้อยเท่าสะท้านโลก
- บทที่ 430 - เศษเดนตระกูลต่ง ถอนรากถอนโคน
บทที่ 430 - เศษเดนตระกูลต่ง ถอนรากถอนโคน
บทที่ 430 - เศษเดนตระกูลต่ง ถอนรากถอนโคน
บทที่ 430 - เศษเดนตระกูลต่ง ถอนรากถอนโคน
และยังมีทหารม้าซีเหลียงชั้นยอดอีกหนึ่งหมื่นนายที่เดิมทีถูกแบ่งมาให้เขา!
แม้ว่าทหารม้าซีเหลียงจะเป็นกองทหารระดับห้าดาวสีส้มขั้นสูงสุดก็ตาม
แต่กำลังรบแค่หนึ่งหมื่นนายจะเอาอะไรไปสู้กับเซี่ยอวี่ที่ตั้งตนเป็นกษัตริย์แล้วได้
ขนาดพ่อของเขา ต่งเหยาจู่ นำทหารนับสิบล้านนายยังพ่ายแพ้ยับเยิน
ตอนแรกเขาเตรียมตัวจะหนีไปยังทวีปอื่น
ใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ เหมือนสุนัขจนตรอก
แต่จู่ๆ โอกาสทองก็หล่นทับ
เซี่ยอวี่ที่เพิ่งตั้งตนเป็นกษัตริย์กลับกล้าเดินทางออกจากเมืองหลวงอย่างเอิกเกริก
เตรียมเดินทางข้ามดินแดนภาคกลาง
มายังเหลียงโจวที่เขาคุ้นเคยที่สุดแห่งนี้
แถมยังมีข่าวดีที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นก็คือ
กษัตริย์อย่างเซี่ยอวี่พากองทัพมาแค่ไม่กี่หมื่นนายเท่านั้น!
นี่มันเปิดช่องให้ลอบปลงพระชนม์ชัดๆ ไม่ใช่หรือไง
หากมองจากมุมมองทางประวัติศาสตร์
ช่วงเวลาที่กษัตริย์มักจะถูกลอบปลงพระชนม์บ่อยที่สุดก็คือช่วงที่เพิ่งขึ้นครองราชย์ใหม่ๆ
เพราะเป็นช่วงที่รากฐานยังไม่มั่นคง
ผู้คนทั่วหล้ายังไม่ยอมรับ
ดังนั้นกษัตริย์หลายพระองค์ในยุคนี้จึงมักเลือกที่จะเก็บตัวอยู่แต่ในพระราชวังลึก ไม่ออกไปไหน
"เซี่ยอวี่ แกกล้าเหยียบเข้ามาในเขตเหลียงโจว แกตายแน่!"
ในดวงตาของต่งเจิ้นลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความแค้น ความอิจฉาริษยา และเจือปนไปด้วยความโลภ
"ขนาดกษัตริย์ที่สืบทอดบัลลังก์มาอย่างถูกต้อง ในช่วงเพิ่งครองราชย์ยังไม่กล้าเสด็จออกจากวังเลย!"
"แต่แก เซี่ยอวี่ กษัตริย์ที่สร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยตัวเอง กลับกล้าเดินทางอย่างโอ่อ่าในเวลานี้!"
"เหลียงโจว นี่แหละคือหลุมฝังศพของแก!"
พูดจบ
ต่งเจิ้นก็หันไปเผชิญหน้ากับป้ายวิญญาณบรรพบุรุษ
ตึง ตึง ตึง
เขาโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรงสามครั้งติดต่อกัน
เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากหน้าผาก
แต่เขาไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย
สายตาของเขาเต็มไปด้วยความมืดมน
เขาขยับผ้าโพกหัวสีขาวให้แน่นขึ้น
และพูดกับนายหญิงต่งด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวว่า
"ท่านแม่ ข้าไปก่อนนะ!"
สายตาของเขาจับจ้องไปที่ทหารม้าซีเหลียงด้านนอก
เห็นได้ชัดว่าเขาตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว
และทหารม้าซีเหลียงชั้นยอดหนึ่งหมื่นนายที่อยู่ด้านนอกนั้นก็คือขุมกำลังทั้งหมดที่เขามี
วันนี้
ถูกกำหนดให้เป็นวันแห่งพายุเลือดและสายลมคาว
จะลอบปลงพระชนม์กษัตริย์สำเร็จแล้วก้าวขึ้นเป็นใหญ่เพื่อฟื้นฟูตระกูลต่ง
หรือจะตัวตายวิญญาณสลาย ทิ้งชื่อเสียงเหม็นโฉ่ไว้ในฐานะกบฏเศษเดนไปชั่วกัปชั่วกัลป์
ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้แล้ว
เปรี้ยง--
ทันใดนั้นเอง
ท้องฟ้าที่มืดครึ้มก็เกิดฟ้าแลบฟ้าร้อง
หลังจากเสียงลมพัดกรรโชกแรง
สายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักหน่วงก็สาดกระหน่ำราวกับห่าดาบและหอก
ผืนดินสีเหลืองที่เคยแห้งแล้งถูกน้ำฝนชะล้างจนเปียกชุ่ม
เกิดเป็นแอ่งน้ำโคลนสีเหลืองกระจายอยู่เต็มพื้น
ท้องฟ้ามืดมิด บรรยากาศแห่งการฆ่าฟันแผ่ซ่าน
ยิ่งทำให้ทหารม้าซีเหลียงในชุดเกราะดำที่ยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนดูน่าเกรงขามและบีบคั้นหัวใจมากยิ่งขึ้น
นายหญิงต่งจัดคอเสื้อให้ต่งเจิ้น
แววตาของนางเต็มไปด้วยความเมตตา
"เจิ้นเอ๋อร์ เจ้าไปเถอะ ไม่ต้องกังวลสิ่งใดทั้งสิ้น"
"แม่จะคอยอยู่เป็นเบื้องหลังให้เจ้าเสมอ"
ต่งเจิ้นพยักหน้า
"ท่านแม่ ลูกไปก่อน!"
หลังจากประสานมือคารวะ
ต่งเจิ้นก็เดินออกจากศาลเจ้าที่ทรุดโทรมแห่งนี้ไปโดยไม่มีท่าทีอาลัยอาวรณ์
ผู้ติดตามที่หน้าประตุนำเสื้อกันฝนใยฟางมาคลุมให้เขา
แต่เขากลับปัดมันทิ้งด้วยมือเดียว
เขาก้าวเท้าย่ำไปบนแอ่งน้ำโคลนสีเหลือง
เดินจ้ำอ้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้าสุดของทัพทหารม้าซีเหลียง
ตวัดตัวขึ้นขี่ม้าศึกซีเหลียงตัวที่ใหญ่และแข็งแรงที่สุด
สายฝนที่ตกลงมาราวกับน้ำตกสาดรดจนทั่วตัวเปียกปอน
แต่เขากลับไม่กระพริบตาเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ต่งเจิ้นหันกลับไปมองทหารม้าซีเหลียงที่อยู่ด้านหลังเงียบๆ
กองทัพนี้คือรากฐานที่ตระกูลต่งสั่งสมมานับพันปี
แต่ตอนนี้กลับเหลือเพียงแค่หมื่นคนเท่านั้น
"เซี่ยอวี่!" ต่งเจิ้นกัดฟันกรอด
"แกจะต้องชดใช้ให้กับความโอหังของแก!"
พูดจบ
เขาก็ชัก 'ดาบโค้ง' ซึ่งเป็นอาวุธสัญลักษณ์ของตระกูลต่งออกมา
ชูดาบโค้งขึ้นเหนือศีรษะ
แล้วตะโกนสุดเสียง
"ออกเดินทาง!!"
ทหารม้าซีเหลียงไม่ได้เปล่งเสียงใดๆ ออกมา
แต่ดาบโค้งที่ชูขึ้นสูงนั้นเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการยอมสยบต่อยอดคนหนุ่มผู้นี้
เมื่อสิ้นเสียงคำสั่ง
กองทัพทหารม้าซีเหลียงที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นก็ติดตามต่งเจิ้นควบม้าฝ่าสายฝนจากไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งหมดนี้ดูไม่เหมือนความคิดความอ่านที่เด็กหนุ่มวัย 15-16 ปีควรจะมีเลย
......
นายหญิงต่งยืนอยู่หน้าประตูศาลเจ้า
แววตาของนางเต็มไปด้วยความห่วงใยที่แม่มีต่อลูก
รอจนกระทั่งทัพทหารม้าซีเหลียงหายลับสายตาไป
สายตาที่เคย 'ลึกซึ้ง' ของนายหญิงต่งก็มลายหายไปในพริบตา
ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาอย่างไร้ขีดจำกัด
ส่วนทาสเฒ่าหลังค่อมที่คอยติดตามอยู่ด้านหลังนางก็เปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกนางทันที
"คุณหนูใหญ่ ต่งเจิ้นคนนี้นับว่าเป็นตัวตึงคนหนึ่งเลยนะขอรับ หากตระกูลต่งยังไม่ล่มสลาย เขาคงสร้างความยิ่งใหญ่ได้แน่"
"แต่ตอนนี้ ต่งเจิ้นจะสามารถสังหารเซี่ยอวี่ที่ตั้งตนเป็นกษัตริย์ได้จริงๆ หรือขอรับ"
คุณหนูใหญ่?
ทาสเฒ่าคนหนึ่งกลับกล้าเรียกภรรยาของต่งเหยาจู่ว่า 'คุณหนูใหญ่' งั้นหรือ
แต่นายหญิงต่งกลับมีสีหน้าเรียบเฉย
เห็นได้ชัดว่ายอมรับสรรพนามนี้มาตั้งนานแล้ว
ส่วนสาวใช้ที่อยู่ด้านข้างก็แสดงสีหน้าสงสัยเช่นเดียวกัน
"ใช่แล้วเจ้าค่ะคุณหนูใหญ่ ข้างกายเซี่ยอวี่มียอดขุนพลระดับหกดาวสีทองอย่างเซี่ยงอวี่และฮั่วชวี่ปิ้งอยู่ด้วย"
"แค่ทหารม้าซีเหลียงจะไปต้านทานไหวได้อย่างไร"
พูดถึงตรงนี้ แววตาของสาวใช้ก็เต็มไปด้วยความกังวล
"คุณหนูใหญ่ หรือว่าพวกเราจะกลับไปที่เทือกเขามหาศาลกันดีกว่าเจ้าค่ะ"
"เซี่ยอวี่ที่มีขุนพลสีทอง ไม่ใช่คนที่พวกเราสามคนจะรับมือได้เลยนะเจ้าคะ"
"ต่อให้ท่านผู้อาวุโสจะมีวรยุทธ์สูงส่ง แต่ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของป้าอ๋องเซี่ยงอวี่หรอกเจ้าค่ะ!"
ส่วนนายหญิงต่งที่เคยทำตัวสง่างามก่อนหน้านี้
บัดนี้กลับเผยแววตาเกียจคร้าน รูปร่างที่เย้ายวนใจของนางเอนพิงโต๊ะไม้ยาวที่ใช้วางป้ายวิญญาณตระกูลต่งอย่างสบายอารมณ์
นางเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจว่า
"ข้าย่อมไม่ได้ทุ่มความหวังทั้งหมดไว้กับไอ้โง่นี่อยู่แล้ว"
"ก็แค่ส่งมันไปหยั่งเชิงดูว่าเซี่ยอวี่มีฝีมือซ่อนอยู่อีกมากน้อยแค่ไหนก็เท่านั้น"
สาวใช้ยังคงไม่เข้าใจความหมายของนาง จึงเอียงคอถามต่อ
"แล้วยังไงต่อล่ะเจ้าคะ เซี่ยอวี่มีกองทัพติดตามมาตั้งหลายหมื่นคน"
"แต่พวกเรามีกันแค่สามคนเองนะเจ้าคะ"
นายหญิงต่งบิดขี้เกียจ
เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าอย่างชัดเจน
ขนาดสาวใช้ที่เป็นผู้หญิงด้วยกันพอมองเห็นยังอดไม่ได้ที่จะแอบมองเพิ่มอีกหลายๆ ครั้ง
นายหญิงต่งเดินไปที่หน้าต่าง
มองดูฝนที่ตกหนักอยู่ด้านนอก
แล้วพึมพำกับตัวเองว่า
"คนที่มีความทะเยอทะยานไม่ได้มีแค่พวกเรา ไม่ได้มีแค่ต่งเจิ้นหรอกนะ"
"ตาเฒ่ามู่หรงได้ส่งนักฆ่าที่มีฉายาจำนวนมากแฝงตัวเข้ามาในเหลียงโจวแล้ว"
"พวกเขานี่แหละคือกำลังเสริมของพวกเรา"
ข่าวที่นายหญิงต่งบอกมาทำให้สาวใช้และชายชราตกใจไม่น้อย
"สมกับเป็นคุณหนูใหญ่จริงๆ นึกไม่ถึงเลยว่าจะล่วงรู้ข่าวสารลึกซึ้งถึงเพียงนี้!"
นายหญิงต่งยื่นมืออันเรียวงามออกไป
รองรับน้ำฝนที่เย็นเฉียบจากนอกหน้าต่างเบาๆ
นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
"ตอนนี้ยังขาดหมากรุกตัวสุดท้าย"
"ข้าต้องการให้พวกเจ้าสองคนไปจับตาดูความเคลื่อนไหวของเซี่ยอวี่และกองทัพของมัน แล้วคอยรายงานให้ข้าทราบตลอดเวลา!"
เมื่อได้ยินดังนั้น
ชายชราและสาวใช้ก็หันมาสบตากัน
รีบโค้งตัวประสานมือคารวะรับคำสั่งจากนายหญิงต่งทันที
"รับด้วยเกล้าเจ้าค่ะ/ขอรับคุณหนูใหญ่!"
นายหญิงต่งโบกมือเบาๆ
สาวใช้และชายชราก็ถอยออกจากศาลเจ้าไปทันที
แต่ในจังหวะที่ก้าวพ้นประตูออกไป
จู่ๆ ทั้งสองคนก็กลายร่างเป็นสุนัขจิ้งจอกสีดำและสีแดงพุ่งทะยานออกไปท่ามกลางสายฝน
จากนั้นก็หายตัวไปอย่างรวดเร็ว
และหลังจากที่ทั้งสองคนหายไปได้ไม่นาน
หยกพกที่อยู่ในอกเสื้อของนายหญิงต่งก็แตกสลายกะทันหัน
นางหยิบหยกที่แตกออกเป็นสองเสี่ยงออกมา
มองดูมันพลางพึมพำว่า
"เซี่ยอวี่คนนี้... ประมาทไม่ได้เลยจริงๆ!"
พูดจบ
นางก็โยนหยกที่แตกสลายทิ้งไปท่ามกลางสายฝนอย่างไม่ใยดี
ปล่อยให้มันจมหายไปในแอ่งน้ำโคลนสีเหลือง
จากนั้น
คนที่ถูกเรียกว่า 'นายหญิงต่ง' ก็หายตัวไปจากศาลเจ้าบรรพบุรุษตระกูลต่งอย่างไร้ร่องรอยเช่นกัน
......
ทางด้านเซี่ยอวี่ที่กำลังจะเดินทางเข้าสู่เมืองหลักของมณฑลเหลียงโจว
ในตอนนี้ เสียงแจ้งเตือนมากมายก็ดังก้องขึ้นข้างหูของเขา
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีด้วย กองทัพ 'ทหารม้าเหล็กมองโกล' ของคุณสังหาร: ทหารม้าซีเหลียง 10000 นาย!]
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีด้วย ขุนพล 'เซี่ยงอวี่' ของคุณสังหาร: เจ้าเมืองต่งเจิ้น!]
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีด้วย ปลดล็อกความสำเร็จ 'ถอนรากถอนโคน'!]
[จบแล้ว]