เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 107 : ความลับของโลกวิเศษ

ตอนที่ 107 : ความลับของโลกวิเศษ

ตอนที่ 107 : ความลับของโลกวิเศษ


ตอนที่ 107 : ความลับของโลกวิเศษ

หลินลั่วที่เพิ่งจะอาบน้ำนั่งพักอยู่ที่โซฟา

ที่โต๊ะกาแฟตรงหน้าเขา มันมีรางวัลสำหรับแชมป์ในการสอบเข้ามหา’ลัยวางเอาไว้ โลกวิเศษ !

“โลกวิเศษคืออะไร ? มันคือสิ่งมีชีวิต ?”

เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ และเปิดกล่องออก  มันมี ‘ของ’ โปร่งใส่เหมือนกับเยลลี่ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าเขา

“มัน....คือโลกวิเศษจริง ๆ เหรอ ? ไม่ใช่เยลลี่แน่นะ ?”

โลกวิเศษตรงหน้าเขาคล้ายกับมอนสเตอร์ในโลกนี้ !

มองได้ไม่นาน ค่าสเตตัสของมันก็ปรากฏขึ้นในสายตาของหลินลั่ว

[ ชื่อ – โลกวิเศษ

เผ่า – สิ่งมีชีวิตมโนภาพ

คุณสมบัติ – กฎโลกที่ผสมกัน

สถานะ - บาดเจ็บหนัก

คำอธิบาย – ของสิ่งนี้คือสิ่งมีชีวิตประหลาดที่กำเนิดขึ้นหลังจากที่กฎของสองโลกรึมากกว่านั้นหลอมรวมกัน มันมีโลกขนาดเล็กในตัวที่เติบโตได้อย่างอิสระผ่านช่องว่างของมิติเวลา ]

“โลกวิเศษ ?”

“สิ่งมีชีวิตมโนภาพ ?”

“กฎโลกที่ผสมกัน ?”

“มันคืออะไร ?” หลินลั่วสับสน “ยังมีเรื่องช่องว่างมิติกับเวลาอีก หมายความว่ายังไง ?”

“หือ ?” ด้านหลังหูเขามีหัวเล็ก ๆ ยื่นออกมา

เสี่ยวฉิง

เธอเหมือนจะกระโดดลงจากตัวหลินลั่วและมองไปที่โลกวิเศษในกล่อง

เธอลองยื่นมือไปแตะดู

“ระวัง ฉันไม่รู้ว่ามัน....คืออะไร”

‘สไลม์’ ในกล่องเริ่มขยับ

มันยกตัวขึ้นราวกับกำลังมองมาที่เขา

“มัน....มีชีวิต ?”

“ก๊อก ก๊อก... ”

อยู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้น หลินลั่วนึกถึงคำพูดของกั้วโฉวยี่เมื่อตอนบ่ายจึงลุกขึ้นไปเปิดประตู

“รองนายก เชิญเข้ามาสิ”

คนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือกั้วโฉวยี่

กั้วโฉวยี่พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “นายอยู่คนเดียวงั้นเหรอ ? มัน...หือ ?”

เขามองไปที่ของบนโต๊ะก่อนจะยิ้มออกมา

“ถ้าคนในตระกูลอื่นรู้ว่านายโยนโลกวิเศษไว้แบบนี้ ไม่รู้เลยว่าจะมีกี่คนที่ตกใจกับเรื่องนี้....แล้วเจ้าตัวเล็กนี่ล่ะ มันคืออะไร ?”

“หึ...” เสี่ยวฉิงเหมือนจะไม่พอใจเพราะกั้วโฉวยี่เรียกเขาว่า ‘มัน’ เธอยกมือขึ้นเท้าสะเอวรอฟังคำขอโทษ

“หึหึ เหมือนว่าฉันทำตัวน่ารำคาญสินะ....” กั้วโฉวยี่ดึงมือกลับมาล้วงเอาของบางอย่างขนาดเท่ากับเมล็ดแตงโมออกมาส่งให้กับเสี่ยวฉิง

“เจ้าตัวน้อย ถือว่าเป็นคำขอโทษของฉันก็แล้วกัน”

เสี่ยวฉิงเอียงหัวมองไปที่ ‘เมล็ดแตงโม’ ตรงหน้า เธอลองไปดมกลิ่นดูก่อนจะรีบหยิบมันไปกิน

หลินลั่วพูดขึ้นมาด้วยท่าทีอาย “เธอเพิ่งเกิดมาได้ไม่นาน เลยยังไม่รู้จักมารยาทเท่าไหร่ อย่าถือสาเลย”

กั้วโฉวยี่แสดงสายตาแปลกใจออกมา สายตาเขาแฝงไปด้วยความเหลือเชื่อ เขาพูดขึ้น “ไม่เลย ฉันไม่ถือสาหรอก เด็กจะซนก็เป็นเรื่องธรรมดา !”

เขาไปนั่งที่โซฟาและละสายตาจากเสี่ยวฉิงมาที่หลินลั่ว “หลินลั่ว ฉันอยากชวนเธอเข้าร่วม ในฐานะผู้พิทักษ์....”

หลินลั่วพูดขึ้น “คุณกั้ว ผมบอกไปชัดเจนแล้ว ผมไม่ต้องการที่จะ...”

กั้วโฉวยี่ขัดขึ้นมา “หลินลั่ว ฉันอยากชวนนายมาเป็นผู้สนับสนุนของกลุ่มผู้พิทักษ์”

“ผู้สนับสนุน ?”

“ถูกต้อง” กั้วโฉวยี่พูดขึ้น “ฉันรู้ว่าผู้ปลุกพลังหลายคนน่ะให้ความสำคัญกับอิสระและไม่อยากผูกมัดกับใคร ฉันเองก็ไม่อยากจะบังคับนายเหมือนกัน”

“มันเลยมีตำแหน่งผู้สนับสนุนขึ้นมา”

“ผู้สนับสนุนที่ว่าคือตำแหน่งที่มอบให้กับผู้พิทักษ์ที่มีพรสวรรค์พิเศษ โดยผิวเผินแล้วเป็นผู้พิทักษ์ก็จริง ทว่าก็ยังถือว่าเป็นคนนอก”

“นายไม่ต้องทำงานให้เรา นายไม่ต้องเปิดเผยตัวเอง ในเวลาเดียวกันผู้สนับสนุนจะได้รับผลประโยชน์จากเราทุกเดือน”

หลินลั่วคิ้วขมวดและพูดขึ้น “แล้วตำแหน่งนี้จำเป็นต้องทำอะไร ?”

เขาไม่เชื่อว่าตำแหน่งผู้สนับสนุนจะได้มาฟรี ๆ

กั้วโฉวยี่พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “แน่นอน ผู้สนับสนุนก็มีหน้าที่ที่ต้องทำ”

“เมื่อมีปัญหาที่เราจัดการไม่ได้ ทางกลุ่มผู้พิทักษ์ก็จะขอให้ผู้สนับสนุนช่วย ทุกครั้งที่ช่วยจัดการกับปัญหา เราก็จะมีรางวัลตอบแทนให้ ทว่านายจะปฏิเสธภารกิจนั้น ๆ ก็ได้ !”

“ไม่มีข้อผูกมัด !”

“นายว่ายังไง ? ฉันยื่นข้อเสนอให้นายจากใจจริง”

หลินลั่วครุ่นคิดอยู่สักพักแล้วพูดขึ้น “คุณกั้ว ผมอยากรู้ว่าทำไมถึงต้องเป็นผม ?”

กั้วโฉวยี่พูดขึ้นมา “ทำไมต้องเป็นนาย....งั้นฉันจะพูดตรง ๆ ก็แล้วกัน ฉันให้ค่ากับพรสวรรค์ และหวังว่านายจะช่วยเหลือกลุ่มของเราได้ ตราบใดที่นายตกลง ความสัมพันธ์ระหว่างนายกับกลุ่มผู้พิทักษ์ก็จะถือว่าเป็นการร่วมมือกัน ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบเจ้านายกับลูกน้อง !”

“โลกนี้กว้างใหญ่ นายจะไปที่ไหนก็ได้ตามใจต้องการ นายไม่ได้ผูกมัดกับเรา ในทางกลับกันแล้ว นายสามารถใช้ตัวตนของผู้สนับสนุนเพื่อสั่งการผู้พิทักษ์ได้ !”

หลินลั่วมองไปที่กั้วโฉวยี่และถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก “งั้นก็ได้ ! ผมตกลง !”

“ดีเลย !” กั้วโฉวยี่พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “หลินลั่ว นี่เหรียญของนาย !”

ตอนที่พูดนั้นเขาก็เอาเหรียญปริซึมสีทองออกมา

“ด้วยเหรียญนี่ นายสามารถสั่งการผู้พิทักษ์ระดับทองลงไปในเมืองปิ้นไห่ได้ทั้งหมด ผู้พิทักษ์ของเมืองอื่นอาจจะฟังคำสั่งนายรึอาจจะไม่ฟังก็ได้”

หลินลั่วรับเหรียญมาและโยนมันเก็บเข้าไปในช่องเก็บของ

“และ....” กั้วโฉวยี่เอาเข็มกลัดกลม ๆ ออกมาส่งให้กับหลินลั่ว

“นี่คือตราจำศีลของนายสำหรับค่าจ้าง 1 ปี”

“ตราจำศีล ? มันคืออะไร ?” หลินลั่วมองไปที่ตรานี้ด้วยสีหน้าแปลก ๆ และพูดขึ้น

ตรานี่มีขนาดเท่ากับฝาขวด ผิวของมันมีภาพลมและหิมะสลักเอาไว้

“นายถือว่ามันเป็นมิติที่ไว้เก็บสัตว์เลี้ยง เพื่อที่มันจะได้จำศีลอยู่ด้านใน”

“มิติของสัตว์เลี้ยง...” หลินลั่วอึ้ง เขาคิดถึงเห่ยหลงขึ้นมาทันที

ผู้พิทักษ์ยอมทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อที่จะดึงเขาเข้าเป็นพวก แต่หากเทียบกับคนอื่น ๆ แล้ว กั้วโฉวยี่นั้นดูใจกว้างกว่าเยอะ

ถ้าก่อนหน้านี้เอาตรานี่มาเสนอเขา เขาอาจจะลังเลอยู่บ้าง

แต่ครั้งนี้มาพร้อมข้อเสนอดี ๆ แบบนี้ให้เขา รวมถึงให้ตราจำศีลกับเขาด้วย มันเข้าทางเขาทั้งหมด !

เขายิ้มออกมา “ผมจะใช้มันอย่างดีเลย !”

กั้วโฉวยี่ยิ้มออกมา “หลินลั่ว นายอยากรู้มั้ยว่าโลกวิเศษคืออะไร ?”

หลินลั่วพูดขึ้น “หวังว่าคุณกั้วจะชี้แนะผมได้”

หลายตระกูลใหญ่ต่อสู้เพื่อแย่งชิงโลกวิเศษมา มันต้องมีความลับที่เขายังไม่รู้อยู่แน่

กั้วโฉวยี่เอนตัวไปพิงโซฟาและพูดขึ้น “นายคงเห็นค่าสเตตัสของมันไปแล้ว นายรู้ว่ามันเกิดขึ้นหลังจากที่กฎของสองโลกรวมตัวกัน กฎที่แตกต่างกัน มันมีโลกขนาดเล็กอยู่ด้านใน !”

“อันที่จริงบทบาทของมันคือสมบัติที่ทำให้ผู้ปลุกพลังระดับอีปิคก้าวขึ้นไประดับตำนานได้ ! มันคือสิ่งที่ผู้ปลุกพลังระดับตำนานต้องใช้ในการก้าวขึ้นไประดับเทพ”

“ของที่ต้องมีสำหรับการก้าวขึ้นไประดับเทพ ?” หลินลั่วลืมหายใจ เขาเดาว่าบทบาทของโลกวิเศษนั้นมีความหมาย ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่ามันจะเกี่ยวข้องกับผู้ปลุกพลังระดับเทพ ?

ผู้ปลุกพลังระดับเทพ !

นี่คือคนที่อยู่จุดสูงสุดของโลก จุดสูงสุดของมนุษย์ !

นี่คือผู้นำของเหล่ามนุษย์ในการต้านทานพวกที่มาจากโลกอื่น

ถ้าเทียบกันแล้ว มันแทบจะเท่ากับ....พระเจ้าของโลกนี้ก็ว่าได้ !

“ถูกต้อง” กั้วโฉวยี่พูดขึ้น “นายยังอยู่ห่างจากระดับเทพ ทว่านายจำเป็นต้องรู้เรื่องทั่วไปที่มีแต่พวกผู้ปลุกพลังระดับสูงเท่านั้นที่จะรู้”

“ถ้าผู้ปลุกพลังต้องการก้าวขึ้นไประดับอีปิค พวกเขาต้องเข้าใจพลังของกฎ ถ้านายต้องการก้าวไประดับตำนาน งั้นนายก็ต้องเปิด ‘จักรวาล’ ในร่างกายตัวเอง !”

“จักรวาลภายใน ?”

กั้วโฉวยี่พูดขึ้นต่อ “สิ่งที่เรียกว่าจักรวาลภายในคือพลังของกฎที่ผู้ปลุกพลังระดับอีปิคเชี่ยวชาญ มันคือโลกขนาดเล็กที่สร้างขึ้นด้วยพลังกฎ ด้วยพลังนี้ พวกเขาก็สามารถอาศัยพลังกฎในการสร้างพลังในรูปแบบต่าง ๆ ขึ้นมาได้”

“มันยากที่ผู้ปลุกพลังระดับอีปิคทั่วไปจะสร้างจักรวาลภายในขึ้นมาได้ ตอนนี้ผู้อาวุโสหลายตระกูลในเมืองปิ้นไห่ต่างก็ติดอยู่ที่ส่วนนี้ !”

“โลกวิเศษคือสมบัติที่จะช่วยให้ผู้ปลุกพลังระดับอีปิคเปิดจักรวาลภายในขึ้นมาได้ !”

“ดังนั้นเมื่อโลกวิเศษปรากฏขึ้นมา ผู้ปลุกพลังระดับอีปิคจำนวนมากก็จะเข้ามาแย่งชิงมัน !”

“โลกวิเศษนี้ถูกชิงมาจากมอนสเตอร์ใต้ทะเลลึกโดยผู้อาวุโสกว่าสิบคนของเมืองปิ้นไห่ !”

“น่าเสียดายที่โลกวิเศษนี้ได้รับความเสียหายจากการต่อสู้ มันไม่เหลือพลังแม้แต่น้อย มีผู้ปลุกพลังระดับอีปิคหลายคนที่อยากได้มัน ทว่าพวกเขาก็ถูกคัดค้าน มันเป็นเหตุผลที่ทำให้โลกวิเศษถูกนำมาใช้เป็นของรางวัลในการสอบเข้ามหา’ลัย !”

“ถ้าลูกหลานของพวกเขาได้แชมป์ในการสอบเข้ามหา’ลัย ตระกูลของเด็กคนนั่นก็จะได้โลกวิเศษไป !”

“ฉันไม่รู้เลยว่าพวกนั้นจะโกรธกันแค่ไหน ฮ่าฮ่า...”

“เข้าใจแล้ว...” หลินลั่วมองเข้าไปในตาอีกฝ่ายแล้วพูดขึ้น “แล้วคุณส่งใครไป ?”

กั้วโฉวยี่ยิ้มออกมาและพยักหน้าให้กับหลินลั่ว “นายนี่หัวเร็วจริง ๆ ช่างเถอะ ฉันจะบอกความจริงกับนายก็แล้วกัน หยางเฉินหลี่ เขามีสกิลที่พิเศษ เขาถูกรับเข้าเป็นผู้พิทักษ์ตั้งแต่ช่วงแรก”

“กลับเป็นเขานี่เอง...” หลินลั่วจำชายหนุ่มในชุดเขียวที่ถือหนังสือติดตัวตลอดได้

ไม่คิดเลยว่าหยางเฉินหลี่จะเป็นผู้พิทักษ์ !

น่าเสียดายที่หยางเฉินหลี่ตกรอบเร็วเกินไป !

“ใช่สิ คุณกั้ว ผมมีคำถามสุดท้าย !” หลินลั่วพูดขึ้น “ช่องว่างมิติเวลาคืออะไร ?”

จบบทที่ ตอนที่ 107 : ความลับของโลกวิเศษ

คัดลอกลิงก์แล้ว