เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 105 : มู่หรงเสวี่ยเหินยอมแพ้ !

ตอนที่ 105 : มู่หรงเสวี่ยเหินยอมแพ้ !

ตอนที่ 105 : มู่หรงเสวี่ยเหินยอมแพ้ !


ตอนที่ 105 : มู่หรงเสวี่ยเหินยอมแพ้ !

“มู่หรงเสวี่ยเหิน ! มู่หรงเสวี่ยเหิน !”

“เทพธิดา ! ฉันรักเธอ !”

“เทพธิดา ! ฉันพร้อมทุ่มชีวิตให้เธอเลย !”

“อ๊า.....”

ทันทีที่มู่หรงเสวี่ยเหินปรากกตัว ผู้คนก็พากันโห่ร้องออกมา

ทุกคนลืมเรื่องการตายของตงฟางเหอไปเลยด้วยซ้ำ พวกเขาหันมาสนใจการแข่งขันคู่ต่อไปแทน

นี่เป็นการแข่งขันรอบสุดท้ายในการสอบเข้ามหา’ลัยในปีนี้

มันตัดสินแชมป์ในการสอบเข้ามหา’ลัย มันจะได้ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ผู้ปลุกพลังหน้าใหม่ของเมืองปิ้นไห่ปีนี้

“ในการแข่งรอบนี้ มู่หรงเสวี่ยเหินต้องเป็นแชมป์แน่ !”

“ฉันพนันข้างมู่หรงเสวี่ยเหิน ! ในการแข่งรอบล่าสุด เธอถึงกับเรียกนางฟ้าออกมาได้ !”

“ไม่เลว ! เธอเรียกนางฟ้าออกมาเอาชนะเฉินผิงอันไปได้ง่าย ๆ หลินลั่วน่าจะรับมือไม่ไหว ?”

“ฉันคิดว่าหลินลั่วแข็งแกร่งกว่า เขาเอาชนะตงฟางเหอได้ !”

“ใช่ ด้วยสกิลวาร์ปขี้โกงที่เขามี เขาถือว่าไร้เทียมทานก็ว่าได้ !”

“จะเป็นไปได้ยังไง ? ตงฟางเหอน่ะบาดเจ็บเพราะมังกรตัวเอง ตราบใดที่เทพธิดามู่หรงผลาญพลังจิตของหลินลั่วได้ งั้นเขาต้องแพ้แน่ !”

“ฉันเองก็คิดแบบนั้น ! สกิลวาร์ปน่ะโกงก็จริงแต่มันเปลืองพลังจิตเยอะ ตราบใดที่เทพธิดามู่หรงยื้อเวลาผลาญพลังจิตหลินลั่วไปเรื่อย ๆ งั้นเธอต้องชนะแน่ !”

“เทพธิดามู่หรงคือเทวทูตแห่งแสง ตราบใดที่เธอป้องกันและรักษาตัวเองได้เรื่อย ๆ ฉันไม่คิดว่าผู้ปลุกพลังระดับทองทั่วไปจะทะลวงการป้องกันของเธอได้หรอก !”

“ไม่เลว ไม่เลว...”

ผู้ชมพากันถกเถียงกันไปต่าง ๆ นานา คนจากตระกูลใหญ่ในห้องรับรองส่วนตัวก็พากันมองไปที่ลานประลองไม่กะพริบตา

โดยเฉพาะคนจากตระกูลมู่หรง

ตอนนั้นในห้องรับรองของตระกูลมู่หรง เพราะพวกเขาส่งคนในตระกูลไปตามหาเบาะแสของมังกร มันจึงมีเพียงแค่ 3 คนในห้องรับรอง พวกเขาพากันมองไปที่ลานประลอง

“หัวหน้าตระกูล เราชนะได้แน่ !”

“ใช่ หัวหน้าตระกูล ! เสวี่ยเหินน่ะเอาชนะเฉินผิงอันมาได้ เธอแทบจะไม่ได้ใช้พลังเลยด้วยซ้ำ ถึงหลินลั่วจะวาร์ปได้ แต่ไม่ว่าเขาจะมีลูกตุกติกเยอะแค่ไหน ทว่าเขาก็ไม่มีทางเป็นคู่มือของเสวี่ยเหินได้แน่ !” พ่อของมู่หรงเสวี่ยเหิน มู่หรงเต๋าพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

มู่หรงเฉินฟู่ยิ้มออกมา ตอนนี้คู่ต่อสู้ของมู่หรงเสวี่ยเหินนั้นเหลือแค่หลินลั่วคนเดียว เทพธิดาแห่งชัยชนะกำลังยิ้มให้พวกเขา

“อาเต๋า !”

“พี่ใหญ่ !”

“ตลอดหลายปีมานี้นายทำได้ดีมาก นายมีโอกาสที่จะย้ายกลับไปที่ตระกูลหลัก ลูกนายนี่แข็งแกร่งจริง ๆ !”

มู่หรงเต๋าพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น “ขอบคุณหัวหน้าตระกูล ขอบคุณพี่ใหญ่ !”

เขาอยู่ตระกูลสาขา เขาปลุกพลังได้อาชีพทั่วไปมา ไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหน เขาก็ไม่อาจจะได้ตำแหน่งในตระกูลหลักได้เลย

ไม่คิดเลยว่าลูกสาวเขาจะช่วยทำให้ฝันเขาเป็นจริง

ลูกสาวที่ล้ำค่าของเขา !

“นายไม่จำเป็นต้องตื่นเต้นขนาดนั้นก็ได้” มู่หรงเฉินพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “ใช่สิ เสวี่ยเหินบอกว่าอยากเข้ามหา’ลัยไหน ?”

มู่หรงเต๋ารีบตอบกลับ “เสวี่ยเหินเป็นคนเงียบ ๆ เธอยังไม่ได้บอกว่าจะเข้ามหา’ลัยไหน”

“แต่ระหว่างนี้ฉันเห็นว่าเธอน่ะหาข้อมูลเกี่ยวกับมหา’ลัยหลวง เธออาจจะอยากไปเรียนที่นั่นก็ได้”

“มหา’ลัยหลวง ?” มู่หรงเฉินฟู่พูดขึ้นมา “มหา’ลัยหลวงก็ดี มันคือที่ที่คนระดับสูงไปรวมตัวกัน”

“ถึงเสวี่ยเหินไปเรียนที่นั่น แต่ฉันก็เชื่อว่าด้วยอาชีพลับระดับ S และพรสวรรค์กับความพยายามของเธอแล้ว เธอต้องกลายเป็นดาวเด่นของมหา’ลัยหลวงได้แน่ !”

“พี่ใหญ่ พี่ชมเกินไป... ”

“ผู้เข้าแข่งขันคนต่อไป !” ที่ลานประลองก็มีเสียงประกาศดังขึ้นมาอีกรอบ

“จากโรงเรียนที่ 12 อาชีพระดับ D นักบวช หลินลั่ว !”

ภายใต้เสียงโห่ร้องตะโกนของผู้คนมากมาย หลินลั่วก็ค่อย ๆ เดินขึ้นเวทีประลองไป มันไม่เหมือนการต่อสู้ก่อนหน้านี้ เขาไม่ได้ใช้วาร์ปขึ้นเวทีประลอง เขากลับเดินขึ้นมาเอง

เมื่อคืนนี้เขาเอามังกรไปซ่อนที่ฐาน B17 และกลับมาดึก เมื่อคืนนี้เขาคิดว่าจะจัดการกับมังกรยังไงดี ทว่าเขาก็มีความคิดในใจไว้แล้ว

“หลินลั่ว !” ที่มุมหนึ่ง หยางห้าวหรานมองไปที่หลินลั่วด้วยสายตาที่ทั้งโกรธแค้นและกลัว

“การตายของตงฟางเหอเกี่ยวกับแกรึเปล่า ?”

“ทำไมฉันรู้สึกว่าเรื่องนี้....เป็นฝีมือของแก !”

เมื่อคิดได้แบบนั้น เขาก็คัน ๆ ที่ง่ามขาขึ้นมา

โรคนี่มันทรมานเขา

เมื่อคืนเขานอนดึกและตื่นมาตั้งแต่เช้า เขาพบว่ามันมีตุ่มผุดขึ้นมาอีกหลายตุ่ม !

หลังจากนี้เขาต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลอีก เมื่อคิดแบบนั้นมันก็ทำให้ความโกรธในใจมากขึ้นไปอีก แต่ในเวลาเดียวกันมันก็ทำให้เขากลัวหลินลั่วมากขึ้นกว่าเดิม

“หลินลั่ว นายจะทำให้ฉันแปลกใจอะไรได้อีกมั้ยนะ ?” ที่ห้องรับรองอีกห้อง กั้วโฉวยี่ที่ยืนอยู่ที่หน้าต่างได้พึมพำออกมา

จ้าวฉือเฉิงที่บาดเจ็บสาหัสนั้นมาเมื่อคืนนี้กลับอยู่ในสภาพแข็งแรงดี

“หัวหน้า แล้วคนพวกนั้นล่ะ ?”

“ใคร ?”

“พวกคนที่ออกไปตามหามังกร !” จ้าวฉือเฉิงพูดขึ้น “หัวหน้าไม่รู้เหรอว่ามีผู้ปลุกพลังระดับทองอย่างน้อย 100 คนที่ออกไปหามังกรทั่วหุบเขาสีชาด, ป่าทมิฬ และที่ราบกระดูก บางคนถึงกับออกทะเลไปก็มี...”

“พวกเขาจะไปทำอะไรได้ ?” กั้วโฉวยี่พูดขึ้น “มังกรน่ะอยู่กับเรา ถึงมันจะเป็นของหลินลั่ว ทว่ามันก็ไม่ได้ต่างอะไรกันเลย”

“ไม่ต่างกันยังไง หลินลั่วน่ะ...” ตอนที่จ้าวฉือเฉิงพูดนั้น อยู่ ๆ เขาก็ยิ้มออกมา “หัวหน้า คุณมั่นใจเหรอว่าจะกล่อมหลินลั่วได้ ?”

“ค่อนข้างมั่นใจ” กั้วโฉวยี่พูดขึ้น “จากที่สังเกตมาหลายวัน ฉันพอเดาได้แล้วว่าหลินลั่วเป็นคนแบบไหน”

“เด็กวัยรุ่นทั่วไปน่ะ หลังจากที่ได้รับการยกย่องแบบนี้ พวกเขาจะหลงตัวเองและเย่อหยิ่ง”

“สำหรับหลินลั่วแล้ว ถึงเขาจะยังเด็กแต่ก็ดูเป็นผู้ใหญ่มีหัวคิด !”

“ในหัวเขา เขาคงมีแผนการไว้อยู่แล้ว”

“การใช้ความรู้สึกน่ะเอามาใช้กับเขาไม่ได้ ! ถ้าคิดจะดึงเขามาเข้ากลุ่ม งั้นก็ต้องให้ผลประโยชน์ที่เพียงพอ”

“ให้ถ่านตอนหิมะตก ! ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ !”

“....” จ้าวฉือเฉิงคิดตาม ทว่าเขาไม่ได้แย้งอะไรออกมา

“มันอันตรายที่จะปล่อยให้คนแบบนี้ไปเป็นศัตรูของเรา แต่มันง่ายที่จะผูกมิตรกับเขาและช่วยเหลือเขาในฐานะเพื่อน !” กั้วโฉวยี่พูดขึ้น “กลุ่มของเราน่ะไม่เคยมีเรื่องกับเขา แถมยังเคยร่วมมือกันมาหลายครั้งแล้วด้วย”

“นี่แหละเขาถึงเรียกว่าคู่หู”

“ร่วมมือ ?” จ้าวฉือเฉิงแปลกใจ “หัวหน้า เขาจะยอมรับเหรอ ?”

“ยอมรับ ? ทำไมจะไม่รับล่ะ ?” กั้วโฉวยี่ฮึดฮัดออกมา “ตราบใดที่ให้เวลากับหลินลั่วมากพอ ฉันคิดว่าเขาต้องไปถึงระดับนั้นได้แน่”

“ดังนั้นระหว่างเรากับเขา มันมีแค่การร่วมมือกัน ไม่ใช่การควบคุม !”

“นั่น...ก็ฟังดูมีเหตุผลดี !” จ้าวฉือเฉิงพูดขึ้นมาด้วยความแปลกใจ “หัวหน้า คุณหมายความว่าจะให้...”

....

ในตอนที่ผู้คนตะโกนโห่ร้องกันอยู่นั้น มุ่หรงเสวี่ยเหินและหลินลั่วก็ได้มายืนอยู่ใจกลางเวทีประลอง กรรมการยืนอยู่ตรงกลางส่งสัญญาณให้กับทั้งสองคน

ทั้งสองพากันพยักหน้าตอบรับ

กรรมการยกมือขึ้นและพูดขึ้นมา “การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของการแข่งแบบเดี่ยวในการสอบเข้ามหา’ลัยเริ่มได้ !”

“ตูม !”

ทันทีที่กรรมการพูดจบ เวทีประลองก็ตกอยู่ในความเงียบทันที

สายตานับแสนคู่จับจ้องไปที่ทั้งสองคนบนเวทีประลอง

มู่หรงเสวี่ยเหินเป็นคนแรกที่พูดขึ้นมา “หลินลั่ว เราเจอกันอีกแล้วนะ ?”

หลินลั่วสงสัยในใจ เจออะไร ?

มู่หรงเสวี่ยเหินยิ้มออกมา “หลินลั่ว ฉันอยากถามคำถามนายหน่อย”

“คำถามอะไร ?”

“เราเป็นเพื่อนกันรึเปล่า ?”

หลินลั่วตอบกลับ “ประมาณนั้น เธอกับหนิงเอ๋อเป็นเพื่อนกัน แน่นอนว่าเราถือว่าเป็นเพื่อนกันด้วย”

“งั้นนายอยากรู้มั้ยว่าหนิงเอ๋ออยู่ไหน ?”

“ไม่ใช่ว่าที่เกาะเก้าอสรพิษรึไง ?”

“งั้นนายอยากรู้มั้ยว่าทำไมเธอถึงได้ไปที่นั่น ?”

หลินลั่วคิ้วขมวด “เธอหมายความว่ายังไง ?”

มู่หรงเสวี่ยเหินพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “หลินลั่ว อย่าเข้าใจผิด ฉันไม่ได้คิดจะขู่นาย”

“หนิงเอ๋อน่ะอยู่ที่เกาะเก้าอสรพิษจริง แต่เธอไปที่นั่นเพื่อแต่งงานกับนายน้อยของเกาะเก้าอสรพิษ จิ่วเฉอยี่ !”

“แต่งงาน ? !” น้ำเสียงของหลินลั่วเปลี่ยนไปทันที

เหลียนฉิงเอ๋อและเหลียนอี้หนิงไม่ได้บอกเขาเรื่องนี้

รึว่าเธอถูกหลอกงั้นเหรอ ?

มู่หรงเสวี่ยเหินพูดขึ้น “มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตระกูลเหลียน พวกเขาเลยต้องหาคนนอกมาช่วย ลุงเหลียนเคยมีความสัมพันธ์กับเกาะเก้าอสรพิษ ดังนั้นเขาจึงต้องไปพึ่งพวกนั้น”

“กว่าฉันจะรู้เรื่องนี้ได้ก็ลำบากพอตัว แต่สำหรับว่ามันเกิดอะไรขึ้นนั้น ฉันเองก็ไม่รู้”

หลินลั่วพูดขึ้น “ขอบคุณนะมู่หรงที่บอกฉันเรื่องนี้”

มู่หรงเสวี่ยเหินยิ้มออกมา “เรียกซะห่างเหินเลย นายบอกไม่ใช่เหรอว่าเราเป็นเพื่อนกัน ?”

“จะให้ฉันเรียกเธอว่าอะไร ?”

“นายเรียกฉันว่าเสวี่ยเหินก็ได้” มู่หรงเสวี่ยเหินหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย ทว่าเธอก็ยังพูดต่อ “หลินลั่ว ฉันอยากเป็นเพื่อนกับนายจริง ๆ”

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะให้ของขวัญนายอีกชิ้นเป็นยังไง ?”

“ของขวัญ ?”

หลินลั่วสับสน ผู้หญิงคนนี้คิดจะทำอะไร ?

มู่หรงเสวี่ยเหินยิ้มกว้างออกมาก่อนจะยกมือขวาขึ้นช้า ๆ ตอนที่ทั้งสองคนคุยกัน ผู้คนรอบข้างก็พากันพึมพำออกมา

“พวกเขาทำอะไร ? มาคุยกันรึไง ?”

“เร็วเข้าสิ รีบสู้ได้แล้ว ! ฉันอยากดูแล้ว !”

“ยังไม่สู้กันอีกเหรอ ? คุยกันทำบ้าอะไร ?”

“นี่คิดจะคุยกันก่อนสู้จริง ๆ เหรอ ? แต่แบบนี้ก็ดูสนุกดีเหมือนกัน !”

“เทพธิดามู่หรง ! เร็วเข้า รีบจัดการเจ้าเด็กนั่นได้แล้ว !”

“....”

“เธอยิ้มด้วย ! น่ารักชะมัด ! ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงไม่เป็นฉันนะ !”

“ดูนั่น ! เทพธิดาจะลงมือแล้ว ! เธอยกมือขวาขึ้นแล้ว ! เธอกำลังจะโจมตีแน่ๆ !”

“เร็วเข้า เร็วเลย ! เรียกนางฟ้าออกมาเลย !”

“ฆ่าไอ้เด็กนั่นเลย ! เทพธิดา...”

ภายใต้เสียงตะโกนของคนนับแสนและภายใต้สายตาของคนตระกูลมู่หรง

ภายใต้สายตาของกั้วโฉวยี่, มู่หรงเฉินฟู่, จ้าวฉือเฉิง, เฉินผิงอัน, หยางห้าวหราน, ถังเฉิง และคนอื่น ๆ มู่หรงเสวี่ยเหินกลับค่อย ๆ ยกมือขวาขึ้นพร้อมเสียงที่ไม่ได้ดังนัก แต่ทุกคนได้ยินมันชัดเจน

“ฉัน มู่หรงเสวี่ยเหิน ขอยอมแพ้ !”

จบบทที่ ตอนที่ 105 : มู่หรงเสวี่ยเหินยอมแพ้ !

คัดลอกลิงก์แล้ว