- หน้าแรก
- ผมซื้อของถูกราคาหลักหน่วย แต่ระบบกลับให้ของจริงราคาหลักล้าน!
- บทที่ 650 ฉันเริ่มจะกลัวแล้วนะ
บทที่ 650 ฉันเริ่มจะกลัวแล้วนะ
บทที่ 650 ฉันเริ่มจะกลัวแล้วนะ
บทที่ 650 ฉันเริ่มจะกลัวแล้วนะ
นี่มันอะไรกันเนี่ย เซ็ตเมนูปลุกพลังความเป็นชายงั้นเหรอ เขาเพิ่งจะอายุเท่าไหร่เอง ต้องจัดหนักขนาดนี้เลยเหรอ
แม่เจ้าโว้ย กวาดตามองปราดเดียวก็รู้เลยว่านี่มันเมนูสายบุกชัดๆ แถมยังทำท่าทีเหมือนตั้งใจทำให้เขากิน แต่จริงๆ แล้วผลประโยชน์ตกอยู่ที่เธอเต็มๆ
ถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่าพอกลับมาถึงบ้าน จักรพรรดินีหรูเยียนไม่มีทางปล่อยเขาไปแน่ แต่ก็ไม่เห็นต้องแสดงเจตนาชัดเจนขนาดนี้เลยนี่นา
อีกอย่าง ที่บอกว่าลงมือเข้าครัวเองน่ะเหรอ คุณหนูผู้ดีตีนแดงที่แค่ล้างจานยังทำไม่เป็น จะมาบอกว่าปิ้งย่างอาหารเต็มโต๊ะขนาดนี้ได้ด้วยตัวเอง ใครจะไปเชื่อ
แถมถ้าจะโกหก ก็ช่วยเก็บซากกล่องเดลิเวอรี่ในถังขยะให้มิดชิดหน่อยได้ไหม โกหกหน้าตายแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน
"ธุระอะไร ไม่เห็นมีอะไรเลย" หลิวหรูเยียนตอบอ้อมแอ้ม
พูดพลางลากแขนหลินโม่มานั่งที่เก้าอี้ หยิบเอ็นวัวย่างไม้หนึ่งมาวางแหมะลงบนจานตรงหน้าเขา "มาๆ น้องชายคนเก่ง กินซะสิ"
หลินโม่หยิบไม้เอ็นวัวขึ้นมาพิจารณาดู "ถ้าตาไม่ฝาด นี่มัน 'มังกรขาวน้อย' ชัดๆ จะให้ผมกินเจ้านี่เหรอ"
ของแบบนี้เรียกกันหลายชื่อ บางคนเรียกเอ็นวัว บางที่เรียกมังกรขาวน้อย หรือบางทีก็เรียกปืนใหญ่แกะ มักจะเห็นได้บ่อยๆ ตามร้านปิ้งย่าง
"ใช่แล้ว กินเจ้านี่แหละ จะได้มีแรง" หลิวหรูเยียนยิ้มกริ่ม พยายามจะยัดไม้เอ็นวัวเข้าปากหลินโม่ให้ได้
"เดี๋ยวๆ แป๊บขอเวลาแป๊บ ไปเอาสูตรนี้มาจากไหนเนี่ย อีกอย่าง ของพวกนี้มันไม่ได้ผลหรอกนะ" หลินโม่ท้วง
หลิวหรูเยียนเถียงคอเป็นเอ็น "เป็นไปไม่ได้ เสี่ยวเถียนเป็นคนบอกเคล็ดลับนี้มาให้ แถมฉันยังไปเสิร์ชหาข้อมูลในเน็ตมาด้วย ถ้ามันไม่ได้ผล แล้วทำไมพวกผู้ชายถึงชอบกินกันนักล่ะ"
"เอ่อ..." หลินโม่ถึงกับพูดไม่ออก
เอาจริงๆ ตั้งแต่เรียนแพทย์แผนจีนมา เขาก็รู้สรรพคุณของพวกเครื่องในสัตว์ดี ว่ามันช่วยบำรุงไต เสริมสร้างพลังหยางได้ แต่พอเอามาปิ้งย่างจนสุกเกรียมขนาดนี้ สรรพคุณมันก็แทบจะไม่เหลือแล้ว
ถ้าของพวกนี้มันดีเลิศประเสริฐศรีขนาดนั้น คลินิกบำบัดทางเพศคงเจ๊งกันเป็นแถวแล้วล่ะ
"ช่างเถอะน่า จะได้ผลหรือไม่ได้ผลก็ช่างมัน กินๆ เข้าไปเถอะ ที่ฉันทำแบบนี้ก็เพราะเห็นว่าช่วงนี้นายทำงานหนักหรอกนะ ถ้าไม่ห่วง ฉันไม่มานั่งใส่ใจแบบนี้หรอก" หลิวหรูเยียนบ่นกระปอดกระแปด
หลินโม่ได้แต่ถอนหายใจยาวๆ ในใจคิดว่า 'ที่ผมต้องทำงานหนักก็เพราะใครกันล่ะ ไม่รู้ตัวเลยเหรอ'
แต่ในเมื่ออุตส่าห์ซื้อมาให้แล้ว จะไม่กินก็กะไรอยู่ อย่างน้อยรสชาติของหอยนางรมย่างก็อร่อยใช้ได้เลยล่ะ
สรุปแล้ว อาหารบนโต๊ะกว่า 70% ก็ตกถึงท้องหลินโม่จนได้ เล่นเอาซะจุกแทบเดินไม่ไหว หลิวหรูเยียนงัดสารพัดลูกอ้อนมาใช้บีบบังคับให้เขากินจนหมด
ส่วนครอบครัวหลี่ต้าฟู่ งานนี้ซวยของแท้ ตอนแรกก็อยู่ระหว่างรอการเจรจาไกล่เกลี่ยคดีทะเลาะวิวาทแท้ๆ แต่ดันทำตัวกร่าง ยกพวกมาปิดล้อมสำนักงานนิติบุคคล แถมยังไปผลักผู้จัดการหม่าจนล้มก้นจ้ำเบ้า ริดสีดวงทวารแตก ต้องหามส่งโรงพยาบาล โทษฐานก็เลยหนักขึ้นเป็นทวีคูณ
ยิ่งไปกว่านั้น คราวนี้มีกล้องวงจรปิดหน้าสำนักงานนิติบุคคลจับภาพได้ชัดเจนว่า มีแค่ครอบครัวหลี่ต้าฟู่ที่พุ่งเข้าไปผลักไสและหาเรื่อง ส่วนผู้จัดการหม่ายังไม่ทันจะได้ตอบโต้ก็ล้มลงไปซะก่อน คราวนี้จะอ้างว่าเป็นคดีทะเลาะวิวาทไม่ได้อีกแล้ว
สมาชิกครอบครัวหลี่ทุกคนถูกจับกุมและคุมขังอยู่ที่สถานีตำรวจ รอรับการพิจารณาคดีตามกฎหมาย
เช้าวันรุ่งขึ้น วันเสาร์ หลิวหรูเยียนถือโอกาสให้รางวัลตัวเองด้วยการหยุดพักผ่อนอยู่บ้าน
ช่วงนี้งานที่บริษัทก็เริ่มซาลง แถมยังเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ มีพ่อคอยดูแลบริษัทให้ เธอจึงไม่มีความจำเป็นต้องรีบตื่นเช้า
ทั้งสองคนนอนกลิ้งเกลือกอยู่บนเตียงจนถึง 10 โมงเช้า ไม่ใช่ว่าไม่อยากตื่นนะ แต่หลิวหรูเยียนปวดฉี่จนทนไม่ไหว ส่วนหลินโม่ก็หิวจนไส้กิ่ว ต่างคนต่างมีเหตุผลให้ต้องงัดร่างออกจากเตียง
จะทำกับข้าวกินตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว รอรวมยอดไปกินมื้อเที่ยงทีเดียวเลยดีกว่า แต่หลินโม่ก็จัดการต้มไข่ไก่สองฟองรองท้องไปก่อน ไม่งั้นคงหิวจนไส้ขาดแน่
ระหว่างรอหลิวหรูเยียนอาบน้ำแต่งตัว หลินโม่ก็ออกมายืนทำสมาธิท่าม้าเหล็ก และฝึกบริหารข้อมือ 30 ครั้งที่ห้องนั่งเล่น
กระแสความร้อนที่แผ่ซ่านจากท้องน้อย ช่วยคลายความเหนื่อยล้าทางร่างกายลงไปได้มาก
การฝึกบริหารข้อมือวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว เขาออกแรงบีบที่จับอย่างสุดแรง พร้อมกับนับเลขในใจ
"หนึ่ง สอง สาม... ยี่สิบแปด ยี่สิบเก้า สามสิบ"
ทันทีที่ทำครบครั้งที่สามสิบ หลินโม่ก็รู้สึกเสียวปลาบไปทั้งตัว ร่างกายซวนเซจนต้องล้มพับลงบนโซฟา
ท่อนแขนทั้งสองข้างชาดิก ไร้ความรู้สึก ราวกับโดนใครสับเข้าที่เส้นประสาทอย่างจัง
ความรู้สึกทรมานปนเปไปกับความรู้สึกแปลกใหม่ แต่มันก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่น่าพิสมัยนัก
ไม่เพียงแค่ท่อนแขน แต่เขารู้สึกได้ถึงความเสียวซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน แต่บริเวณแขนคือจุดที่รุนแรงที่สุด
ในระหว่างนี้ หลินโม่สัมผัสได้ว่ากล้ามเนื้อใต้ผิวหนังกำลังสั่นระริก คล้ายกับว่ามันกำลังจัดระเบียบโครงสร้างใหม่
ไม่นานนัก เหงื่อเม็ดเล็กๆ ก็ผุดซึมไปทั่วร่าง หยาดเหงื่อบนหน้าผากไหลย้อยลงมาตามโครงหน้า อาการชาค่อยๆ ทุเลาลง ร่างกายเริ่มแผ่ซ่านความร้อนออกมา
หลินโม่กัดฟันกรอด ข่มความเจ็บปวดไว้ไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา เพราะหลิวหรูเยียนยังอยู่ในห้องน้ำ
ต้องยอมรับเลยว่า ผลลัพธ์จากการใช้งานสินค้าชิ้นนี้ มันส่งผลกระทบต่อร่างกายรุนแรงที่สุดตั้งแต่เคยซื้อของจากแพลตฟอร์มช้อปปิ้งมาเลย
โชคดีนะที่มันไม่เจ็บปวดทรมาน ไม่งั้นต่อให้กัดฟันสู้ก็คงทนไม่ไหว
เวลาผ่านไปเกือบ 10 นาที อาการชาตามร่างกายก็ค่อยๆ จางหายไปราวกับคลื่นน้ำที่ลดระดับลง
จังหวะนั้นเอง หลิวหรูเยียนก็เดินเช็ดผมเปียกหมาดๆ ออกมาจากห้องน้ำ พอเห็นหลินโม่นอนแผ่หราอยู่บนโซฟา เธอก็ตกใจสุดขีด
ตอนแรกเธอก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะเวลาอยู่บ้าน ทั้งคู่ก็มักจะทำตัวตามสบายอยู่แล้ว แต่พอสังเกตเห็นท่าทางแข็งเกร็งและเหงื่อที่ท่วมตัวของหลินโม่ เธอก็รีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาด้วยเท้าเปล่า
"น้องชาย... น้องชาย เป็นอะไรไป ทำไมเหงื่อออกเยอะขนาดนี้ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า เดี๋ยวพี่โทรเรียก 1669 ให้นะ พี่สัญญาว่าจะไม่กวนใจนายแบบนี้อีกแล้ว อย่าทำให้พี่ตกใจสิ..."
น้ำเสียงของหลิวหรูเยียนสั่นเครือและเจือไปด้วยเสียงสะอื้น หลินโม่ได้ยินแล้วก็แอบค้อนในใจ 'สภาพผมเป็นแบบนี้แล้ว พี่ยังจะมาสัญญาเรื่องแบบนี้อีกเหรอ หมายความว่าหลังจากนี้จะขอมีอะไรด้วยวันเว้นวันสินะ'
โชคดีที่ตอนนี้เขาเริ่มฟื้นตัวแล้ว อาการชาหายไปจนหมด กลับมาควบคุมร่างกายได้ตามปกติ เขาจึงยกมือขึ้นตบไหล่หลิวหรูเยียนเบาๆ พลางหอบหายใจและพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ไม่เป็นไรครับ แค่เป็นตะคริวตอนทำสมาธินิดหน่อย ตอนนี้หายแล้ว พักเดี๋ยวก็ดีขึ้น"
พอได้ยินคำตอบและเห็นหลินโม่ลุกขึ้นนั่งได้ หลิวหรูเยียนก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก "ตกใจหมดเลย ทำไมจู่ๆ ถึงเป็นตะคริวได้ล่ะ"
"ก็วันนี้ผมไม่ได้วอร์มอัพก่อนทำสมาธิน่ะสิครับ" หลินโม่หัวเราะแห้งๆ
ระหว่างที่พูด เขาก็สำรวจความเปลี่ยนแปลงของร่างกายไปด้วย ตอนนี้เขารู้สึกได้ว่าท่อนแขนเต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง รู้สึกเหมือนสามารถชกวัวตายได้ด้วยหมัดเดียว... เอ๊ะ ไม่เอาดีกว่า วัวก็น่าสงสารพอแล้ว
แต่ถ้าเป็นคุณหนูหยวนล่ะก็ รับรองว่าชกกระเด็นลอยละลิ่วแน่นอน พลังที่เพิ่มขึ้นมาตั้ง 30 กิโลกรัมนี่มันมหาศาลจริงๆ
หลินโม่อุ้มหลิวหรูเยียนขึ้นมาในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย ท่ามกลางเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจของเธอ เขาลองยกตัวเธอขึ้นลงเบาๆ ก็พบว่ามันเบาหวิวราวกับขนนก รอยยิ้มแห่งความพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า
แต่วินาทีต่อมา รอยยิ้มนั้นก็แข็งค้างไป
เพราะหลิวหรูเยียนที่ถูกอุ้มขึ้นมากะทันหัน แถมยังเห็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่มของเขา ก็ตีความไปเองว่าแฟนหนุ่มกำลังส่งสัญญาณบางอย่าง เธอจึงใช้มือเสยผมที่ปรกหน้าขึ้นไปมัดรวบไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว
หลินโม่เห็นภาพนั้นเข้า ก็รีบทิ้งตัวหลิวหรูเยียนลงบนโซฟาทันที
"โอ๊ย... ทำอะไรเนี่ย ไอ้เด็กบ้า ทำไมรุนแรงแบบนี้" หลิวหรูเยียนแหวใส่
หลินโม่กระแอมไอแก้เขิน "อะแฮ่ม... ไม่มีอะไรครับ พี่อย่าคิดมาก ผมก็แค่อยากรู้ว่าพี่น้ำหนักขึ้นหรือเปล่า คุยกันดีๆ ดีกว่านะ นี่มันเพิ่งจะเช้าอยู่เลย พี่อย่าเพิ่งมัดผมสิ ผมชักจะเริ่มกลัวแล้วนะ"
หลิวหรูเยียนหน้าแดงก่ำ ถลึงตาใส่หลินโม่
"ไอ้บ้าเอ๊ย..."