เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 09 - แค่นี้เอง? กระจอกชะมัด

บทที่ 09 - แค่นี้เอง? กระจอกชะมัด

บทที่ 09 - แค่นี้เอง? กระจอกชะมัด


บทที่ 09 - แค่นี้เอง? กระจอกชะมัด

༺༻

รูปแบบการทำงานของพรรคฝ่ามือเหล็กนั้นเหมือนกับพรรคทางน้ำในนิยายกำลังภายในที่ร่วมมือกับทางการและคุมกิจการขนส่งทางน้ำ องค์กรแบบนี้มักจะเป็นสำนักเริ่มต้นที่จอมยุทธน้อยต้องไปเก็บเลเวลหลังจากออกจากหมู่บ้านเริ่มต้น

วิชาฝ่ามือทรายเหล็ก หรือแปดก้าวไล่จักจั่น อะไรพวกนี้ฟังดูเหมือนวิชาพื้นฐานทั่วไป สำหรับสำนักแบบนี้ ตู้เก๋อไม่รู้สึกสนใจเท่าไหร่เลยจริงๆ

พื้นฐานของตระกูลเฝิงมันคงจะต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดไหนกันนะ ถึงขนาดโดนสำนักแบบนี้กดขี่เอาได้ มิน่าล่ะถึงได้ทำงานแบบกล้าๆ กลัวๆ...

ตู้เก๋อทอดถอนใจอยู่นาน แต่ก็ไม่ลืมบทบาทของตัวเอง รีบแสดงท่าทีทันที "คุณชายสี่วางใจได้ เฝิงชีจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อกำจัดพรรคฝ่ามือเหล็ก เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตระกูลเฝิง"

กำจัดพรรคฝ่ามือเหล็ก? เฝิงอวิ๋นลู่อึ้งไปครู่หนึ่ง จู่ๆ เขาก็เริ่มเข้าใจความรู้สึกเหนื่อยใจของท่านผู้นำตระกูลขึ้นมาบ้างแล้ว

แต่พอนึกถึงทฤษฎีสุดโต่งของตู้เก๋อ เขาก็เริ่มทำใจยอมรับได้ ปลอบใจตัวเองว่า ปกติ ปกติ เทวมารก็มีนิสัยแบบนี้แหละ ถ้าเขาไม่พูดแบบนี้สิถึงจะแปลก

ลองคิดในอีกมุมหนึ่ง ถ้าบาดแผลฟื้นฟูได้เร็ว ทำงานโดยไม่เลือกวิธีการ หากตระกูลเฝิงสามารถเลี้ยงกลุ่มนักรบเดนตายแบบนี้ไว้ได้ จะกังวลเรื่องการไม่รุ่งเรืองไปทำไม?

เขาสะบัดหัวไล่ภาพกองทัพเดนตายเทวมารออกไปจากสมอง เฝิงอวิ๋นลู่มองตู้เก๋อด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้นเรื่อยๆ "ท่านอาจารย์เจ็ด พรรคฝ่ามือเหล็กน่ะค่อยๆ วางแผนก็ได้ เราแค่ต้องกำจัดชิวเฟยเป้าทิ้งไปก่อนก็พอ..."

"ขุมกำลังไหนที่ขัดขวางผลประโยชน์ของตระกูลเฝิง ต้องกำจัดทิ้งให้หมด ช้าหรือเร็วเท่านั้นแหละ" ตู้เก๋อยิ้ม แล้วถามต่อ "คุณชายสี่ อย่ามัวแต่พูดถึงสำนักเล็กๆ พวกนี้เลย เล่าเรื่องขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุทธภพให้ฟังหน่อยสิ"

เฝิงอวิ๋นลู่ตอบ "ห้าสำนัก สามนิกาย สองพรรค หนึ่งตระกูล"

ตู้เก๋อตัวตรงขึ้นมาทันที ในที่สุดก็เริ่มน่าสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว "มีอะไรบ้างล่ะ?"

"ห้าสำนักคือ คุนหลุน, หัวซาน, ไท่ซาน, ง้อไบ๊ และสำนักภูเขาหิมะ สามนิกายคือ สำนักดาบโลหิต, สำนักหมัดเทพ และสำนักเทียนซาน สองพรรคคือ พรรคกระยาจกและพรรคมังกรเขียว และหนึ่งตระกูลก็คือตระกูลเฉียว" เฝิงอวิ๋นลู่ตอบ

"ตระกูลเฉียวเก่งมากเลยเหรอ?" ตู้เก๋อถาม "ทำไมงานชุมนุมจ้าวยุทธจักรถึงต้องจัดที่ตระกูลเฉียวล่ะ?"

"ตอนนี้ตระกูลเฉียวน่ะสู้ห้าสำนักใหญ่ไม่ได้ด้วยซ้ำ" เฝิงอวิ๋นลู่ส่ายหัวพลางพูดต่อ "ที่ได้ชื่อว่าเป็นตระกูลอันดับหนึ่ง เพราะเมื่อร้อยปีก่อนมี เฉียวเหอ ปรากฏตัวขึ้น เฉียวเหอเชี่ยวชาญวรยุทธร้อยสำนัก ต่อให้เป็นวรยุทธที่เรียบง่ายที่สุด พอมาอยู่ในมือเขาเขาก็สามารถใช้มันออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมจนถึงขีดสุด ตอนอายุยี่สิบห้าเฉียวเหอสำเร็จวรยุทธขั้นสูง หลังจากลงเขามาเขาก็ตระเวนท้าประลองไปทั่ว จนยอดฝีมือของห้าสำนักสามนิกายต่างต้องพ่ายแพ้ ยอมรับว่าเขาคืออันดับหนึ่งของโลกในตอนนั้น

เฉียวเหอมีวรยุทธเป็นอันดับหนึ่งของโลก แต่กลับมีคุณธรรมรักพวกพ้อง แม้เขาจะเอาชนะยอดฝีมือจากสำนักดังๆ ได้มากมาย แต่เขาก็ยังช่วยขัดเกลาวรยุทธของแต่ละสำนักให้สมบูรณ์ขึ้นด้วย เพราะเหตุนี้เขาจึงได้รับการยกย่องจากทุกสำนักให้เป็น 'มหาเทพยุทธ'

ก่อนตาย เฉียวเหอได้ผนึกสิ่งที่เรียนรู้มาทั้งชีวิตไว้ในสถานที่ลับแห่งหนึ่ง ซึ่งก็คือ 'ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลเฉียว' อันเลื่องชื่อนั่นเอง"

พอพูดถึงมหาเทพยุทธเฉียวเหอ ใบหน้าของเฝิงอวิ๋นลู่ก็เปล่งประกายราวกับเป็นบรรพบุรุษของตัวเอง เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วพูดต่อ "น่าเสียดายที่หลังจากมหาเทพยุทธเฉียวเหอตายไป ตระกูลเฉียวก็ไม่มีใครที่เก่งกาจแบบนั้นอีกเลย มหาเทพยุทธมองเห็นจุดนี้ดี ก่อนตายเขาจึงสั่งเสียไว้ว่า ให้ตระกูลเฉียวเปิดดินแดนศักดิ์สิทธิ์ขึ้นทุกๆ สามปี เพื่อเฟ้นหายอดฝีมือรุ่นเยาว์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุทธภพ อนุญาตให้พวกเขาเข้าไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เพื่อตามหาคัมภีร์ที่เขาทิ้งไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้วิชาของเขาต้องสูญหายไป และเพื่อเป็นการสร้างยอดฝีมือรุ่นใหม่ขึ้นมา

นี่ถือเป็นการกระทำที่สร้างคุณประโยชน์ให้ยุทธภพเป็นอย่างมาก ไม่รู้ว่ามีสำนักกี่สำนักที่ได้รับบุญคุณจากมหาเทพยุทธ ดังนั้นสำนักต่างๆ จึงยกย่องให้ตระกูลเฉียวเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของยุทธจักร เรียกได้ว่าตระกูลเฉียวได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของยุทธภพไปแล้ว หากตระกูลเฉียวมีภัย สำนักอื่นๆ จะต้องเข้าช่วยเหลือทันที ดังนั้นตลอดร้อยปีที่ผ่านมา จึงไม่มีใครที่หน้ามืดตามัวกล้าไปหาเรื่องตระกูลเฉียวเลย..."

คำพูดของเฝิงอวิ๋นลู่หยุดกะทันหัน เขาเหลือบมองตู้เก๋ออย่างกระอักกระอ่วน คนที่เพิ่งป่าวประกาศว่าจะชิงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตระกูลเฉียวก็คือคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่เหรอ?

การพูดแบบนี้มันเหมือนตบหน้าเขาจังๆ เฝิงอวิ๋นลู่หน้าแดงระเรื่อ รีบแก้ตัวเสียงอ่อย "ท่านอาจารย์เจ็ด ข้าไม่ได้ว่าท่านนะ ท่านเพิ่งมาใหม่ ไม่รู้เรื่องราวในอดีตของตระกูลเฉียว การจะมีความคิดแบบนั้นก็เป็นเรื่องปกติ แต่ข้าว่าท่านอย่าไปคิดเรื่องชิงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตระกูลเฉียวเลย เดี๋ยวจะโดนรุมกินโต๊ะเอาเปล่าๆ"

ตู้เก๋อเหลือบมองเขา พลางคิดในใจว่า นี่เจ้าไม่เข้าใจสูตรสำเร็จของนิยายกำลังภายในเลยนะเนี่ย ไม่ว่าจะเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์แบบไหน พอพระเอกปรากฏตัวขึ้น ทุกอย่างก็ต้องถูกชิงไปและพังพินาศในที่สุดนั่นแหละ

ตั้งแต่โบราณกาลมา ไม่มีดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไหนที่สามารถรักษาความสมบูรณ์ไว้ได้จนถึงตอนจบหรอก

ยิ่งที่นี่คือสนามจำลอง มีคนหลายร้อยคนจ้องจะวิ่งเข้าหาเส้นเรื่องหลัก ไม่รู้ว่ามีกี่สายตาที่จ้องมองดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั่นอยู่ ถ้าข้าไม่ชิง คนอื่นเขาก็ชิงอยู่ดี...

"เฉียวเหอเนี่ยช่างสมกับฉายามหาเทพยุทธจริงๆ" เฝิงจิ่วที่เงียบอยู่นานหัวเราะเยาะออกมา "ช่างวางแผนได้แยบยลนัก แค่งานฉลองครั้งยิ่งใหญ่ของยุทธจักรที่เปิดทุกๆ สามปี กลับปกป้องตระกูลเฉียวมาได้ตั้งร้อยปี"

เมื่อรู้ที่มาของตระกูลอันดับหนึ่งแล้ว ตู้เก๋อก็เลือกหาสำนักที่คุ้นเคยในห้าสำนักสามนิกาย แล้วถามว่า "พรรคกระยาจกล่ะ? วรยุทธของพรรคกระยาจกคืออะไร?"

"เพลงไม้เท้าตีสุนัข, เพลงไม้เท้าไว้อาลัย, ฝ่ามือดอกบัว และท่าร่างงูสวัด" เฝิงอวิ๋นลู่บอก "วิชาพวกนี้ล้วนเป็นวรยุทธชั้นเลิศ สูงส่งกว่าวิชาฝ่ามือสลายเหล็กกล้าของตระกูลเฝิงไม่รู้กี่เท่า..."

ฝ่ามือดอกบัว เพลงไม้เท้าไว้อาลัย?

เมื่อได้ยินชื่อวรยุทธที่ดูทั้งคุ้นหูและไม่คุ้นหูเหล่านี้ ตู้เก๋อก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ในใจ สุดท้ายที่นี่ก็ไม่ใช่โลกที่เขาคุ้นเคยจริงๆ สินะ

อย่างไรก็ตาม พรรคกระยาจกที่นี่ดูจะเข้าถึงง่ายดี วิชาแต่ละอย่างล้วนเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของขอทานทั้งนั้น ไม่มีวิชาอย่างดรรชนีกรงเล็บมังกร หรือฝ่ามือพิชิตมังกร อะไรพวกนั้นที่ฟังดูหรูหราอลังการเลย

ตู้เก๋อกำลังแอบบ่นเรื่องพรรคกระยาจกอยู่ในใจ

ทันใดนั้น เขาก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาสัมผัสได้ว่าร่างกายเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นมา

เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ากล้ามเนื้อตามส่วนต่างๆ ขยายตัวขึ้น เซลล์ทุกเซลล์ราวกับกักเก็บพลังทำลายล้างมหาศาลไว้ เหมือนกับว่าเขาสามารถต่อยกระทิงให้ตายได้ในหมัดเดียวเลยทีเดียว

สายตาก็ได้รับการเสริมพลังขึ้นเช่นกัน เขาสามารถมองเห็นปีกของยุงที่อยู่ห่างออกไปสามเมตรกำลังขยับได้อย่างชัดเจน ดวงตาหลังศีรษะยังสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของสีหน้าเพียงเล็กน้อยของเฝิงจิ่วได้อีกด้วย

หูของเขาก็ได้ยินเสียงที่วุ่นวายมากขึ้น ทั้งเสียงหัวใจเต้นของเฝิงอวิ๋นลู่และเฝิงจิ่ว หรือแม้แต่เสียงพูดคุยในห้องโถงรับรองที่เฝิงซื่อเหรินกำลังสั่งคนออกไปรวบรวมเทวมารตามจุดต่างๆ เขาก็แว่วเข้าหูมา...

...

เชี่ย! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?

หัวใจของตู้เก๋อเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย สมรรถภาพร่างกายที่พุ่งพรวดขนาดนี้ หรือว่าจะเป็นเพราะตระกูลเฝิงเริ่มนำแผนการที่เขาโม้ไว้ออกไปใช้งานจริงๆ?

ถ้าเป็นแบบนั้นจริง หากเขาผลักดันให้ตระกูลเฝิงขึ้นเป็นผู้นำยุทธจักรได้ เขาจะเก่งขึ้นขนาดไหนกันนะ?

กลายเป็นกันดั้มในร่างมนุษย์เลยหรือเปล่า?

ไม่เสียแรงที่เหนื่อยไปจริงๆ สมกับเป็นเกมจากโลกขั้นสูง เล่นสนุกจริงๆ เลยแฮะ...

หลังจากคุมอารมณ์ได้แล้ว ตู้เก๋อก็เปิดแผงสถานะส่วนตัวที่ซ่อนไว้ออกมาดู

เป็นไปตามคาด

สถานะส่วนตัวของเขามีความเปลี่ยนแปลงใหม่เกิดขึ้น:

ชื่อ: ตู้เก๋อ;

หมายเลข: 48699527;

พลังจิต: 80;

อันดับปัจจุบัน: 1\813;

คำสำคัญประจำรอบ: ปกป้อง;

คำสำคัญประจำรอบ; แทงข้างหลัง;

ทักษะขั้นสูง:

สละชีพเพื่อคุณธรรม: คนที่คุณเคยปกป้อง จะระแวงคุณลดลงสามส่วน;

ดวงตาหลังศีรษะ: คนที่แทงข้างหลังย่อมไม่ยอมให้คนอื่นมาแทงข้างหลังตน คุณจึงมีวิสัยทัศน์จากทางด้านหลัง

วัตถุอนุพันธ์: ยังไม่มี;

...

ค่าพลังจิตเพิ่มขึ้นมา 20 แต้ม ส่วนอันดับส่วนตัวนี่ยิ่งก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นที่หนึ่งเลยทีเดียว

ตู้เก๋อเม้มปากแน่น เชี่ย แค่นี้เองเหรอ? แค่นี้ก็ที่หนึ่งแล้วเหรอ? พวกคนพวกนี้ช่างอ่อนแอชะมัด!

แต่ก็เถอะ อันดับมันน่าจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา...

ใจเย็นไว้ ใจเย็นไว้ ตู้เก๋อบอกตัวเองให้ตั้งสติ เริ่มต้นได้ดีแล้ว แต่การรักษาที่หนึ่งไว้จนจบต่างหากคือของจริง...

เฝิงจิ่วเห็นท่าทางเล็กๆ น้อยๆ ของตู้เก๋อ เขาก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังตรวจสอบแผงสถานะส่วนตัวอยู่ พอเห็นสีหน้าดีใจของตู้เก๋อ อันดับของเขาคงจะก้าวหน้าไปมากแน่ๆ

เฝิงจิ่วอิจฉาจนเต็มหัวใจ อยากจะถามอันดับของตู้เก๋อ แต่เฝิงอวิ๋นลู่ยังอยู่ที่นี่ การถามเรื่องนี้จึงดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่

ตอนนั้นเอง มีเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกประตู

ครู่หนึ่ง เฝิงอวิ๋นเจี๋ยก็ผลักประตูเข้ามา เดินตรงมาหาตู้เก๋อในห้องด้วยท่าทางตื่นเต้น "ท่านอาจารย์เจ็ด ท่านพ่อเห็นชอบกับแผนการของท่านแล้ว และส่งคนออกไปตามหาเทวมารคนอื่นๆ แล้วครับ"

เฝิงจิ่วกลั้นหายใจทันที จบกัน ผลข้างเคียงมาแล้ว พอคนตระกูลเฝิงหาผู้เล่นคนอื่นเจอ คำโกหกเรื่องเทวมารก็จะแตกทันที ทำอะไรวู่วามเกินไปจริงๆ

"ท่านผู้นำตระกูลช่างเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์จริงๆ" ตู้เก๋อไม่มีท่าทางตื่นตระหนกเลยสักนิด เขาลุกขึ้นยืนแล้วยิ้มถาม "ในเมื่อคนออกไปหาเทวมารออกเดินทางแล้ว แล้วพวกเราจะออกเดินทางกันตอนไหนล่ะ?"

"ท่านอาจารย์เจ็ด เรื่องนี้ไม่ต้องรีบครับ ท่านพ่อบอกว่า ตอนนี้พลังของท่านอาจารย์เจ็ดและอาจารย์เก้ายังอ่อนแออยู่ พักฟื้นที่ตระกูลเฝิงสักสองสามวันเพื่อเพิ่มพลังก่อนค่อยออกไปก็ยังไม่สาย" เฝิงอวิ๋นเจี๋ยพูดอย่างนอบน้อม

"คุณชายสาม จำสิ่งที่ข้าเคยพูดไว้ได้ไหม?" ตู้เก๋อส่ายหัวพลางยิ้ม

สิ่งที่ท่านพูดน่ะมันเยอะแยะไปหมด ข้าจะไปจำหมดได้ยังไง? เฝิงอวิ๋นเจี๋ยแอบบ่นในใจ ก่อนจะถามอย่างสุภาพ "ไม่ทราบว่าท่านอาจารย์หมายถึงเรื่องไหนครับ?"

"ข้ากับตระกูลเฝิงผูกติดกัน รุ่งเรืองด้วยกัน ล่มจมด้วยกัน" ตู้เก๋อยืดอกพูดอย่างทะนง "เมื่อท่านผู้นำตระกูลตัดสินใจดำเนินตามแผนที่ข้าเสนอ ชะตากรรมของตระกูลเฝิงก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว และในทำนองเดียวกัน พลังของข้าก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย..."

พูดจบ เขาก็ก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

เฝิงอวิ๋นเจี๋ยตาพร่าไปชั่วขณะ ตู้เก๋อก็มาประชิดตัวเขาแล้ว ระยะห่างไม่ถึงสามนิ้ว ความเร็วนั้นไวมากจนเขาไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ

พอเขาเริ่มรู้สึกตัว และยกมือขึ้นโดยสัญชาตญาณหวังจะผลักตู้เก๋อออกไป ข้อมือทั้งสองข้างของเขาก็ถูกตู้เก๋อคว้าไว้เรียบร้อยแล้ว...

เฝิงจิ่วตาถลนออกมา "เชี่ย!"

"เป็นไปได้ยังไง?" เฝิงอวิ๋นเจี๋ยตะโกนออกมาด้วยความตกใจ

ที่หน้าประตู เฝิงอวิ๋นหมิงยืนอึ้งค้างอยู่กับที่ด้วยความตกตะลึง

จริงๆ แล้ว ตู้เก๋อเองก็แปลกใจเหมือนกัน เดิมทีเขาตั้งใจจะบีบคอเฝิงอวิ๋นเจี๋ยเพื่อโชว์พาวเฉยๆ

ไม่คิดเลยว่าพลังที่เพิ่มขึ้นมาทันทีทันใด ร่างกายจะยังไม่ชิน จนเขาพุ่งเข้าไปชิดตัวขนาดนั้น ถ้าเขาไม่ยั้งแรงไว้ทัน มีหวังคงชนเฝิงอวิ๋นเจี๋ยกระเด็นไปแล้วแน่ๆ

ไอ้เกมบ้าเนี่ยมันเหมือนจริงชะมัด ต้องใช้เวลาปรับตัวให้เข้ากับพลังและความเร็วที่เพิ่มขึ้นมาด้วยสินะ...

โชคดีที่นอกจากเกือบจะจูบเฝิงอวิ๋นเจี๋ยแล้ว ผลลัพธ์ของการโชว์เหนือครั้งนี้ก็ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว

ตู้เก๋อปล่อยข้อมือของเฝิงอวิ๋นเจี๋ยแล้วถอยหลังออกมาสองก้าว พลางยิ้มบางๆ "คุณชายสาม ตอนนี้เชื่อสิ่งที่ข้าพูดหรือยังล่ะ? ถ้าเมื่อครู่ในมือข้ามีอาวุธ หัวใจของท่านคงถูกข้าแทงทะลุไปแล้ว..."

༺༻

จบบทที่ บทที่ 09 - แค่นี้เอง? กระจอกชะมัด

คัดลอกลิงก์แล้ว