เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 100 - หมื่นกระบี่เยือนนภา

บทที่ 100 - หมื่นกระบี่เยือนนภา

บทที่ 100 - หมื่นกระบี่เยือนนภา


บทที่ 100 - หมื่นกระบี่เยือนนภา

จางหยวนเห็นเอฟเฟกต์ใหม่ของกล่องเก็บกระบี่ก็ตาสว่างหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง เขารีบคว้าเสื้อคลุมมาสวมแล้วตรงดิ่งไปยังป่าไผ่ของมหาวิทยาลัยทันที

เขาต้องการหาที่ลับตาคนเพื่อทดสอบพลังของคลังแสงวิญญาณกระบี่

แสงจันทร์สีขาวนวลสาดส่องลงมาท่ามกลางดงไผ่ จางหยวนเดินไปหยุดอยู่ที่ลานกว้างก่อนจะเรียกอาวุธประจำตัวและกระบี่จื่อโยวทั้งหมดออกมา

ชายหนุ่มหลับตาลงพร้อมกับลองดึงพลังจิตมาใช้เพื่อก๊อปปี้กระบี่บิน

เพียงอึดใจเดียว กระบี่ชื่อเซียว จ้านหลู เจ็ดดาราหลงหยวน และกระบี่จื่อโยวทั้งสิบเล่มก็ถูกก๊อปปี้ออกมาจนครบ

กระบี่บินที่ลอยวนเวียนอยู่รอบกายของจางหยวนเพิ่มจำนวนจากสิบสามเล่มกลายเป็นยี่สิบหกเล่มในพริบตา!

ในขณะเดียวกันพลังจิตของเขาก็เริ่มลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจางหยวนจะมีค่ายกลกระบี่และเอฟเฟกต์ฟื้นฟูพลังจิตจากคมมีดราชันคำสาปคอยช่วยพยุงไว้ เขาก็ไม่สามารถรักษาสภาพของกระบี่ก๊อปปี้ทั้งสิบสามเล่มนี้ไว้ได้นานนัก!

"ในสถานะที่เปิดใช้งานค่ายกลกระบี่ การก๊อปปี้กระบี่เจ็ดดาราหลงหยวนผลาญพลังจิตวิละสองพันหน่วย ส่วนชื่อเซียวกับจ้านหลูผลาญวิละห้าร้อยหน่วย"

"ส่วนกระบี่จื่อโยวพวกนี้ไม่ค่อยกินพลังจิตเท่าไหร่ ใช้แค่วิละหนึ่งร้อยหน่วยต่อเล่ม แต่ถ้าเพิ่มจำนวนก๊อปปี้ให้เยอะขึ้น ด้วยพลังจิตที่ผมมีอยู่ตอนนี้ยังไงก็รับไม่ไหวแน่"

จางหยวนเห็นอัตราการเผาผลาญพลังจิตของกระบี่บินแต่ละระดับแล้วก็แอบผิดหวังเล็กน้อย ตอนแรกเขาอุตส่าห์วาดฝันว่าจะได้เห็นฉากอลังการงานสร้างอย่างหมื่นกระบี่ร่วงหล่นจากฟ้าซะอีก

ต่อให้เขาก๊อปปี้แค่กระบี่จื่อโยวเพียงอย่างเดียว พอถึงร้อยเล่มเมื่อไหร่พลังจิตก็จะถูกสูบออกไปถึงวินาทีละหมื่นหน่วย แค่แปดวินาทีเขาก็โดนสูบจนแห้งเหือดแล้ว!

ถึงแม้ว่าด้วยดาเมจระดับเขา ขอแค่ก๊อปปี้กระบี่เจ็ดดาราหลงหยวนออกมาสักสองสามเล่ม เวลาเพียงไม่กี่วินาทีก็มากพอที่จะวันช็อตศัตรูหน้าไหนก็ได้แล้ว แต่ว่า... มันไม่เท่นี่นา

"จริงสิ! ผมยังมีกระบี่เหล็กอยู่นี่!"

จางหยวนปิ๊งไอเดียขึ้นมาฉับพลัน เขายกเลิกการก๊อปปี้อาวุธประจำตัวและกระบี่จื่อโยวทั้งหมด จากนั้นก็เรียกกระบี่เหล็กทั้งสิบเล่มออกมา ก๊อปปี้!

กระบี่เหล็กสิบเล่มแยกร่างออกเป็นยี่สิบเล่มในพริบตา ทว่าพลังจิตของจางหยวนกลับไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้ามมันกลับฟื้นฟูขึ้นอย่างรวดเร็วภายใต้บัฟของค่ายกลกระบี่และคมมีดราชันคำสาป!

"มาถูกทางแล้ว!" แววตาของจางหยวนทอประกายตื่นเต้น เขากดก๊อปปี้รัวๆ อย่างต่อเนื่อง! สี่สิบ แปดสิบ ร้อยหกสิบ... จนกระทั่งกระบี่เหล็กจำนวน 10240 เล่มลอยตระหง่านอยู่เหนือป่าไผ่ พลังจิตของเขาถึงได้เริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด แถมอัตราการเผาผลาญยังตกแค่วินาทีละร้อย หรือนาทีละหกพันหน่วยเท่านั้น!

ด้วยพลังจิตในปัจจุบันของเขา มันเพียงพอที่จะรักษาสภาพของกระบี่หมื่นเล่มนี้ไว้ได้นานกว่าสิบนาที!

จางหยวนจ้องมองกระบี่หมื่นเล่มบนฟ้าด้วยความตื่นเต้น ภายใต้แสงจันทร์สาดส่อง กระบี่ทุกเล่มล้วนเปล่งประกายเงางามจับตา "อลังการสุดๆ..." ชายหนุ่มพึมพำก่อนจะลองบังคับกระบี่บินดู!

กระบี่บินนับหมื่นเริ่มพุ่งทะยานร่ายรำไปบนท้องฟ้าโดยมีจางหยวนเป็นศูนย์กลาง ความเร็วของพวกมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนก่อตัวเป็นพายุคลั่ง รังสีแสงกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านกระจายออกไปทั่วทุกสารทิศ

เหล่านักศึกษามหาวิทยาลัยจิงตูที่กำลังคร่ำเคร่งอ่านหนังสือสอบกลางดึกสัมผัสได้ถึงลมกระโชกแรงที่พัดผ่านมหาวิทยาลัย พวกเขาพากันหันไปมองทางป่าไผ่ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือกองทัพกระบี่บินนับหมื่นที่ส่องแสงวาบวับกำลังก่อตัวเป็นพายุทอร์นาโด!

"เชี่ยเอ๊ย! ทุกคนมาดูนี่เร็ว! นั่นมันสกิลอะไรวะน่ะ?"

"หมื่นกระบี่คืนสู่บรรพชน! ยอดฝีมือหน้าไหนมาเยือนมหาลัยจิงตูของเราเนี่ย?"

"โคตรเท่เลย! สกิลระดับนี้เกรงว่าคงมีแค่อาชีพคลาสตำนานเท่านั้นแหละที่ทำได้?"

ทุกคนที่ได้เห็นภาพนี้ต่างตกตะลึงกับความอลังการกันถ้วนหน้า ข่าวลือถูกส่งต่อแบบปากต่อปากอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานนักศึกษาและอาจารย์ทั้งมหาวิทยาลัยก็รับรู้ถึงปรากฏการณ์หมื่นกระบี่ร่ายรำบนท้องฟ้า!

ในขณะเดียวกันจางหยวนก็เริ่มบังคับกระบี่ได้อย่างคล่องแคล่วและเข้ามือมากขึ้น ด้วยความคึกคะนองเขาจึงกระโดดลอยตัวขึ้นไปในอากาศ กระบี่บินจำนวนมหาศาลพุ่งมารองรับใต้ฝ่าเท้ากลายเป็นบันไดปูทางสู่ฟากฟ้า เขาย่ำเท้าลงบนกระบี่บินทะยานขึ้นไปบนฟ้าสูงหลายร้อยเมตร!

ความเร็วกระบี่ภูตพราย! จางหยวนเร่งความเร็วของกระบี่บินให้ทะลุขีดจำกัดจนพวกมันปั่นป่วนมวลอากาศก่อให้เกิดกระแสลมตีขึ้น ช่วยพยุงร่างของเขาให้ลอยค้างเติ่งอยู่บนท้องฟ้าความสูงระดับหลายร้อยเมตรได้อย่างน่าอัศจรรย์!

ท่ามกลางแสงจันทร์เต็มดวง จางหยวนยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศ ทอดสายตามองแสงสีกรุงจิงตูในยามค่ำคืนเบื้องล่างด้วยดวงตาเป็นประกาย! ท้องทะเลกว้างใหญ่ให้ปลาแหวกว่าย นภาเวิ้งว้างให้นกโผบิน ในเวลานี้ภายในใจของจางหยวนเต็มเปี่ยมไปด้วยความเบิกบานอย่างหาที่สุดไม่ได้!

ทว่าช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ หลังจากดื่มด่ำกับวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนจนหนำใจ พลังจิตของเขาก็ใกล้จะหมดก๊อก ปัญหาใหม่จึงบังเกิดขึ้น จะลงจอดอย่างปลอดภัยได้ยังไงล่ะเนี่ย?

เมื่อกระบี่ก๊อปปี้จำนวนมากสลายกลายเป็นละอองแสง กระแสลมหนุนก็อันตรธานหายไป ร่างของจางหยวนเริ่มดิ่งพสุธาจากความสูงหลายร้อยเมตร!

"ซวยแล้ว ผมบินไม่เป็นนี่หว่า!" จางหยวนเพิ่งจะนึกถึงปัญหาคอขาดบาดตายข้อนี้ขึ้นมาได้ แต่ตอนนี้ความเร็วในการตกมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่มีเวลาให้มานั่งคิดหาทางแก้ปัญหาแล้ว

เมื่อเห็นว่าพื้นดินขยับเข้ามาใกล้ทุกที เขาจึงทำได้แค่ปล่อยตัวตามมีตามเกิด พลิกตัวหงายหน้ามองฟ้า ฟังเสียงลมที่กรีดร้องอยู่ข้างหูอย่างสงบเงียบ รอคอยวินาทีโหม่งโลก "ช่างเถอะ เดี๋ยวค่อยไปหาครูกู้ให้ช่วยรีเซ็ตพาสซีฟของชื่อเซียวเอาทีหลังก็แล้วกัน"

จังหวะที่จางหยวนกำลังจะกระแทกพื้น แสงจางๆ สายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาตวัดรัดร่างของเขาเอาไว้ ช่วยชะลอความเร็วในการตกและทำให้เขาร่อนลงสู่พื้นได้อย่างนุ่มนวล

"หืม?" จางหยวนลืมตาขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ ภาพที่เห็นคือหลี่เสวี่ยเอ้อร์กำลังยืนหอบแฮกๆ อยู่ไม่ไกล คทาเวทในมือของเธอยังคงส่องแสงสว่างวาบ ชัดเจนเลยว่าเมื่อกี้เธอเป็นคนลงมือช่วยเขาไว้

"เสวี่ยเอ้อร์? เธอมาอยู่นี่ได้ยังไง?" จางหยวนมองเห็นหลี่เสวี่ยเอ้อร์ปรากฏตัวก็แอบแปลกใจ!

หลี่เสวี่ยเอ้อร์เก็บคทาเวทแล้วเดินหน้ามุ่ยเข้ามาหาจางหยวนพร้อมกับเปิดฉากบ่นยับ "ไอ้ซื่อบื้อ! นี่มันเปิดเทอมมาตั้งนานแค่ไหนแล้ว? นายไม่โผล่หัวไปเข้าค่ายปฐมนิเทศก็แล้วไปเถอะ แต่ตอนแบ่งคณะนายก็ยังหายหัวอีก พวกเราตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่าจะมาเรียนที่มหาลัยจิงตูด้วยกันน่ะ? แล้วทำไมจนป่านนี้นายยังไม่เคยแวะมาหาฉันเลยสักครั้งเดียว!"

"ถ้าฉันไม่บังเอิญมองออกไปนอกหน้าต่างหอพักแล้วเห็นนายบินโชว์ออฟอยู่บนฟ้า ฉันก็คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่านายอยู่ไหน?"

จางหยวนเกาหัวแก้เก้อพร้อมกับรีบเอ่ยปากขอโทษขอโพย "ไม่ได้ตั้งใจจะไม่ไปหานะ ช่วงนี้มันมีเรื่องเข้ามาเยอะแยะไปหมด ประเดประดังเข้ามาทีละเรื่องจนเคลียร์คิวไม่ทันจริงๆ"

"ช่างเถอะ ขี้เกียจจะถือสากับคนอย่างนายแล้ว ฉัน..." หลี่เสวี่ยเอ้อร์พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างหงุดหงิด เธอทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็มีความลังเลใจจึงเงียบไป

เมื่อจางหยวนเห็นท่าทางอึกอักของหญิงสาวก็ถามขึ้น "มีอะไรหรือเปล่า?"

หลี่เสวี่ยเอ้อร์ตอบกลับ "ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่านายไปทำอีท่าไหน ช่วงนี้พวกผู้ใหญ่ที่บ้านฉันถึงได้ให้ความสนใจในตัวนายเป็นพิเศษ เอาแต่เซ้าซี้จะให้ฉันพานายกลับไปบ้านให้ได้เลย"

จางหยวนสวนกลับ "ก็ผมเก่งกาจขนาดนี้ มันอาจจะทำให้ครอบครัวเธอทึ่งจนอยากเจอก็ได้นี่นา?"

"พอเถอะ! ตำแหน่งแชมป์ระดับประเทศของนายมันก็เก่งอยู่หรอก แต่แค่นั้นมันยังไม่พอที่จะทำให้พวกผู้ใหญ่ในบ้านฉันหันมาสนใจหรอกนะ นายต้องมีดีอย่างอื่นที่ไปเตะตาพวกเขาเข้าแน่ๆ"

"ในเมื่อพวกเขาอยากเจอผม งั้นผมก็กลับไปบ้านกับเธอเลยแล้วกัน"

"บ้านฉันไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่นายคิดหรอกนะ" หลี่เสวี่ยเอ้อร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ถึงแม้ฉันจะไม่อยากพูดถึงเรื่องในครอบครัวเท่าไหร่ แต่ฉันก็ต้องบอกให้รู้ไว้ว่าผู้ใหญ่ในบ้านฉันหลายคนเป็นพวกหัวกะทิที่เชี่ยวชาญเรื่องการเล่นเล่ห์เหลี่ยมชิงดีชิงเด่น ในสายตาพวกเขามีแต่เรื่องผลประโยชน์เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสิ่งของต่างก็เป็นแค่เครื่องมือสำหรับกอบโกยผลประโยชน์ให้พวกเขา"

"ฉันกลัวว่าถ้านายกลับไปกับฉัน พวกเขาจะใช้ฉันเป็นเครื่องมือหลอกใช้นายน่ะสิ"

จางหยวนถามต่อ "ที่ผ่านมาเธอถึงไม่เคยพูดถึงครอบครัวเลยก็เพราะเรื่องนี้งั้นเหรอ?"

"อืม ส่วนหนึ่งก็เพราะเรื่องนี้แหละ" หลี่เสวี่ยเอ้อร์พยักหน้ารับ "แต่เหตุผลหลักจริงๆ ก็คือฉันไม่อยากให้นายรู้ภูมิหลังของฉันแล้วเกิดความรู้สึกกดดันจนต้องตีตัวออกห่างจากฉันไปต่างหาก"

พูดถึงตรงนี้หลี่เสวี่ยเอ้อร์ก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหันมาสบตาจางหยวน "ไอ้ซื่อบื้อ สมมตินะ... ฉันแค่สมมติว่าถ้าครอบครัวฉันใช้ฉันเป็นข้ออ้างบีบบังคับให้นายต้องทำในสิ่งที่นายไม่ชอบ นายจะทำยังไง?"

จางหยวนหลุดขำ "ก็ต้องดูว่าเธอคิดยังไงนั่นแหละ"

หลี่เสวี่ยเอ้อร์รีบตอบ "ฉันก็ต้องไม่อยากให้นายโดนพวกเขาหลอกใช้อยู่แล้ว ยิ่งไม่อยากให้นายต้องมาฝืนใจทำอะไรเพราะฉันด้วย"

"ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมก็จะไม่ทำ"

"แต่ถ้านายปฏิเสธ พวกเขาก็อาจจะใช้กำลังกีดกันไม่ให้เราเจอกันอีกเลยก็ได้นะ?"

"พวกเขาทำไม่ได้หรอก"

หลี่เสวี่ยเอ้อร์อึ้งไปพักหนึ่งก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา "สมกับเป็นนายจริงๆ... ได้ยินนายพูดแบบนี้ฉันก็ค่อยเบาใจหน่อย พรุ่งนี้นายว่างไหม?"

"ว่างสิ"

"โอเค พรุ่งนี้เช้าแปดโมงเจอกันที่หน้าประตูมหาลัยนะ!"

"ตกลง"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 100 - หมื่นกระบี่เยือนนภา

คัดลอกลิงก์แล้ว