- หน้าแรก
- เมื่อผมขอศิษย์พี่หญิงบำเพ็ญคู่สองชั่วโมง ด้วยหินวิญญาณเพียงห้าสิบก้อน
- บทที่ 34 สำนักบังคับแจกสวัสดิการ เล่นเอา...
บทที่ 34 สำนักบังคับแจกสวัสดิการ เล่นเอา...
บทที่ 34 สำนักบังคับแจกสวัสดิการ เล่นเอา...
บทที่ 34 สำนักบังคับแจกสวัสดิการ เล่นเอา...
บนใบหน้าของศิษย์สำนักหยินหยางทุกคนล้วนประดับด้วยรอยยิ้ม เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ของพวกเขากำลังเบิกบานอย่างยิ่ง
"นี่มันเกิดเรื่องมงคลอะไรขึ้นในสำนักหรือเปล่าเนี่ย" หูหมิ่นพึมพำด้วยความสงสัย
หลี่ชวนตอบ "ไปถามศิษย์พี่โจวที่วิหารภารกิจ เดี๋ยวก็รู้เองแหละ"
"อืม ศิษย์น้องพูดถูก"
พอหลี่ชวนเอ่ยถึงโจวฮั่นเหอ สีหน้าของหูหมิ่นก็แปลกไป
ป่านนี้โจวฮั่นเหอคงกำลังตั้งหน้าตั้งตารอนางขนพืชวิญญาณกลับไปหาอยู่กระมัง
"ศิษย์น้อง เจ้าล่วงหน้าไปวิหารภารกิจก่อนเถอะ เดี๋ยวศิษย์พี่ตามไปทีหลัง ดีไหม" หูหมิ่นเอ่ยถามหลี่ชวนอย่างระมัดระวัง
ขืนกลับไปพร้อมหลี่ชวน มีหวังโดนซักไซ้ไล่เลียงจนตอบไม่ถูกแน่
แต่ถ้าหลี่ชวนไม่อนุญาตให้นางไป นางก็ไม่กล้าไปหรอก
ยังดีที่หลี่ชวนไม่ได้รั้งนางไว้
ยังไงเสียนางก็ไม่ได้เป็นคู่บำเพ็ญของเขา เขาไม่มีความจำเป็นต้องทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างหูหมิ่นกับโจวฮั่นเหอบาดหมางกัน
เขาบอกปัดสั้นๆ ว่า "ตามสบาย"
หูหมิ่นรีบขอบคุณยกใหญ่ "ขอบคุณศิษย์น้อง"
จากนั้นทั้งสองก็แยกย้าย หลี่ชวนมุ่งหน้าสู่วิหารภารกิจ ส่วนหูหมิ่นก็แวะหาที่พักผ่อนเอนกาย
สิ่งที่ทำให้หลี่ชวนประหลาดใจคือ จำนวนศิษย์ที่มารับภารกิจในวิหารภารกิจดูจะบางตากว่าปกติ
สงสัยว่าอารมณ์ดี ก็เลยขอหยุดพักผ่อนกันสักสองสามวันกระมัง
"ศิษย์พี่โจว วันนี้ทำไมคนในวิหารภารกิจถึงได้น้อยจังเลยล่ะ" หลี่ชวนเดินไปที่โต๊ะทำงานของโจวฮั่นเหอ เอ่ยถามด้วยความสงสัย
โจวฮั่นเหอกำลังก้มหน้าก้มตาทำอะไรบางอย่าง พอได้ยินเสียงหลี่ชวน ก็รีบเงยหน้าขึ้นมาทันที
เมื่อเห็นหลี่ชวน แววตาของเขาก็เป็นประกาย ยิ้มทักทาย "อ้าว ศิษย์น้องหลี่ชวนนี่เอง เป็นยังไงบ้าง ไปโลกใบเล็กมาคราวนี้ได้อะไรติดไม้ติดมือมาบ้างล่ะ"
จ้าวมิ่งเซวียนที่อยู่ไม่ไกลก็กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ พวกเขาน่าจะกำลังตรวจสอบอะไรบางอย่าง พอได้ยินเสียงหลี่ชวน ก็รีบเงยหน้ามองมาเช่นกัน
จากนั้นเขาก็เดินเข้ามา เอ่ยปากเป็นประโยคแรกว่า "ศิษย์น้องหลี่ชวน ไปโลกใบเล็กหมายเลข 43 คราวนี้ เจออันตรายอะไรบ้างไหม ได้ยินมาว่าที่นั่นไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่นะ!"
เรื่องที่หลี่ชวนปฏิเสธไม่ยอมให้คู่บำเพ็ญของเขาไปเป็นผู้คุ้มกันนั้น เขายังคงเก็บมาคิดเล็กคิดน้อยอยู่เสมอ
ในใจลึกๆ เขาแอบหวังให้หลี่ชวนโดนปล้นสักที จะได้หลาบจำ
แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่อยากให้หูหมิ่นได้ผลประโยชน์อะไรจากหลี่ชวนไป ช่างย้อนแย้งในตัวเองเสียจริง
เมื่อเผชิญกับสายตาของทั้งสองคนที่แฝงไปด้วยความมุ่งหวังที่แตกต่างกัน หลี่ชวนหัวเราะเบาๆ "ก็ดีนะ ผลเก็บเกี่ยวคุ้มค่า ไม่เจอเรื่องร้ายแรงอะไรหรอก"
จากนั้นเขาก็รีบถามกลับ "ตอนนี้ในสำนักดูแปลกๆ ไปนะ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า"
เขาเดาว่า เรื่องของเหอเฟิงหลินคงจะรู้ผลแล้วแน่ๆ
และก็เป็นไปตามคาด จ้าวมิ่งเซวียนตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "ศิษย์น้องอาจจะยังไม่รู้ สำนักเราค้นพบชีพจรวิญญาณแห่งหนึ่ง และสามารถเข้ายึดครองได้สำเร็จแล้วนะ"
"เมื่อไม่กี่วันก่อน ท่านเจ้าสำนักเพิ่งจะประกาศว่า จะเพิ่มเบี้ยหวัดรายเดือนให้ศิษย์ทุกคนอีกสองส่วน แถมยังแจกหินวิญญาณให้ศิษย์ทุกคนเป็นโบนัสก้อนโตอีกต่างหาก"
"ศิษย์ในขั้นรวบรวมลมปราณ จะได้รับหินวิญญาณตั้งแต่ 200 ถึง 2,000 ก้อน ขึ้นอยู่กับระดับพลังและแต้มผลงาน แม้แต่ศิษย์น้องที่ยังไม่บรรลุขั้นรวบรวมลมปราณ ก็ยังได้รับโบนัส 10 ถึง 50 หินวิญญาณเลยนะ"
"ศิษย์พี่เพิ่งจะรับมา 700 หินวิญญาณแน่ะ ศิษย์น้องก็รีบไปรับบ้างสิ อยู่ตรงนั้นเอง"
จ้าวมิ่งเซวียนชี้ไปที่กลางโถง ท่าทางกระตือรือร้นสุดๆ
ความเจริญรุ่งเรืองของสำนัก ในฐานะศิษย์ ย่อมรู้สึกภาคภูมิใจเป็นธรรมดา
โดยเฉพาะการที่ศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้าสำนักมาได้ไม่นานอย่างหลี่ชวน ได้สัมผัสถึงความใจป้ำของสำนัก เขายิ่งรู้สึกภูมิใจมากขึ้นไปอีก
ทว่าหลี่ชวนกลับไม่ได้รู้สึกยินดีอะไรนัก
ก็แค่ยึดชีพจรวิญญาณได้ จะแจกหินวิญญาณทำไมล่ะ!
แถมยังเพิ่มเบี้ยหวัดรายเดือนอีก 20% หินวิญญาณมันเยอะจนล้นคลังหรือไง!
พวกศิษย์พี่หญิงที่เขายังไม่เคยไปตีสนิทด้วย คงจะพร้อมใจกันขึ้นค่าตัวเป็นแถวแน่ๆ!
ธุรกิจสานวาสนาเซียนของเขาเพิ่งจะเริ่มต้น ก็ต้องมาเจอกับวิกฤตค่าตัวพุ่งพรวดเสียแล้ว
โชคดีที่ความสามารถในการหาเงินของเขายังพึ่งพาได้ ไม่อย่างนั้นคงมีเรื่องให้ต้องกลุ้มใจอีกเยอะ
ตอนนี้คนที่ขาดทุนหนักที่สุดคงจะเป็นฉู่เมิ่งโยวล่ะมั้ง หลี่ชวนฝากหินวิญญาณไว้กับนางตั้ง 3,000 ก้อน ตอนนี้นางบรรลุขั้นสร้างรากฐานแล้ว น่าจะได้รับโบนัสอีกสามสี่พันหินวิญญาณ
ตามหลักแล้วนางควรจะขึ้นค่าตัว แต่พอมาเจอหลี่ชวน นางกลับขึ้นราคาไม่ได้ ต้องรอให้หลี่ชวนใช้หินวิญญาณที่ฝากไว้จนหมดก่อน
ช่างเป็นเรื่องตลกร้ายเสียจริง
แต่พอคิดไปคิดมา หลี่ชวนก็รู้สึกโล่งใจ โชคดีที่ค้นพบชีพจรวิญญาณช้าไปหนึ่งเดือน ไม่อย่างนั้นฉู่เมิ่งโยวคงหาหินวิญญาณได้ครบสำหรับซื้อโอสถสร้างรากฐานโดยไม่ต้องมาสานวาสนาเซียนกับเขาแน่ๆ
ถ้าเป็นแบบนั้น เขาคงไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน ถึงจะรู้ว่ามีบริการสานวาสนาเซียนกับศิษย์พี่หญิงศิษย์น้องหญิงในสำนักด้วย
เผลอๆ อาจจะตายไปโดยที่ไม่รู้เรื่องเลยด้วยซ้ำ
นี่แหละหนา อนิจจังชีวิต
"อ้อ จริงสิ ดูความจำข้าสิ ศิษย์พี่โม่สั่งไว้ว่าถ้าเจ้ามาให้ไปพบนางทันที ไม่รู้เหมือนกันว่ามีเรื่องอะไร" จู่ๆ จ้าวมิ่งเซวียนก็ตบหน้าผากตัวเอง
เขามองไปรอบๆ ก่อนจะหันไปถามโจวฮั่นเหอว่า "ศิษย์น้องโจว เจ้าเห็นศิษย์พี่โม่บ้างไหม"
"ข้ามัวแต่นั่งนับยอดภารกิจของเดือนที่แล้ว เลยไม่ได้สังเกตเลย" โจวฮั่นเหอส่ายหน้า มองหลี่ชวนด้วยท่าทีอึกอัก เหมือนมีอะไรอยากจะพูดแต่ก็ไม่กล้าพูด
ความจริงแล้วเขาอยากจะถามหลี่ชวนว่า เจอหูหมิ่นบ้างไหม แต่ก็กลัวว่าถ้าถามออกไปจะดูจงใจเกินไป
ตามหลักแล้ว ถ้าหลี่ชวนโดนหูหมิ่นชิงตัดหน้าแย่งพืชวิญญาณไป พอมาถึงที่นี่ เรื่องแรกที่เขาควรทำก็คือมาฟ้องร้องสิ
ศิษย์นักปลูกพืชวิญญาณคนก่อนๆ ที่โดนหูหมิ่นแย่งของไป ก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้น
แต่หลี่ชวนกลับไม่ปริปากฟ้อง แถมยังทำหน้าตาเฉยเมย ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำเอาโจวฮั่นเหอเดาไม่ออกเลยว่า ตกลงเขาไม่ได้เจอหูหมิ่นจริงๆ
หรือว่าเป็นพวกเก็บซ่อนอารมณ์เก่ง แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กันแน่
"ศิษย์น้องหลี่ชวน รอเดี๋ยวนะ เดี๋ยวข้าไปถามให้"
จ้าวมิ่งเซวียนนี่ก็มีน้ำใจจริงๆ ทิ้งท้ายไว้ประโยคเดียว ก็เดินไปถามหาโม่เซียงหลิงให้หลี่ชวนเสียแล้ว
ตอนนี้เหลือแค่โจวฮั่นเหอกับหลี่ชวนในโถง เขามองหลี่ชวนที่ยืนนิ่ง ไม่ยอมหยิบพืชวิญญาณออกมาแลกแต้มภารกิจเสียที จึงอดรนทนไม่ไหว เอ่ยปากถาม "ศิษย์น้องยังไม่แลกแต้มภารกิจหรือ ถ้ายังไม่แลก ศิษย์พี่ขอตัวไปทำงานก่อนนะ"
หลี่ชวนหัวเราะร่วน "ยังไม่แลกหรอก ข้าจะรอศิษย์พี่โม่ ศิษย์พี่โจวไปทำงานเถอะ ไม่ต้องสนใจข้าหรอก"
โจวฮั่นเหออ้าปากค้าง รู้สึกเหมือนมีก้อนหินจุกอยู่ที่อก อึดอัดแทบขาดใจ
เขานึกไม่ถึงเลยว่าหลี่ชวนจะไม่ยอมแลกแต้มภารกิจจริงๆ อุตส่าห์อยากจะดูเสียหน่อยว่าหลี่ชวนได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง
โจวฮั่นเหอก้มหน้าลงด้วยความขัดใจ รู้สึกว้าวุ่นใจแปลกๆ
มีเรื่องค้างคาใจแบบนี้ มันน่าอึดอัดจริงๆ
ไม่นาน จ้าวมิ่งเซวียนก็กลับมา เขาบอกหลี่ชวนว่า "ข้าไปถามมาแล้ว ศิษย์พี่โม่เข้าไปที่ฝ่ายในตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว คงไปรายงานความคืบหน้าของวิหารภารกิจฝ่ายนอกให้ท่านหัวหน้าผู้ดูแลฟังกระมัง เดี๋ยวข้า..."
จ้าวมิ่งเซวียนตั้งใจจะอาสาพาหลี่ชวนไป แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นหูหมิ่นเดินกรีดกรายเข้ามาทางประตู คำพูดก็สะดุดกึก เปลี่ยนเป็น "...เดี๋ยวข้าบอกทางให้ศิษย์น้องเอง"
ต่อมอยากรู้อยากเห็นของเขาเริ่มทำงานอย่างหนัก อยากจะรู้ใจแทบขาดว่า คราวนี้หูหมิ่นรีดไถพืชวิญญาณจากหลี่ชวนมาได้มากน้อยแค่ไหน เขาจึงตัดสินใจไม่นำทางให้หลี่ชวนแล้ว
หลี่ชวนฟังจ้าวมิ่งเซวียนพูดจบ ก็รู้สึกทั้งขำทั้งฉุน
อยู่ในสำนักแท้ๆ ยังต้องให้คนบอกทางอีกหรือไง
แถมฝ่ายในก็อยู่ไกลขนาดนั้น จะบอกทางยังไงเล่า
"ไม่เป็นไรหรอกศิษย์พี่จ้าว เดี๋ยวข้าไปถามทางเอาเองก็ได้" เขาตอบปฏิเสธจ้าวมิ่งเซวียน
ที่ทำงานของท่านหัวหน้าผู้ดูแลอยู่ที่วิหารภารกิจฝ่ายใน ถามทางเอาเดี๋ยวก็เจอ
"งั้นก็รีบไปเถอะศิษย์น้อง" จ้าวมิ่งเซวียนเร่งยิกๆ
เขากลัวว่าถ้าหลี่ชวนยังยืนอยู่ตรงนี้ หูหมิ่นจะไม่ยอมเดินเข้ามา
แล้วก็เป็นไปตามคาด หูหมิ่นเดินตรงดิ่งไปที่จุดรับหินวิญญาณกลางโถงทันที
ตอนที่หลี่ชวนเดินออกไป เขาก็เห็นหูหมิ่นกำลังรับหินวิญญาณอยู่ตรงนั้น แต่เขาก็ไม่ได้แวะเข้าไปรับ
หินวิญญาณแค่ไม่กี่ร้อยก้อน ไม่ได้ดึงดูดใจเขาขนาดนั้น
พอเขาเดินลับตาไป จ้าวมิ่งเซวียนกับโจวฮั่นเหอก็หันไปจ้องหูหมิ่นตาเป็นมัน แทบจะกระโดดเข้าไปลากตัวนางมาหา
ถ้าไม่ห่วงภาพลักษณ์ โจวฮั่นเหอคงตะโกนเร่งให้หูหมิ่นทำเวลาให้เร็วกว่านี้แล้ว