- หน้าแรก
- มหาเตาหลอมเทพ
- บทที่ 12 พวกกระจอกงอกง่อย
บทที่ 12 พวกกระจอกงอกง่อย
บทที่ 12 พวกกระจอกงอกง่อย
"รนหาที่ตาย!"
เมื่อเห็นฉินเสวียนยังทำท่าทางอวดดีทั้งที่ความตายอยู่ตรงหน้า จ้าวหลงเถิงก็คำรามลั่น นิ้วทั้งห้าออกแรงกดลงมาหมายจะคว้ากะโหลกของฉินเสวียนให้แหลกคามือ
ทว่าในจังหวะที่กรงเล็บกำลังจะถึงตัว ท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความตกใจของผู้คน ฉินเสวียนก็โคจรพลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ผ้าขาวที่พัน 'กระบี่อู๋เฟิง' ไว้ฉีกขาดกระจุยกระจาย ทันทีที่หลุดพ้นจากน้ำหนักของกระบี่หนักที่คอยกดทับไว้ ฉินเสวียนก็เคลื่อนที่ถอยฉากออกมาด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ หลบพ้นการจู่โจมของจ้าวหลงเถิงไปได้อย่างหวุดหวิด
ในเวลาเดียวกัน เขาฟาดฝ่ามือเข้าใส่กรงเล็บของอีกฝ่ายอย่างแรง
ฝ่ามือและกรงเล็บปะทะกันสนั่นหวั่นไหว!
"ไม่รู้จักเจียมตัว บังอาจท้าทายคุณชายหลงเถิง ครั้งนี้คงได้ถูกคุณชายคว้าแขนจนกระดูกแหลกแน่!"
"ต่อให้ไม่ตาย แขนข้างนั้นก็คงถูกทำลายจนพิการไปตลอดชีวิต!"
คนในตระกูลหลิวต่างพากันลอบยิ้มสะใจ
ในสายตาของพวกเขา ฉินเสวียนช่างโง่เขลานัก แทนที่จะประจบเอาใจตระกูลหลิวกลับมาถอนหมั้นและทวงสินสอดคืน ตอนนี้เป็นไงล่ะ สินสอดก็ไม่ได้คืน แถมยังต้องมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่อีก ช่างโง่เง่าสิ้นดี!
แต่ทว่าในพริบตานั้น เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็พลันเงียบกริบ
"ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า ไอ้เด็กนั่นมันกันการโจมตีของคุณชายหลงเถิงได้!"
กรงเล็บของจ้าวหลงเถิงถูกฝ่ามือของฉินเสวียนต้านไว้ได้อย่างมั่นคง!
"ซี้ด!"
จ้าวหลงเถิงสะบัดมือขวาที่สั่นระริกด้วยความเจ็บปวด เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าฉินเสวียนจะรับมือการโจมตีของเขาได้
ยังไม่ทันที่จ้าวหลงเถิงจะได้ตั้งตัว ฉินเสวียนก็บุกสวนกลับทันที ในขณะที่มือข้างหนึ่งยันการโจมตีไว้ มืออีกข้างก็คว้ากระบี่อู๋เฟิงฟาดฟันลงมาที่ศีรษะของจ้าวหลงเถิงอย่างดุดัน
ฟึ่บ!
เสียงกระบี่หนักฉีกอากาศดังสนั่น
จ้าวหลงเถิงหน้าถอดสี แสงสว่างวาบที่ปลายนิ้ว กระบี่ที่ตกแต่งอย่างหรูหราเล่มหนึ่งพุ่งออกมาจากแหวนเฉียนคุน เขารีบเงื้อกระบี่ขึ้นต้านรับการจู่โจมของฉินเสวียนอย่างสุดกำลัง
เขาเชื่อมั่นว่าไม่มีปัญหาแน่นอน เพราะกระบี่ในมือของเขาคืออาวุธอาคมระดับกลาง!
เคร้ง!
ทันทีที่กระบี่ทั้งสองปะทะกัน จ้าวหลงเถิงก็หน้าถอดสีเป็นครั้งที่สอง
กระบี่ในมือของเขาไม่อาจต้านทานน้ำหนักมหาศาลของกระบี่อู๋เฟิงได้เลย กระบี่หนักยังคงกดทับลงมาที่ศีรษะของเขาอย่างต่อเนื่อง!
"ไม่!"
ถึงตอนนี้จ้าวหลงเถิงย่อมรู้ดีว่าสถานการณ์วิกฤตเพียงใด หากกระบี่เล่มนี้ฟาดลงมาจริงๆ เขาได้กลายเป็นคนพิการแน่! ในเสี้ยววินาทีนั้น เขาแทบจะเสียสติ รีบดึงของวิเศษป้องกันออกมาจากแหวนเฉียนคุนกองเป็นพะเนิน
'อย่าเปิดโอกาสให้มันได้ใช้ของวิเศษ!'
ฉินเสวียนรู้ดีว่าคนผู้นี้ต้องมีสมบัติติดตัวอยู่มาก หากยื้อเวลาออกไปย่อมไม่เป็นผลดีต่อตนเองแน่
เขาออกแรงกดกระบี่ลงไปอีก คมกระบี่หนักเริ่มขยับเข้าใกล้กะโหลกของจ้าวหลงเถิงเข้าไปทุกที ในวินาทีนั้น จ้าวหลงเถิงทุ่มสมาธิทั้งหมดไปกับการป้องกันเหนือศีรษะ
และนั่นคือสิ่งที่ฉินเสวียนรอคอย
ในชั่วพริบตา ฉินเสวียนยื่นมือออกไป ตะปบกรงเล็บเข้าใส่ตำแหน่งหัวใจของจ้าวหลงเถิงโดยตรง
จ้าวหลงเถิงพะว้าพะวังกับการป้องกันด้านบนจนละเลยการป้องกันที่หน้าอก เมื่อกรงเล็บของฉินเสวียนพุ่งมาถึง มันก็สายเกินไปเสียแล้ว
"ไม่! อย่าฆ่าฉัน!"
เมื่อความตายมาเยือนถึงที่ จ้าวหลงเถิงก็กรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
เขาไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องราวจะกลับกลายเป็นเช่นนี้!
ในตระกูลจ้าว เขาถูกนายน้อยคนอื่นๆ กีดกันจนต้องระเห็จออกมาจากเมืองหลัก โดยอ้างเรื่องการออกตามหาผู้มีพรสวรรค์ตามเมืองต่างๆ เพื่อโอ้อวดบารมี อาศัยชื่อเสียงนายน้อยและป้ายทองของตระกูลจ้าวทำให้คนตระกูลอื่นต้องเกรงใจเขาหลายส่วน
เขากำลังเสพติดความรู้สึกที่มีคนคอยยกยอประจบสอพลอ แต่ตอนนี้ ท่ามกลางวิกฤตความเป็นตาย เขากลับร่วงหล่นจากสวรรค์ลงสู่ขุมนรกในพริบตา
"ไว้ชีวิตด้วย! ไว้ชีวิตด้วย!"
จ้าวหลงเถิงร้องโวยวาย
ความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่เอาชนะความอับอายในใจได้จนสิ้น เขาแผดเสียงอ้อนวอนฉินเสวียนอย่างบ้าคลั่ง นี่คือแผนประวิงเวลา ขอเพียงถ่วงเวลาได้ เขาก็มั่นใจว่าจะมีทางรอด
"นี่มัน... เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
"นายน้อยหลงเถิงยอมก้มหัวขอโทษไอ้สวะนั่นงั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้ เรื่องแบบนี้ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!"
คนในตระกูลหลิวต่างจ้องมองภาพเบื้องหน้าตาค้าง ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น
ในสายตาพวกเขา นี่ควรจะเป็นการไล่ต้อนฝ่ายเดียว จ้าวหลงเถิงในฐานะนายน้อยตระกูลจ้าวควรจะสังหารฉินเสวียนได้อย่างง่ายดาย แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับตาลปัตร จ้าวหลงเถิงกลับเป็นฝ่ายอ้อนวอนขอชีวิตจากฉินเสวียน!
"เมื่อกี้ยังอวดดีอยู่เลยไม่ใช่เหรอ!"
ฉินเสวียนเหยียดยิ้มอำมหิต มือขวาขยับเร็วขึ้น ตะปบเข้าหาหัวใจของจ้าวหลงเถิงโดยไม่ใส่ใจแผนถ่วงเวลาของอีกฝ่ายเลยแม้แต่นิดเดียว
"ไอ้เด็กเหลือขอ หยุดมือเดี๋ยวนี้!"
เมื่อเห็นฉินเสวียนกำลังจะปลิดชีวิตจ้าวหลงเถิง ชายชราก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขารีบพุ่งเข้าใส่ฉินเสวียนทันที
ทว่าฉินเหยียนรอโอกาสนี้อยู่แล้ว!
ในขณะที่ชายชราจะลงมือกับฉินเสวียน ฉินเหยียนก็พุ่งเข้าขัดขวางไว้ได้ทันท่วงที
"ไอ้แก่! ปู่ฉินเหยียนอยู่นี่แล้ว อายุอานามก็ตั้งเท่าไหร่ ยังกล้าลงมือกับคนรุ่นลูกรุ่นหลาน ไม่ละอายใจบ้างหรือไง"
เมื่อถูกฉินเหยียนบีบคั้น ชายชราจึงต้องถอยรั้งมือกลับมาเพื่อรับมือกับฉินเหยียนแทน
เมื่อเป็นเช่นนี้ ฉินเสวียนจึงไร้คนขวาง เขาตะปบเข้าที่หน้าอกของจ้าวหลงเถิงอย่างถนัดถรี่
ในจังหวะที่กรงเล็บของฉินเสวียนกำลังจะฉีกกระชากขั้วหัวใจของจ้าวหลงเถิง เสียงถอนหายใจสายหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านข้าง
"ได้คืบอย่าเอาศอกเลยนะ นายน้อยฉิน ได้โปรดอย่าลงมือถึงตายเลย!"
หยวนฮ่าว เจ้าเมืองหั่วเฟิง ในที่สุดก็ยอมปริปากพูด เห็นชัดว่าเขาเลือกเข้าข้างจ้าวหลงเถิง
แต่ฉินเสวียนไม่มีความคิดที่จะหยุดมือ พลังปราณพุ่งออกจากปลายนิ้ว ฉีกกระชากผิวหนังและกล้ามเนื้อที่หน้าอกของจ้าวหลงเถิงจนเลือดสาดกระจาย และกำลังจะทะลวงเข้าไปถึงหัวใจ!
"ไม่! อย่าฆ่าฉัน! ฉันยอมเป็นวัวเป็นม้าให้นายทุกอย่าง ขอแค่หย่าฆ่าฉันก็พอ!" จ้าวหลงเถิงกรีดร้องอย่างสิ้นสติ
เมื่อเห็นดังนั้น เจ้าเมืองหยวนฮ่าวจึงรีบก้าวเข้ามา
"หยุดนะ!"
"ฉินเสวียน นี่คือนายน้อยตระกูลจ้าวเชียวนะ ถ้าฆ่าเขา ก็เท่ากับเป็นศัตรูกับตระกูลจ้าวทั้งตระกูล!"
ไม่ใช่แค่เจ้าเมืองหยวนฮ่าว แม้แต่หยางเหล่า ชายชราที่ติดตามจ้าวหลงเถิงก็คำรามข่มขู่ฉินเสวียนเช่นกัน
ฉินเสวียนใจสั่นเล็กน้อย เขาไม่ได้ลงมือฆ่าในทันที แต่ฉวยโอกาสที่จ้าวหลงเถิงกำลังขวัญเสีย ใช้กระบี่อู๋เฟิงพาดไปที่ลำคอของจ้าวหลงเถิง
มือหนึ่งเล็งที่หัวใจ อีกมือหนึ่งจ่อที่ลำคอ ขอเพียงอีกฝ่ายขยับตัวแม้เพียงนิดเดียว ฉินเสวียนก็สามารถปลิดชีพได้ทันที!
"หยางเหล่า ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย!" จ้าวหลงเถิงร้องโหยหวนดุจสุกรถูกเชือด
ถึงตอนนี้ เมื่อเผชิญกับความตาย จ้าวหลงเถิงก็ขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว ในหัวคิดเพียงอย่างเดียวคือการร้องขอความช่วยเหลือ ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยถูกข่มขู่เช่นนี้มาก่อนในชีวิต!
"ฉินเสวียน ปล่อยนายน้อยจ้าวซะ ถ้าเขาเป็นอะไรไปแม้เพียงนิดเดียว ตระกูลฉินของไม่มีปัญญาชดใช้แน่!" เจ้าเมืองหยวนฮ่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พลางจ้องมองฉินเสวียนตาเขม็งเพื่อหาโอกาสช่วยจ้าวหลงเถิง
"ฉันขอเตือน วันนี้ถ้านายน้อยเป็นอะไรไปแม้เพียงปลายเล็บ ฉันจะให้คนตระกูลฉินทั้งหมดต้องตายตกตามกันไป!"
"ผู้ชายต้องเป็นทาสทุกชั่วอายุคน ผู้หญิงต้องเป็นนางโลมไปทุกชาติภพ!" หยางเหล่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา หวังจะใช้คำข่มขู่นี้บีบให้ฉินเสวียนยอมจำนน
"ตระกูลจ้าวนี่ช่างอวดดีนัก ถึงกับกล้าบอกว่าจะล้างบางตระกูลฉินของฉันเชียวรึ!"
ในขณะที่เจ้าเมืองหยวนฮ่าวและหยางเหล่ากำลังข่มขู่ฉินเสวียนอยู่นั้น เสียงที่เย็นเยียบและทรงอำนาจสายหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามา
"ฉินหยวน!"
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นเคยนี้ สีหน้าของหยวนฮ่าวก็พลันมืดมนลงทันที
ฉินเสวียนรีบหันไปมองที่ประตู และเห็นฉินหยวนกำลังนำเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลฉินก้าวยาวๆ เข้ามาในบ้านตระกูลหลิวอย่างองอาจ!
(จบบท)