เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 คัมภีร์สืบทอดนักปรุงโอสถระดับสอง

บทที่ 39 คัมภีร์สืบทอดนักปรุงโอสถระดับสอง

บทที่ 39 คัมภีร์สืบทอดนักปรุงโอสถระดับสอง


บทที่ 39 คัมภีร์สืบทอดนักปรุงโอสถระดับสอง

ตอนที่ยันต์เหมันต์สำเร็จเสร็จสิ้นยังคงมีเอฟเฟกต์พิเศษ เพียงแต่เอฟเฟกต์ของยันต์เกราะทองจะเป็นแสงสีทองวาบขึ้นมา ส่วนเอฟเฟกต์ของยันต์เหมันต์กลับเป็นแสงสีน้ำเงิน และเมื่อสัมผัสไปบนอักขระยันต์ของยันต์เหมันต์ จะรู้สึกถึงความเย็นเยือกขุมหนึ่ง

ยันต์เหมันต์จัดอยู่ในประเภทอาคมเขตแดน หลังจากเปิดใช้งาน ภายในรัศมีร้อยเมตรจะเกิดสนามพลังไอเย็นขึ้น ปกคลุมไปด้วยหมอกสีขาวละลานตา อุณหภูมิลดฮวบลงจนติดลบ และความเร็วในการเคลื่อนที่ของทุกคนที่อยู่ในสนามพลังจะลดลงถึงห้าส่วน รวมถึงตัวผู้ใช้งานเองด้วย

และด้วยคุณสมบัติที่ไม่แยกมิตรแยกศัตรูเช่นนี้เอง จึงทำให้ยันต์ประเภทเขตแดนอย่างยันต์เหมันต์ถูกตั้งราคาขายไว้ถูกมาก

เพราะยันต์เหมันต์เหมาะสำหรับผู้บำเพ็ญที่มีรากวิญญาณน้ำแข็งกลายพันธุ์ใช้งานเท่านั้น ตอนที่กู้จิ่วเย่วซื้อยันต์เหมันต์ ร้านขายยันต์ไม่ได้เตือนนางเลยแม้แต่น้อย ถือเป็นการหลอกลวงกันชัดๆ

พลังวิญญาณในจุดตันเถียนไม่เพียงพอที่จะสร้างยันต์แผ่นต่อไปได้ เดิมทีพลังที่เหลืออยู่กู้จิ่วเย่วจะใช้ฟาร์มค่าความชำนาญ แต่ในเมื่อสร้างยันต์แผ่นนี้สำเร็จแล้ว นางย่อมต้องรีบทดลองสร้างยันต์แผ่นที่เหลือดูโดยเร็ว

กู้จิ่วเย่วแทะเนื้อหมาป่าอสูรไปสองคำ แล้วรีบนั่งขัดสมาธิเพื่อฟื้นฟูพลังวิญญาณทันที

เนื่องจากครั้งนี้ในจุดตันเถียนยังเหลือพลังวิญญาณอยู่เกือบครึ่ง การฟื้นฟูจนเต็มจึงรวดเร็วกว่าปกติมาก หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยาม กู้จิ่วเย่วก็สร้างยันต์เหินเวหาสำเร็จ

เมื่อผ่านไปอีกสองชั่วยาม ยันต์ที่เหลืออย่างยันต์พิรุณกระบี่และยันต์หลบหนี กู้จิ่วเย่วก็สร้างออกมาได้สำเร็จทั้งหมด

ในบรรดายันต์เหล่านี้ ยันต์เหินเวหาตรงตามชื่อของมัน หลังจากใช้งานแล้ว ผู้บำเพ็ญจะสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้เป็นเวลาหนึ่งเค่อ โดยปกติในโลกบำเพ็ญเพียร จะต้องรอจนถึงระดับหลอมลมปราณขั้นสูงที่สัมผัสวิญญาณสามารถปล่อยออกนอกร่างได้แล้ว ถึงจะเริ่มเรียนรู้วิชาควบคุมกระบี่บิน

ระดับหลอมลมปราณขั้นต้นและขั้นกลางหากต้องการบิน ทำได้เพียงพึ่งพาอุปกรณ์เสริมเท่านั้น และยันต์เหินเวหาก็เป็นหนึ่งในนั้น

ส่วนยันต์พิรุณกระบี่ เป็นวิชาโจมตีหมู่ชนิดหนึ่ง ถือเป็นเวอร์ชันอัปเกรดของยันต์ปราณกระบี่ หลังจากเปิดใช้งานจะสามารถปลดปล่อยปราณกระบี่ออกมาได้ยี่สิบสาย ซึ่งปราณกระบี่แต่ละสายมีอานุภาพเทียบเท่ากับการโจมตีเต็มกำลังของผู้บำเพ็ญระดับหลอมลมปราณขั้นสูง

ยันต์หลบหนีเป็นยันต์เคลื่อนย้ายพริบตาเวอร์ชันลดระดับ ยันต์หลบหนีจัดเป็นวิชาธาตุดิน หลังจากใช้งานจะสามารถเคลื่อนย้ายแบบสุ่มไปยังพื้นที่ห่างออกไปห้าลี้ได้ นี่คือยันต์ช่วยชีวิตและเป็นยันต์ที่แพงที่สุดในบรรดายันต์ระดับหนึ่งทุกชนิด แผ่นเดียวมีค่าถึงสองร้อยศิลาวิญญาณ

โดยรวมแล้วแม้กู้จิ่วเย่วจะเสียศิลาวิญญาณไปหลายร้อยก้อนเพื่อซื้อยันต์ปลอมมาไม่กี่แผ่น แต่ผลลัพธ์กลับออกมาดีมาก นางได้เรียนรู้วิธีการสร้างยันต์ระดับหนึ่งชั้นเลิศเพิ่มมาอีกสี่ชนิด

หลังจากเก็บยันต์ กู้จิ่วเย่วก็วิ่งออกไปยังพื้นที่รกร้างนอกค่ายกลป้องกัน ใช้รูปลักษณ์วิชาลูกไฟเผายันต์ปลอมทั้งสี่แผ่นจนกลายเป็นเถ้าถ่าน แล้วตบยันต์ทำความสะอาดลงบนตัวอีกสิบกว่าแผ่นเพื่อความรอบคอบ เมื่อมั่นใจว่าไม่มีปัญหาใดๆ แล้วจึงกลับเข้าสู่เขตนาวิญญาณอีกครั้ง

ตาเฒ่าจ้าวแห่งร้านขายยันต์ในตลาดรออยู่หลายวันก็ยังไม่เห็นคู่ค้าของตนกลับมา เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าคนพวกนั้นถูกสังหารกลับ หรือว่าเหยื่อจะอ้วนพีเกินไปจนทั้งสองคนตัดใจแบ่งส่วนแบ่งให้เขาไม่ลงและฮุบไว้เองคนเดียว

เขาจึงคอยจับจ้องผู้คนที่ผ่านไปมาในตลาดทุกวัน

วันนี้นัยน์ตาของเขาพลันเบิกกว้าง มองแผ่นหลังอันบอบบางร่างหนึ่งอย่างไม่อยากจะเชื่อ สายตาจดจ้องไปที่เจ้าเด็กนั่น ไม่ใช่ลูกแกะอ้วนพีคนนั้นหรอกหรือ?

หรือว่าพวกนั้นจะล้มเหลว?

ช่างเป็นสวะจริงๆ ขนาดเด็กระดับหลอมลมปราณขั้นสามคนเดียวก็ยังจัดการไม่ได้ ยังจะมาเป็นโจรชิงทรัพย์ทำไม? ไปเป็นเกษตรกรวิญญาณซะยังจะเหมาะกับพวกแกมากกว่า

แผ่นหลังที่ตาเฒ่าจ้าวเห็นคือกู้จิ่วเย่วจริงๆ ครั้งนี้นางมาตลาดเพื่อต้องการซื้อวิชาท่าร่างสักวิชาหนึ่ง

นางตั้งใจเดินผ่านร้านขายยันต์ แน่นอนว่าทำเพื่อล่อให้คนมาติดกับ หลังจากใช้ชีวิตเป็นจอมฟาร์มมาหลายวัน กู้จิ่วเย่วก็สร้างยันต์ระดับหนึ่งชั้นเลิศสำเร็จถึงสามสิบเอ็ดแผ่น ในจำนวนนั้นมี ยันต์พิรุณกระบี่ ยันต์หลบหนี และยันต์เหินเวหา อย่างละสิบแผ่น ส่วนแผ่นที่เหลือคือยันต์เหมันต์

นอกจากนี้นางยังมียันต์เกราะทองระดับหนึ่งชั้นเลิศอีกยี่สิบกว่าแผ่น ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการโจมตีหรือป้องกัน นางก็เตรียมตัวมาอย่างเหลือเฟือ หวังว่าพรสวรรค์เซียนตกปลาจะสำแดงเดช ทำให้นางตกปลาตัวใหญ่ได้สักสองสามตัว

หลังจากเดินเที่ยวในตลาดรอบหนึ่ง ในที่สุดกู้จิ่วเย่วก็มาหยุดอยู่ที่แผงลอยที่นางเคยซื้อชุดสามเกลอจอมซุ่ม เพราะที่นี่มีวิชาอาคมครบถ้วนที่สุด

นางพลิกดูอยู่พักหนึ่ง ก็เลือกคัมภีร์วิชาท่าร่างที่ชื่อว่า 《ก้าวอสรพิษวิญญาณ》

ตามคำแนะนำ วิชา 《ก้าวอสรพิษวิญญาณ》 นี้ถูกถอดความมาจากท่วงท่าการเลื้อยของงูวิญญาณ หลังจากใช้งาน นอกจากความเร็วในการเคลื่อนที่จะเพิ่มขึ้นแล้ว ท่วงท่ายังลึกลับคาดเดายากดุจงูวิญญาณ นับเป็นคัมภีร์วิชาท่าร่างที่โดดเด่นวิชาหนึ่ง

ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือวิชานี้ฝึกยากมาก จัดอยู่ในประเภทคัมภีร์ที่เริ่มต้นง่ายแต่บรรลุถึงขั้นเชี่ยวชาญได้ยาก

แต่นี่กลับเหมาะกับกู้จิ่วเย่วที่สุด หากนางฝึกก้าวอสรพิษวิญญาณนี้จนถึงขั้นขีดสุด ผสานเข้ากับวิชาดรรชนีกระบี่ นางจะแข็งแกร่งถึงระดับไหนกันนะ

"ราคาเท่าไหร่?"

"200 ศิลาวิญญาณ เคล็ดวิชาบนแผงนี้ราคาเดียว 200 ศิลาวิญญาณต่อเล่ม"

กู้จิ่วเย่วจ่ายศิลาวิญญาณเรียบร้อย พลางนึกขึ้นได้ว่าเถ้าแก่แผงนี้มียอดวิชามากมาย ไม่แน่อาจจะมีคัมภีร์สืบทอดของสี่ศาสตร์บำเพ็ญอยู่ด้วย จึงเอ่ยถามว่า:

"เถ้าแก่ ที่นี่พอจะมีคัมถีร์สืบทอดของสี่ศาสตร์บ้างไหม?"

เมื่อเถ้าแก่ได้ยินคำนี้ก็พลันหูผึ่ง ดวงตาเป็นประกายจ้องมองกู้จิ่วเย่วแล้วเอ่ยอย่างกระตือรือร้นว่า:

"สหายเต๋า ท่านต้องการมรดกศาสตร์ไหนในสี่ศาสตร์ล่ะ? ไม่ใช่ว่าข้าขี้คุยนะ ขอเพียงท่านมีศิลาวิญญาณพอ แม้แต่คัมถีร์สืบทอดระดับสองข้าก็หามาให้ท่านได้"

ถูกผู้ชายร่างใหญ่จ้องมองแบบนี้ กู้จิ่วเย่วรู้สึกขัดเขินเล็กน้อย

"มีคัมถีร์สืบทอดของนักปรุงโอสถไหม?"

เถ้าแก่ยิ่งกระตือรือร้นเข้าไปใหญ่ เพราะคัมภีร์นักปรุงโอสถนั้นมีราคาแพงที่สุดในบรรดาสี่ศาสตร์แล้ว

"มีๆๆ คัมภีร์นักปรุงโอสถที่ต่ำกว่าระดับสองข้ามีครบหมด แม้แต่ตำรับโอสถสร้างรากฐานก็ยังมี"

พอได้ยินคำว่าตำรับโอสถสร้างรากฐาน กู้จิ่วเย่วก็เริ่มสนใจขึ้นมาทันที แต่ขนาดจะแลกคัมภีร์นักปรุงโอสถระดับหนึ่งในสำนักยังแพงขนาดนั้น คัมภีร์นักปรุงโอสถระดับสองต้องแพงกว่านี้แน่

"ราคาเท่าไหร่?"

เถ้าแก่ชูนิ้วชี้มือขวาขึ้นมา ทำสีหน้าลึกลับจ้องมองกู้จิ่วเย่ว

"อะไรนะ? หนึ่งหมื่น?"

ถูกขนาดนี้เลยหรือ? นี่มันคัมภีร์นักปรุงโอสถระดับสองเชียวนะ

เถ้าแก่นึกว่ากู้จิ่วเย่วตำหนิว่าแพง จึงเอ่ยอย่างไม่พอใจว่า:

"คัมภีร์นักปรุงโอสถระดับสอง ขายแค่หนึ่งหมื่นท่านยังจะเอาอะไรอีก? นั่นมันคัมภีร์ระดับสองเชียวนะ นอกจากที่นี่แล้วท่านจะไปหาคัมภีร์นักปรุงโอสถที่ราคาถูกขนาดนี้ได้จากที่ไหน บางร้านแค่คัมภีร์นักปรุงโอสถระดับหนึ่งยังขายเกินหนึ่งหมื่นศิลาวิญญาณเลย ข้านี่ทำธุรกิจแบบมีมโนธรรมที่สุดแล้ว"

กู้จิ่วเย่วรีบอธิบายทันที:

"เปล่า ข้าไม่ได้ว่ามันแพง ข้าแค่แปลกใจว่าทำไมราคาที่ท่านขายถึงไม่เหมือนที่อื่น"

เถ้าแก่จึงได้แต่ลูบจมูกอย่างเคอะเขิน น้ำเสียงฟังดูไม่ค่อยมั่นใจนักว่า:

"เพราะคัมภีร์นักปรุงโอสถชุดนี้เป็นฉบับคัดลอกด้วยมือ แต่ท่านวางใจได้ คัมภีร์ปรุงโอสถไม่เหมือนกับศาสตร์อีกสามแขนงที่เหลือ ไม่ต้องจำอักขระ ต่อให้เป็นฉบับคัดลอก ข้ารับรองว่าเนื้อหาไม่ขาดหายไปจากฉบับจริงแม้แต่ตัวอักษรเดียว"

หนึ่งหมื่นศิลาวิญญาณ พูดตามตรงว่ากู้จิ่วเย่วไม่มีเงินสดขนาดนั้น แต่ในถุงเก็บของของนางมียันต์ระดับหนึ่งชั้นกลางกว่าหนึ่งพันแผ่น และมียันต์ระดับหนึ่งชั้นเลิศอีกห้าสิบกว่าแผ่น

คัมภีร์นักปรุงโอสถระดับสองเล่มนี้กู้จิ่วเย่วต้องการมันมาก หากนางเรียนรู้วิชาปรุงโอสถได้ นางก็จะสามารถช่วยอาหญิงและชีเย่วปรุงโอสถได้

ตอนนี้ยาที่พวกนางซื้อกินอยู่คือโอสถชั้นกลางทั่วไป ซึ่งมีกากยาผสมอยู่ กินมากเข้าจะทำให้ร่างกายเกิดการต้านยาได้ง่าย

ยิ่งโอสถคุณภาพสูงเท่าไหร่ กากยาข้างในก็จะยิ่งน้อยลง หรือหากเป็นโอสถระดับไร้ที่ติก็จะไม่มีกากยาปนอยู่เลยแม้แต่น้อย

กู้จิ่วเย่วมีระบบ ขอเพียงค่าความชำนาญถึงขั้น นางย่อมสามารถกลั่นโอสถไร้ที่ติออกมาได้ทีละมากๆ กู้จิ่วเย่วไม่เคยกินโอสถมาก่อนเลยก็เพราะกังวลเรื่องกากยานี่แหละ พรสวรรค์ของนางก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้อยู่แล้ว หากร่างกายยังเต็มไปด้วยกากยาอีก จะไม่กลายเป็นคนพิการไปหรอกหรือ แล้วจะไปพูดถึงเรื่องการทะยานขึ้นสู่โลกเบื้องบนได้อย่างไร?

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 39 คัมภีร์สืบทอดนักปรุงโอสถระดับสอง

คัดลอกลิงก์แล้ว