- หน้าแรก
- บันทึกตำนานเซียนหญิงปริศนา
- บทที่ 35 ผลิตหนังสำหรับทำยันต์ระดับหนึ่งชั้นสูง
บทที่ 35 ผลิตหนังสำหรับทำยันต์ระดับหนึ่งชั้นสูง
บทที่ 35 ผลิตหนังสำหรับทำยันต์ระดับหนึ่งชั้นสูง
บทที่ 35 ผลิตหนังสำหรับทำยันต์ระดับหนึ่งชั้นสูง
ดูท่าว่าในช่วงเวลาสั้นๆ นี้คงไม่สามารถคว้ามรดกส่วนที่เหลือของนักสร้างยันต์ระดับหนึ่งมาครองได้แล้ว
หวังว่าการสร้างยันต์เกราะทองระดับหนึ่งชั้นสูงจะประสบความสำเร็จนะ
เมื่อคิดได้ดังนั้น กู้จิ่วเย่วก็รีบหยิบหนังหมาป่าออกมา และเริ่มลงมือผลิตหนังสำหรับทำยันต์ระดับหนึ่งชั้นสูงทันที
การผลิตหนังสำหรับทำยันต์ระดับหนึ่งชั้นสูงนั้นไม่ได้มีความแตกต่างจากการผลิตหนังยันต์ระดับหนึ่งชั้นกลางมากนัก ขั้นตอนทุกอย่างเหมือนกันหมด หากจะฝืนหาจุดที่ต่างกันให้ได้ นั่นก็คือขนของสัตว์อสูรนั้นกำจัดได้ยากกว่า ในตอนที่ลอกหนังยันต์จำเป็นต้องโคจรพลังวิญญาณเข้าไปในมีดกรีดหนังให้มากขึ้น ซึ่งต้องใช้ทั้งปริมาณและการควบคุมพลังวิญญาณในระดับที่สูงมาก
แต่กู้จิ่วเย่วมีพื้นฐานความชำนาญการสร้างยันต์ระดับสูงสุดหนุนหลังอยู่ นางจึงยังคงลอกหนังสำหรับทำยันต์ระดับหนึ่งชั้นสูงได้อย่างคล่องแคล่ว ราวกับว่าเป็นท่วงท่าที่ผ่านการฝึกฝนมานับพันนับหมื่นครั้ง
นอกจากจะสิ้นเปลืองพลังวิญญาณไปมากแล้ว ก็ไม่มีข้อบกพร่องประการใดอีก
โดยปกติแล้ว หนังสำหรับทำยันต์ระดับหนึ่งชั้นสูงจะมีราคาแผ่นละหนึ่งศิลาวิญญาณ หากซื้อจำนวนมากก็จะถูกลงหน่อย ประมาณสิบศิลาวิญญาณต่อสิบสองแผ่น
คำนวณดูแล้ว การผลิตหนังสำหรับทำยันต์ระดับหนึ่งชั้นสูงนั้นทำเงินได้มากกว่าแน่นอน รอให้ผ่านไปอีกสักพักจน
อาหญิงชำนาญวิชาลอกหนังยันต์มากกว่านี้ นางจะลองยุให้อาหญิงขยับมาลอกหนังยันต์ระดับหนึ่งชั้นสูงดู และทางที่ดีควรจะลดการปลูกนาลงหน่อย เพื่อจะได้มีเวลาว่างมาลอกหนังยันต์ให้มากขึ้น
กู้จิ่วเย่วใช้เวลาถึงสองวันเต็มกว่าจะลอกหนังหมาป่าออกมาได้ทั้งผืน รวมทั้งหมดได้แปดร้อยยี่สิบแปดแผ่น เดิมทีควรจะได้แปดร้อยสามสิบแผ่น แต่ในระหว่างนั้นทำเสียไปสองแผ่น เท่ากับศิลาวิญญาณสองก้อนมลายหายไป
นางนำหนังยันต์ที่ยังเปียกอยู่มาวางเรียงบนกระด้งแล้วนำไปตั้งบนชั้นไม้เพื่อผึ่งลม กู้จิ่วเย่วคาดคะเนดูแล้ว ช่วงนี้ฝนตกบ่อย คงต้องวางทิ้งไว้ประมาณห้าถึงหกวันถึงจะกลายเป็นหนังยันต์ที่พร้อมใช้งาน
หากหนังยันต์แปดร้อยกว่าแผ่นนี้ถูกวาดเป็นยันต์เกราะทองระดับหนึ่งชั้นสูงได้ทั้งหมดล่ะก็ เกรงว่านางคงจะบดขยี้ผู้บำเพ็ญระดับสร้างรากฐานให้เหนื่อยตายไปได้หลายคนเชียว
ฮิๆ ขนาดนี่ยังไม่ได้วาดออกมาเลย นางก็รู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ความรู้สึกปลอดภัยพลุ่งพล่านจนเต็มอก
คราวหน้าหากต้องเจอคนพรรค์อย่างชายวัยกลางคนนั่นอีก นางจะยืนเฉยๆ ให้อีกฝ่ายโจมตีก่อนสักร้อยกระบวนท่าเลย เอาให้เหนื่อยตายกันไปข้างหนึ่ง
เมล็ดข้าวในนาเริ่มแตกหน่อ อาศัยหยาดฝนแห่งฤดูใบไม้ผลิ ต้นกล้าจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าวัชพืชในนาก็โตเร็วยิ่งกว่า กู้จิ่วเย่วเดิมทีนึกว่าจะได้เที่ยวเล่นต่ออีกสักสองสามวันเพื่อเตรียมฟาร์มค่าความชำนาญของวิชาดรรชนีกระบี่ นึกไม่ถึงว่าความจริงจะต้องเริ่มลงนาตรากตรำทำงานเสียแล้ว
วัชพืชในนาวิญญาณมีไม่มากนัก เพราะก่อนจะเริ่มการเพาะปลูกช่วงฤดูใบไม้ผลิได้ใช้วิชาลูกไฟเผาไปแล้วรอบหนึ่ง
เพียงแต่รากของวัชพืชบางชนิดฝังลึกอยู่ใต้ดิน พอไถพลิกดินขึ้นมารากเหล่านี้ก็โผล่พ้นออกมา พอได้รับน้ำฝนเข้าหน่อยก็เติบโตอย่างรวดเร็วปานกามนิต
กู้จิ่วเย่วต้องลงนาไปสำรวจหาวัชพืชที่หลงเหลืออยู่ทุกวัน ตอนนี้ต้นกล้ายังเตี้ย วัชพืชที่ปะปนอยู่จึงหาได้ง่าย หากตอนนี้ไม่ขยันหน่อย พอวัชพืชโตจนแก่ตัวไปจะจัดการได้ยากกว่านี้มาก วัชพืชบางชนิดมีวงจรชีวิตสั้นเหลือเกิน ไม่ถึงหนึ่งเดือนก็เติบโตตั้งแต่เริ่มงอกไปจนถึงออกดอกออกผล ถึงตอนนั้นพอลมพัดมาทีเดียว เมล็ดหญ้าก็จะกระจายไปทั่ว คราวนี้แหละจะกำจัดยากยิ่งกว่าเดิม
ดังนั้นในเรื่องการควบคุมวัชพืช กู้จิ่วเย่วจึงไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย ไม่ใช่แค่นาง แต่เกษตรกรวิญญาณคนอื่นๆ ต่างก็ก้มหน้าก้มตาถอนหญ้าในนาวิญญาณของตนอย่างขยันขันแข็ง
ช่วงระยะนี้ต้องทำวนไปประมาณหนึ่งเดือนเต็ม ขอเพียงไม่เกียจคร้าน โดยพื้นฐานแล้ววัชพืชในนาก็จะถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น หลังจากนั้นก็แค่คอยระวังเรื่องความต้องการน้ำของต้นกล้าในนาวิญญาณก็พอ
การถอนหญ้านั้นเป็นงานที่เหนื่อยจริงๆ และขี้เกียจไม่ได้เลยสักนิด ทุกวันต้องคอยก้มๆ เงยๆ หาวัชพืชในนาวิญญาณ หากไม่ใช่เพราะร่างกายของผู้บำเพ็ญเพียรนั้นแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปล่ะก็ การก้มหลังทำงานทั้งวันเช่นนี้ เกรงว่าตอนกลับบ้านคงจะยืดหลังไม่ตรงแน่ๆ
เรื่องนี้พิสูจน์ได้ว่าที่ผ่านมาอาหญิงนั้นลำบากมากจริงๆ นางต้องทำงานของคนสองคนมาตั้งแต่วันแรกที่เข้าเป็นศิษย์รับใช้ ไม่รู้เลยว่านางทนผ่านมาได้อย่างไร
แต่ยังดีที่การถอนหญ้าแม้จะเหนื่อย แต่ขอเพียงขยันเข้าไว้ ต่อให้พลังบำเพ็ญจะต่ำเตี้ยแค่ไหนก็ทำงานนี้ได้
กู้จิ่วเย่วดูแลเพียงนาห้าไร่ของตนเองเท่านั้น รอบนี้กู้ชีเย่วไม่ต้องคนมาช่วยแล้ว แถมความเร็วในการถอนหญ้าของนางยังเร็วกว่ากู้จิ่วเย่วเสียอีก ทุกวันหลังจากตรวจสอบนาของตัวเองเสร็จ กู้ชีเย่วยังไปช่วยอาหญิงตรวจนาได้อีกด้วย
ช่วงวันแรกๆ วัชพืชค่อนข้างเยอะจึงเหนื่อยหน่อย พอผ่านไปสักพักกู้จิ่วเย่วเริ่มทำจนคล่องขึ้น ทุกเช้านางก็สามารถตรวจสอบนาวิญญาณจนเสร็จสิ้น ส่วนตอนบ่ายนางก็ใช้เวลาไปกับการทำสมาธิบำเพ็ญเพียร
การได้กินเนื้อหมาป่าอสูรระดับหนึ่งชั้นสูงทุกมื้อ ทำให้พลังบำเพ็ญของนางรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว กู้ชีเย่วเองก็พลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วย พลังบำเพ็ญของนางทะลวงเข้าสู่ระดับหลอมลมปราณขั้นสามได้อย่างราบรื่น จนกลายเป็นอัจฉริยะที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเขตนาวิญญาณ เกษตรกรวิญญาณหลายคนต่างคาดเดากันว่า ด้วยพรสวรรค์ของกู้ชีเย่ว อีกไม่กี่ปีคงจะถึงระดับหลอมลมปราณขั้นเจ็ด และได้เข้าเป็นศิษย์ฝ่ายนอกของสำนักแน่นอน
กู้ชิงเฉินเองก็ได้กินเนื้อหมาป่าอสูรไปหลายมื้อเช่นกัน เนื้อหมาป่าป่าอุดมไปด้วยพลังวิญญาณที่เข้มข้น ทว่านางเพิ่งจะทะลวงระดับหลอมลมปราณขั้นสี่มาได้ไม่นาน พลังบำเพ็ญจึงยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนนัก
วันหนึ่งหลังจากกู้จิ่วเย่วตรวจสอบนาวิญญาณเสร็จ และกินเนื้อหมาป่าอสูรเข้าไปอีกสองสามคำ นางก็ปิดประตูบ้านและเริ่มการกักตัวบำเพ็ญเพียร
นางเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา:
【บุคคล: กู้จิ่วเย่ว (กู้เย่ว)】
【อายุ: 12/109】
【รากวิญญาณ: ทอง 20, น้ำ 20, ไม้ 20, ไฟ 20, ดิน 20】
【ขอบเขต: ระดับหลอมลมปราณขั้นสี่ (99.8%)】
【พรสวรรค์: เซียนตกปลา】
【อาชีพ: นักสร้างยันต์ (ระดับหนึ่งชั้นกลาง 100%)】
【คัมภีร์: เคล็ดรับปราณ (สูงสุด 8,163/10,000)】
【ทักษะ: ตกปลา (รวมเป็นหนึ่ง), ทำอาหาร (สูงสุด 19/10,000), วิชาเมฆฝน (เข้าถึงแก่นแท้ 104/1,000), สร้างยันต์ (สูงสุด 0/10,000), วิชาดรรชนีกระบี่ (เชี่ยวชาญขั้นสูง 715/5,000), วิชาเร้นกาย (เชี่ยวชาญขั้นสูง 1,722/5,000), วิชาพลิกดิน (เข้าถึงแก่นแท้ 8/1,000), วิชาลูกไฟ (เข้าถึงแก่นแท้ 102/1,000), วิชาพรางกาย (เข้าถึงแก่นแท้ 995/1,000), วิชาจำแลง (เข้าถึงแก่นแท้ 991/1,000)】
(จบตอน)