- หน้าแรก
- ข้าวิวัฒนาการคำสาปพันล้าน
- บทที่ 27 ฉันไม่ใช่เทพหยวนเซิน
บทที่ 27 ฉันไม่ใช่เทพหยวนเซิน
บทที่ 27 ฉันไม่ใช่เทพหยวนเซิน
บทที่ 27 ฉันไม่ใช่เทพหยวนเซิน
เจียงเมิ่งอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นว่า "แล้วทำไมตอนนั้นพวกเขาถึงไม่ปิดตายห้องน้ำนี้ล่ะคะ"
ซูเว่ยส่ายหน้าแล้วยิ้ม "ตอนนั้นพวกบุคลากรของโรงเรียนก็คิดแบบเดียวกันนั่นแหละ แต่หลังจากปิดตายห้องน้ำนี้ไปแล้ว กลับมีเรื่องน่ากลัวยิ่งกว่าเกิดขึ้นน่ะสิ ถ้าใครเข้าไปในห้องน้ำของอาคารเรียนหลังเที่ยงคืน ก็จะเจอผียามที่ตายไปแล้วร้องเรียกมาจากห้องน้ำห้องข้างๆ!"
พูดจบเธอก็เน้นย้ำอีกครั้งว่า "แต่พวกนี้ก็เป็นแค่ตำนานลี้ลับน่ะนะ มันเคยมีรายงานข่าวเรื่องยามที่เสียชีวิตจากอาการหัวใจวาย แล้วก็ผู้ดูแลหอพักที่เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบจริงๆ แต่สองเหตุการณ์นี้มันก็เป็นแค่ความบังเอิญเท่านั้นแหละ"
"มีความเป็นไปได้ด้วยซ้ำว่าพวกคนสอดรู้สอดเห็นในโรงเรียนสมัยนั้น จะแต่งเรื่องนี้ขึ้นมาโดยอาศัยการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุสองครั้งนี้"
"คืนนี้ เราจะไปที่ห้องน้ำที่ลือกันว่ายามกะดึกเสียชีวิต มันอาจจะถูกปิดตายอยู่ก็ได้ ลองไปดูกันก่อนเถอะว่าจะเข้าไปได้ไหม"
กลุ่มคนพูดคุยกันไปพลางเดินไปพลาง ไม่นานก็มาถึงสุดระเบียงทางเดินฝั่งขวาบนชั้นหนึ่งของอาคารเรียนหมายเลข 2 สิ่งที่ดูแปลกไปสักหน่อยก็คือ ในขณะที่กำแพงตลอดทางเต็มไปด้วยรอยขีดเขียนประหลาดๆ มากมาย แต่กำแพงทาสีขาวบริเวณนี้กลับสะอาดสะอ้านหมดจด
"ขนาดพวกนักเรียนที่ชอบเล่นพิเรนทร์ยังไม่กล้ามาเขียนแถวนี้เลย ห้องน้ำนี่จะมีเรื่องแปลกประหลาดอะไรซ่อนอยู่จริงๆ หรือเปล่านะ" เฉินหลินพูดพลางสาดไฟฉายส่องเข้าไปในห้องน้ำ เขาพบว่ามันสะอาดกว่าที่คิดไว้เสียอีก ถึงแม้กระเบื้องสีขาวจะเหลืองอ๋อยและมีคราบรอยเปื้อนที่ไม่รู้ว่าคืออะไรอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยก็ไม่มีขยะเกลื่อนกลาดบนพื้น
"มีปัญหาแล้วล่ะ" สีหน้าของเจียงฝานเคร่งเครียดขึ้นมา
เมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น ทุกคนก็พากันทำหน้าหนักใจ "พี่ชาย นายไปเจอเรื่องมีปัญหาอะไรอีกเนี่ย ทำเอาพวกเราดูโง่ไปเลยนะ!"
"ไม่เอาน่า เจียงฝาน นายจะเสแสร้งไปทำไม ฉันไม่เห็นว่ามันจะมีปัญหาตรงไหนเลย มาสิ วันนี้บอกฉันมาเลย ถ้ามันมีปัญหาจริงๆ ฉันจะยอมหกสูงในห้องน้ำนี่ให้ดูเลยเอ้า" อู๋กั๋วห่าวรำคาญเจียงฝานมาตั้งนานแล้ว
คราวนี้ ก่อนที่เจียงฝานจะทันได้เอ่ยปาก เสียงหวานใสก็ดังขึ้น เจียงเมิ่งชี้ไปที่พื้นห้องน้ำ "ที่นี่มันสะอาดเกินไปค่ะ ราวกับว่าเพิ่งมีคนมาทำความสะอาดไปไม่นานนี้เอง"
"ตลอดทางที่เราเดินมา ห้องเรียน ระเบียงทางเดิน หรือแม้แต่ห้องน้ำหลายแห่งที่เราเดินผ่าน ล้วนมีขยะเยอะแยะไปหมด ซึ่งนั่นบ่งบอกว่าโรงเรียนไม่ได้มีการทำความสะอาดครั้งใหญ่ก่อนที่จะถูกทิ้งร้างเลย"
"ถ้าอย่างนั้นก็มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว เหมือนที่พี่ซูเว่ยบอก ห้องน้ำนี้เคยถูกปิดตายจริงๆ ค่ะ เพราะจะมีก็แต่ตอนที่โรงเรียนยังเปิดทำการตามปกติเท่านั้นแหละ ที่พวกเขาจะให้คนมาทำความสะอาดห้องน้ำก่อนจะปิดตายมัน"
"แต่ตอนนี้ประตูกลับเปิดอยู่ ถ้าฉันเดาไม่ผิด..." เจียงเมิ่งก้าวเดินไปข้างหน้าสองก้าว ชะโงกหน้าเข้าไปในกรอบประตู แล้วชี้ให้ดูจุดสองสามจุด "ดูสิคะ ตรงนี้มีรอยรูตะปูอยู่ ต้องเคยมีแผ่นไม้หรืออะไรสักอย่างตอกปิดไว้ตรงนี้แน่ๆ แต่หลังจากที่โรงเรียนถูกทิ้งร้าง ก็มีใครบางคนดึงมันออกไป"
"มีความเป็นไปได้สองทางค่ะ คือไม่พวกนักสำรวจกลุ่มอื่นมาดึงแผ่นไม้ออกเพื่อเข้าไปในห้องน้ำที่ถูกปิดตายนี้ ก็ต้องเป็นตัวอะไรสักอย่างที่อยู่ในห้องน้ำ..."
เธอไม่ได้พูดต่อ แต่ความเป็นไปได้ข้อที่สองนั้นฟังดูน่ากลัวไม่หยอกเลยทีเดียว
อู๋กั๋วห่าวถึงกับปวดขมับเมื่อได้ยินดังนั้น เขาอยากจะเถียงกับพวกคนไอคิวสูงพวกนี้ใจจะขาด แต่เขาก็ยังเป็นคนมีหลักการ เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาของเจียงฝาน เขาก็แค่นเสียงฮึดฮัด "ฮ่าๆ รุ่นน้อง นายคงไม่ได้คิดจริงๆ หรอกนะว่าฉันจะยอมหกสูงให้ดูน่ะ ฉันก็แค่ล้อเล่นกับนายแค่นั้นแหละ ฮี่ๆ"
เมื่อเห็นซูเว่ยและเจียงเมิ่ง สองสาวสวยขมวดคิ้ว คล้ายกับจะดูแคลนเขาเล็กน้อย อู๋กั๋วห่าวก็รีบอธิบายว่า "อย่ามองฉันแบบนั้นสิ คนโบราณเขาว่าไว้ ลูกผู้ชายอกสามศอก พูดคำไหนคำนั้น ถ้าฉันบอกว่าล้อเล่นกับเจียงฝาน มันก็คือการล้อเล่นกับเขานั่นแหละ อย่าหวังว่าจะได้เห็นฉันหกสูงเลย"
ทุกคน: "..."
พวกเขาอุตส่าห์นึกว่าเขาจะยกคำคมโบราณอะไรมาอ้างอิง ที่แท้ก็แค่จะบอกว่าการไม่รักษาสัจจะก็ถือเป็นการรักษาสัจจะในรูปแบบหนึ่งเหมือนกันงั้นสิ
เจียงฝานถึงกับพูดไม่ออก เขารู้สึกว่ารุ่นพี่คนนี้เป็นตัวละครที่แปลกประหลาดดีแท้ ขนาดอวดเก่งไม่สำเร็จก็ยังหาทางลงให้ตัวเองได้อย่างแนบเนียน นอกเหนือจาก "ทักษะการจ้องตา" แล้ว หมอนี่คงจะมีสกิลติดตัวอีกอย่างเป็น "ปรมาจารย์ด้านการแถ" แน่ๆ
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ติดใจเอาความอะไร อู๋กั๋วห่าวไม่ใช่สาวสวยนุ่งกระโปรงสั้นสักหน่อย การหกสูงของหมอนี่ไม่ได้ทำให้เขาได้กำไรสายตาเลยสักนิด
"ไม่รู้เหมือนกันนะว่าใครเป็นคนเปิดห้องน้ำที่ถูกปิดตายนี้ ข้างในอาจจะมีอันตรายซ่อนอยู่จริงๆ ก็ได้ พวกเราเปลี่ยนวันดีไหม" เจียงฝานเสนอขึ้นมาอีกครั้ง
"เจียงฝาน นายมันขี้ขลาดตาขาวเกินไปแล้วนะเนี่ย นายแทบจะเป็นความอัปยศของชมรมเรื่องลี้ลับของเราอยู่แล้ว เอาเป็นว่า ถ้านายกลัวนัก ก็กลับไปคนเดียวเลย ฉันจะเล่นเกมนี้ให้ได้!" อู๋กั๋วห่าวเริ่มทำตัวอวดดีอีกครั้ง
เฉินหลินก็ส่ายหน้า พร้อมกับให้เหตุผลหนักแน่นว่า "พวกเราอุตส่าห์มาตั้งไกลขนาดนี้แล้วนะ"
เห็นได้ชัดว่าซูเว่ยอยากจะทำกิจกรรมต่อ เจียงเมิ่งเงียบไป แต่ก็ไปยืนรออยู่หน้าประตูห้องน้ำเพียงลำพังแล้ว
เมื่อเห็นว่าห้ามปราบไม่ได้ เจียงฝานก็ทำได้เพียงส่ายหน้าแล้วเดินตามเข้าไป
ตอนอยู่ข้างนอกพวกเขายังทำเก่งกันอยู่เลย แต่พอเข้ามาในห้องน้ำที่ถูกทิ้งร้างมาไม่รู้กี่ปีแห่งนี้ พวกเขาก็ยังคงต้องสงวนท่าทีไว้บ้าง ต่างพากันสาดไฟฉายและคอยสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างระแวดระวัง
โถปัสสาวะทางฝั่งซ้ายไม่มีอะไรเป็นพิเศษ มีเพียงซูเว่ยและเจียงเมิ่งที่แอบชำเลืองมองดูหลายครั้งอย่างเงียบๆ ทางฝั่งขวาเป็นห้องน้ำแบบปิดหกห้อง ซึ่งประตูทุกบานปิดสนิทอยู่
มีหยากไย่ห้อยระย้าอยู่ตามมุมห้อง และมีเถาวัลย์บางส่วนเลื้อยเข้ามาทางหน้าต่าง ภายในห้องน้ำมีความชื้นสูงกว่าด้านนอก และมีกลิ่นเหม็นเน่าแปลกๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ เนื่องจากถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลานาน กลิ่นจึงไม่ได้รุนแรงมากนัก
"พวกเราเปิดประตูพวกนี้กันก่อนเถอะ ระวังตัวด้วยนะ เวลาเปิดให้ไปยืนหลบอยู่หลังประตู แล้วขยับตามประตูไป จะได้ไม่โดนอะไรที่อยู่ข้างหลังกระแทกเอา" ในฐานะประธานชมรมสำรวจเรื่องลี้ลับ เห็นได้ชัดว่าซูเว่ยมีประสบการณ์ในเรื่องนี้อยู่บ้าง
มันมีการเล่นพิเรนทร์ง่ายๆ อยู่แบบหนึ่ง คือการเอาไม้กวาดหรือสิ่งของอื่นๆ ไปวางไว้หลังประตูที่เปิดออกด้านนอก เพื่อให้มันหล่นใส่คนที่เปิดประตู วิธีการแบบนี้ไม่เป็นที่แนะนำอย่างยิ่งเพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ แต่นี่เป็นโรงเรียนร้างที่ไม่มีการดูแลหรือกล้องวงจรปิด จึงเป็นไปได้ที่อาจจะมีพวกโรคจิตมาวางกับดัก รอคอยให้คนต่อไปเดินเข้ามาติดกับ
ทุกคนใช้วิธีนี้เปิดประตูห้องน้ำทุกบาน โชคดีที่ไม่มีอันตรายใดๆ อยู่ข้างใน นอกเสียจากฝุ่นที่เกาะหนาเตอะและกลิ่นที่ค่อนข้างแรง
"สิ่งที่เราจะทำต่อไปนี้ง่ายมาก ให้ทุกคนเลือกห้องน้ำเข้าไปคนละห้อง จากนั้นให้ผลัดกันนับเลขตามลำดับห้องทุกๆ สิบวินาที นับให้ครบหกรอบ ซึ่งก็ใช้เวลาประมาณหนึ่งนาที จากนั้นให้ผลัดกันดันประตูเปิดแล้วออกมาพร้อมๆ กัน มีใครสงสัยอะไรไหม" ซูเว่ยอธิบายกฎกติกา
ทุกคนพยักหน้า
ก่อนที่พวกเขาจะเข้าไป เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเตือนว่า "เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องน่ากลัวขึ้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม พวกนายต้องนับให้ครบหกรอบก่อนค่อยออกมานะ การขัดจังหวะเกมติดต่อวิญญาณถือเป็นการละเมิดข้อห้าม"
แม้ว่าก่อนหน้านี้จะไม่มีเรื่องแปลกประหลาดอะไรเกิดขึ้นหลังจากที่เกมสี่มุมถูกยกเลิกไปกลางคัน แต่เธอก็ยังคงยึดมั่นในกฎเกณฑ์ที่สืบทอดกันมาหลายรุ่นของชมรมเรื่องลี้ลับและเตือนพวกเขาไว้ก่อน
จากนั้นพวกเขาก็เลือกห้องน้ำแล้วเข้าไปประจำที่ พร้อมกับปิดไฟฉายกันทุกคน ทำให้ห้องน้ำตกอยู่ในความมืดมิด
หลังจากนั้นไม่นาน ซูเว่ยก็เป็นคนแรกที่เอ่ยปาก "1"
เสียงที่สองฟังดูนุ่มนวล เห็นได้ชัดว่าเป็นเสียงของเจียงเมิ่ง "2"
คนที่สามคือเสียงของอู๋กั๋วห่าว "3"
เจียงฝาน "4"
เสียงทุ้มต่ำของเฉินหลินก็ดังขึ้นเช่นกัน "5"
หลังจากการนับรอบแรกจบลง ภายในห้องน้ำก็ตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ สิบวินาทีต่อมา ซูเว่ยก็เป็นคนเริ่มนับรอบที่สองอีกครั้ง
ทุกอย่างเป็นปกติดีจนกระทั่งถึงรอบที่สี่
ภายในห้องน้ำของตัวเอง หลังจากที่ซูเว่ยขานตัวเลขของเธอออกไป เธอก็อดไม่ได้ที่จะมองซ้ายมองขวา เธอมีความรู้สึกว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น แต่ก็บอกไม่ได้แน่ชัดว่ามีอะไรผิดปกติ
ในห้องน้ำที่สาม อู๋กั๋วห่าวมองเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนเพราะเขาถืออุปกรณ์อยู่ ท่ามกลางความมืดมิด กล้องถูกหันไปที่กำแพงห้องน้ำ มีคราบสีเหลืองเป็นจุดๆ กระดำกระด่างอยู่บนกระเบื้องสีขาว ชั่วขณะหนึ่งเขาถึงกับอึ้งไป ราวกับเห็นจุดสีดำบางอย่างเพิ่มเข้ามาบนรอยเปื้อนพวกนี้
"เมื่อกี้... มันเป็นแบบนี้หรือเปล่านะ"
ในขณะที่อู๋กั๋วห่าวกำลังสงสัย การนับในรอบนี้ก็เสร็จสิ้นลงแล้ว ทว่าต่างจากครั้งก่อนๆ เมื่อเสียงทุ้มต่ำของเฉินหลินดังขึ้น เขากลับขานว่า "6"
ทั้งห้าคนแข็งทื่อไปในทันที