- หน้าแรก
- เกมทมิฬ: เริ่มต้นด้วยผีเคาะประตู แต่ผมมีระบบแก้ไขการ์ด
- บทที่ 24 แม่ทัพผีเจียงเฟิง! มลพิษทางจิตใจ?
บทที่ 24 แม่ทัพผีเจียงเฟิง! มลพิษทางจิตใจ?
บทที่ 24 แม่ทัพผีเจียงเฟิง! มลพิษทางจิตใจ?
【ข้อมูลการ์ด】
【การ์ดความสามารถ: ควบคุมความมืด】
【ระดับ: 2 ดาว】
【คุณภาพ: ม่วง】
【ผลลัพธ์: สามารถควบคุมพลังแห่งความมืดได้อย่างอิสระ ระดับดาวและคุณภาพจะเป็นตัวกำหนดอานุภาพของการ์ด หากใช้พลังแห่งความมืดกลืนกินการ์ดความสามารถประเภทธาตุ จะสามารถเพิ่มระดับดาวและคุณภาพของการ์ดใบนี้ได้อย่างช้าๆ (ใช้งานได้เฉพาะผู้สร้าง ฟู่เหิง เท่านั้น)】
【ตกลง/ไม่ เพื่อจ่าย 100 แต้มคะแนนในการแก้ไขข้อมูลการ์ด?】
เจียงเฟิงเลือก 【ตกลง】 โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เหรียญผีจำนวน 10,508 เหรียญบนตัวเขา พลันหายวับไปเหลือเพียง 508 เหรียญในพริบตา
คำว่า 【เฉพาะ】 ถูกเปลี่ยนเป็น 【ไม่】
วินาทีต่อมา ข้อมูลของ 【ควบคุมความมืด】 ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น
【การ์ดความสามารถ: ควบคุมความมืด】
【ระดับ: 2 ดาว】
【คุณภาพ: ม่วง】
【ผลลัพธ์: สามารถควบคุมพลังแห่งความมืดได้อย่างอิสระ ระดับดาวและคุณภาพจะเป็นตัวกำหนดอานุภาพของการ์ด หากใช้พลังแห่งความมืดกลืนกินการ์ดความสามารถประเภทธาตุ จะสามารถเพิ่มระดับดาวและคุณภาพของการ์ดใบนี้ได้อย่างช้าๆ (ใช้งานได้เฉพาะผู้ที่ไม่ใช่ผู้สร้าง ฟู่เหิง เท่านั้น)】
แม้จะเปลี่ยนไปเพียงตัวอักษรเดียว แต่สิทธิ์ในการใช้งานการ์ดใบนี้ก็ได้เปลี่ยนจากการจำกัดไว้ให้ฟู่เหิงเพียงคนเดียว กลายเป็นใครก็ได้ที่สามารถใช้งานได้ ยกเว้นฟู่เหิง!
จากนั้น เจียงเฟิงก็เริ่มเปิดใช้งาน 【ควบคุมความมืด】 ด้วยความตื่นเต้น
ทันใดนั้น เจียงเฟิงรู้สึกราวกับว่ามีหลุมดำปรากฏขึ้นภายในร่างกายของเขา
ขอเพียงเขาต้องการ เขาก็สามารถบดขยี้เป้าหมายที่เล็งไว้ให้กลายเป็นผงธุลีได้ทันที!
เจียงเฟิงพยายามชักนำพลังสายนี้ออกมาภายนอกร่างกาย
เพียงไม่นาน ลูกบอลแสงสีม่วงดำก็เริ่มก่อตัวขึ้นบนฝ่ามือของเขา!
“นี่คือลูกบอลพลังงานสีดำที่ฟู่เหิงใช้จัดการกับพวกเราในตอนนั้นสินะ?”
ในตอนที่เจียงเฟิงเตรียมจะศึกษาและพัฒนาความสามารถนี้ต่อ
เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!
【เกราะขุนพลผี】 และ 【ดาบผีวิญญาณร้าย】 ที่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน จู่ๆ ก็เกิดการสั่นสะเทือนสอดประสานกับพลังของ 【ควบคุมความมืด】
พวกมันปรากฏขึ้นปกคลุมร่างกายของเจียงเฟิงโดยอัตโนมัติ!
ช่องว่างในแต่ละส่วนของชุดเกราะถูกเชื่อมต่อด้วยแสงสีดำสนิท
ตัวดาบของ 【ดาบผีวิญญาณร้าย】 ก็ถูกเคลือบไว้ด้วยแสงสีม่วงดำที่ดูลึกลับ!
เมื่อแสงสีดำปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้วบนร่างกายของเจียงเฟิง
รูปลักษณ์ภายนอกของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
เดิมทีเมื่อเขาสวมใส่ 【เกราะขุนพลผี】 เขาจะกลายเป็นขุนพลผีร่างยักษ์ที่สูงถึงสองเมตร
ทว่าภายใต้การสอดประสานของพลังจากการ์ดทั้งสามใบ
ในตอนนี้ ร่างกายของเจียงเฟิงกลับหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว จนกลับมามีขนาดเท่าเดิม
ชุดเกราะที่เคยหนาหนักเทอะทะ แปรเปลี่ยนกลายเป็นชุดเกราะเบาที่ดูเท่และคล่องแคล่ว
ส่วนหน้ากากที่ปกปิดใบหน้า ก็เปลี่ยนเป็นหน้ากากอสุรกายที่มีเขาแหลมคู่หนึ่งงอกออกมาที่หน้าผาก
【ดาบผีวิญญาณร้าย】 ที่เคยดูใหญ่และกว้าง ก็เปลี่ยนรูปทรงไปเป็นดาบคาตานะที่เรียวยาวแขวนอยู่ข้างเอว!
แม้โดยรวมจะดูเล็กลงและเพรียวบางขึ้น
แต่เจียงเฟิงสัมผัสได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นพลังโจมตี พลังป้องกัน หรือความเร็วในตอนนี้ ล้วนแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนมาก!
และในตอนนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้น
【ติ๊ง! ตรวจพบว่าผู้เล่นได้บรรลุเงื่อนไขเบื้องต้นของ "กำเนิดราชาผี" แล้ว】
【รางวัล: ฉายา "แม่ทัพผี"】
【ผลลัพธ์: เมื่อใช้งานการ์ดประเภท "อาถรรพ์" จะเพิ่มอานุภาพของผลลัพธ์ขึ้น 20% และปลดล็อกสกิลเฉพาะ "เพลงดาบผีปรโลก"】
เมื่อสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย
เจียงเฟิงรู้สึกว่าตนเองในตอนนี้ช่างทรงพลังเหลือเกิน!
“ที่แท้สิ่งที่เรียกว่า 【ฉายา】 ก็มีผลลัพธ์แบบนี้เองเหรอ!”
“ไม่รู้ว่าถ้าทำภารกิจ 【ผู้ชนะหนึ่งเดียว】 สำเร็จ มันจะมอบพลังเสริมแบบไหนให้ฉันอีกนะ”
“แถมยังมีรางวัลเป็นถึงการ์ดความสามารถระดับแดงด้วย......”
“ลองทำดูดีไหมนะ?”
ในขณะที่เจียงเฟิงกำลังครุ่นคิดว่าควรจะสวมรอยทำภารกิจของฟู่เหิงตามม้วนคัมภีร์นั้นดีหรือไม่
เสียงคำรามที่ดังกึกก้องไปทั่วป่าเขาก็ดังขึ้นข้างหูของเขา
เจียงเฟิงดึงสติกลับมาทันที!
“ฉัน... ฉันคิดเรื่องแบบนั้นออกมาได้ยังไงกัน?”
“อย่าว่าแต่คนอื่นเลย หัวหน้าห้องดีกับฉันขนาดนี้ ฉันจะไปคิดฆ่าเธอได้ยังไง?”
ในตอนนั้นเอง เสียงทุ้มต่ำที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของชายวัยกลางคนก็ดังขึ้นกะทันหัน
“เจ้าหนู! จิตใจของเจ้าถูกมลพิษเข้าแทรกซึมแล้ว!”
เจียงเฟิงได้ยินดังนั้นก็อดตกใจไม่ได้!
เขารีบหันกลับไปมองร่างพยัคฆ์ที่ใหญ่โตตนนั้นทันที
“ลู่ซานจวิน นายงั้นเหรอ?”
“นายพูดได้ด้วยเหรอ?”
ลู่ซานจวินมองเจียงเฟิงด้วยสายตาที่เหมือนมองคนโง่
“พล่ามไร้สาระ! พวกวิญญาณอสุรกายพวกนั้นยังพูดได้เลย แล้วข้าจะพูดไม่ได้ได้ยังไง?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงเฟิงจึงไม่ได้ติดใจเรื่องที่ลู่ซานจวินพูดได้อีก
เขาถามเข้าประเด็นทันทีว่า
“เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นกับฉัน?”
เมื่อเห็นเจียงเฟิงทำสีหน้ามึนงง ลู่ซานจวินจึงช่วยอธิบายให้ฟัง
“จากการสังเกตของข้า ความสามารถที่เจ้ามีเหล่านี้น่าจะมีคุณภาพไม่ต่ำเลยใช่ไหม?”
“แต่ก่อนที่เจ้าจะก้าวเข้าสู่โลกใบนี้ เจ้าก็เป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง”
“พูดง่ายๆ คือ พลังจิตของเจ้านั้นยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะควบคุมพลังที่เจ้าครอบครองไว้ได้อย่างสมบูรณ์”
“ประกอบกับพลังเหล่านี้ล้วนมีที่มาจากพวก 【อาถรรพ์】”
“ดังนั้นจิตใจของเจ้าจึงถูกพลัง 【อาถรรพ์】 เหล่านี้กัดกิน หรือที่ข้าเรียกว่ามลพิษทางจิตใจยังไงล่ะ!”
หลังจากฟังคำบอกเล่าของลู่ซานจวิน แม้ในใจเจียงเฟิงจะพอเดาได้อยู่แล้ว แต่เขาก็ยังถามต่อไปว่า
“ถ้าจิตใจถูกมลพิษเข้าแทรกซึมแล้วจะเป็นยังไง?”
ลู่ซานจวินเปลี่ยนท่านอนเป็นท่าที่สบายขึ้น ก่อนจะเอ่ยต่อว่า
“มลพิษทางจิตใจจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตรรกะความคิดและทัศนคติของเจ้าไปอย่างช้าๆ”
“มันจะทำให้เจ้ากลายเป็นคนเห็นแก่ตัว เย็นชา โหดเหี้ยม กระหายเลือด ไม่เห็นแก่หน้าอินทร์หน้าพรหม หรือแม้แต่เข่นฆ่าผู้คนเป็นผักปลา!”
“เหมือนอย่างที่เจ้าเป็นเมื่อกี้ยังไงล่ะ!”
“หากเจ้าไม่ยับยั้งมันไว้ เมื่อระดับมลพิษในใจเจ้าถึงร้อยเปอร์เซ็นต์เมื่อไหร่ เจ้าก็จะกลายเป็นพวกอาถรรพ์อย่างเต็มตัว!”
ได้ยินเช่นนั้น เจียงเฟิงก็รู้สึกหวาดผวาไปถึงขั้วหัวใจ!
เขาไม่อยากกลายเป็นพวกสิ่งที่อยู่ในเงามืดแบบนั้นเด็ดขาด!
ดูเหมือนลู่ซานจวินจะมองความคิดของเจียงเฟิงออก
ใบหน้าเสือของมันปรากฏแววเย้ยหยันที่ดูราวกับมนุษย์ออกมา
“แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ สำหรับสิ่งที่เกิดจากพลังงาน 【อาถรรพ์】 เหล่านี้ ยิ่งระดับมลพิษทางจิตใจของเจ้าสูงเท่าไหร่ พลังที่เจ้าแสดงออกมาก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นนะ~”
“จะไม่ลองพิจารณายอมรับความรู้สึกตอนถูกกัดกินนั่นดูหน่อยเหรอ?”
“ไม่แน่ว่า เจ้าอาจจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าตอนนี้หลายเท่า หรืออาจจะเป็นสิบๆ เท่าเลยก็ได้นะ~”
เมื่อได้ยินคำหยอกล้อของลู่ซานจวิน สีหน้าของเจียงเฟิงก็พลันมืดมนลงทันที
“นี่สรุปนายอยู่ฝ่ายไหนกันแน่?”
“มายุให้ฉันเข้าข้างพวกอสุรกายแบบนี้ นายไม่กลัวว่าถ้าฉันเสียสติขึ้นมาจริงๆ คนแรกที่ฉันจะจัดการคือเสือที่สู้ไม่ได้อย่างนายตอนนี้หรอกเหรอ?”
สิ้นคำพูดนี้ สีหน้าของลู่ซานจวินก็พลันชะงักไปทันที
ก่อนจะรีบปรับเปลี่ยนท่าทีให้ดูเคร่งขรึมและทรงเกียรติ พร้อมกับเอ่ยว่า
“อะแฮ่ม... เอ่อ.... ข้าก็แค่กำลังทดสอบเจ้าดูว่าเจ้าจะต้านทานสิ่งเย้ายวนของพลังได้ไหมเท่านั้นเอง”
“ดีมาก! เจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ!”
เจียงเฟิงแทบไม่อยากเชื่อว่า ลู่ซานจวินที่เปิดตัวอย่างองอาจห้าวหาญที่ศาลเจ้าเจ้าป่าในตอนแรก ท้าชนกับผีนับร้อยได้อย่างสง่างาม จะเป็นตัวเดียวกับเจ้าเสือตัวใหญ่ที่ดูจะกลัวตายตนนี้
อย่างไรก็ตาม เจียงเฟิงคร้านจะพล่ามกับมันต่อ
เขารีบถามต่อไปทันทีว่า
“แล้วฉันต้องทำยังไงถึงจะยับยั้งมลพิษทางจิตใจนี้ได้ หรือมีวิธีแก้ปัญหาที่ต้นเหตุไปเลยไหม?”
ทว่าลู่ซานจวินกลับค้อนใส่เจียงเฟิงอีกรอบ
“เจ้านี่ถามอะไรไร้สาระจริงๆ”
“ก็ต้องแข็งแกร่งขึ้นน่ะสิ!”
“ขอแค่เจ้าแข็งแกร่งพอ แข็งแกร่งจนสามารถสยบทุกพลังไว้ใต้แทบเท้าได้ เมื่อนั้นเจ้าจะไปกลัวมลพิษทางจิตใจพวกนี้ทำไมกัน”
พริบตานั้น หนังหน้าของเจียงเฟิงก็กระตุกถี่ยิบ!
“หึๆ เป็นการคุยกันที่ได้ประโยชน์มากจริงๆ!”
พูดจบ เจียงเฟิงก็ปลดอุปกรณ์และพลังทั้งหมดบนตัวออก แล้วเดินออกจากถ้ำไป
เมื่อเห็นเจียงเฟิงเดินหนีไปดื้อๆ
ลู่ซานจวินจึงรีบตะโกนไล่หลังไปว่า
“เฮ้! เจ้าต้องระวังคุมอารมณ์ของตัวเองให้ดีนะ!”
“อารมณ์ด้านลบทุกอย่างล้วนเป็นตัวเร่งให้มลพิษทางจิตใจของเจ้าเพิ่มขึ้นได้ทั้งนั้น!”
“เฮ้! เจ้าหนู! ตอบรับกันหน่อยสิ!”
“เมื่อกี้ข้าอุส่าห์ดึงสติเจ้ากลับมานะ! อย่างน้อยก็น่าจะขอบคุณกันสักคำสิ...... เฮ้.......”
เจียงเฟิงที่เดินออกมานอกถ้ำ ยืนนิ่งอยู่ตามลำพังที่มุมหนึ่ง
เขามองดูมือทั้งสองข้างของตนเองพลางตกอยู่ในภวังค์ความคิด
ในหัวยังคงมีภาพจำที่เจ้าของร่างเดิมถูกรังแกในตระกูลเจียงและที่มหาวิทยาลัยผุดขึ้นมาไม่หยุด
“ฉันจะเสียพลังเหล่านี้ไปไม่ได้”
“แต่ฉันก็ไม่อยากกลายเป็นพวกอาถรรพ์เหมือนกัน.....”
“ต้องทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นงั้นเหรอ?”
“ดูเหมือนว่า..... ฉันต้องหาการ์ด 【เสริมแกร่งกายา】 ที่มีตัวเลขเท่าตัวสูงกว่านี้มาให้ได้!”
(จบบท)