เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 สำเร็จ! ฟู่เหิงผู้แสนอาภัพ!

บทที่ 22 สำเร็จ! ฟู่เหิงผู้แสนอาภัพ!

บทที่ 22 สำเร็จ! ฟู่เหิงผู้แสนอาภัพ!


ในเวลานี้ ฟู่เหิงกำลังเดินวนเวียนอยู่ตามเคาน์เตอร์ต่างๆ ในเขตซื้อขายระดับกลาง

ดวงตาของเขาฉายแววแห่งความตื่นเต้นออกมาอย่างปิดไม่มิด

【แม้ว่าการ์ด "ควบคุมความมืด" จะหายไป และการ์ดม่วงสองใบของขุนพลผีจะตกอยู่ในมือของเจียงเฟิง】

【จนทำให้ฉันไม่สามารถไปเปิดใช้งานภารกิจลับที่เจียงเถาเคยบอกไว้ได้】

【แต่ยังดีที่ในที่สุดก็รอจนถึงเวลาที่ตลาดมืดเปิดทำการ!】

【ขอแค่ฉันใช้เหรียญผีที่กวาดมาจากคฤหาสน์ตระกูลจ้าว ซื้อการ์ดสีม่วงที่ทรงพลังสักใบเพื่อเพิ่มพลังการต่อสู้ให้ตัวเอง】

【พอเคลียร์ดันเจี้ยนได้เมื่อไหร่ ฉันก็ยังสามารถทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดได้เหมือนเดิม!】

ในขณะที่ฟู่เหิงกำลังวาดฝันถึงอนาคตที่รุ่งโรจน์ของตนเอง

เขาหารู้ไม่ว่าเจียงเฟิงได้เดินเข้ามาประชิดตัวในระยะไม่ถึงสิบเมตรแล้ว

เมื่อเห็นโอกาส เจียงเฟิงจึงรีบก้าวเท้าเข้าไปข้างหน้า เตรียมจะใช้งานความสามารถของ 【โจร】 ที่คูลดาวน์เสร็จสิ้นตั้งนานแล้ว

ทว่าในจังหวะที่เจียงเฟิงกำลังจะเข้าสู่ระยะการใช้งานสกิล

จู่ๆ ก็มีกลุ่มคนในชุดเครื่องแบบอัศวินสีขาว พร้อมผ้าคลุมสีแดงเพลิงเดินผ่านมาขวางกั้นระหว่างเจียงเฟิงและฟู่เหิงไว้

ผู้นำกลุ่มนั้นคือชายหนุ่มผมทองดวงตาสีแดงที่มีใบหน้าหล่อเหลาอย่างยิ่ง

เจียงเฟิงเห็นฟู่เหิงถูกดึงดูดความสนใจจากความเคลื่อนไหวทางด้านหลัง

เขาจึงรีบหันตัวกลับแสร้งทำเป็นกำลังเลือกของอยู่ที่เคาน์เตอร์ข้างๆ ทันที

เห็นได้ชัดว่าเขาไม่อยากให้ฟู่เหิงสังเกตเห็นตัวตนของเขาในตอนนี้

เพราะหากฟู่เหิงรู้ตัวว่าถูกแอบตาม และตัดสินใจถอนตัวออกจากตลาดผีไปเสียก่อนจะทำอย่างไร?

เพื่อความปลอดภัย เจียงเฟิงจึงตัดสินใจรอดูสถานการณ์อีกสักพัก เขาไม่อยากให้เกิดเหตุไม่คาดฝันจนทำให้เหยื่อที่กำลังจะเข้าปากต้องหลุดลอยไป!

โชคดีที่ฟู่เหิงไม่ได้สังเกตเห็นการมีอยู่ของเจียงเฟิง เขายังคงก้มหน้าก้มตาเลือกของบางอย่างต่อไป

เจียงเฟิงนึกว่าคนกลุ่มนั้นแค่เดินผ่านมาเฉยๆ ซึ่งมันก็เป็นความจริง

แต่สิ่งที่เจียงเฟิงคาดไม่ถึงคือ ในตอนที่คนกลุ่มนั้นกำลังจะเดินผ่านไป

จู่ๆ ฟู่เหิงก็ดันโพล่งอุทานออกมาด้วยความตกใจ

“นี่มัน... การ์ดม่วง! 【เสริมแกร่งกายา】 15.0 เท่า!”

“แค่โจวจื่อสยงที่มี 【เสริมแกร่งกายา】 5.0 เท่า พลังการต่อสู้ระยะประชิดก็ก็น่ากลัวขนาดนั้นแล้ว”

“ถ้าฉันซื้อการ์ด 【เสริมแกร่งกายา】 15.0 เท่าใบนี้มาได้ ฉันไม่เก่งทะลุฟ้าไปเลยเหรอ!”

เมื่อคิดได้ดังนั้น

ฟู่เหิงก็เหลือบมองราคาสินค้าทันที

“10,300 เหรียญผี”

เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบเอ่ยปากกับเจ้าของแผงทันที

“การ์ดใบนี้ฉันเอา!”

ทว่าในตอนที่ฟู่เหิงกำลังจะหยิบเหรียญผีออกมาจ่าย

เงาร่างหนึ่งก็พลันปรากฏขึ้นและยื่นการ์ดเหรียญผีให้เจ้าของแผงตัดหน้าเขาไปก่อนก้าวหนึ่ง

“ฉันไม่สนว่าการ์ดใบนี้ราคาเท่าไหร่”

“ฉันให้สองเท่า!”

ฟู่เหิงหันกลับไปมอง พบว่าเป็นชายหนุ่มผมทองดวงตาสีแดงคนเดิมนั่นเอง

เมื่อเห็นว่ามีคนกล้ามาชิงการ์ดที่เล็งไว้ ฟู่เหิงก็ระเบิดอารมณ์ออกมาทันที

“เฮ้ย! ไอ้หนู แกเป็นใครวะ!”

“ไม่รู้จักคำว่ามาก่อนได้ก่อนหรือไง!”

“การ์ดใบนี้ฉันเห็นก่อนชัดๆ!”

เมื่อต้องเผชิญกับโทสะของฟู่เหิง

ชายหนุ่มคนนั้นกลับไม่มีท่าทีไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย

เขายังคงประดับรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนเอาไว้

ทว่าน้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับโอหังถึงที่สุด

“ฉันไม่รู้จักหรอกนะว่ามาก่อนได้ก่อนคืออะไร”

“ฉันรู้แค่ว่า เหรียญผีที่ฉันจ่ายมันมากกว่าของแก เพราะฉะนั้นการ์ดใบนี้ก็ต้องเป็นของฉัน!”

“ฉันพูดถูกไหมล่ะ เถ้าแก่?”

เมื่อเห็นว่ามีคนยอมจ่ายเงินถึงสองเท่าเพื่อซื้อสินค้า

เจ้าของแผงย่อมยินดีเป็นอย่างยิ่ง

เขาจึงทำการซื้อขายกับชายหนุ่มคนนั้นต่อหน้าต่อตาฟู่เหิงทันที!

ภาพที่เห็นทำเอาหนังหน้าของฟู่เหิงกระตุกรัวๆ

ยิ่งคิดฟู่เหิงก็ยิ่งแค้น

เริ่มจากไอ้สองคนหน้ากากนั่น ตามมาด้วยเจียงเฟิง แล้วตอนนี้ยังมีไอ้หนุ่มผมทองนี่โผล่มาอีก!

【บ้าจริง! ทำไมคนพวกนี้ถึงชอบมาแย่งของที่ฉันเล็งไว้กันนักนะ?】

แต่เนื่องจากเหล่าพ่อค้าในตลาดมืดนั้นมีที่มาที่ไปลึกลับ ฟู่เหิงจึงไม่กล้าไปเซ้าซี้อะไร

เขาจึงหันไปตะคอกใส่ชายหนุ่มผมทองแทนด้วยความโกรธแค้น

“ไอ้หนู แกแน่มาก!”

“กล้าพอจะทิ้งชื่อกับที่อยู่ไว้ไหมล่ะ”

“รอให้ฉันออกจากโลกดันเจี้ยนเมื่อไหร่ ฉันจะพายคนไปจัดการแกแน่!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น

ชายหนุ่มผมทองก็ยิ้มเหยียดออกมา แล้วหันหลังเดินจากไปทันที

ฟู่เหิงคิดจะเข้าไปขวาง แต่กลับถูกผู้ติดตามที่อยู่ข้างกายชายหนุ่มคนนั้นยกมือห้ามไว้

“นั่นคือเหยียนซิว นายน้อยแห่งภาคีอัศวินบัวแดง”

“ถ้าออกไปแล้ว อยากจะมาหาเรื่องนายน้อยของพวกเราเมื่อไหร่ ก็เชิญได้ทุกเมื่อ!”

พูดจบ ผู้ติดตามคนนั้นก็เดินตามนายน้อยของตนไปทันที

โดยไม่ได้สนใจสีหน้าของฟู่เหิงอีกเลย

ทว่าเจียงเฟิงที่คอยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ในเงามืดกลับสังเกตเห็นว่า

ในตอนนี้ใบหน้าของฟู่เหิงถอดสีจนกลายเป็นสีเขียวด้วยความหวาดกลัวไปแล้ว

สิ่งนี้ทำให้เจียงเฟิงเริ่มรู้สึกสนใจคนกลุ่มเมื่อครู่ขึ้นมาบ้าง

“ภาคีอัศวินบัวแดง?”

“นั่นมันองค์กรแบบไหนกันนะ?”

“แค่ได้ยินชื่อ ก็ทำเอาฟู่เหิงกลัวจนหัวหดขนาดนี้เลยเหรอ?”

เมื่อมองดูฟู่เหิงที่พยายามเอามือปิดบังใบหน้าเพราะกลัวอีกฝ่ายจะจำหน้าได้ แล้วรีบวิ่งหนีไปอย่างทุลักทุเล

เจียงเฟิงก็รู้สึกขบขันขึ้นมาทันที

“ตามหมอนี่ไปก่อนดีกว่า”

ฟู่เหิงเอามือปิดหน้าแล้ววิ่งตรงเข้าไปในซอกซอย

หลังจากเข้ามาในซอยแล้ว

ฟู่เหิงก็ยังรู้สึกหวาดผวาไม่หาย

“สวรรค์ช่วย! วันนี้ฉันไปทำกรรมอะไรมาเนี่ย!”

“เรื่องดีๆ ไม่เจอสักอย่าง”

“แถมวันนี้ยังดันไปล่วงเกินภาคีอัศวินบัวแดงเข้าอีก!”

“ถ้าพวกนั้นคิดจะเอาเรื่องขึ้นมา ต่อให้มีตระกูลเจียงเป็นแบ็กหลัง ชีวิตฉันก็คงรักษาไว้ไม่ได้แน่!”

“หวังว่าคนพวกนั้นจะจำหน้าฉันไม่ได้นะ!”

พูดไป ฟู่เหิงก็พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้งเพื่อสงบสติอารมณ์

จากนั้นเขาก็เดินมุ่งหน้าไปยังทางออกอีกฝั่งของซอย

ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นปากซอย เขากลับเดินไปชนเข้ากับใครบางคนจนล้มคว่ำลงกับพื้น

เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง กลับพบว่าเป็นใบหน้าที่แสนจะคุ้นเคย!

เจียงเฟิง!

“แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”

เมื่อได้ยินคำถาม เจียงเฟิงก็เผยสีหน้าที่แฝงความหมายลึกซึ้งออกมา

“ในเมื่อแกยังมาได้ แล้วทำไมฉันจะมาไม่ได้ล่ะ?”

ฟู่เหิงที่อัดอั้นตันใจมาตลอดทั้งวัน ในที่สุดก็ได้เจอที่ระบายอารมณ์เสียที

เขาจึงโพล่งใส่เจียงเฟิงทันที

“เจียงเฟิง!”

“อย่าเพิ่งได้ใจไปหน่อยเลย!”

“แกก็แค่ดวงดีที่ได้การ์ดม่วงจากขุนพลผีมาครองไม่ใช่หรือไง?”

“บอกความจริงให้แกรู้นะ! คืนนี้แหละจะเป็นวันตายของพวกแก!”

“เมื่อถึงตอนนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างของแกต้องตกเป็นของฉัน!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงเฟิงก็รู้สึกใจกระตุกวูบ

ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้จะถูกต้อง ไอ้แก่จ้าวเตรียมจะเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่แล้วจริงๆ

เขาไม่มีเวลาจะมาเสียกับฟู่เหิงตรงนี้อีกต่อไป

เจียงเฟิงเผยรอยยิ้มเย้ยหยันออกมา

จากนั้นเขาก็หันหลังเดินจากไปทันที

โดยไม่ได้สนใจจะต่อปากต่อคำกับฟู่เหิงเลยแม้แต่น้อย

ท่าทางแบบนั้นทำให้ฟู่เหิงรู้สึกเหมือนต่อยโดนนุ่น

เขาจงใจหลุดข้อมูลเรื่องการโจมตีคืนนี้ออกมา ก็หวังจะเห็นเจียงเฟิงแสดงสีหน้าหวาดวิตก

แต่ใครจะคิดว่าอีกฝ่ายกลับไม่เห็นหัวเขาเลยสักนิด!

ในวินาทีนั้น สิ่งเดียวที่ฟู่เหิงทำได้คือการตะโกนด่าไล่หลังเจียงเฟิงด้วยความคลุ้มคลั่ง

“เจียงเฟิง!”

“พวกแกไม่มีวันชนะหรอก!”

“ฉันนี่แหละจะเป็นผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวของเกมทมิฬในครั้งนี้!”

หลังจากระบายโทสะในใจออกมาจนหมด

ฟู่เหิงก็เดินมุ่งหน้ากลับไปยังเขตซื้อขายระดับกลางอีกครั้ง

“คอยดูเถอะเจียงเฟิง! คืนนี้ฉันจะทำให้แกต้องชดใช้ความโอหังด้วยชีวิต!”

พูดจบ ฟู่เหิงก็เอื้อมมือไปจับที่การ์ดซึ่งบรรจุเหรียญผีจำนวน 10,500 เหรียญตามสัญชาตญาณ

ทว่าทันทีที่มือสัมผัสโดน หัวใจของฟู่เหิงก็พลันดิ่งวูบลงทันที!

“เหรียญผีของฉันหายไปไหน?!”

“เดี๋ยวนะ! การ์ดบนตัวฉันหายไปหมดเลยได้ยังไงกัน?!”

“นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย!”

ส่วนเจียงเฟิงในตอนนี้ ได้เดินกลับมาสมทบกับซูอวิ๋นซีในจุดที่แยกกันก่อนหน้านี้แล้ว

“ไปกันเถอะ! คืนนี้ยังมีศึกหนักรอเราอยู่!”

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 22 สำเร็จ! ฟู่เหิงผู้แสนอาภัพ!

คัดลอกลิงก์แล้ว