- หน้าแรก
- เกมทมิฬ: เริ่มต้นด้วยผีเคาะประตู แต่ผมมีระบบแก้ไขการ์ด
- บทที่ 12 ชิง! เริ่มทำงาน!
บทที่ 12 ชิง! เริ่มทำงาน!
บทที่ 12 ชิง! เริ่มทำงาน!
เมื่อสิ้นคำพูดของเจียงเฟิง
การเคลื่อนไหวของซูอวิ๋นซีก็หยุดชะงักลงทันที
เธอหันกลับมามองเจียงเฟิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
“เจียงเฟิง นายอย่าบอกนะว่าคิดจะแย่งชิงการ์ดที่ฟู่เหิงสร้างขึ้นมาน่ะ?”
“ฉันไม่ได้บอกนายเหรอ ว่าการ์ดที่มนุษย์สร้างขึ้นแบบนี้ มีแค่ผู้สร้างเท่านั้นที่ใช้ได้ คนอื่นใช้ไม่ได้หรอก”
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงเฟิงไม่ได้อธิบายอะไร
เขาเพียงแต่เผยรอยยิ้มที่มีความหมายลึกซึ้งออกมา
“หัวหน้าห้อง เธอคอยดูอยู่เฉยๆ ก็พอ”
“ฉันรับรองเลยว่าจะทำให้ฟู่เหิงไอ้คนสับปลับนั่นขาดทุนย่อยยับจนไม่เหลือแม้แต่กางเกงใน!”
แม้ในใจซูอวิ๋นซีจะยังรู้สึกว่าการเข้าไปขัดขวางฟู่เหิงโดยตรงน่าจะเป็นวิธีที่รอบคอบที่สุด
แต่เมื่อมองดูเจียงเฟิงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในตอนนี้
เธอก็เลือกที่จะเชื่อใจเขา
“ก็ได้!”
“แต่ถ้าดูท่าไม่ดี พวกเราต้องรีบหนีทันทีนะ”
เมื่อเห็นเจียงเฟิงพยักหน้ารับ ซูอวิ๋นซีจึงค่อยเบาใจลงบ้าง
ภายในถ้ำ
ขณะที่ป้ายวิญญาณถูกโยนลงไปในโพรงดำมากขึ้นเรื่อยๆ
ขนาดของโพรงดำก็ขยายใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เสียงหวีดร้องของเหล่าอสุรกายก็ดังระงมขึ้นทุกขณะ
“พ่อบ้านฟู่! แกทำร้ายพวกเราแบบนี้ ถ้านายท่านรู้เข้าเขาไม่ปล่อยแกไว้แน่!”
“พ่อบ้านฟู่! ขอร้องล่ะ ปล่อยพวกเราไปเถอะ!”
“พ่อบ้านฟู่ ขอแค่ยอมปล่อยข้าไป ข้ายอมทำทุกอย่างเพื่อท่านเลย!”
......
เมื่อเผชิญกับเสียงหวีดร้องโหยหวนของเหล่าอสุรกายในโพรงดำ
ฟู่เหิงไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านแต่อย่างใด
เขากลับแคะหูด้วยท่าทางรำคาญใจ
“พอได้แล้ว!”
“เลิกโวยวายสักที!”
“การดับสูญของพวกแก สุดท้ายก็จะกลายเป็นสารอาหารให้ฉันแข็งแกร่งขึ้น!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า!”
เมื่อเห็นว่าการอ้อนวอนหรือการข่มขู่ไร้ผล
อสุรกายเหล่านั้นจึงทำได้เพียงสาปแช่งท่ามกลางเสียงกรีดร้องก่อนจะสลายหายไปอย่างสิ้นเชิง!
ในตอนนั้นเอง การขยายตัวของโพรงดำก็หยุดลงเสียที
ดูเหมือนว่ามันจะมาถึงจุดที่อิ่มตัวแล้ว!
เมื่อเห็นดังนั้น ฟู่เหิงไม่รอช้า รีบหยิบการ์ดสีม่วงที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมาใบหนึ่ง
“ตระกูลฟู่ของฉันต้องยอมสละทรัพย์สินถึงเจ็ดส่วน เพื่อแลกกับการ์ดม่วงว่างเปล่าใบนี้มา”
“ก็เพื่อรอคอยวินาทีนี้โดยเฉพาะ!”
พูดจบ ฟู่เหิงก็โยนการ์ดม่วงว่างเปล่าเข้าไปในโพรงดำทันที
จากนั้น พลังอันมหาศาลจากโพรงดำก็เริ่มหลั่งไหลเข้าไปในการ์ดม่วงว่างเปล่าใบนั้นอย่างบ้าคลั่ง!
ก่อตัวขึ้นมาเป็นมหาการ์ดใบใหม่!
“ฮ่าฮ่าฮ่า!”
“ในที่สุดก็สำเร็จเสียที!”
ฟู่เหิงคว้าการ์ดที่ลอยอยู่กลางอากาศมาไว้ในมือ
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างที่สุด
“ลำพังแค่การ์ดใบนี้ใบเดียว เมื่อกลับสู่โลกความจริง ฉันจะต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาลแน่นอน!”
“เมื่อถึงตอนนั้น ตระกูลฟู่ของฉันจะต้องรุ่งเรืองเพราะฉันคนเดียว!”
ในตอนที่ฟู่เหิงกำลังตื่นเต้นดีใจอยู่นั้นเอง
เสียงที่โอหังอย่างยิ่งสายหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากปากถ้ำ
“ฟู่เหิง! ไอ้หมาขี้เรื้อน!”
“ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ส่งการ์ดใบนั้นมาซะ! ไม่อย่างนั้นละก็......”
เมื่อได้ยินเสียงที่ดังมาจากทางด้านหลัง ฟู่เหิงรีบหันกลับไปมองทันที เห็นเงาร่างสองร่างที่ปกปิดใบหน้ายืนอยู่ที่ปากถ้ำและกำลังจ้องมองมาที่เขา
ซึ่งสองคนนั้นก็คือเจียงเฟิงกับซูอวิ๋นซีที่สวมหน้ากากนั่นเอง
เมื่อเห็นเช่นนั้น ฟู่เหิงก็อดตกใจไม่ได้
แต่ไม่นานนัก บนใบหน้าเขาก็ปรากฏแววเจ้าเล่ห์ออกมา
“ไอ้สอยตัวนี้นี่มันใครกัน ทำตัวลับๆ ล่อๆ! แม้แต่หน้าก็ยังไม่กล้าเปิดเผย!”
“ยังบังอาจมาคิดจะแย่งการ์ดของฉันอีกงั้นเหรอ?”
เมื่อเห็นท่าทางโอหังของฟู่เหิง
ซูอวิ๋นซีก็แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาทันที
“มัวพล่ามกับมันทำไม! ลงมือแย่งมาเลยดีกว่า!”
พูดจบ โดยไม่รอให้เจียงเฟิงได้โต้ตอบ ซูอวิ๋นซีก็พุ่งตัวออกไปราวกับลูกศรที่หลุดออกจากคันศร
เมื่อเห็นภาพนี้ เจียงเฟิงถึงกับมึนตึ้บไปเลย
“พี่ครับ! อย่าเพิ่งสิ! ฉันยังไม่ได้เริ่มโชว์เท่เลยนะ!”
แต่ซูอวิ๋นซีไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น ทันทีที่เข้าประชิดตัวฟู่เหิง เธอก็เปิดฉากโจมตีอย่างดุเดือดทันที
เนื่องจากความเร็วของซูอวิ๋นซีนั้นรวดเร็วมากจริงๆ
ฟู่เหิงจึงตั้งตัวไม่ทัน เขาถูกต่อยเข้าไปหลายหมัด ก่อนจะถูกซูอวิ๋นซีเตะจนล้มคว่ำกลิ้งไปกับพื้นหลายตลบ กว่าจะหยุดลงได้
เมื่อเห็นดังนั้น ซูอวิ๋นซีก็หยิบ 【กริชอาบยาพิษ】 ออกมา เตรียมจะซ้ำเติมเพื่อจัดการฟู่เหิงให้สิ้นซาก
ซูอวิ๋นซีเงื้อมกริชในมือขึ้น เล็งไปที่ลำคอของฟู่เหิงแล้วแทงลงไปทันที
ทว่าในตอนที่กริชอยู่ห่างจากลำคอของฟู่เหิงเพียงไม่กี่เซนติเมตร
กลุ่มแสงสีดำก็พลันปรากฏขึ้น ก่อตัวเป็นม่านบาเรียที่สะท้อนการโจมตีปลิดชีพของซูอวิ๋นซีจนกระเด็นออกไป
แรงสะท้อนที่รุนแรงทำให้ซูอวิ๋นซีต้องถอยหลังไปหลายก้าว
เจียงเฟิงเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้าไปประคอง ซูอวิ๋นซีถึงเพิ่งจะทรงตัวไว้ได้
“แข็งแกร่งมาก! นี่คือกานต์ที่เกิดจากแหล่งกำเนิดความมืดงั้นเหรอ?”
เมื่อมองดูฟู่เหิงที่มีแสงสีดำหมุนวนอยู่รอบตัว แววตาของซูอวิ๋นซีก็เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น!
ส่วนฟู่เหิงที่เกือบจะถูกซูอวิ๋นซีซ้อมจนมึนไปเมื่อครู่
ในตอนนี้เขาก็เริ่มตั้งสติได้แล้ว
เขาระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งออกมาทันที
“ฮ่าฮ่าฮ่า! รู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของฉันแล้วใช่ไหมล่ะ!”
“จงดูพลังของการ์ดม่วง 2 ดาวให้เต็มตาซะ!”
พูดจบ ลูกบอลพลังงานที่เกิดจากแสงสีดำก็เริ่มก่อตัวขึ้นในมือของฟู่เหิงอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นดังนั้น ซูอวิ๋นซีก็ตระหนกจนหน้าถอดสี
เธอรีบกระซิบบอกเจียงเฟิงที่อยู่ข้างๆ ทันทีว่า
“พลังของการ์ดใบนี้ของฟู่เหิงมันรุนแรงเกินไป ต่อให้นายจะใช้ 【เกราะขุนพลผี】 ก็เกรงว่าจะเอาชนะเขาได้ยาก แถมยังมีความเสี่ยงที่ตัวตนจะถูกเปิดเผยด้วย”
“พวกเราหนีกันเถอะ!”
พูดจบ ซูอวิ๋นซีตั้งใจจะลากเจียงเฟิงให้หนีไปพร้อมกัน แต่เจียงเฟิงกลับยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับแม้แต่น้อย!
“เจียงเฟิง?”
เจียงเฟิงยกยิ้มที่มุมปากเบาๆ พลางยื่นมือไปขวางหน้าซูอวิ๋นซีเอาไว้
“ฉันบอกแล้วไง ว่าฉันยังไม่ได้เริ่มโชว์เท่เลย!”
“เธอคอยดูอยู่ตรงนี้ก็พอ!”
พูดจบ เจียงเฟิงก็พุ่งตัวเข้าหาฟู่เหิงโดยตรง
เมื่อเห็นภาพนั้น ซูอวิ๋นซีก็อดไม่ได้ที่จะเหงื่อตกแทนเจียงเฟิง!
“ไอ้หมอนี่.... เอาเถอะ ขอแค่เจียงเฟิงทำให้ฟู่เหิงมีช่องว่าง ฉันจะรีบเข้าไปลอบโจมตีทันที!”
ในขณะนั้น ฟู่เหิงก็รู้สึกตกตะลึงกับความเร็วที่เจียงเฟิงแสดงออกมาเช่นกัน
แต่ไม่นานนัก มุมปากเขาก็หยักโค้งขึ้น
【ดวงของฉันฟู่เหิงนี่มันพุ่งแรงจริงๆ!】
【บนตัวหมอนี่ต้องมีการ์ดความสามารถคุณภาพสูงอยู่แน่ๆ ไม่อย่างนั้นมันไม่มีทางมีความเร็วระดับนี้ได้หรอก!】
【ขอแค่จัดการมันได้ การ์ดใบนั้นก็ต้องตกเป็นของฉัน!】
เมื่อคิดได้ดังนี้ ฟู่เหิงไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาเหวี่ยงลูกบอลพลังงานในมือเข้าใส่เจียงเฟิงทันที
เจียงเฟิงมีการตอบสนองที่รวดเร็วมาก เขาเพียงแค่เอียงหัวหลบเล็กน้อย ก็สามารถหลบการโจมตีของลูกบอลดำได้อย่างง่ายดาย
ทว่าสิ่งที่เจียงเฟิงคาดไม่ถึงคือ แม้เขาจะหลบการโจมตีโดยตรงได้ แต่ลูกบอลดำที่เขาหลบพ้นกลับตกลงสู่พื้นเบื้องหลังของเขา
พริบตานั้น หลุมทรงกลมลึกก็ปรากฏขึ้นบนพื้นดิน บริเวณที่ถูกลูกบอลดำสัมผัสถึงกับสลายหายไปเป็นความว่างเปล่าทันที!
เจียงเฟิงเองก็ตกตะลึงกับอานุภาพทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวนี้เช่นกัน
【ให้ตายสิ! โชคดีที่หลบพ้น ไม่อย่างนั้นคงไม่เหลือแม้แต่ซากเถ้าถ่านแน่!】
แต่ฟู่เหิงกลับยิ่งรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก
“ช่างเป็นพลังที่น่าสะพรึงกลัวจริงๆ!”
“วันนี้พวกแกทั้งสองคน อย่าหวังว่าจะรอดไปได้เลยสักคนเดียว!”
พูดจบ ฟู่เหิงก็เริ่มรวบรวมลูกบอลพลังงานแสงสีดำขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
และดูจากท่าทางของฟู่เหิงแล้ว ลูกบอลพลังงานที่รวบรวมในครั้งนี้ ดูเหมือนจะมีขนาดใหญ่กว่าเดิมเสียอีก!
ซูอวิ๋นซีที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ตลอดก็ยิ่งรู้สึกตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ
“อย่ามัวรั้งรอเลย รีบหนีเถอะ!”
ในตอนนั้นเอง ฟู่เหิงก็รวบรวมลูกบอลพลังงานเสร็จสิ้นอีกครั้ง
“คิดจะหนีงั้นเหรอ? สายไปแล้ว!”
พูดจบ เขาก็ชูลูกบอลพลังงานในมือขึ้น แล้วทุ่มใส่เจียงเฟิงที่อยู่ตรงหน้าทันที!
สิ่งที่ทำให้ฟู่เหิงรู้สึกยินดีมากขึ้นไปอีก คือฝ่ายตรงข้ามในครั้งนี้กลับไม่มีท่าทีที่จะหลบหลีกเลยแม้แต่น้อย
ดูท่าทางแล้วคงจะถูกพลังที่น่ากลัวของเขาข่มขวัญจนสติหลุดไปแล้วล่ะสิ!
ทว่าในตอนที่ลูกบอลพลังงานกำลังจะปะทะตัวเจียงเฟิงนั้นเอง
ในดวงตาของเจียงเฟิงกลับฉายแววเจ้าเล่ห์ออกมาแวบหนึ่ง
จากนั้นคำพูดสี่พยางค์ก็หลุดออกมาจากปากของเขา!
“ชิง! เริ่มทำงาน!”
(จบบท)