- หน้าแรก
- เกมทมิฬ: เริ่มต้นด้วยผีเคาะประตู แต่ผมมีระบบแก้ไขการ์ด
- บทที่ 1 เครื่องมือแก้ไขการ์ด!
บทที่ 1 เครื่องมือแก้ไขการ์ด!
บทที่ 1 เครื่องมือแก้ไขการ์ด!
【ยินดีต้อนรับสู่ดันเจี้ยนประหลาด: เมืองอสุรกาย】
【นายจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในเมืองอสุรกายให้ครบเจ็ดวัน】
【ในช่วงกลางวัน พวกนายสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ สำรวจเมือง และจัดหาเสบียงในการเอาชีวิตรอด】
【ขณะเดียวกัน โปรดหาการ์ดมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะนั่นคือความหวังเดียวที่จะช่วยให้นายรอดชีวิตไปได้】
【ในช่วงกลางคืน โปรดสวมบทบาทของตนเองให้ดีหรือไม่ก็ซ่อนตัวซะ!】
【หากมีชีวิตรอดครบเจ็ดวัน เส้นทางออกจากดันเจี้ยนจะถูกเปิดออก】
【และที่สำคัญที่สุด... อย่าให้พวกมันรู้เด็ดขาดว่านายเป็นคน!】
เมื่อสิ้นเสียงทุ้มกังวานที่ดังกึกก้องมาจากท้องฟ้า
ผู้คนหลายร้อยชีวิตก็ปรากฏกายขึ้นตามจุดต่างๆ ในเมืองแปลกหน้าแห่งนี้
ท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้น เจียงเฟิงค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ
เมื่อมองไปรอบๆ ที่เต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่คุ้นเคย เขาจึงตระหนักได้ว่าตนเองดูเหมือนจะทะลุมิติมาเสียแล้ว
ทันใดนั้น ความทรงจำที่ไม่คุ้นเคยมากมายก็เริ่มหลั่งไหลเข้าสู่สมองของเจียงเฟิง
"นี่มัน... ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมงั้นเหรอ?"
ที่แท้ โลกใบนี้คือโลกที่ถูกแทรกซึมโดยเกมทมิฬ
ในทุกช่วงเวลาหนึ่งจะปรากฏประตูมิติที่นำไปสู่เกมทมิฬขึ้น!
หากจำนวนคนเข้าร่วมเกมไม่เพียงพอต่อความต้องการ เกมทมิฬจะอุบัติขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงโดยตรง!
ดังนั้นทุกครั้งที่เกมทมิฬปรากฏขึ้น ทางรัฐบาลจึงต้องสุ่มเลือกประชาชนให้เข้าสู่เกมทมิฬ
ทั้งนี้เพื่อลดผลกระทบต่อโลกภายนอกให้เหลือน้อยที่สุด!
ทว่าความเสี่ยงมักจะมาพร้อมกับผลประโยชน์เสมอ!
เมื่อใดที่สามารถเคลียร์เกมทมิฬได้ ก็จะสามารถนำการ์ดที่ได้รับจากในเกมซึ่งมอบพลังเหนือธรรมชาติกลับสู่โลกความจริงได้
และจะได้กลายเป็นผู้เล่นการ์ดอย่างเต็มตัว พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนจากทางรัฐบาล!
เกมทมิฬมีหลากหลายประเภท โดยหลักๆ แบ่งออกเป็นสามประเภท ได้แก่ อาถรรพ์ วันสิ้นโลก และสัตว์อสูร
และเกมทมิฬที่ปรากฏขึ้นในครั้งนี้ ก็คือดันเจี้ยนประหลาดที่ชื่อว่า 【เมืองอสุรกาย】
เดิมทีคนที่ถูกสุ่มเลือกในครั้งนี้คือ เจียงเถา ลูกนอกสมรสของ เจียงหลิน พ่อของเจ้าของร่างเดิม
แต่เพราะเจียงหลินลำเอียงรักลูกนอกสมรสมากกว่า และกลัวว่าเจียงเถาจะเกิดอันตราย จึงได้ใช้วิธีการบางอย่างส่งเจ้าของร่างเดิมเข้ามาในเกมทมิฬแทนเจียงเถา!
เกมทมิฬนั้นอันตรายถึงชีวิต!
การที่เจียงหลินทำเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับการส่งลูกชายตัวเองมาตายแทนเจียงเถา!
ภายใต้ความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด ดวงวิญญาณของเจ้าของร่างเดิมจึงหลุดลอยออกจากร่างนี้ไป ทำให้เจียงเฟิงที่ทะลุมิติมาได้เข้ามาครอบครองร่างแทน!
หลังจากรับรู้ความทรงจำทั้งหมดของเจ้าของร่างเดิมแล้ว
เจียงเฟิงก็โกรธแค้นจนต้องขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
"ตาแก่ไร้สำนึกนั่น!"
"นายจะหลอกใช้ลูกตัวเองฉันจะไม่ว่าอะไรเลย!"
"แต่นี่กลับทำให้ฉันต้องมาตามเช็ดล้างปัญหาให้เจ้าของร่างเดิมในที่แบบนี้!"
"อย่าให้ฉันรอดออกไปได้นะ! ไม่อย่างนั้นฉันไม่ปล่อยนายไว้แน่!"
เมื่อสิ้นคำพูดของเจียงเฟิง
จู่ๆ ก็มีลูกบอลแสงปรากฏขึ้นในมือของเขา!
และสิ่งที่อยู่ในลูกบอลแสงนั้นก็คือการ์ดใบหนึ่งนั่นเอง!
"นี่คงจะเป็นการ์ดอัตลักษณ์ของพวกเราในเมืองอสุรกายสินะ!"
แต่เมื่อเจียงเฟิงเห็นรายละเอียดของการ์ดในมือ เขาก็ถึงกับตกอยู่ในความสิ้นหลัง!
【การ์ดอัตลักษณ์: ขอทาน】
【ระดับ: 1 ดาว】
【คุณภาพ: ขาว】
【ความสามารถ: เก็บเกี่ยว】
【ผลลัพธ์: สามารถสำรวจตามถังขยะหรือพุ่มไม้ทั่วทั้งเมือง มีโอกาสในระดับหนึ่งที่จะเก็บเสบียงในการเอาชีวิตรอดได้】
จบกัน! ขอทานเนี่ยนะ!
แล้วจะไปเล่นต่อยังไงไหว?
จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ในโลกใบนี้
การ์ดถูกแบ่งออกเป็น การ์ดไอเทม การ์ดอุปกรณ์ การ์ดความสามารถ และการ์ดอัญเชิญ
ระดับ: 1-9 ดาว
ระดับความหายาก: ขาว, เขียว, น้ำเงิน, ม่วง, แดง, ทอง, และสีรุ้ง
ยิ่งดาวสูงและความหายากสูง ความสามารถของการ์ดก็จะยิ่งทรงพลัง
และ 【การ์ดอัตลักษณ์】 นี้ก็คือ 【การ์ดความสามารถ】 ประเภทหนึ่ง แต่จะใช้ได้เฉพาะภายในเกมเท่านั้น
ในเกมทมิฬแต่ละครั้ง ไม่ได้มีเพียงอันตรายจากภายนอกเท่านั้น แม้แต่อาหารและน้ำดื่มขั้นพื้นฐานก็ยังขาดแคลนอย่างหนัก
ดังนั้นในดันเจี้ยนอย่าง 【เมืองอสุรกาย】 อัตลักษณ์เริ่มต้นจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก!
แม้แต่ตัวตนที่ดีเพียงอย่างเดียว ก็มักจะตัดสินความเป็นตายสุดท้ายของผู้เล่นได้เลย!
เมื่อคิดได้ดังนี้ เจียงเฟิงก็รู้สึกหมดเรี่ยวแรงขึ้นมาทันที
"เหนื่อยชะมัด พังทลายไปให้หมดเลยเถอะ!"
ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงอิเล็กทรอนิกส์ที่แสนกะทันหันก็ดังขึ้นในหัวของเจียงเฟิง!
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้ผูกมัดกับ "เครื่องมือแก้ไขการ์ด"】
【ใช้แต้มคะแนนที่กำหนด เพื่อแก้ไขตัวอักษรหนึ่งตัวบนหน้าต่างแสดงผลของการ์ดใบใดก็ได้ การ์ดแต่ละใบสามารถแก้ไขได้เพียงครั้งเดียว และการ์ดที่ถูกแก้ไขแล้ว โฮสต์จะสามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องคำนึงถึงระดับดาว】
【คุณภาพพื้นฐานและระดับดาวของการ์ดที่ต่างกันจะใช้แต้มคะแนนต่างกัน สำหรับคุณภาพสีขาวไม่ต้องใช้แต้มคะแนน】
【แต้มคะแนนสามารถแลกเปลี่ยนได้จากเงินตราในโลกเกมปัจจุบัน】
【เงินตราในโลกเกมปัจจุบัน: เหรียญผี】
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับสวัสดิการมือใหม่: โอกาสแก้ไขการ์ดใบใดก็ได้สามครั้ง】
เจียงเฟิงได้ยินดังนั้นก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง!
จากนั้น มุมปากของเขาก็เริ่มยกยิ้มขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่!
"สูตรโกงของฉันมาถึงแล้วเหรอ?"
"แต่ดูเหมือนว่าถ้าอยากจะแก้ไขการ์ดที่คุณภาพสูงกว่าสีขาว แต้มคะแนนที่ว่านั่นก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย"
"ดังนั้น นอกจากจะรวบรวมทรัพยากรการ์ดที่จำเป็นแล้ว ฉันยังต้องหาเหรียญผีมาแลกเป็นแต้มคะแนนให้ได้มากที่สุดด้วย!"
แต่ก่อนที่เจียงเฟิงจะได้เริ่มศึกษาสูตรโกงของตนเอง
จู่ๆ ก็มีเสียงอันโอหังดังขึ้นมาเสียก่อน!
"โอ้โฮ~ นี่ไม่ใช่คุณชายใหญ่เจียงเฟิงหรอกเหรอ?"
เจียงเฟิงมองไปยังทิศทางของเสียงนั้น
เห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งในชุดวอร์มเนมแบรนด์ทั้งตัว กำลังพาคนอีกหลายคนเดินตรงมาทางเขา
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
เจียงเฟิงก็จำตัวตนของคนตรงหน้าได้ทันที!
【ฟู่เหิง?】
【เพื่อนร่วมชั้นในมหาวิทยาลัยของเจ้าของร่างเดิม และยังเป็นลูกสมุนคนสนิทของเจียงเถาด้วย】
【ภายใต้คำสั่งของเจียงเถา ฟู่เหิงมักจะพามิตรสหายในชั้นเรียนมารุมรังแกเจ้าของร่างเดิมเป็นประจำ】
【ไม่นึกเลยว่าเจ้านี่จะถูกสุ่มเลือกให้เข้าร่วมเกมในครั้งนี้ด้วย】
【ดูจากท่าทางวางอำนาจตอนนี้แล้ว คงไม่ได้คิดเรื่องดีๆ อยู่แน่!】
เมื่อเห็นว่าเจียงเฟิงไม่ได้สนใจตนเอง
ฟู่เหิงก็ไม่ได้โกรธเคืองแต่อย่างใด
เขากลับวางมือลงบนไหล่ของเจียงเฟิงอย่างเป็นธรรมชาติราวกับเป็นเพื่อนเก่าที่คบกันมานานปี
"เจียงเฟิง เห็นท่านายที่ทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้เมื่อกี้แล้ว สงสัยคงจะสุ่มไม่ได้การ์ดอัตลักษณ์ดีๆ สินะ?"
"เห็นแก่ความเป็นเพื่อนร่วมห้อง ฉันจะไม่บอกว่าฉันไม่ดูแลนายหรอกนะ!"
"ครั้งนี้ฉันสุ่มได้อัตลักษณ์ 【พ่อบ้าน】 ของคฤหาสน์ตระกูลจ้าวเชียวนะ!"
"บอกเลยว่าตลอดเจ็ดวันนี้ อย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารและน้ำดื่มแน่นอน!"
"นายมาตามฉันเถอะ ฉันรับรองว่าเจ็ดวันนี้จะทำให้นายอยู่สบายสุดๆ เลย!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
เจียงเฟิงก็เลิกคิ้วถามกลับไป
"ให้ตามแกไปเนี่ยนะ? แกจะหวังดีขนาดนั้นเลยเหรอ?"
เมื่อเห็นเจียงเฟิงพูดเช่นนั้น ฟู่เหิงก็เผลอขมวดคิ้วแน่นโดยไม่รู้ตัว
ทำไมเขารู้สึกว่าวันนี้เจียงเฟิงดูเปลี่ยนไปจากเดิมกันนะ?
คิดไปเองหรือเปล่า?
อย่างไรก็ตาม ฟู่เหิงไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น
เขาพูดต่อไปว่า
"แหม นายพูดอะไรแบบนั้นล่ะ เราเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันนะ!"
"ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ฉันจะไม่ดูแลนายได้ยังไงกัน?"
"แต่ว่านะ..."
"ดูแลก็ส่วนดูแล! แต่หลังจากนี้ไม่กี่วัน นายต้องฟังคำสั่งของฉันทุกอย่าง!"
ได้ฟังดังนั้น
มุมปากของเจียงเฟิงก็หยักโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม
เมื่อเห็นแบบนั้น ฟู่เหิงก็นึกว่าเจียงเฟิงจะยอมรับเงื่อนไขของตน
ใครจะไปคาดคิดว่าในวินาทีต่อมา เจียงเฟิงจะมองฟู่เหิงด้วยสายตาที่มองคนโง่
"แกก็แค่เห็นว่าปกติฉันรังแกง่าย ก็เลยอยากจะเอาฉันไว้ใกล้ตัว เผื่อมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจะได้เอาฉันไปเป็นโล่กำบังล่ะสิ!"
"ความคิดชั่วร้ายของแกน่ะมันแปะอยู่บนหน้าหมดแล้ว ยังจะมาหลอกฉันอีกเหรอ?"
เมื่อเห็นความตั้งใจของตนถูกมองออก
สีหน้าของฟู่เหิงก็เปลี่ยนเป็นถมึงทึงทันที!
"เจียงเฟิง! อย่าให้มันมากนักนะ!"
"แกนึกว่าแกยังเป็นคุณชายใหญ่ของตระกูลเจียงอยู่จริงๆ เหรอ?"
"แกมันก็แค่ขยะที่แม่ตายไปแล้ว แถมพ่อแท้ๆ ก็ยังไม่ต้องการแกด้วยซ้ำ!"
"ก้มหัวขอโทษฉันซะดีๆ แล้วมาติดตามฉัน อย่างน้อยแกจะได้อิ่มท้องไปอีกสองสามมื้อ!"
"ไม่อย่างนั้น... แกคิดจริงๆ เหรอว่าลำพังตัวแกเองจะรอดไปได้จนถึงวันที่สองน่ะ?"
เมื่อเผชิญกับการข่มขู่ของฟู่เหิง
เจียงเฟิงกลับเผยรอยยิ้มที่ดูไร้เดียงสาออกมา
จากนั้นเขาก็ซัดหมัดเข้าที่ท้องของฟู่เหิงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
แหวะ~
ฟู่เหิงกุมท้องตัวเองแล้วคุกเข่าลงกับพื้นทันทีพร้อมกับอาเจียนออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
เจียงเฟิงกวาดสายตาไปมองคนอื่นๆ ที่ตามฟู่เหิงมา
ทุกคนต่างถูกรังสีความเหี้ยมเกรียมที่แผ่ออกมาจากตัวเจียงเฟิงสยบจนนิ่งค้าง
เมื่อเห็นเช่นนั้น ใบหน้าของเจียงเฟิงก็ปรากฏแววดูแคลนออกมา
"พวกขี้ขลาด"
พูดจบ เจียงเฟิงก็ผลักคนที่ยืนขวางหน้าออกไป แล้วเดินจากไปอย่างองอาจ
จนกระทั่งเจียงเฟิงเดินไปไกลแล้ว ฟู่เหิงถึงค่อยๆ บรรเทาจากอาการปวดอย่างรุนแรง
หนึ่งในคนที่ตามฟู่เหิงมาจึงเอ่ยขึ้นว่า
"พี่เหิง! เจ้างเจียงเฟิงมันโอหังเกินไปแล้ว"
"ให้พวกเราจัดการมันให้ตายไปเลยดีไหม! ยังไงนี่ก็อยู่ในเกมทมิฬอยู่แล้วด้วย!"
ได้ยินดังนั้น ฟู่เหิงกลับส่ายหน้า
"ฆ่ามันให้ตายทันทีน่ะมันจะไปสนุกอะไร!"
"ฉันจะทำให้มันต้องตายไปท่ามกลางความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุดต่างหาก!"
(จบบท)