เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 150 สลายตัว เสี่ยวไอ้สลายหายไป...

บทที่ 150 สลายตัว เสี่ยวไอ้สลายหายไป...

บทที่ 150 สลายตัว เสี่ยวไอ้สลายหายไป...


เจียงสือกลั้นหายใจ สายตาจ้องเขม็งโดยไม่กะพริบตา

กัวหว่านซิงเองก็เฝ้ามองอยู่เช่นกัน

หว่อเตอเตาตุ้นยืนอยู่ข้าง ๆ อ้าปากสุนัขค้างเติ่งด้วยความทึ่ง

เวลาไหลผ่านไปวินาทีแล้ววินาทีเล่า

เส้นแสงสีทองยังคงพุ่งเข้าสู่เป้าหมายอย่างไม่ขาดสาย

กลุ่มก้อนแสงนั้นเริ่มเจิดจ้าขึ้นเรื่อย ๆ และดูมั่นคงขึ้น โครงสร้างภายในเริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจน

ใกล้แล้ว

ใกล้จะสำเร็จแล้ว

ทว่า เสี่ยวไอ้กลับมีความตั้งใจบางอย่างซ่อนอยู่ เธอพลันเร่งระดับพลังขึ้นอย่างกะทันหัน

เส้นแสงเหล่านั้นหนาขึ้นและสว่างจ้าขึ้นในทันที ความเร็วในการถ่ายโอนพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

กลุ่มก้อนแสงในภาชนะสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจากการถูกกระตุ้น มันเต้นตุบ ๆ หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม

"หมายเลข 7 เธอเสียสติไปแล้วเหรอ?!" อาลานตะโกนลั่น "ถ้าขืนทำแบบนี้ต่อไป เธอจะสลายไปนะ!"

เมื่อได้ยินดังนั้น หัวใจของเจียงสือก็บีบคั้นขึ้นมาทันที

"อะไรนะ? สลายตัวงั้นเหรอ?!"

เขาหันไปมองเสี่ยวไอ้และพยายามจะเข้าไปหยุดยั้ง แต่ทว่ากระบวนการนี้ไม่อาจถูกขัดขวัญด้วยกำลังได้

มันไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเข้าไปก้าวก่ายได้เลย

เส้นแสงเหล่านั้นเชื่อมต่อเสี่ยวไอ้กับตัวอ่อนไว้ด้วยกัน พัวพันกันจนไม่อาจแยกออก

ทว่าในยามนี้...

"เสี่ยวไอ้!" เจียงสือคำรามลั่น "หยุดเดี๋ยวนี้!"

เสี่ยวไอ้ไม่ได้ตอบคำถามนั้น

ภาพโฮโลแกรมของเธอเริ่มเลือนลางจนเกือบจะจางหายไป เธอหันหน้ากลับมาพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก

"เจ้านายคะ ไม่ต้องกังวล ฉันรู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่"

"รู้ดีบ้านพี่สิ หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ ตัวอ่อนนั่นฉันไม่เอาแล้ว!"

เสี่ยวไอ้ส่ายหัวเบา ๆ

"เจ้านาย ฟังฉันนะ..."

พูดถึงตรงนี้เสี่ยวไอ้ก็หยุดคำพูดไว้

"พูดอะไรล่ะ?"

"ไม่มีอะไรค่ะ รอให้สำเร็จก่อนแล้วค่อยว่ากัน"

เจียงสืออึ้งไป

"เธอ..."

สิ้นเสียงของเขา เส้นแสงสีทองเหล่านั้นก็พุ่งทะยานขึ้นอีกครั้งอย่างบ้าคลั่ง

กลุ่มก้อนแสงภายในภาชนะเต้นรัวอย่างหนักหน่วง วงจรและชิ้นส่วนภายในเริ่มหมุนวนอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่ภาพโฮโลแกรมของเสี่ยวไอ้ กำลังจางหายไปในระดับที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า...

ในจังหวะนั้นเอง

มนุษย์หัวสุนัขตัวหนึ่งวิ่งพรวดพราดเข้ามาจากด้านนอกด้วยท่าทางตื่นตระหนก มันหอบหายใจอย่างหนัก ใบหน้าสุนัขเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

มันตะโกนบอกหว่อเตอเตาตุ้นว่า "หว่อเตอเตาตุ้น..."

ภาษาสุนัขที่พ่นออกมาเป็นชุดนั้น เจียงสือฟังไม่ออกแม้แต่คำเดียว

แต่ดูจากสีหน้าและน้ำเสียงแล้ว เห็นชัดว่าต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่นอน

หลังจากหว่อเตอเตาตุ้นฟังจบ ใบหน้าสุนัขของมันก็ซีดเผือดลงทันที

มันหันมาหาเจียงสือด้วยเสียงที่สั่นเครือ:

"ลูกพี่ครับ แย่แล้วครับ ข้างหน้าตรวจพบสิ่งมีชีวิตในอวกาศจำนวนมหาศาล พวกมันกำลังมุ่งหน้ามาทางพวกเราครับ!"

"อะไรนะ?"

นี่ถือเป็นข่าวร้ายอย่างยิ่ง เขาเองยังไม่เข้าใจเจตนาของเสี่ยวไอ้เลย แล้วตอนนี้กลับมีสถานการณ์วิกฤตซ้ำเติมเข้ามาอีก

เขามองสลับไปมาระหว่างเสี่ยวไอ้กับมนุษย์หัวสุนัขที่ลนลานตัวนั้น

ขั้นตอนของเสี่ยวไอ้ห้ามถูกรบกวนเด็ดขาด ห้ามเด็ดขาด...

ในนาทีนี้ ในสมองของเจียงสือมีความคิดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

เขากัดฟันกรอด บังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ลง

หนึ่งวินาที... สองวินาที...

เขาซูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วหันไปหากัวหว่านซิง

"หว่านซิง ฉันจำเป็นต้องใช้การ์ดเคลื่อนย้ายพริบตา เธอช่วยแจ้งพวกกัปตันที"

กัวหว่านซิงไม่ลังเลแม้แต่น้อย เธอรีบเปิดช่องสื่อสารทันที

"พี่ไป๋คะ มีสถานการณ์ฉุกเฉิน..."

เธอยังพูดไม่ทันจบ เจียงสือก็หยิบการ์ดเคลื่อนย้ายพริบตายานอวกาศระดับโดดเด่นออกมาหนึ่งใบแล้วเปิดใช้งานทันที

แสงสีขาวห่อหุ้มยานดาราจักรหัวสุนัขทั้งลำไว้ รวมถึงยานรบหมายเลข 7 ที่จอดอยู่บนดาดฟ้าด้วย

"ฟึ่บ!"

ยานดาราจักรหายวับไปจากจุดเดิม

วินาทีต่อมา มันปรากฏตัวขึ้นห่างออกไปหนึ่งร้อยกิโลเมตร

เจียงสือรีบหันไปจ้องมองเสี่ยวไอ้ทันที เมื่อพบว่าเธอไม่ถูกรบกวนเขาก็ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย

ทว่าวินาทีถัดมา ไฟสัญญาณเตือนภัยสีแดงก็กะพริบถี่รัวอีกครั้ง

เจียงสือไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาหยิบการ์ดเคลื่อนย้ายพริบตาระดับโดดเด่นออกมาอีกใบ

เปิดใช้งาน

เคลื่อนที่ไปอีกหนึ่งร้อยกิโลเมตร

แต่สัญญาณเตือนภัยยังไม่หยุด

"โธ่เว้ย" เจียงสือสบถออกมาพลางใช้การ์ดใบต่อไป

สัญญาณยังคงดังอยู่

ใช้อีกใบ

อีกหนึ่งร้อยกิโลเมตร

ก็ยังไม่ได้ผล

ใช้อีกใบ... อีกใบ... และอีกใบ...

เขาใช้การ์ดเคลื่อนย้ายพริบตายานอวกาศระดับโดดเด่นรัว ๆ ราวกับว่ามันได้มาฟรี ๆ

การ์ดแต่ละใบคือสิ่งที่เขาสะสมมา และเป็นไพ่ตายในการรักษาชีวิตทั้งนั้น

แต่ในยามนี้ เขาไม่สนใจอะไรอีกแล้ว

กัวหว่านซิงเฝ้ามองอยู่ข้าง ๆ โดยไม่พูดอะไร

หลังจากใช้การ์ดไปครบ 16 ใบ เสียงเตือนภัยก็ยังคงดังอยู่

"หว่านซิง" เจียงสือหันไปมองกัวหว่านซิง

กัวหว่านซิงพยักหน้าเข้าใจ เธอส่งการ์ดระดับโดดเด่นที่เธอมีอยู่ 6 ใบให้เจียงสือทันที

หลังจากวาร์ปไปอีก 6 ครั้ง ยานดาราจักรก็ปรากฏขึ้นห่างจากจุดเริ่มต้นถึง 2,200 กิโลเมตร

คราวนี้ ระบบเรดาร์เงียบสงบลงแล้ว

ไฟสัญญาณเตือนภัยดับลง

เจียงสือจ้องมองหน้าจอเขม็ง รอเวลาผ่านไปห้าวินาที... สิบวินาที... สามสิบวินาที

ไม่มีจุดสีแดงปรากฏขึ้น

ไม่มีสัญญาณเตือนภัย

ปลอดภัยแล้ว

เขาลอบถอนหายใจออกมาอย่างยาวเหยียด

ทว่าเมื่อเขาหมุนตัวกลับไปมองที่โต๊ะบัญชาการ

ภาชนะโปร่งใสนั้นยังวางอยู่ที่เดิม

กลุ่มก้อนแสงภายในนั้นเริ่มคงที่แล้ว และเริ่มเข้าสู่กระบวนการเจริญเติบโตและทำงาน

แต่เสี่ยวไอ้...

ไม่มีแล้ว

ภาพโฮโลแกรมนั้นหายไปแล้ว

อาลานลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ เธอมองภาชนะนั้นสลับกับมองเจียงสือ นิ่งเงียบอยู่พักใหญ่ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า:

"หมายเลข 7 เธอ... สลายตัวไปแล้วค่ะ"

เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงสือก็อึ้งไปทันที

เขายืนนิ่งราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว

สลายตัวไปแล้ว

คำสามคำนี้เปรียบเสมือนมีดที่ปักเข้ากลางใจของเขาอย่างรุนแรง

เขาก้มมองภาชนะนั้น จ้องมองตัวอ่อนที่กำลังเรืองแสงอยู่ข้างใน

ถ้าหากไม่ใช่เพื่อเปิดใช้งานสิ่งนี้...

ถ้าหากไม่ใช่เพื่อให้เขามีระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ดีกว่าเดิม...

ถ้าหากไม่ใช่เพราะ...

ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งโกรธ เจียงสือพลันยื่นมือออกไปหวังจะคว้าภาชนะนั้นมา

เขาอยากจะขว้างมันทิ้งให้แหลกคามือ!

"บ้าจริง!" เขาคำรามลั่น "บ้าที่สุด!!!"

กัวหว่านซิงรีบถลาเข้ามาคว้าแขนของเขาไว้แน่น

"เจียงสือ ใจเย็น ๆ ก่อนค่ะ!"

เจียงสือพยายามดิ้นรน ขอบตาของเขาแดงก่ำ "เสี่ยวไอ้หายไปแล้ว หายไปแล้ว!"

"ฉันรู้ ฉันรู้ค่ะ..."

กัวหว่านซิงกอดเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย "แต่ถ้าคุณทำลายมันลง สิ่งที่เสี่ยวไอ้ทำมาทั้งหมดก็จะสูญเปล่าทันทีนะคะ เธอทุ่มเทชีวิตขนาดนี้ ไม่ใช่เพื่อคุณหรอกเหรอ?"

การเคลื่อนไหวของเจียงสือชะงักงันลงทันที

เขาก้มลงมองภาชนะในมือ

เขาไม่รู้ว่าทำไมเสี่ยวไอ้ถึงเลือกทำเช่นนี้

ยอมสูญเสียพลังงานเฮือกสุดท้ายเพื่อตัวอ่อนดวงเดียว

แต่เมื่อเริ่มตั้งสติได้ เจียงสือไม่เชื่อว่าเสี่ยวไอ้จะทำเรื่องบ้าบิ่นแบบไร้เหตุผล บางทีมันอาจจะมีควมลับบางอย่างที่เขาไม่รู้ซ่อนอยู่ก็ได้

มือของเจียงสือค่อย ๆ คลายออก

เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อกดข่มความอัดอั้นในใจลงไปอย่างหนักหน่วง

จากนั้นเขาจึงหันไปหาอาลาน

"อาลาน เธอพอจะดูออกไหมว่าเจตนาของเสี่ยวไอ้คืออะไรกันแน่?"

อาลานจ้องมองเขา นิ่งเงียบไปหลายวินาที

จากนั้นเธอก็ส่ายหัว

"ไม่ทราบค่ะ จากการตรวจสอบของฉัน เสี่ยวไอ้ได้สลายตัวไปโดยสมบูรณ์แล้วค่ะ"

"เฮ้อ... ฉันไม่เชื่อ!"

เจียงสือเอ่ยออกมา น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่น

เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงไม่เชื่อ

อาลานบอกไว้อย่างชัดเจนว่าเสี่ยวไอ้สลายไปแล้ว

แต่ในใจของเขากลับไม่ยอมรับความจริงนั้น

เสี่ยวไอ้ที่คอยจิกกัดและด่าเขาอยู่ทุกวัน จะหายไปง่าย ๆ แบบนี้ได้ยังไง?

เขาไม่เชื่อเด็ดขาด

เพื่อไม่ให้ตัวเองฟุ้งซ่าน เจียงสือจึงเริ่มหาอะไรทำ

เขายื่นมือออกไป หมายจะเก็บภาชนะที่บรรจุตัวอ่อนดวงใหม่เข้าสู่พื้นที่เก็บของ

"ห้ามเก็บนะคะ!"

อาลานรีบส่งเสียงห้าม "ถ้าเก็บเข้าพื้นที่เก็บของ ตัวอ่อนจะหยุดการเจริญเติบโตทันทีค่ะ!"

มือของเจียงสือชะงักค้างอยู่กลางอากาศ

เขานิ่งเงียบไปวินาทีหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวไปสั่งความกับหว่อเตอเตาตุ้น:

"หว่อเตอเตาตุ้น คอยเฝ้าสังเกตสถานการณ์รอบข้างไว้ให้ดี ถ้ามีความผิดปกติอะไร รีบแจ้งฉันทันที"

"รับทราบครับ ลูกพี่!" หว่อเตอเตาตุ้นยืดอกขึ้นและขานรับเสียงดัง

เจียงสือก้าวฉับ ๆ เดินออกจากห้องบัญชาการไป

กัวหว่านซิงเห็นท่าทางรีบร้อนของเขาจึงรีบเดินตามไปทันที

ทั้งสองคนเดินผ่านโถงทางเดินไปตามลำดับ จนกระทั่งมาถึงบนดาดฟ้า

ยานรบหมายเลข 7 จอดสงบอยู่ที่นั่น

เจียงสือรีบเดินเข้าไปเปิดประตูห้องโดยสาร

ทันทีที่เปิดประตู เงาสีทองสายหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมา

นั่นคือมังกรทองน้อยฮว่าน

มันบินขึ้นไปในอวกาศ พลางส่งเสียงร้อง "โฮก ๆ" ใส่เจียงสือ คล้ายจะถามว่า : ทำไมต้องขังฉันไว้ด้วยล่ะ

ทว่าเจียงสือไม่มีเวลามาสนใจมันในตอนนี้

เขาเดินตรงเข้าไปข้างในยานและเข้าสู่ห้องควบคุม

เขาวางภาชนะบรรจุตัวอ่อนลงบนเบาะที่นั่ง แล้วดึงเข็มขัดนิรภัยมาล็อกภาชนะไว้อย่างดี

เขายังไม่วางใจ จึงไปหยิบเชือกมาอีกหลายเส้น แล้วมัดภาชนะนั่นเข้ากับเบาะจนแน่นหนา ราวกับกำลังห่อขนมจ้าง

กัวหว่านซิงยืนอยู่ที่ประตูห้องโดยสาร เฝ้ามองท่าทางจริงจังของเขาโดยไม่พูดอะไรสักคำ

มังกรทองน้อยฮว่านบินตามเข้ามาด้วย มันร่อนลงเกาะบนไหล่ของกัวหว่านซิงพลางเอียงคอเฝ้ามองเหตุการณ์

เมื่อเห็นเจียงสือนิ่งเงียบเอาแต่ทำงาน กัวหว่านซิงจึงเอ่ยขึ้นเบา ๆ ว่า "อาลาน เสี่ยวไอ้หายไปจริง ๆ เหรอ?"

ภาพโฮโลแกรมของอาลานลอยอยู่กลางอากาศ เธอนิ่งเงียบไปหลายวินาที

จากนั้นเธอก็พยักหน้า

"จากการตรวจสอบของฉัน เธอได้สลายหายไปอย่างสมบูรณ์แล้วค่ะ" คำตอบยังคงเหมือนเดิม

กัวหว่านซิงนิ่งเงียบไป

แผ่นหลังของเจียงสือที่หันให้เธอนั้นดูแข็งทื่อขึ้นมาวูบหนึ่ง

แต่เขาไม่ยอมหันกลับมา

เขาทำเพียงแค่มัดเชือกพวกนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้มั่นใจว่ามันแน่นหนาพอ

มังกรทองน้อยฮว่านสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ผิดปกติ มันจึงหยุดส่งเสียงร้อง

ในตอนนั้นเอง กัวหว่านอวี่ก็ได้โทรศัพท์เข้ามา

"เจ้านายคะ หมายเลข 5 ติดต่อสื่อสารมาค่ะ"

"ฉันรู้แล้ว..."

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 150 สลายตัว เสี่ยวไอ้สลายหายไป...

คัดลอกลิงก์แล้ว