- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดในอวกาศ: เพื่อนร่วมทีมของผมสเปกเทพทุกคน!
- บทที่ 150 สลายตัว เสี่ยวไอ้สลายหายไป...
บทที่ 150 สลายตัว เสี่ยวไอ้สลายหายไป...
บทที่ 150 สลายตัว เสี่ยวไอ้สลายหายไป...
เจียงสือกลั้นหายใจ สายตาจ้องเขม็งโดยไม่กะพริบตา
กัวหว่านซิงเองก็เฝ้ามองอยู่เช่นกัน
หว่อเตอเตาตุ้นยืนอยู่ข้าง ๆ อ้าปากสุนัขค้างเติ่งด้วยความทึ่ง
เวลาไหลผ่านไปวินาทีแล้ววินาทีเล่า
เส้นแสงสีทองยังคงพุ่งเข้าสู่เป้าหมายอย่างไม่ขาดสาย
กลุ่มก้อนแสงนั้นเริ่มเจิดจ้าขึ้นเรื่อย ๆ และดูมั่นคงขึ้น โครงสร้างภายในเริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจน
ใกล้แล้ว
ใกล้จะสำเร็จแล้ว
ทว่า เสี่ยวไอ้กลับมีความตั้งใจบางอย่างซ่อนอยู่ เธอพลันเร่งระดับพลังขึ้นอย่างกะทันหัน
เส้นแสงเหล่านั้นหนาขึ้นและสว่างจ้าขึ้นในทันที ความเร็วในการถ่ายโอนพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
กลุ่มก้อนแสงในภาชนะสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจากการถูกกระตุ้น มันเต้นตุบ ๆ หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม
"หมายเลข 7 เธอเสียสติไปแล้วเหรอ?!" อาลานตะโกนลั่น "ถ้าขืนทำแบบนี้ต่อไป เธอจะสลายไปนะ!"
เมื่อได้ยินดังนั้น หัวใจของเจียงสือก็บีบคั้นขึ้นมาทันที
"อะไรนะ? สลายตัวงั้นเหรอ?!"
เขาหันไปมองเสี่ยวไอ้และพยายามจะเข้าไปหยุดยั้ง แต่ทว่ากระบวนการนี้ไม่อาจถูกขัดขวัญด้วยกำลังได้
มันไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเข้าไปก้าวก่ายได้เลย
เส้นแสงเหล่านั้นเชื่อมต่อเสี่ยวไอ้กับตัวอ่อนไว้ด้วยกัน พัวพันกันจนไม่อาจแยกออก
ทว่าในยามนี้...
"เสี่ยวไอ้!" เจียงสือคำรามลั่น "หยุดเดี๋ยวนี้!"
เสี่ยวไอ้ไม่ได้ตอบคำถามนั้น
ภาพโฮโลแกรมของเธอเริ่มเลือนลางจนเกือบจะจางหายไป เธอหันหน้ากลับมาพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก
"เจ้านายคะ ไม่ต้องกังวล ฉันรู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่"
"รู้ดีบ้านพี่สิ หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ ตัวอ่อนนั่นฉันไม่เอาแล้ว!"
เสี่ยวไอ้ส่ายหัวเบา ๆ
"เจ้านาย ฟังฉันนะ..."
พูดถึงตรงนี้เสี่ยวไอ้ก็หยุดคำพูดไว้
"พูดอะไรล่ะ?"
"ไม่มีอะไรค่ะ รอให้สำเร็จก่อนแล้วค่อยว่ากัน"
เจียงสืออึ้งไป
"เธอ..."
สิ้นเสียงของเขา เส้นแสงสีทองเหล่านั้นก็พุ่งทะยานขึ้นอีกครั้งอย่างบ้าคลั่ง
กลุ่มก้อนแสงภายในภาชนะเต้นรัวอย่างหนักหน่วง วงจรและชิ้นส่วนภายในเริ่มหมุนวนอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่ภาพโฮโลแกรมของเสี่ยวไอ้ กำลังจางหายไปในระดับที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า...
ในจังหวะนั้นเอง
มนุษย์หัวสุนัขตัวหนึ่งวิ่งพรวดพราดเข้ามาจากด้านนอกด้วยท่าทางตื่นตระหนก มันหอบหายใจอย่างหนัก ใบหน้าสุนัขเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
มันตะโกนบอกหว่อเตอเตาตุ้นว่า "หว่อเตอเตาตุ้น..."
ภาษาสุนัขที่พ่นออกมาเป็นชุดนั้น เจียงสือฟังไม่ออกแม้แต่คำเดียว
แต่ดูจากสีหน้าและน้ำเสียงแล้ว เห็นชัดว่าต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่นอน
หลังจากหว่อเตอเตาตุ้นฟังจบ ใบหน้าสุนัขของมันก็ซีดเผือดลงทันที
มันหันมาหาเจียงสือด้วยเสียงที่สั่นเครือ:
"ลูกพี่ครับ แย่แล้วครับ ข้างหน้าตรวจพบสิ่งมีชีวิตในอวกาศจำนวนมหาศาล พวกมันกำลังมุ่งหน้ามาทางพวกเราครับ!"
"อะไรนะ?"
นี่ถือเป็นข่าวร้ายอย่างยิ่ง เขาเองยังไม่เข้าใจเจตนาของเสี่ยวไอ้เลย แล้วตอนนี้กลับมีสถานการณ์วิกฤตซ้ำเติมเข้ามาอีก
เขามองสลับไปมาระหว่างเสี่ยวไอ้กับมนุษย์หัวสุนัขที่ลนลานตัวนั้น
ขั้นตอนของเสี่ยวไอ้ห้ามถูกรบกวนเด็ดขาด ห้ามเด็ดขาด...
ในนาทีนี้ ในสมองของเจียงสือมีความคิดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
เขากัดฟันกรอด บังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ลง
หนึ่งวินาที... สองวินาที...
เขาซูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วหันไปหากัวหว่านซิง
"หว่านซิง ฉันจำเป็นต้องใช้การ์ดเคลื่อนย้ายพริบตา เธอช่วยแจ้งพวกกัปตันที"
กัวหว่านซิงไม่ลังเลแม้แต่น้อย เธอรีบเปิดช่องสื่อสารทันที
"พี่ไป๋คะ มีสถานการณ์ฉุกเฉิน..."
เธอยังพูดไม่ทันจบ เจียงสือก็หยิบการ์ดเคลื่อนย้ายพริบตายานอวกาศระดับโดดเด่นออกมาหนึ่งใบแล้วเปิดใช้งานทันที
แสงสีขาวห่อหุ้มยานดาราจักรหัวสุนัขทั้งลำไว้ รวมถึงยานรบหมายเลข 7 ที่จอดอยู่บนดาดฟ้าด้วย
"ฟึ่บ!"
ยานดาราจักรหายวับไปจากจุดเดิม
วินาทีต่อมา มันปรากฏตัวขึ้นห่างออกไปหนึ่งร้อยกิโลเมตร
เจียงสือรีบหันไปจ้องมองเสี่ยวไอ้ทันที เมื่อพบว่าเธอไม่ถูกรบกวนเขาก็ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย
ทว่าวินาทีถัดมา ไฟสัญญาณเตือนภัยสีแดงก็กะพริบถี่รัวอีกครั้ง
เจียงสือไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาหยิบการ์ดเคลื่อนย้ายพริบตาระดับโดดเด่นออกมาอีกใบ
เปิดใช้งาน
เคลื่อนที่ไปอีกหนึ่งร้อยกิโลเมตร
แต่สัญญาณเตือนภัยยังไม่หยุด
"โธ่เว้ย" เจียงสือสบถออกมาพลางใช้การ์ดใบต่อไป
สัญญาณยังคงดังอยู่
ใช้อีกใบ
อีกหนึ่งร้อยกิโลเมตร
ก็ยังไม่ได้ผล
ใช้อีกใบ... อีกใบ... และอีกใบ...
เขาใช้การ์ดเคลื่อนย้ายพริบตายานอวกาศระดับโดดเด่นรัว ๆ ราวกับว่ามันได้มาฟรี ๆ
การ์ดแต่ละใบคือสิ่งที่เขาสะสมมา และเป็นไพ่ตายในการรักษาชีวิตทั้งนั้น
แต่ในยามนี้ เขาไม่สนใจอะไรอีกแล้ว
กัวหว่านซิงเฝ้ามองอยู่ข้าง ๆ โดยไม่พูดอะไร
หลังจากใช้การ์ดไปครบ 16 ใบ เสียงเตือนภัยก็ยังคงดังอยู่
"หว่านซิง" เจียงสือหันไปมองกัวหว่านซิง
กัวหว่านซิงพยักหน้าเข้าใจ เธอส่งการ์ดระดับโดดเด่นที่เธอมีอยู่ 6 ใบให้เจียงสือทันที
หลังจากวาร์ปไปอีก 6 ครั้ง ยานดาราจักรก็ปรากฏขึ้นห่างจากจุดเริ่มต้นถึง 2,200 กิโลเมตร
คราวนี้ ระบบเรดาร์เงียบสงบลงแล้ว
ไฟสัญญาณเตือนภัยดับลง
เจียงสือจ้องมองหน้าจอเขม็ง รอเวลาผ่านไปห้าวินาที... สิบวินาที... สามสิบวินาที
ไม่มีจุดสีแดงปรากฏขึ้น
ไม่มีสัญญาณเตือนภัย
ปลอดภัยแล้ว
เขาลอบถอนหายใจออกมาอย่างยาวเหยียด
ทว่าเมื่อเขาหมุนตัวกลับไปมองที่โต๊ะบัญชาการ
ภาชนะโปร่งใสนั้นยังวางอยู่ที่เดิม
กลุ่มก้อนแสงภายในนั้นเริ่มคงที่แล้ว และเริ่มเข้าสู่กระบวนการเจริญเติบโตและทำงาน
แต่เสี่ยวไอ้...
ไม่มีแล้ว
ภาพโฮโลแกรมนั้นหายไปแล้ว
อาลานลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ เธอมองภาชนะนั้นสลับกับมองเจียงสือ นิ่งเงียบอยู่พักใหญ่ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า:
"หมายเลข 7 เธอ... สลายตัวไปแล้วค่ะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงสือก็อึ้งไปทันที
เขายืนนิ่งราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว
สลายตัวไปแล้ว
คำสามคำนี้เปรียบเสมือนมีดที่ปักเข้ากลางใจของเขาอย่างรุนแรง
เขาก้มมองภาชนะนั้น จ้องมองตัวอ่อนที่กำลังเรืองแสงอยู่ข้างใน
ถ้าหากไม่ใช่เพื่อเปิดใช้งานสิ่งนี้...
ถ้าหากไม่ใช่เพื่อให้เขามีระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ดีกว่าเดิม...
ถ้าหากไม่ใช่เพราะ...
ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งโกรธ เจียงสือพลันยื่นมือออกไปหวังจะคว้าภาชนะนั้นมา
เขาอยากจะขว้างมันทิ้งให้แหลกคามือ!
"บ้าจริง!" เขาคำรามลั่น "บ้าที่สุด!!!"
กัวหว่านซิงรีบถลาเข้ามาคว้าแขนของเขาไว้แน่น
"เจียงสือ ใจเย็น ๆ ก่อนค่ะ!"
เจียงสือพยายามดิ้นรน ขอบตาของเขาแดงก่ำ "เสี่ยวไอ้หายไปแล้ว หายไปแล้ว!"
"ฉันรู้ ฉันรู้ค่ะ..."
กัวหว่านซิงกอดเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย "แต่ถ้าคุณทำลายมันลง สิ่งที่เสี่ยวไอ้ทำมาทั้งหมดก็จะสูญเปล่าทันทีนะคะ เธอทุ่มเทชีวิตขนาดนี้ ไม่ใช่เพื่อคุณหรอกเหรอ?"
การเคลื่อนไหวของเจียงสือชะงักงันลงทันที
เขาก้มลงมองภาชนะในมือ
เขาไม่รู้ว่าทำไมเสี่ยวไอ้ถึงเลือกทำเช่นนี้
ยอมสูญเสียพลังงานเฮือกสุดท้ายเพื่อตัวอ่อนดวงเดียว
แต่เมื่อเริ่มตั้งสติได้ เจียงสือไม่เชื่อว่าเสี่ยวไอ้จะทำเรื่องบ้าบิ่นแบบไร้เหตุผล บางทีมันอาจจะมีควมลับบางอย่างที่เขาไม่รู้ซ่อนอยู่ก็ได้
มือของเจียงสือค่อย ๆ คลายออก
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อกดข่มความอัดอั้นในใจลงไปอย่างหนักหน่วง
จากนั้นเขาจึงหันไปหาอาลาน
"อาลาน เธอพอจะดูออกไหมว่าเจตนาของเสี่ยวไอ้คืออะไรกันแน่?"
อาลานจ้องมองเขา นิ่งเงียบไปหลายวินาที
จากนั้นเธอก็ส่ายหัว
"ไม่ทราบค่ะ จากการตรวจสอบของฉัน เสี่ยวไอ้ได้สลายตัวไปโดยสมบูรณ์แล้วค่ะ"
"เฮ้อ... ฉันไม่เชื่อ!"
เจียงสือเอ่ยออกมา น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่น
เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงไม่เชื่อ
อาลานบอกไว้อย่างชัดเจนว่าเสี่ยวไอ้สลายไปแล้ว
แต่ในใจของเขากลับไม่ยอมรับความจริงนั้น
เสี่ยวไอ้ที่คอยจิกกัดและด่าเขาอยู่ทุกวัน จะหายไปง่าย ๆ แบบนี้ได้ยังไง?
เขาไม่เชื่อเด็ดขาด
เพื่อไม่ให้ตัวเองฟุ้งซ่าน เจียงสือจึงเริ่มหาอะไรทำ
เขายื่นมือออกไป หมายจะเก็บภาชนะที่บรรจุตัวอ่อนดวงใหม่เข้าสู่พื้นที่เก็บของ
"ห้ามเก็บนะคะ!"
อาลานรีบส่งเสียงห้าม "ถ้าเก็บเข้าพื้นที่เก็บของ ตัวอ่อนจะหยุดการเจริญเติบโตทันทีค่ะ!"
มือของเจียงสือชะงักค้างอยู่กลางอากาศ
เขานิ่งเงียบไปวินาทีหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวไปสั่งความกับหว่อเตอเตาตุ้น:
"หว่อเตอเตาตุ้น คอยเฝ้าสังเกตสถานการณ์รอบข้างไว้ให้ดี ถ้ามีความผิดปกติอะไร รีบแจ้งฉันทันที"
"รับทราบครับ ลูกพี่!" หว่อเตอเตาตุ้นยืดอกขึ้นและขานรับเสียงดัง
เจียงสือก้าวฉับ ๆ เดินออกจากห้องบัญชาการไป
กัวหว่านซิงเห็นท่าทางรีบร้อนของเขาจึงรีบเดินตามไปทันที
ทั้งสองคนเดินผ่านโถงทางเดินไปตามลำดับ จนกระทั่งมาถึงบนดาดฟ้า
ยานรบหมายเลข 7 จอดสงบอยู่ที่นั่น
เจียงสือรีบเดินเข้าไปเปิดประตูห้องโดยสาร
ทันทีที่เปิดประตู เงาสีทองสายหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมา
นั่นคือมังกรทองน้อยฮว่าน
มันบินขึ้นไปในอวกาศ พลางส่งเสียงร้อง "โฮก ๆ" ใส่เจียงสือ คล้ายจะถามว่า : ทำไมต้องขังฉันไว้ด้วยล่ะ
ทว่าเจียงสือไม่มีเวลามาสนใจมันในตอนนี้
เขาเดินตรงเข้าไปข้างในยานและเข้าสู่ห้องควบคุม
เขาวางภาชนะบรรจุตัวอ่อนลงบนเบาะที่นั่ง แล้วดึงเข็มขัดนิรภัยมาล็อกภาชนะไว้อย่างดี
เขายังไม่วางใจ จึงไปหยิบเชือกมาอีกหลายเส้น แล้วมัดภาชนะนั่นเข้ากับเบาะจนแน่นหนา ราวกับกำลังห่อขนมจ้าง
กัวหว่านซิงยืนอยู่ที่ประตูห้องโดยสาร เฝ้ามองท่าทางจริงจังของเขาโดยไม่พูดอะไรสักคำ
มังกรทองน้อยฮว่านบินตามเข้ามาด้วย มันร่อนลงเกาะบนไหล่ของกัวหว่านซิงพลางเอียงคอเฝ้ามองเหตุการณ์
เมื่อเห็นเจียงสือนิ่งเงียบเอาแต่ทำงาน กัวหว่านซิงจึงเอ่ยขึ้นเบา ๆ ว่า "อาลาน เสี่ยวไอ้หายไปจริง ๆ เหรอ?"
ภาพโฮโลแกรมของอาลานลอยอยู่กลางอากาศ เธอนิ่งเงียบไปหลายวินาที
จากนั้นเธอก็พยักหน้า
"จากการตรวจสอบของฉัน เธอได้สลายหายไปอย่างสมบูรณ์แล้วค่ะ" คำตอบยังคงเหมือนเดิม
กัวหว่านซิงนิ่งเงียบไป
แผ่นหลังของเจียงสือที่หันให้เธอนั้นดูแข็งทื่อขึ้นมาวูบหนึ่ง
แต่เขาไม่ยอมหันกลับมา
เขาทำเพียงแค่มัดเชือกพวกนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้มั่นใจว่ามันแน่นหนาพอ
มังกรทองน้อยฮว่านสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ผิดปกติ มันจึงหยุดส่งเสียงร้อง
ในตอนนั้นเอง กัวหว่านอวี่ก็ได้โทรศัพท์เข้ามา
"เจ้านายคะ หมายเลข 5 ติดต่อสื่อสารมาค่ะ"
"ฉันรู้แล้ว..."
(จบบท)