เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 55 เรียกพวก!

บทที่ 55 เรียกพวก!

บทที่ 55 เรียกพวก!


คนที่จู่ๆ ก็บุกเข้ามาในสนามประลองวิญญาณใต้ดินไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือจางเย้าจง ฮวังมินอู และมุราตะ ทาโร่

หลังจากที่ทั้งสามคนหนีออกมาจากตึกเซี่ยหมู่ ฟาร์มาซูติคอล กรุ๊ป ได้แล้ว ก็มุ่งหน้าตรงมาที่ตระกูลเซี่ยทันที

ในเมื่อบริษัทเป็นแค่ฉากหน้า และข้างในก็มีแต่นักรบพ่นปรี๊ด

งั้นสูตรลับการผลิตยาก็ต้องซ่อนอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลเซี่ยนี่แหละ

เพื่อจะตามหาสูตรยา ฮวังมินอูและมุราตะ ทาโร่ต้องไป "ลองชิม" อะไรมาบ้างล่ะนั่น

แม้แต่จางเย้าจงเองก็ยังต้องทนดมกลิ่นตลบอบอวลอยู่กับทั้งคู่ตั้งนาน

ดังนั้นมีหรือที่ทั้งสามคนจะยอมล้มเลิกง่ายๆ

ตระกูลเซี่ยแล้วยังไงล่ะ สายลับผู้ทระนงจากประเทศชิงหว่าและจักรวรรดิซากุระจะไปเกรงกลัวขุมอำนาจในหัวเซี่ยได้ยังไง?

ฮวังมินอูและมุราตะ ทาโร่เองก็ไม่ใช่กระจอก ทั้งคู่มีความแข็งแกร่งถึงระดับเพชร

ในตอนนี้ฮวังมินอูกำลังตะโกนออกมาอย่างดีใจ "ไอ้บ้าเอ๊ย ในที่สุดก็หาเจอจนได้ ทั้งตระกูลเซี่ยเต็มไปด้วยหมอกควันพ่นปรี๊ด ฉันเกือบจะถอดใจไปแล้วนะเนี่ยสิมิดะ!"

มุราตะเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน "ในหัวเซี่ยมีสำนวนว่า 'ขุดดินสามศอก' (พยายามอย่างหนัก) คนหัวเซี่ยชอบซ่อนของสำคัญไว้ใต้ดินจริงๆ ด้วย"

จางเย้าจงที่อยู่ข้างๆ กลับร้องอุทานออกมา "เฮ้ๆ พวกนายสองคนจะเปลี่ยนที่ฉลองกันหน่อยไหม เท้าพวกนายเหยียบอยู่บนศพนะโว้ย"

หลินเจวี๋ย: ให้ตายเถอะ ขนาดเป็นศพแล้วยังไม่มีศักดิ์ศรีเลย ถูกลูกหลงยังไม่พอ นี่ยังจะมาเต้นระบำบนตัวฉันอีกเหรอ?

ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังฮึกเหิมที่หาสถานที่ลับของตระกูลเซี่ยเจอ

ยัยแก่เซี่ยหมู่ที่กำลังเดือดจัดก็ลุกพรวดขึ้นจากบัลลังก์มังกร พลังวิญญาณระดับดาราเจิดจรัสพวยพุ่งออกมา ทำเอาสนามประลองทั้งสนามสั่นสะเทือนไม่หยุด

ฮวังมินอูและมุราตะถือเป็นสายลับมือฉกาจ สัญชาตญาณการระวังภัยจึงว่องไวมาก พวกเขาเริ่มตั้งท่าระแวดระวังทันที

"พวกแกเป็นใคร? บังอาจบุกเข้ามาในตระกูลเซี่ยของฉัน ทำลายแผนการใหญ่ของฉัน อยากตายนักใช่ไหม?"

ฮวังมินอูและมุราตะพอเห็นว่าเป็นยัยแก่เซี่ยหมู่ ต่างก็ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่

พวกเขาแค่จะมาขโมยสูตรยา ทำไมมันถึงได้ยากเย็นเข็ญใจขนาดนี้เนี่ย?

เจอ "นักรบพ่นปรี๊ด" ไปสองคนพวกเขาก็ไม่อยากจะพูดอะไรแล้ว

นี่ยังไม่ทันจะดีใจที่หาที่เจอ ก็ดันมาจ๊ะเอ๋กับยัยแก่เซี่ยหมู่ที่เป็นถึงระดับดาราเจิดจรัสอีก

นี่น่ะเหรอพลังลึกลับแห่งตะวันออกอันเก่าแก่?

หรือเป็นเพราะก่อนมาหัวเซี่ยพวกเขาไม่ได้ไปกราบไหว้เทพชุน (ชุนเกอ) มา ทางเดินข้างหน้าถึงได้ตะปุ่มตะป่ำขนาดนี้?

เย่ฟานที่แอบดูอยู่ริมสนามประลองเองก็อึ้งไปเหมือนกัน

นี่ไม่ใช่คนที่เขาเรียกมานี่นา ทำไมมีชาวต่างชาติโผล่มาด้วยสองคนล่ะนั่น?

แถมไอ้สามคนนี้ดูท่าทางจะมาสร้างความตลกมากกว่ามาสู้หรือเปล่านะ

ยัยแก่เซี่ยหมู่หันไปสั่งกลุ่มลุงหลีที่อยู่ด้านหลัง "พวกแกไปเฝ้าพวกผู้ถูกเลือกไว้ให้ดี อย่าปล่อยให้ใครอาศัยจังหวะนี้หนีไปได้"

เมื่อได้รับคำสั่ง กลุ่มลุงหลีก็แปลงร่างเป็นเงาดำแยกย้ายกันไปทันที

จากนั้น ยัยแก่เซี่ยหมู่ที่กำลังโกรธเกรี้ยวก็หันมาเผชิญหน้ากับทั้งสามคน

ระดับดาราเจิดจรัสอย่างเธอ เมื่อใช้งานสกิล 【กลืนกินมหาศาล】 อานุภาพของมันช่างแตกต่างกับของเซี่ยเหยาราวฟ้ากับเหว

แรงดูดมหาศาลปะทุขึ้นจากฝ่ามือของยัยแก่เซี่ยหมู่ ราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง

จางเย้าจงที่คิดจะแปลงร่างเป็นควันเพื่อหลบหนีกลับถูกดูดเข้าไปอย่างไม่อาจขัดขืน

เย่ฟานอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา "คุณพระช่วย นี่มันเครื่องดูดควันหรือเปล่าเนี่ย?"

ส่วนจางเย้าจงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะถูกสูบจนแห้งเหี่ยว จึงรีบกลับคืนร่างเนื้อทันที

ทว่ายัยแก่เซี่ยหมู่ไม่มีทางปล่อยเขาไปแน่ เธอเปิดใช้งานสกิล 【กลืนกินเนื้อหนัง】 พลังชีวิตในร่างกายของจางเย้าจงถูกสูบออกมาอย่างต่อเนื่อง จนสุดท้ายเขาก็กลายเป็นศพที่แห้งเหี่ยวราวกับมัมมี่

"โอปป้าเย้าจง!"

"ท่านเย้าจง!"

ฮวังมินอูและมุราตะ ทาโร่ ต่างก็รู้สึกเสียดายกับการตายของจางเย้าจง เพราะยังไงก็ถือว่าเป็นเพื่อนร่วมดมกลิ่นพ่นปรี๊ดมาด้วยกัน

"โอปป้าครับ เช็งเม้งปีหน้าผมจะเผากระดาษไปให้ท่านนะ วิดีโอรวมท่าเต้นเกิร์ลกรุ๊ปผมก็จะเผาไปให้ด้วย"

"หนังผู้ใหญ่ของผมก็จะเผาไปให้ท่านเย้าจงด้วยเหมือนกัน เก็บไว้ดูแก้เหงาระหว่างทางนะครับ"

ยัยแก่เซี่ยหมู่เบนสายตามาจ้องมองทั้งสองคน

"ไอ้พวกสุนัขรับใช้จากประเทศชิงหว่าและประเทศซากุระ ยังมีเวลามาเผากระดาษให้คนอื่นอีกเหรอ ฉันจะส่งพวกแกไปอยู่เป็นเพื่อนมันเดี๋ยวนี้แหละ บังอาจมาทำเรื่องใหญ่ของฉันพัง ตายซะเถอะ!"

"【กลืนกินมหาศาล】!"

แรงดูดมหาศาลระเบิดออกมาอีกครั้ง สีหน้าของฮวังมินอูและมุราตะ ทาโร่ เริ่มดูไม่ได้ทันที

พลังพิเศษของมุราตะ ทาโร่ คือการปรับสนามแรงดึงดูดรอบตัว

เพื่อต่อต้านแรงดูด เขาจึงใส่แรงดึงดูดให้ตัวเองถึงห้าเท่าในทันที

แรงดึงดูดที่เพิ่มขึ้นทวีคูณกดทับจนเขาต้องคุกเข่าลงกับพื้น แต่นั่นก็ทำให้เขาไม่ถูกยัยแก่เซี่ยหมู่ดูดเข้าไป

ใบหน้าของมุราตะบิดเบี้ยวภายใต้แรงดึงดูดมหาศาล ปากก็ยังไม่ยอมแพ้ "อย่ามาดูถูกนินจานะโว้ย!"

ฮวังมินอูเห็นมุราตะมีวิธีต้านทานแรงดูด ก็รีบวิ่งไปหาเขาทันที

และภายใต้อิทธิพลของสนามแรงดึงดูดห้าเท่า เขาก็ต้องคุกเข่าลงไปกองกับพื้นเช่นกัน

ฮวังมินอูเอ่ยขึ้น "ทาโร่ พวกเรามาร่วมมือกันจัดการนังแก่นี่เถอะ เสร็จงานแล้วค่อยมาแบ่งสูตรยากันโอเคไหม?"

มุราตะ ทาโร่ พยักหน้า "จัดไปอย่าให้เสีย!"

เย่ฟานที่แอบดูเรื่องสนุกอยู่ข้างสนามตอนนี้แทบจะขำจนหยุดไม่ได้

"เฮ้ๆ พวกนาย คุกเข่าต่อหน้ากันแบบนั้น กะจะคำนับฟ้าดินแต่งงานกันหรือไงครับ?

มีที่ไหนมายืนคำรามขู่คนอื่นทั้งที่ยังคุกเข่าอยู่ แถมยังจะชิงสูตรยาอีก?

พวกนายน่ะคงกำลังฝันหวานเรื่องพ่นปรี๊ดอยู่ใช่ไหมล่ะนั่น"

เพราะเย่ฟานหัวเราะดังเกินไป คำเหน็บแนมของเขาจึงเข้าหูสายลับทั้งสองคนเต็มๆ

【ได้รับแต้มความแค้นจาก ฮวังมินอู +999】

【ได้รับแต้มความแค้นจาก มุราตะ ทาโร่ +999】

ความจริงแล้ว สองประโยคแรกของเย่ฟานไม่ได้เรียกแต้มความแค้นจากทั้งคู่ได้เลยสักนิด

เพราะคนประเทศชิงหว่าและประเทศซากุระน่ะ เอะอะอะไรก็คุกเข่ากันเป็นปกติอยู่แล้ว

ไม่เหมือนคนหัวเซี่ยที่มีทองคำอยู่ที่หัวเข่า (ไม่ยอมคุกเข่าง่ายๆ)

ดังนั้นต่อให้สภาพของพวกเขาตอนนี้จะดูน่าขำในสายตาคนอื่นแค่ไหน แต่ทั้งคู่กลับไม่มีความรู้สึกนั้นเลยสักนิด

แต่ประเด็นสำคัญคือประโยคสุดท้ายของเย่ฟานต่างหาก ที่มันแทงใจดำพวกเขาเข้าอย่างจัง

ยังจะมาพูดเรื่องพ่นปรี๊ดอีกเหรอ?

ตั้งแต่เริ่มภารกิจมา มีตรงไหนบ้างที่พวกเขาไม่ได้ดมกลิ่นพ่นปรี๊ด?

ที่ตึกเซี่ยหมู่ ฟาร์มาซูติคอล กรุ๊ป พวกเขาอุตส่าห์ตามกลิ่นมหัศจรรย์นั่นจนไปถึงห้องน้ำ

อย่าว่าแต่กลิ่นเลย แม้แต่ของเสียบนกำแพงพวกเขาก็ยังชิมมาแล้วนะโว้ย!

ที่ซ้ำร้ายกว่านั้นคือ พวกเขาอุตส่าห์ดั้นด้นมาจนถึงคฤหาสน์ตระกูลเซี่ย

แต่กลับพบว่าภายในเมืองโบราณตระกูลเซี่ยก็ยังคงตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นพ่นปรี๊ดนั่นเหมือนเดิม

เรื่องนี้ทำให้จิตใจของพวกเขาเริ่มหวั่นไหว

จนแอบสงสัยว่าสูตรยาลับของตระกูลเซี่ยคงจะใส่ของเสียพวกนั้นลงไปจริงๆ ใช่ไหม

ทว่าพวกเขาจะไปรู้ได้อย่างไร ว่า "นักรบพ่นปรี๊ด" ทั้งหลีหล่างและผางต้าไห่ที่พวกเขาเจอระหว่างทาง ล้วนเป็นผลงานของเย่ฟานที่ยืนด่าพวกเขาอยู่นี่ทั้งนั้น

ตัวต้นเรื่องยืนอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่กลับไม่มีใครจำใครได้เลยสักคน

ในจังหวะนั้นเอง ลุงหลีคนหนึ่งก็เหลือบไปเห็นเย่ฟาน เขาจึงพุ่งตรงเข้ามาหาทันที

เย่ฟานโบกมือให้ฮวังมินอูและมุราตะ ทาโร่ "เฮ้ ทนต่ออีกหน่อยนะ อย่าให้ฉันดูถูกพวกนายได้ล่ะ"

เส้นเลือดที่หน้าผากของฮวังมินอูและมุราตะปูดโปนขึ้นมาทันที

บัดซบ ระดับเพชรอย่างพวกเขาสองคน เพิ่งจะถูกไอ้ระดับเงินดูถูกงั้นเหรอ?

เย่ฟานพูดจบก็คว้าตัวเซี่ยเหยามาโอบไว้ในอ้อมแขน อาณาเขตมิติสองชั้นถูกกางออกมาอีกครั้ง

ลุงหลีที่พุ่งเข้ามาจึงหลุดเข้าไปในกระจกเขาวงกตโดยตรง จนหลงทิศหลงทางไปหมด

ภายใต้การสะท้อนของกระจกเงามากมาย รอบตัวเขามีแต่ร่างเงาของตัวเองเต็มไปหมด

จนทำให้เขาแยกไม่ออกว่าร่างไหนคือตัวจริงของตัวเองกันแน่

ส่วนเย่ฟานอาศัยจังหวะนี้แอบย่องเข้าไปใกล้ แล้วดึงเขาเข้ามาในรัศมีของ 【อาณาเขตปิ้งย่าง】

พอได้จังหวะที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว เขาก็ควักไม้เสียบเหล็กออกมาแล้วแทงสวนไปทันที

ลุงหลีที่ถูกแทงก้นเข้าอย่างจังร้องเสียงหลงออกมาเหมือนหมูถูกเชือด

【ได้รับแต้มความแค้นจาก หลีเชียนฟ่า +999】

"เอ๋? เป็นลุงหลีคนใหม่ที่ยังไม่เคยโดนแทงนี่นา งั้นก็ช่วยรับความฟินจากการฝังเข็มชุดใหญ่ไปหน่อยแล้วกันนะ"

และแล้ว คนที่ต้องเสียใจเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนก็ได้ถือกำเนิดขึ้น

นับจากนี้ไป ไม้เสียบเหล็กจะเป็นฝันร้ายไปตลอดชีวิตของเขา

หลังจากจัดการคนนี้เสร็จ เย่ฟานก็วิ่งไปหาลุงหลีคนถัดไปทันที

ยังคงใช้สูตรเดิม และแผนการเดิม

ไม้เสียบเหล็กแทงออกไปหนึ่งที รายการแต้มความแค้นก็เริ่มเด้งรัวๆ

【ได้รับแต้มความแค้นจาก หลีว่านเซิง +999】

"หืม? ลุงหลีคนที่ผมรู้จักนี่นา?"

เย่ฟานนึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้ตอนหินยักษ์ร่วงลงมา ลุงหลีคนนี้เพิ่งจะช่วยชีวิตหยางสงไว้ เขาจึงรีบเก็บไม้เสียบเหล็กทันที

หลีว่านเซิงเอามือกุมก้นพลางมองเย่ฟานด้วยสายตาตัดพ้อ

"คราวหน้าคราวหลังนายช่วยเล็งคนให้มันถูกก่อนค่อยแทงได้ไหม!"

............

อีกด้านหนึ่ง ยัยแก่เซี่ยหมู่เริ่มเปิดฉากปะทะกับฮวังมินอูและมุราตะ ทาโร่ แล้ว

ระดับดาราเจิดจรัสอย่างเธอ แค่ปล่อยคลื่นพลังวิญญาณออกมามั่วๆ ก็มีอานุภาพทำลายภูเขาถล่มแผ่นดินได้แล้ว

เพียงไม่นาน สนามประลองวิญญาณใต้ดินก็กลายเป็นเศษซากปรักหักพัง

สายลับสองคนที่วินาทีที่แล้วยังคุยโวว่าจะแบ่งสูตรยากัน ในตอนนี้กลับวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปทั่วสนาม

พลังพิเศษของฮวังมินอูคือสายฟ้า ร่างกายของเขากลายเป็นแสงสีน้ำเงินวิ่งหนีได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนมุราตะ ทาโร่ ก็คอยปรับแรงดึงดูดของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ทำให้เขาสามารถวิ่งไต่กำแพงเพดานได้เหมือนนินจาจริงๆ

จะว่าไป ถึงระดับเพชรจะสู้ระดับดาราเจิดจรัสไม่ได้ แต่ระดับดาราเจิดจรัสเองก็ไม่ใช่ว่าจะจัดการระดับเพชรได้ง่ายๆ เหมือนกัน

และเมื่อเห็นหนูสองตัวที่แอบมุดเข้ามาในบ้านของเธอทำให้แผนการจุติใหม่ต้องล่าช้า ยัยแก่เซี่ยหมู่ก็เริ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป

มือขวาของเธอสะบัดคลื่นพลังวิญญาณออกมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เป้าหมายไม่ใช่สายลับทั้งสองคน

แต่มันกระแทกเข้าใส่กำแพงด้านหลังของเธอแทน

กำแพงระเบิดออก ร่างคนนับพันเดินดาหน้าออกมา ซึ่งทุกคนต่างก็มีหน้าตาเหมือนกลุ่มลุงหลีเป๊ะ เพราะพวกเขาคือมนุษย์โคลนนิง

เพียงแต่มนุษย์โคลนนิงพวกนี้เห็นชัดว่าไม่มีจิตสำนึก เป็นเพียงศพเดินได้เท่านั้น

ยัยแก่เซี่ยหมู่นั่งลงบนบัลลังก์มังกรอีกครั้ง พลางสั่งการมนุษย์โคลนนิงที่อยู่เบื้องหลัง

"ไปจับไอ้ตัวตลกสองตัวนั่นมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!"

กองทัพมนุษย์โคลนนิงเริ่มเคลื่อนไหวตามคำสั่ง พวกเขากลายเป็นเงาดำนับพันพุ่งเข้าหาฮวังมินอูและมุราตะทันที

คราวนี้ทั้งสองคนเริ่มอยู่ไม่เป็นสุขแล้ว เพราะพวกเขาสัมผัสได้ว่าในกองทัพมนุษย์โคลนนิงมีคนที่อยู่ระดับเพชรปนอยู่หลายคนเลยทีเดียว

ภารกิจครั้งนี้ พวกเขาคงต้องมาทิ้งชีวิตไว้ที่หัวเซี่ยจริงๆ เสียแล้ว

คนที่ตกใจไม่แพ้กันก็คือเย่ฟาน

เมื่อกี้เขายังแอบหวังว่าสายลับสองคนนั้นจะถ่วงเวลายัยแก่เซี่ยหมู่ไว้ได้จนกว่าพี่สาวผู้พันจะพากองทัพเฉียนหลงมาถึง

แต่ในสถานการณ์แบบนี้ ต่อให้กองทัพเฉียนหลงมาถึงก็คงช่วยอะไรไม่ได้มากหรอกมั้ง

บ้าจริง ยัยแก่เซี่ยหมู่ก็เรียกพวกเป็นเหมือนกันเหรอเนี่ย!

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 55 เรียกพวก!

คัดลอกลิงก์แล้ว