เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 ล็อกเป้าคนร้าย

บทที่ 60 ล็อกเป้าคนร้าย

บทที่ 60 ล็อกเป้าคนร้าย


ภายในร้านอาหารจินต๋า

โจวจิ้งเย่ขึงเทปกั้นเขตที่ประตูเรียบร้อยแล้ว รถตำรวจของหน่วยสืบสวนที่มาสมทบจอดเปิดไฟไซเรนกะพริบวับวาบอยู่หน้าประตู ส่วนสวีซินซินและตำรวจหญิงอีกสองสามคนกำลังอดทนจดบันทึกข้อมูลของลูกค้าอยู่ที่หน้าร้าน

ประชาชนในประเทศจีนให้การยอมรับและเชื่อฟังตำรวจอย่างมาก หลังจากโจวจิ้งเย่แสดงตัวและอธิบายสถานการณ์ให้ฟัง ทุกคนก็แสดงความเข้าใจและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ดังนั้นการเคลียร์พื้นที่จึงดำเนินไปอย่างราบรื่น

ส่วนภายในร้าน ซูหมิงกำลังนำทีมผู้กำกับเหยียนและคนอื่นๆ สอบปากคำพ่อครัวในครัวหลังร้าน

ซุนต้ากั๋ว พ่อครัวใหญ่ มองซูหมิงที่ตัวใหญ่ราวกับยักษ์ด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่น ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ น้ำตาแทบจะร่วงอยู่รอมร่อ

ไม่ใช่แค่เพราะตกใจที่จู่ๆ ก็มีตำรวจแห่กันมาที่ร้าน แต่เขาถูกซูหมิงทำให้กลัวจนสติแตกต่างหาก

ตอนนี้ซูหมิงยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าเขา กล้ามเนื้อที่เป็นมัดๆ ราวกับก้อนหิน ผนวกกับกลิ่นอายดุดันราวกับมหาโจร ทำเอาซุนต้ากั๋วที่เป็นแค่พ่อครัวซื่อๆ มาทั้งชีวิตตกใจจนแทบช็อก

นี่มันใช่ท่าทางที่ตำรวจควรจะมีที่ไหนกันล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนใส่เครื่องแบบตำรวจมาด้วยตั้งหลายคน แถมยังเรียกเขาว่าหัวหน้าชุดซูหมิงอีกล่ะก็

ซุนต้ากั๋วคงไม่เชื่อเด็ดขาดว่านี่คือตำรวจ นี่มันหัวหน้าโจรภูเขาชัดๆ!

"..พะ...พี่ตำรวจครับ! ร้านเราไม่ได้ใช้น้ำมันเถื่อนจริงๆ นะครับ! เราใช้น้ำมันสลัดอย่างดี บิลสั่งของแต่ละวันก็มีอยู่ครบเลยครับ! ผมถูกปรักปรำนะครับ!" ซุนต้ากั๋วพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขาพูดประโยคนี้มาตั้งแต่ต้นแล้ว

แต่ตำรวจพวกนี้ทำหูทวนลม แถมยังไล่ลูกค้าออกไปจนหมดร้านอีก

อู๋เหวินกวงที่ยืนหรี่ตาอยู่ข้างๆ ซูหมิง เห็นว่าในร้านไม่มีคนอื่นแล้ว ก็ใช้มืออวบอูมของเขาตบโต๊ะดังปัง

ปัง!

"ซุนต้ากั๋ว! ยังจะไม่ยอมสารภาพอีกเหรอ! ความลับของแกแตกแล้ว!"

การตบโต๊ะครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ซุนต้ากั๋วสะดุ้งโหยง แต่พนักงานคนอื่นๆ ในร้านก็พากันสะดุ้งตามไปด้วย

ความลับแตกแล้ว!?

ซุนต้ากั๋วไปทำอะไรมา?

ชั่วขณะหนึ่ง สายตาหลายสิบคู่ต่างพุ่งเป้าไปที่พ่อครัวใหญ่ของร้าน ตำรวจแห่กันมาเยอะขนาดนี้ พ่อครัวซุนไปก่อเรื่องอะไรไว้เนี่ย?

"ผมทำอะไรผิดล่ะ! ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!" ซุนต้ากั๋วร้อนรนจนหน้าแดงก่ำ เถียงคอเป็นเอ็น

"ไม่ได้ทำเหรอ?! ยังจะกล้าพูดอีกว่าไม่ได้ทำ!" เมื่ออู๋เหวินกวงอยู่ต่อหน้าผู้กำกับเหยียน ก็ยิ่งอยากโชว์ผลงาน เขาตวาดเสียงดังกลบเสียงแก้ตัวของซุนต้ากั๋วไปจนหมด

"ผม.. ผมยอมรับก็ได้ว่าแอบดูเถ้าแก่เนี้ยอาบน้ำ แต่ผมก็แค่มองแวบเดียวเองนะ ผมไม่ได้ตั้งใจด้วย ก็ใครใช้ให้เธออาบน้ำไม่ยอมปิดประตูล่ะ" ซุนต้ากั๋วตอบตะกุกตะกัก

"ซุนต้ากั๋ว! ไอ้สารเลวเอ๊ย กูจะฆ่ามึง! มึงกล้าแอบดูเมียกูอาบน้ำเหรอ!" เถ้าแก่ที่ตอนแรกตกใจจนไม่กล้าปริปาก พอได้ยินแบบนั้นก็โกรธจนแทบกระอักเลือด

เมียอาบน้ำแล้วโดนแอบดู เรื่องแบบนี้ใครจะไปทนได้วะ? พนักงานในร้านหลายคนเห็นท่าไม่ดี รีบเข้าไปล็อกตัวเถ้าแก่ที่กำลังโกรธจัดไว้แน่น

แต่ก็ทนแรงเถ้าแก่เนี้ยที่เบียดตัวออกมาไม่ได้ "ซุนต้ากั๋ว! ฉันจะข่วนแกให้ตาย! ฉันอาบน้ำแกยังกล้าแอบดูอีกเหรอ!"

เถ้าแก่เนี้ยน้ำหนักร้อยโลรูปร่างหยั่งกะนักซูโม่ ไม่มีใครห้ามอยู่ พุ่งเข้าไปข่วนหน้าซุนต้ากั๋วเลือดอาบไปหมด

"เถ้าแก่! เถ้าแก่เนี้ย! ไม่ใช่ความผิดผมจริงๆ นะ ผมไม่ได้ตั้งใจ...." ซุนต้ากั๋วโดนข่วนจนต้องร้องขอชีวิต

คำถามเดียวของอู๋เหวินกวง ราวกับไปแหย่รังแตน ทำให้สถานการณ์วุ่นวายไปหมด

อู๋เหวินกวงโกรธจัด นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย! เขาตะโกนลั่น "หยุดเดี๋ยวนี้! ซุนต้ากั๋ว! ฉันหมายถึงน้ำซุปลูกชิ้น..."

"อะแฮ่ม!" ซูหมิงกระแอมไอเบาๆ ขัดจังหวะอู๋เหวินกวง แล้วส่งสายตาให้ผู้กองอู๋

คนอื่นเขาแค่โจมตีธรรมดา แกเล่นปล่อยอัลติเลยเหรอ?

หน่วยสืบสวนคดีอาญาของพวกนายทำงานกันแบบนี้เนี่ยนะ?

ซูหมิงล่ะปวดหัวจริงๆ ถ้าปล่อยให้อู๋เหวินกวงพูดจบ ความลับของคดีคงรั่วไหลหมดแน่! ถึงตอนนั้นไม่พ้นวันพรุ่งนี้ คนทั้งมณฑลเจียงเจ้อคงรู้กันหมดว่าเมืองเจียงเป่ยมีลูกชิ้นเนื้อมนุษย์

แบบนี้จะเก็บเป็นความลับได้ยังไง

อีกอย่าง ซูหมิงเปิดใช้งาน 【ดวงตามิตรสหาย】 กวาดสายตามองไปรอบๆ ตั้งนานแล้ว คนที่มีค่าความโหดเหี้ยมสูงสุดในร้าน รวมทั้งลูกค้าด้วย ก็คือลูกมือหั่นผักในครัวหลังร้านนี่แหละ

แต่ค่าความโหดเหี้ยมก็แค่สิบกว่าแต้ม คงแค่ชอบลักเล็กขโมยน้อย ขโมยซีอิ๊วนิด น้ำส้มสายชูหน่อย แค่นั้นแหละ ยังไม่ถึงเกณฑ์โดนปรับคดีลหุโทษด้วยซ้ำ

ส่วนซุนต้ากั๋ว พ่อครัวใหญ่ที่อู๋เหวินกวงสงสัยที่สุด มีค่ามิตรสหายแค่หลักหน่วย เป็นคนซื่อสัตย์สุจริตขนานแท้เลยล่ะ

ซูหมิงขมวดคิ้ว ใช้มือใหญ่เบ้อเริ่มราวกับอุ้งตีนหมีฟาดลงบนโต๊ะอาหารอย่างแรง

ได้ยินเสียงดังปัง โต๊ะไม้เนื้อแข็งหนาตั้งสิบเซนติเมตรกลับถูกตบจนแตกกระจาย

ฉากอันน่าเหลือเชื่อนี้ อย่าว่าแต่คนที่กำลังวุ่นวายอยู่ในร้านเลย แม้แต่ตำรวจหลายนายก็ยังอึ้งไปตามๆ กัน

เชี่ยเอ๊ย นี่แม่งใช่คนเหรอวะ?

ซูหมิงหน้าแดงก่ำด้วยความเขิน กระแอมไอเบาๆ แล้วพูดแก้เก้อว่า "เอ่อ เถ้าแก่ โต๊ะนี่ราคาเท่าไหร่ เดี๋ยวผมจ่ายค่าเสียหายให้นะครับ"

เขาเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย ปั้นหน้ายิ้มแย้มใจดีแล้วถามว่า "เชฟซุนครับ ผมขอถามหน่อยได้ไหมว่าน้ำซุปลูกชิ้นของร้านเราใครเป็นคนทำเหรอครับ?"

พอซุนต้ากั๋วเห็นรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัวของซูหมิง ก็ยิ่งกลัวหนักกว่าเดิม

"พะ..พี่ครับ ในร้านมีพ่อครัวแค่สองคน โดยปกติผมจะรับผิดชอบพวกผัดๆ ทอดๆ ส่วนพวกน้ำซุป เชฟหลี่เป็นคนทำครับ"

"แล้วเชฟหลี่อยู่ไหนล่ะครับ?" ซูหมิงกวาดสายตามองทุกคน แววตาอ่อนโยนไม่ได้มีท่าทีจับผิดใดๆ

แม้ทุกคนจะเห็นว่าชายร่างยักษ์คนนี้หน้าตาดุดันไปหน่อย แต่น้ำเสียงก็สุภาพมาก ไม่ได้ดุเหมือนตำรวจหุ่นเตี้ยล่ำที่อยู่ข้างๆ

ความกล้าก็เริ่มกลับมา ชายร่างสูงผอมสวมหมวกกุ๊กสีขาวคนหนึ่งเบียดตัวออกมาจากฝูงชน

"เอ่อ คุณตำรวจเรียกผมเหรอครับ?" เชฟหลี่เงยหน้ามองซูหมิง ยกมือขึ้นถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ

ซูหมิงกวักมือเรียกให้เขาตามมา แล้วก้าวอาดๆ เข้าไปในครัว

เชฟหลี่กลืนน้ำลายเอื๊อก เดินตามไปอย่างตัวสั่นเทา

ซูหมิงเดินเข้าไปในครัว ตรงดิ่งไปที่ตู้แช่แข็ง

ในตู้แช่แข็งมีเนื้อสัตว์และอาหารแช่แข็งประเภทต่างๆ จัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ เห็นได้ชัดว่ามีคนคอยทำความสะอาดทุกวัน

ซูหมิงค้นตู้ไปพลาง ถามไปพลางโดยไม่หันหน้ากลับมามองว่า "เชฟหลี่ครับ ช่วยบอกผมหน่อยได้ไหมว่าน้ำซุปลูกชิ้นฟักเขียวของร้านคุณทำยังไงครับ?"

"เอ่อ ปกติก็เอาฟักเขียวไปผัดนิดหน่อย แล้วใส่น้ำซุปกระดูกที่เคี่ยวไว้ จากนั้นก็ใส่ลูกชิ้นสำเร็จรูปลงไปครับ"

เชฟหลี่ใช้นิ้วมือเกาเกร็งๆ มองดูตำรวจหลายนายที่เดินตามหลังเขาเข้ามา ถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า "มีอะไรเหรอครับคุณตำรวจ น้ำซุปมีอะไรผิดปกติเหรอครับ?"

หลี่จงมองดูชิ้นเนื้อที่ซูหมิงหยิบออกมาจากตู้แช่แข็งมาวางไว้บนโต๊ะสแตนเลสมากขึ้นเรื่อยๆ

รูม่านตาหดเล็กลงเท่าปลายเข็ม ของพวกนี้.. หรือว่าจะเป็น?

เสียงเตือนภัยในหัวดังก้อง หันไปตะโกนว่า "หมอนิติเวชลี้มาหรือยัง? ให้หมอลี้เข้ามาจัดการ... เก็บหลักฐานพวกนี้หน่อย"

คดีแบบนี้ ทันทีที่กรมตำรวจเมืองได้รับแจ้ง ย่อมต้องส่งนิติเวชมาที่เกิดเหตุอยู่แล้ว

"ไม่ต้องหรอกครับผู้กองหลี่ พวกนี้เป็นแค่เนื้อวัวเนื้อแกะธรรมดาๆ ไม่ต้องตื่นตูมไปหรอกครับ" ซูหมิงปัดเกล็ดน้ำแข็งที่ติดมือออก ค้นตู้แช่แข็งจนในที่สุดก็หยิบถุงลูกชิ้นแช่แข็งถุงใหญ่ออกมา

ลูกชิ้นเนื้อสีขาวซีดบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส ซึ่งขนาดและรูปร่างก็เหมือนกับอาหารนรกที่พวกเขาเพิ่งจะได้ชิมไปไม่มีผิด

ซูหมิงเอาถุงมาจ่อใกล้จมูกแล้วสูดดมลึกๆ กลิ่นคาวเลือดของมนุษย์พุ่งเตะจมูกทันที

เมื่อเทียบกับตอนที่ต้มสุกแล้ว กลิ่นคาวเลือดสดๆ แบบนี้ ยิ่งทำให้ซูหมิงที่ได้รับการเสริมพลังจาก 【ความโปรดปรานของฮันนิบาล】 จำได้ทันที

ไม่ผิดแน่ ในตู้แช่แข็งทั้งหมด มีแค่ลูกชิ้นถุงนี้ถุงเดียวที่ส่งกลิ่น 'หอมหวน' ชวนอ้วกออกมา

ซูหมิงหันไปมองเชฟหลี่ "เชฟหลี่ครับ ลูกชิ้นเนื้อที่ใช้ในร้านคุณนี่ไปซื้อมาจากไหนครับ?"

"เป็นโรงงานเล็กๆ ในเมืองเรานี่แหละครับ พวกเขาทำลูกชิ้นแบบนี้มาหลายปีแล้ว เพราะใช้วัตถุดิบดี ราคาถูก ร้านอาหารหลายร้านก็เลยสั่งลูกชิ้นจากร้านเขาครับ"

"คุณตำรวจครับ? ลูกชิ้นนี่มันเป็นอะไรเหรอครับ?" เชฟหลี่เห็นซูหมิงให้ความสนใจลูกชิ้นถุงนี้เป็นพิเศษ ก็เลยถามด้วยความสงสัย

"ไม่มีอะไรหรอกครับ เนื้อที่ใช้ทำลูกชิ้นนี่มันมีปัญหา" ซูหมิงตอบส่งๆ ไป

"มีปัญหาเหรอครับ? ใช้เนื้ออะไรทำเหรอครับ?"

"เป็นเนื้อหมูเป็นโรคน่ะ วันหลังร้านพวกคุณเวลาจะเลือกซื้อวัตถุดิบก็ต้องเข้มงวดหน่อยนะ ของจากโรงงานเถื่อนอย่าเอามาใช้สุ่มสี่สุ่มห้า!"

ผู้กำกับเหยียนเห็นว่าคดีเริ่มมีเบาะแสแล้ว ก็รีบพูดเสริมเพื่อปิดบังความจริง ในเมื่อลูกชิ้นพวกนี้ไม่ได้ทำในร้าน รายละเอียดพวกนี้ก็ไม่จำเป็นต้องบอกให้พวกเขารู้หรอก

เชฟหลี่โดนผู้กำกับเหยียนดุ ก็พยักหน้ารับคำรัวๆ ไม่กล้าถามอะไรเซ้าซี้อีก

หาเหตุผลส่งๆ มาอ้างเพื่อกลบเกลื่อนไป หลังจากซูหมิงสอบถามข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับโรงงานผลิตลูกชิ้นนี้แล้ว ก็บอกให้เชฟหลี่ไปรอที่หน้าร้านก่อน

เมื่อเห็นเชฟหลี่เดินออกจากครัวไปแล้ว ซูหมิงก็ลองชั่งน้ำหนักถุงในมือดู ถุงพลาสติกใสพิมพ์โฆษณาห่วยๆ ไว้ก็ช่างมันเถอะ แต่ด้านข้างมีพิมพ์ไว้อย่างชัดเจนว่า 5 กิโลกรัม

แต่ถุงที่ควรจะเต็มแน่น ตอนนี้กลับพร่องไปกว่าครึ่ง จนเกือบจะเห็นก้นถุงอยู่แล้ว

ลูกชิ้นที่เพิ่งมาส่งเมื่อเช้านี้ เหลืออยู่แค่ไม่กี่ลูกเท่านั้น

ทุกคนมองหน้ากัน นอกจากความรู้สึกอยากอาเจียนแล้ว ก็ยังรู้สึกสยดสยองไปตามๆ กัน

นี่มันวิธีทำลายหลักฐานที่แนบเนียนมากจริงๆ

ถ้าไม่ใช่เพราะซูหมิงจับพิรุธได้ ฆาตกรก็คงลอยนวลพ้นเงื้อมมือกฎหมายไปแล้วแน่ๆ!

ผู้กำกับเหยียนมีสีหน้าเคร่งเครียด "ซูหมิง ในเมื่อคดีเริ่มมีเค้าลางแล้ว เรามาอัปเดตสถานการณ์เบื้องต้นให้ผู้กำกับจ้าวฟังก่อนดีไหม"

ซูหมิงเหลือบมองนาฬิกา แล้วส่ายหน้า "ผู้กำกับเหยียนครับ สั่งจับกุมคนร้ายก่อนเถอะครับ นี่เพิ่งผ่านไปแค่สิบกว่านาทีเอง ยังห่างจากเวลาสองชั่วโมงที่ผู้กำกับจ้าวให้ไว้อีกเยอะเลยครับ ในเมื่อจะรายงาน ก็ต้องสืบสวนให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนกว่านี้ก่อน ถึงจะคุ้มค่ากับการรายงานครับ"

ผู้กำกับเหยียนคิดดูแล้วก็เห็นด้วยกับที่ซูหมิงพูด จึงตอบตกลงตามข้อเสนอของซูหมิงอย่างยินดี

ในใจยิ่งรู้สึกชื่นชมชายหนุ่มร่างยักษ์คนนี้มากขึ้นไปอีก รู้จักใจเย็นและรอบคอบ สมแล้วที่เป็นคนที่ทำให้ตระกูลหวังเสียท่าได้

เยี่ยมมาก

ซูหมิงมีสีหน้าเย็นชา พูดตรงประเด็นว่า "คดีนี้เกือบล็อกตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว บุกไปจับคนร้ายที่โรงงานผลิตลูกชิ้นได้เลยครับ!"

"รับทราบ!"

หลี่จงกับอู๋เหวินกวงที่อยู่ในห้อง เห็นซูหมิงล็อกตัวผู้ต้องสงสัยได้ง่ายดายขนาดนี้ ก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่เป็นร้อยรอบ แต่ต่อหน้าผู้กำกับเหยียน พวกเขาก็ทำได้แค่รับคำสั่งของซูหมิงอย่างแข็งขันเท่านั้น

จบบทที่ บทที่ 60 ล็อกเป้าคนร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว