- หน้าแรก
- มือปราบมหากาฬระบบโจรโฉด
- บทที่ 36 การมาเยือนของหลิ่วหรูเยียน!
บทที่ 36 การมาเยือนของหลิ่วหรูเยียน!
บทที่ 36 การมาเยือนของหลิ่วหรูเยียน!
หญิงสาวสวมชุดเดรสสีขาวเรียบง่าย ใบหน้าดูน่าสงสารราวกับดอกบัวขาวที่กำลังสั่นไหวไปตามสายลม
มือเล็กๆ ทั้งสองข้างประคองช่อดอกไม้ ดวงตากลมโตคู่สวยมีหยาดน้ำตาเกาะพราว
ดูน่ารักน่าทะนุถนอม ทำให้คนเห็นเกิดความรู้สึกอยากปกป้องและทะนุถนอมขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
เมื่อเทียบกับความระแวดระวังของซูหมิงแล้ว ปฏิกิริยาของหลี่เฉิงหมิงนั้นดูเป็นปกติกว่ามาก
เมื่อหันหลังให้แสงแดดยามเช้า หลี่เฉิงหมิงก็ราวกับได้เห็นอาจารย์ปาโกวไห่สุดที่รักของเขาก้าวออกมาจากโฟลเดอร์โปรดในโทรศัพท์มือถือ
เขายืดตัวนั่งตัวตรงอย่างเงียบๆ แกล้งทำเป็นเคร่งขรึมแล้วพูดว่า "สวัสดีครับ.. ไม่ทราบว่ามาหา..."
หลี่เฉิงหมิงยังพูดไม่ทันจบ
"ซูหมิง.. นายเป็นยังไงบ้าง?"
หญิงสาวน้ำตาคลอเบ้า มองซูหมิงด้วยสีหน้าเป็นห่วงสุดๆ พูดไม่ทันจบน้ำตาก็ร่วงเผาะลงมา
"ฉัน.. ฉันได้ยินมาว่านายได้รับบาดเจ็บ...."
หลี่เฉิงหมิงมองดูสาวสวยที่กำลังร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่าอยู่หน้าประตูแล้วก็หัวใจสลาย
ขาเรียวยาวคู่นี้ เอวคอดกิ่วแบบนี้ ใบหน้าเล็กๆ ที่จิ้มลิ้มพริ้มเพราแบบนี้......
ยิ่งมองก็ยิ่งคุ้นตา
หลี่เฉิงหมิงผู้มีความสนใจหลากหลายหันไปมองซูหมิงอย่างไม่อยากจะเชื่อ สายตาเล็กๆ ของเขาเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามอันเบ้อเริ่ม
นี่นาย แฟนแกคือปาโกวไห่เหรอเนี่ย??
อุตส่าห์วุ่นวายมาตั้งนาน ที่แท้ลาบ้าพลังพลังงานนิวเคลียร์ประจำสถานีก็มีแค่ฉันคนเดียวสินะ?
เมื่อมองดูหญิงสาวที่ทำท่าทางหลงรักและเป็นห่วงชายหนุ่มในดวงใจอย่างสุดซึ้ง หลี่เฉิงหมิงก็อิจฉาจนตาเปรี้ยวไปหมดแล้ว
ตอนที่ซูหมิงสร้างผลงาน เขาก็แค่อิจฉาตาร้อน แต่พอรู้ว่าซูหมิงมีแฟนที่หน้าตาเหมือนปาโกวไห่ จิตใจอันแข็งแกร่งของหลี่เฉิงหมิงก็พังทลายลงในพริบตา รับไม่ได้จริงๆ
ใครจะไปคิดว่าแฟนของฮัลค์คือปาโกวไห่ล่ะ! พล็อตเรื่องขายดีขนาดนี้ ต่อให้เป็นคนเขียนบทของโตเกียวฮอทก็ยังคิดไม่ออกเลย
หลี่เฉิงหมิงมองดูใบหน้าเล็กๆ อันจิ้มลิ้มของหลิ่วหรูเยียนแล้วก็รู้สึกเปรี้ยวจี๊ดในใจ
ประจวบเหมาะกับที่เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้นพอดี
พอหยิบขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นผู้กำกับโจวจิ้งเย่โทรมา เขารีบกดรับสาย "ฮัลโหล! ผู้กำกับครับ?"
"เฉิงหมิง! ทางกรมส่งคนมาเยี่ยมซูหมิงแล้วนะ ตอนนี้คนมาถึงใต้ตึกศัลยกรรมแล้ว นายลงไปรับหน่อย!" เสียงของโจวจิ้งเย่ดังมาจากปลายสาย
"รับทราบครับ! ผู้กำกับโจว ผมจะลงไปรับเดี๋ยวนี้แหละครับ!"
หลี่เฉิงหมิงได้ยินดังนั้นก็ไม่กล้าชักช้า ไม่มีอารมณ์มาชื่นชมความงามของหญิงสาวแล้ว พอวางสายก็รีบลุกขึ้นเดินไปที่ประตูทันที
ซูหมิงได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ทางกรมตำรวจย่อมต้องส่งคนมาเยี่ยมอยู่แล้ว โดยเฉพาะบาดแผลถูกยิงแบบนี้ แม้ซูหมิงจะไม่ได้ถูกยิงโดนจุดสำคัญ แต่ทางกรมตำรวจเมืองก็ไม่มีทางทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นแน่นอน
งานตำรวจนั้นพิเศษ มักจะมีความเสี่ยงอันตรายมากมายแฝงอยู่เสมอ ผู้บังคับบัญชาย่อมไม่ทำให้ลูกน้องต้องเสียน้ำใจ และจะต้องรีบมาเยี่ยมเยียนทันทีแน่นอน
แม้จะไม่รู้ว่าเป็นใครมา แต่หลี่เฉิงหมิงก็ไม่กล้าให้ผู้บังคับบัญชารอนาน รีบวิ่งเหยาะๆ เตรียมจะออกจากห้องไป
"รุ่นพี่ รอก่อน...."
"ซูหมิง พวกนายคุยกันไปก่อนนะ ผู้บริหารจากกรมจะมาแล้ว ฉันลงไปรับก่อนนะ!"
หลี่เฉิงหมิงโบกมืออย่างลุกลี้ลุกลนแล้ววิ่งออกจากห้องผู้ป่วยไป พร้อมกับปิดประตูให้เสร็จสรรพ
ซูหมิงมองดูหลี่เฉิงหมิงที่หันมายิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับทำหน้าตาแบบ "ฉันเข้าใจ" ก่อนจะปิดประตู ก็ได้แต่นวดหว่างคิ้วด้วยความอ่อนใจ
เห็นได้ชัดว่าท่าทางร้องไห้กระซิกๆ ของหลิ่วหรูเยียนทำให้หลี่เฉิงหมิงเข้าใจผิด คิดว่าหลิ่วหรูเยียนเป็นแฟนของเขา
ซูหมิงลูบหน้าตัวเอง พอเอามือลง ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ข่มความอยากจะต่อยผู้หญิงตรงหน้าให้ตายคามือเอาไว้
แม้ว่าผู้หญิงตรงหน้าจะมีรูปร่างอรชรอ้อนแอ้น หน้าตาสะสวย มองมุมไหนก็เป็นสาวสวยตัวจริงเสียงจริงก็ตาม
แต่สำหรับผู้หญิงที่มีจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตราวกับงูพิษ ต่อให้สวยแค่ไหน ซูหมิงก็ไม่มีทางทำดีด้วยหรอก
โดยเฉพาะผู้หญิงคนนี้คือหลิ่วหรูเยียน!
ตอนนั้นเขาคงโดนลาเตะหัวแน่ๆ ถึงได้ไปช่วยเธอ!
ถูกเขาช่วยไว้แท้ๆ แต่เธอกลับไปร่วมมือกับสองพ่อลูกตระกูลหวังสาดโคลนใส่เขา จนเกือบจะทำให้เขาต้องเข้าคุกเข้าตาราง
นี่มันชาวนากับงูเห่าเวอร์ชันยุคใหม่ชัดๆ
ซูหมิงนึกถึงตอนที่หลิ่วหรูเยียนใส่ร้ายป้ายสีเขากลับดำเป็นขาวในโรงเรียนนายร้อยตำรวจ
สายตาก็เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง แทบอยากจะฉีกร่างเธอเป็นชิ้นๆ!
"เธอมาทำไม? ป่านนี้ไม่ไปคอยปรนนิบัติคุณชายหวังของเธอแล้วรึไง?"
มองดูท่าทางร้องไห้กระซิกๆ ของหลิ่วหรูเยียน ซูหมิงก็รู้สึกขยะแขยงในใจสุดๆ อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากพูดประชดประชัน
เมื่อหลิ่วหรูเยียนได้ยินดังนั้น เสียงร้องไห้ก็ชะงักไป เธอยืนมองซูหมิงอยู่ที่ประตูด้วยสีหน้าน้อยเนื้อต่ำใจ ร้องไห้สะอึกสะอื้นเรียกชื่อ "ซูหมิง..."
ท่าทางทำตัวเป็นเหยื่อแบบนี้ ทำเอาเขาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
อยากจะเป็นกะหรี่แล้วยังจะมาสร้างซุ้มประตูสรรเสริญความบริสุทธิ์อีกเหรอ?
เมื่อนึกถึงวีรกรรมในอดีตของหลิ่วหรูเยียน ซูหมิงก็เกิดความระแวดระวังขึ้นมาทันที เขาหรี่ตาลง แล้วเรียกไอเทมระดับเทพอย่าง 【กล้องของกว้านซี】 ที่เพิ่งสุ่มได้ออกมาทันที
กล้องถ่ายรูปสีดำขนาดกะทัดรัดปรากฏขึ้นในมือใหญ่ของซูหมิงในพริบตา และเมื่อซูหมิงแกล้งทำเป็นโยนทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ มันก็ตกลงไปที่มุมห้องผู้ป่วยทันที
"ติ๊ง! เริ่มโหมดถ่ายวิดีโอแล้ว!"
เสียงเครื่องจักรใสๆ ดังขึ้นในหัวของซูหมิง กล้องเริ่มบันทึกภาพชีวิตอันงดงามแล้ว
เมื่อเห็นหลิ่วหรูเยียนที่อยู่ตรงหน้าไม่มีปฏิกิริยาอะไร ยังคงทำท่าร้องไห้กระซิกๆ และทำเป็นมองไม่เห็นกล้องที่จู่ๆ ก็โผล่มาอยู่ข้างๆ
ซูหมิงก็รู้ทันทีว่าผลบังคับให้ทุกคนมองข้ามของกล้องเริ่มทำงานแล้ว
กล้องราวกับถูกมนุษย์ล่องหนควบคุมอยู่ มันปรับมุมโดยอัตโนมัติ และเริ่มแอบถ่ายหลิ่วหรูเยียนแล้ว
คราวก่อนเขาโดนหลิ่วหรูเยียนเล่นงานซะอ่วม คราวนี้พอเขาบาดเจ็บเข้าโรงพยาบาล หลิ่วหรูเยียนกลับเป็นคนแรกที่วิ่งมาดูใจ ซูหมิงย่อมต้องระวังตัวไว้ก่อน
และก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่หลี่เฉิงหมิงปิดประตู แม้หลิ่วหรูเยียนจะยังคงร้องไห้กระซิกๆ แต่ดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตากลับลอบกวาดมองไปรอบๆ อย่างเงียบเชียบ เมื่อเห็นซูหมิงใส่แค่กางเกงเครื่องแบบ และโทรศัพท์มือถือก็วางชาร์จแบตอยู่บนโต๊ะ เธอถึงได้วางใจ แกล้งทำเป็นถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงว่า
"ซูหมิง เธอ.. เธอดีขึ้นบ้างหรือยัง?"
ซูหมิงมีสีหน้าเย็นชา แสดงท่าทีไม่ต้อนรับอย่างชัดเจน เขาพินิจพิจารณาผู้หญิงที่ดูเหมือนดอกบัวขาวตรงหน้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า "หลิ่วหรูเยียน เธอมาหาฉันทำไม?"
เมื่อเห็นสีหน้าของซูหมิงที่ทำราวกับเจอพญางูพิษและพยายามจะหลีกหนีให้ไกล หลิ่วหรูเยียนกลับไม่สนใจเลยสักนิด
เธอมั่นใจว่าซูหมิงแอบชอบเธอ ไม่อย่างนั้นตอนอยู่ในโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ตอนที่หวังจื่อเหิงคิดจะรังแกเธอ ทำไมถึงมีแค่ซูหมิงคนเดียวที่กล้าออกโรงขัดขวางหวังจื่อเหิงที่มีภูมิหลังน่ากลัวขนาดนั้นล่ะ?
ต้องรู้ไว้ว่าตลอดสามปีในโรงเรียน หวังจื่อเหิงทำเรื่องเลวร้ายไว้สารพัด ถึงขั้นเคยทุบขาเพื่อนนักเรียนจนหัก พิการไปตลอดชีวิตและต้องลาออก ก็ยังแค่จ่ายเงินชดเชยให้เรื่องมันจบๆ ไป
ไม่มีแม้แต่คำตักเตือนด้วยซ้ำ พ่อแม่ของหวังจื่อเหิงก็กดเรื่องนี้ไว้ได้อย่างง่ายดาย
คนทั่วไปไม่มีใครกล้าไปแย่งคนมาจากมือของหวังจื่อเหิงหรอก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องหักแขนหวังจื่อเหิงเลย!
หลิ่วหรูเยียนร้องไห้อยู่พักใหญ่ เมื่อเห็นว่าซูหมิงยังคงนิ่งเฉย ทำใจแข็งราวกับหินผาไม่สะทกสะท้าน
เธอก็ด่ากราดอยู่ในใจ แต่ร่างกายกลับเดินเข้าไปหาซูหมิง กางแขนออกทำท่าเหมือนอยากจะซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดของเขาเพื่อหาที่พึ่งพิง
นี่ทำเอาซูหมิงถึงกับอึ้งไปเลย นังแพศยานี่คิดจะทำอะไรกันแน่?
ซูหมิงรีบลุกขึ้น ผลักหลิ่วหรูเยียนออกไป ขมวดคิ้วแน่นแล้วตวาดถาม "หลิ่วหรูเยียน? เธอตั้งใจจะมาทำอะไรกันแน่?"
"ซูหมิง! เธออย่าเพิ่งโกรธสิ! วันนั้นที่ฉันพูดไปในโรงเรียนนายร้อยตำรวจน่ะ ฉันก็ถูกบังคับนะ! ฉันรู้ว่าฉันปรักปรำเธอ! แต่ฉันไม่มีทางเลือกนี่นา!"
"ภูมิหลังของหวังจื่อเหิง เธอก็รู้ดี ฉันไปมีเรื่องกับเขาไม่ได้หรอก!"
"หลายวันมานี้ฉันเอาแต่คิดถึงเรื่องพวกนี้ ภาพตอนที่เธอช่วยฉันมันวนเวียนอยู่ในหัวตลอดเลย.... ฉันคิดว่า... ฉันน่าจะชอบเธอเข้าแล้วล่ะ"
หลิ่วหรูเยียนน้ำตาคลอเบ้า น้ำเสียงวิงวอน ก้มหน้าพึมพำ
ซูหมิงฟังแล้วก็แอบแค่นเสียงเยาะในใจรัวๆ ถ้าไม่ได้ผ่านการฝึกฝนมาอย่างมืออาชีพ เขาคงหลุดขำพรืดออกมาแล้ว
สำหรับคำพูดของหลิ่วหรูเยียน เขาไม่เชื่อเลยสักคำ เขาแอบสืบรู้มานานแล้วว่าตั้งแต่เขาถูกทางโรงเรียนสั่งพักการเรียนให้กลับบ้าน หลิ่วหรูเยียนก็ไปเกาะแกะหวังจื่อเหิง วันๆ เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับมันอย่างหน้าไม่อาย
แล้วตอนนี้กลับมาพล่ามบอกว่าชอบเขาเนี่ยนะ?
ขอร้องเถอะ อย่ามาทำตลก!
มันน่าขยะแขยงมากๆ!
ซูหมิงทำหน้าขยะแขยง คำพูดของหลิ่วหรูเยียนทำเอาเขาคลื่นไส้สุดๆ
อย่าว่าแต่เขาไม่เคยชอบผู้หญิงคนนี้ตั้งแต่แรกเลย ต่อให้ตอนแรกจะเคยชอบ แต่พอโดนแทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจขนาดนี้ ตอนนี้ก็คงรับไม่ได้แล้วล่ะ
ซูหมิงเหลือบมองกล้องที่ยังคงกะพริบไฟอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นว่ามันยังคงทำงานบันทึกภาพเหตุการณ์สดๆ อยู่
เขาก็คิดแผนขึ้นมาได้ จึงไม่ได้รีบแฉคำโกหกของเธอ เขากะจะดูซิว่า หลิ่วหรูเยียนคิดจะเล่นตุกติกอะไร!
เมื่อคิดได้ดังนี้ ซูหมิงก็แกล้งทำเป็นสีหน้าอ่อนลง แสร้งทำเป็นถอนหายใจแล้วถามกลับว่า "เรื่องนั้นหวังจื่อเหิงบังคับให้เธอใส่ร้ายฉันจริงๆ เหรอ? เธอไปกลัวมันทำไม?"
"จริงสิ! พวกเขาบังคับฉันจริงๆ! วันนั้นมันจะข่มขืนฉัน... หลังจากที่เธอขัดขวางมัน หวังเจียงเทา ผู้อำนวยการโรงเรียนก็สั่งให้ฉันพูดแบบนั้น เขาเป็นอาของหวังจื่อเหิงนะ! เขาขู่ว่าถ้าฉันไม่พูดตามที่เขาสั่ง เขาจะส่งฉันไปประจำสถานีตำรวจบ้านนอกไกลๆ..."
หวังเจียงเทาเหรอ?
ซูหมิงหรี่ตาลง ข้อมูลที่หลิ่วหรูเยียนพูดออกมามันเยอะพอตัวเลยนะเนี่ย!
เขาคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าผู้อำนวยการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จะเป็นอาของหวังจื่อเหิง!
มิน่าล่ะ หวังจื่อเหิงถึงได้ทำเรื่องเลวร้ายสารพัดในโรงเรียนนายร้อยตำรวจเจียงเป่ยได้โดยที่ทางโรงเรียนไม่เพียงแต่จะไม่ยุ่ง แต่ยังคอยตามเช็ดตามล้างให้ตลอด!
แถมพอเรียนจบก็ยังส่งมันไปประจำที่สำนักงานตำรวจมณฑลอีก
ช่างไม่ยุติธรรมเอาซะเลย
"หวังเจียงเทาเหรอ?" แววตาของซูหมิงฉายแววไม่เป็นมิตร พึมพำกับตัวเองเบาๆ