- หน้าแรก
- มือปราบมหากาฬระบบโจรโฉด
- บทที่ 7 ชิโนดะ ยู?
บทที่ 7 ชิโนดะ ยู?
บทที่ 7 ชิโนดะ ยู?
"ซูหมิงเอ๊ย ตำรวจอย่างพวกเราเวลาทำคดี มันต้องพูดกันด้วยหลักฐาน พูดกันด้วยตรรกะ! ต้องอาศัยสัญชาตญาณที่เฉียบคม และการสังเกตที่ละเอียดอ่อน! จะมาอ้างแค่ความสงสัยไม่ได้!"
"ขืนนายไปปรักปรำคนอื่นผิดตัวเข้า นายจะหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวเอาได้นะ!"
หลี่เฉิงหมิงพร่ำบ่นด้วยความหวังดี ราวกับพระถังซัมจั๋งกำลังสั่งสอนซุนหงอคงให้ซูหมิงฟัง
แม้จะรู้จักกันได้ไม่นาน แต่เขาก็ชอบศิษย์น้องร่างยักษ์คนนี้มาก ย่อมไม่อยากให้เขาต้องพลาดพลั้งอะไรไป
ดังนั้นจึงได้สั่งสอนซูหมิงอย่างอดทน ถ่ายทอดความสำคัญของขั้นตอนการทำคดี ซึ่งนี่ก็ถือเป็นการปกป้องเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างหนึ่งด้วย หากเกิดข้อผิดพลาดหรืออุบัติเหตุใดๆ ขึ้นมา ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงการถูกเอาผิดได้มากที่สุด
"ซูหมิง นายอย่าคิดว่าจับขโมยได้คนนึงแล้วจะเหลิงไปนะ ครั้งนี้นายมันก็แค่แมวตาบอดไปเจอหนูตายเท่านั้นแหละ!"
"นายบอกว่าน่าสงสัย งั้นมาดูสิ คนในที่เกิดเหตุเยอะแยะขนาดนี้ นายว่าใครน่าสงสัยอีก!"
หลี่เฉิงหมิงตำหนิเสียงเบา ชี้ไปที่ฝูงชนที่กำลังมุงดูอยู่ตรงหน้าแล้วพูด ชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นซูหมิงไม่พูดอะไรถึงได้พูดต่อว่า "เพราะงั้นถึงได้บอกไงว่า จะพึ่งพาแค่ความรู้สึกในการทำคดีไม่ได้ ยิ่งพึ่งพาแค่การตัดสินใจส่วนตัวไม่ได้เข้าไปใหญ่ ต้องพูดกันด้วยหลักฐาน พูดกันด้วยขั้นตอน...."
"พี่หมิง....."
ซูหมิงพูดขัดจังหวะหลี่เฉิงหมิง ใช้เบียนิ้วที่ใหญ่พอกับแครอทชี้ไปทางด้านหน้าเฉียงๆ ของตัวเองอย่างแนบเนียน
"พี่ดูนั่นสิ!"
หลี่เฉิงหมิงหันขวับไปมองตามทิศทางที่ซูหมิงชี้ด้วยความสงสัย
ท่ามกลางฝูงชนที่มุงดูอยู่ มีผู้หญิงคนหนึ่งรูปร่างเว้าโค้งได้สัดส่วน สวมกระโปรงทรงสอบรัดรูปสุดเซ็กซี่ยืนอยู่
ผู้หญิงคนนั้นมีผิวพรรณขาวผ่อง เส้นผมสีดำขลับปล่อยสยายลงมาเคลียคลออยู่ด้านหลังเอวคอดกิ่วที่ดูบอบบางน่าทะนุถนอม
ริมฝีปากสีแดงระเรื่อชุ่มชื่นโค้งมนอย่างงดงาม เหนือจมูกโด่งรั้นน่ารักคือดวงตาคู่สวยราวกับทะเลสาบซีหูหลังฝนตก เสน่ห์อันเย้ายวนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้หญิงเต็มวัยลอยวนอยู่ในดวงตาคู่นั้น
สามคำ!
กระชากวิญญาณ!
ทำเอาหลี่เฉิงหมิงมองจนหัวใจเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งจังหวะ!
เกือบจะคิดว่าตัวเองเห็นอาจารย์ชิโนดะ ยู ซะแล้ว
เมื่อตั้งสติได้ เขาก็ดูเหมือนจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาทันที และตวาดเสียงเบาว่า
"ซูหมิง! นายนี่มันเลอะเทอะจริงๆ! ฉันกำลังสอนนายว่าควรทำคดียังไง ทำไมนายถึงลากฉันมาดูสาวสวยอีกแล้วเนี่ย!"
ไอ้เด็กเมื่อวานซืน ไม่คู่ควรให้ร่วมงานด้วยจริงๆ!
หลี่เฉิงหมิงทำหน้าปวดร้าวใจอย่างสุดซึ้ง แต่ดวงตาที่ยังคงแอบเหลือบมองเป็นระยะๆ ก็พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะมาสั่งสอนซูหมิงอีกต่อไปแล้ว
ผู้หญิงคนนั้นก็รับรู้ได้ถึงสายตาของซูหมิงและหลี่เฉิงหมิง สายตาที่แอบมองแบบหลบๆ ซ่อนๆ ของหลี่เฉิงหมิงยังถือว่าปกติ ในฐานะคนสวย การต้องเผชิญกับสายตาแอบมองแบบนี้ย่อมชินชาเสียแล้ว
แต่สายตาของซูหมิงนั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง มันคือการจ้องมองแบบสำรวจตรวจตราอย่างโจ่งแจ้งโดยไม่ปิดบังแม้แต่น้อย ภายใต้สายตาแบบนี้ เธอถึงกับรู้สึกว่าแม้แต่กางเกงในของตัวเองก็ถูกเจ้ายักษ์ใหญ่ที่ล่ำบึ้กผิดมนุษย์มนาตรงหน้ามองทะลุปรุโปร่งไปหมดแล้ว
ร่างกายและจิตใจไม่มีความลับใดๆ ให้พูดถึง สิ่งนี้ทำให้เธอไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน ชั่วขณะหนึ่งพวงแก้มก็แดงระเรื่อ ดวงตากลมโตที่สดใสดูตื่นตระหนกเล็กน้อย ฟันขาวสะอาดขบริมฝีปากแดงเบาๆ ก่อนจะหันหน้าหนีอย่างไม่เป็นธรรมชาติ และหันหลังเตรียมจะเดินจากไป
"พี่หมิง! พี่ดูผู้หญิงคนนี้สิ..."
"กำลังดูอยู่ กำลังดูอยู่...."
"ไม่ชอบมาพากลเลย...."
ซูหมิงพูดเสียงเบาด้วยสีหน้าจริงจัง
"เด็ดจริงๆ ด้วย"
หลี่เฉิงหมิงฟังคำพูดของซูหมิงผิดไป จึงเดาะลิ้นตอบกลับไปคนละเรื่องเดียวกัน
ผู้หญิงคนนั้นเดินด้วยท่วงท่าที่อรชรอ้อนแอ้น พลิ้วไหวงดงามจับตา
ก๊อก... แก๊ก....
เสียงรองเท้าส้นสูงที่ดังกังวานกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนของผู้ชายหลายคนในที่เกิดเหตุ
รองเท้าส้นสูงพื้นแดงนั่นไม่ได้เหยียบลงบนถนนหรอก แต่มันเหยียบลงบนหัวใจของพวกเขาต่างหาก
ซูหมิงจ้องเขม็งตาเป็นมันพลางแก้ความเข้าใจผิดของหลี่เฉิงหมิง "พี่หมิง! ผมหมายถึงว่าไม่ชอบมาพากลต่างหาก! เธอมีปัญหา!"
หลี่เฉิงหมิงช้อนตาขึ้นมองซูหมิงที่ตัวใหญ่ราวกับหมีคน แล้วแยกเขี้ยวทำหน้าเหมือนคนปวดฟัน "ก็ใช่น่ะสิที่ไม่ชอบมาพากล มีใครโดนนายมองแวบเดียวแล้วจะรู้สึกชอบมาพากลได้บ้างล่ะ!"
ซูหมิงในเวลานี้สวมชุดดำทั้งตัว ท่อนแขนใหญ่กว่าเอวคอดกิ่วอันบอบบางของผู้หญิงคนนั้นตั้งรอบหนึ่ง หน้าตาดุดันอำมหิต มองดูยังไงก็ไม่เหมือนคนดี เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล
อย่าว่าแต่เด็กสาวตัวเล็กๆ เลย ขนาดหลี่เฉิงหมิงเองโดนซูหมิงมองแวบเดียวยังรู้สึกไม่ชอบมาพากลเลย
เมื่อเห็นซูหมิงยังคงจ้องเขม็งไปที่แผ่นหลังของผู้หญิงที่กำลังจะจากไป หลี่เฉิงหมิงก็พูดจาหยอกล้อ และพูดติดตลกต่อไปว่า "เฮ้ย! นายคงไม่ได้จะมาเล่นมุกกากๆ อย่างขโมยหัวใจอะไรเทือกนั้นหรอกนะ? เล่นมุกเก่าโดนหักคะแนนนะเว้ย!"
สิ้นเสียงคำพูด
ฟุ่บ!
ซูหมิงที่เดิมทียืนอยู่ตรงหน้าจูอาซื่อก็พุ่งพรวดออกไปทันที พุ่งเข้าหาผู้หญิงท่ามกลางฝูงชนที่เหลือเพียงแผ่นหลัง
เห็นเพียงเขาเอื้อมมือใหญ่ขนาดเท่าพัดใบกล้วยออกไป บีบไหล่ของเธอไว้แน่น ผู้หญิงที่ขาวเนียนและบอบบางเมื่ออยู่ในมือของซูหมิงก็ดูตัวเล็กจิ๋วราวกับตุ๊กตา
วินาทีต่อมา ผู้หญิงคนนั้นแทบจะถูกลากจนตัวลอยกลับมาอยู่ตรงหน้าเขา โดยไม่มีความทะนุถนอมบุปผาหยกเลยแม้แต่น้อย
"ซู~หมิง~!"
หลี่เฉิงหมิงตกใจจนสมองน้อยแทบฝ่อ เสียงหลงแตกพร่าไปในพริบตา
พ่อทูนหัว!
นายจะทำอะไรอีกเนี่ย!
ส่วนฝูงชนที่มุงดูอยู่ซึ่งเดิมทีกลับมาสงบแล้วก็แตกฮือขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขามองดูการกระทำอันน่าสะพรึงกลัวของซูหมิงด้วยความตกตะลึงจนตาค้าง
เชี่ยเอ๊ย มาเดินเล่นคราวนี้คุ้มค่าจริงๆ!
ตำรวจทำตัวเป็นอันธพาลแล้ว!
ในชั่วพริบตา ไทยมุงทั้งหลายก็เบิกตากว้าง หลายคนพร้อมใจกันล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วเปิดโหมดบันทึกชีวิตประจำวันอีกครั้ง
ท่าทางพร้อมเพรียงกันเป็นระเบียบ ราวกับซ้อมล่วงหน้ามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
"นายจะทำอะไรน่ะ~~! มีอันธพาล! ช่วยด้วย!!"
คนที่ถูกซูหมิงลากมา ก็คืออาจารย์ชิโนดะ ยู เวอร์ชันจีนที่ทำเอาหลี่เฉิงหมิงมองจนหัวใจเต้นผิดจังหวะนั่นเอง
ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเธอตกใจกลัวไม่เบา
ท่าทางหวาดกลัวสุดขีด ราวกับลูกกวางที่ตื่นตระหนก ดวงตากลมโตที่สดใสคลอไปด้วยน้ำตา ดูตื่นตระหนกตกใจ ช่างน่าสงสารและบอบบางจนชวนให้รู้สึกปวดใจ
ซูหมิงลากผู้หญิงคนนั้นมาตรงหน้าตัวเองอย่างลวกๆ แล้วถึงได้ยอมปล่อยมือยักษ์ของตัวเองออก
หญิงสาวตกใจจนตัวสั่นเทา เห็นได้ชัดว่าช็อกไปแล้ว ท่าทางดูงุนงงน่ารักน่าเอ็นดู ทำเอาคนเดินถนนจำนวนไม่น้อยเลือดลมสูบฉีดพลุ่งพล่าน
"เฮ้ย! นายคิดจะทำอะไรวะ!"
"รีบปล่อยผู้หญิงคนนั้นเดี๋ยวนี้นะ! แน่จริงก็มาลงที่ฉันนี่!"
"......." ลูกพี่หลายคนสวมบทบาทผู้พิทักษ์บุปผาในพริบตา ตะโกนเรียกร้องความเป็นธรรมจนสถานการณ์ควบคุมไม่อยู่ในชั่วพริบตา
ซูหมิงได้ยินดังนั้นก็ช้อนตาขึ้นกวาดตามองไปรอบๆ ด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร เมื่อรวมกับรูปร่างราวกับยักษ์ฮัลค์และกลิ่นอายที่เหมือนจอมโจรผู้โหดเหี้ยม ชั่วพริบตาสถานการณ์ที่ยังคึกคักอยู่เมื่อครู่ก็ดับวูบลงทันที
ผู้หญิงขี้ขลาดสองสามคนที่อยู่ใกล้ซูหมิงที่สุด ตกใจกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ซะ!! สายตานั่น!
น่ากลัวเกินไปแล้ว!
กลิ่นอายอันแข็งแกร่งควบคุมทุกคนในที่นั้นไว้ได้อย่างอยู่หมัด ไม่มีใครกล้าสบตากับเขาเลยแม้แต่น้อย
ทุกที่ที่สายตากวาดผ่าน เหล่าผู้พิทักษ์บุปผาที่เลือดลมกำลังสูบฉีดก็ใบ้รับประทานในพริบตา กลายร่างเป็นนกคุ่มกันไปหมด
หลังจากกวาดตามองรอบหนึ่ง เมื่อเห็นว่าไม่มีใครกล้าพล่ามอะไรอีก ซูหมิงถึงได้ก้มหน้ามองลูกนกคุ่มที่กำลังสั่นเทาอยู่ตรงหน้า
เขาย่อตัวลงครึ่งหนึ่ง มือข้างหนึ่งยันไว้บนหัวเข่า รูปร่างราวกับภูเขาลูกย่อมๆ ปรับระดับสายตาให้อยู่ในระดับเดียวกับผู้หญิงคนนั้น
ฉีกยิ้มกว้าง ใบหน้าใหญ่โตยื่นเข้าไปใกล้ใบหน้าอันงดงามราวกับดอกไม้และพระจันทร์ของหญิงสาว
ฟู่!
ซูหมิงเป่าลมใส่เธออย่างหยาบคายสุดๆ เป่าเส้นผมที่ปรกอยู่บนใบหน้าของเธอออก เผยให้เห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของผู้หญิงคนนั้น
ในดวงตาที่แยกขาวดำอย่างชัดเจนสะท้อนใบหน้าของซูหมิงให้เห็นอย่างเด่นชัด — บนใบหน้าใหญ่โตที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อหยาบกระด้างนั้น ประดับไปด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันอย่างถึงที่สุด
"กลัวแล้วเหรอ? ตอนฆ่าคนไม่เห็นจะขี้ขลาดแบบนี้เลยนี่!"
"พูดมาสิ! จางลี่ลี่!"
จู่ๆ ซูหมิงก็ตวาดเสียงดังลั่นราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูแล้ง!
ทำเอาสมองของผู้หญิงคนนั้นขาวโพลนไปหมด หูอื้ออึง ไม่ใช่แค่เพราะเสียงที่ดังเกินไปเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะเนื้อหาในคำพูดต่างหาก
ฆ่าคน?
ฆ่าคน!?
ฆ่าคน!!!!
ในเวลานี้ไม่เพียงแต่ผู้หญิงคนนั้น แต่ทั่วทั้งบริเวณรอบๆ ก็เงียบกริบราวกับป่าช้าในพริบตา ทุกคนต่างตกตะลึงกันไปหมด
ส่วนผู้หญิงคนนั้นใบหน้าก็ซีดเผือดลงในพริบตา รูม่านตาหดเล็กลงอย่างรุนแรง ดวงตาคู่สวยกะพริบถี่ๆ อย่างควบคุมไม่ได้ เผยให้เห็นความตื่นตระหนก
ซูหมิงมองเห็นความตื่นตระหนกที่วาบผ่านก้นบึ้งดวงตาของผู้หญิงคนนั้น
ในใจก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาเดาไม่ผิดจริงๆ
เธอเคยฆ่าคนจริงๆ!