เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 ฉันมองว่านายเหมือนพ่อฉัน

บทที่ 4 ฉันมองว่านายเหมือนพ่อฉัน

บทที่ 4 ฉันมองว่านายเหมือนพ่อฉัน


"ซูหมิง หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"

หลี่เฉิงหมิงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟปนปวดใจ สอยเท้าวิ่งซอยยิกๆ ตามซูหมิงไปอย่างเร่งรีบจนแทบไม่มีเวลาแม้แต่จะปิดประตูรถตำรวจ

บนถนนสายคนเดิน กำลังเปิดฉากละคร "เขาวิ่งหนี เขาตามล่า"

ดึงดูดให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาริมถนนต้องหันมามองด้วยความประหลาดใจ

"พ่อดูสิฮะ มีตำรวจกำลังวิ่งไล่ตามเดอะฮัลค์ด้วย!"

"ฮัลค์(ตัวเขียว)ที่ไหนกัน....เชี่ยเอ๊ย ยักษ์ชัดๆ!"

"นี่มันไล่ตามยักษ์ที่ไหนกันล่ะ! ตำรวจคนนี้กำลังวิ่งไล่ตามพญามัจจุราชไม่ใช่หรือไง? หมัดนั่นน่ะ ต่อยหมัดเดียวไม่ทุบเขาจนกลายเป็นเนื้อบดเลยเหรอ!"

"ถึงได้บอกไงล่ะ เป็นตำรวจก็ใช่ว่าจะทำงานง่ายๆ ตามทันแล้วก็ต้องโดนอัดไม่ใช่หรือไง?"

ชายชราคนหนึ่งส่ายหน้าและถอนหายใจ ทุกสายอาชีพล้วนไม่ง่ายเลยจริงๆ

ทว่าด้วยรูปร่างของซูหมิงที่ดูเหมือนสัตว์ประหลาดจริงๆ การไล่ตามของหลี่เฉิงหมิงในสายตาของทุกคนจึงดูเหมือนหนูไปดูดนมแมว (รนหาที่ตาย) ชัดๆ

เจ้าตัวยักษ์นั่นมองปราดเดียวก็รู้ว่าน่าจะสู้เก่งกว่าไมค์ ไทสันซะอีก ต่อให้ตำรวจตามทันแล้วจะทำอะไรได้ล่ะ!

ซูหมิงที่วิ่งอยู่ข้างหน้าย่อมไม่มีเวลามาใส่ใจเสียงตะโกนของหลี่เฉิงหมิง ตอนนี้ในหัวของเขามีเพียงความคิดเดียว

นั่นก็คือจะปล่อยให้หัวขโมยหน้าเดิมคนนั้นหนีรอดไปไม่ได้

ยอดเงินในคดีหกหมื่นเก้าพัน?

หัวขโมยสันดานเสียแบบนี้ ปล่อยให้อยู่ในสังคมต่อไปอีกวัน ก็สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนเพิ่มขึ้นอีกวัน

ต้องจับกุมทันที!

ส่วนเสียงตะโกนที่ดังมาจากข้างหลัง ก็ถูกเสียงลมพัดหวิวๆ ข้างหูจากการวิ่งอย่างบ้าคลั่งกลบไปจนหมดแล้ว

ซูหมิงมีรูปร่างสูงใหญ่กำยำเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บวกกับการออกกำลังกายมาหลายปี สมรรถภาพทางกายจึงไม่ใช่ย่อยๆ

เวลาวิ่งก็เหมือนกับรถกระบะตะวันออกที่เหยียบคันเร่งจนมิด วิ่งคนเดียวแต่กลับแผ่ซ่านกลิ่นอายที่ไม่อาจต้านทานได้ออกมา

ขายาวๆ ก้าวหนึ่งเทียบเท่ากับคนปกติสองสามก้าว บวกกับความเร็วในการสับขา เพียงแค่ไม่กี่อึดใจก็ทิ้งห่างหลี่เฉิงหมิงไปไกลลิบ

จนกระทั่งแสงสีแดงอ่อนที่คุ้นเคยสว่างขึ้นในดวงตามิตรสหายอีกครั้ง ซูหมิงจึงหยุดวิ่ง เขาเดินข้ามรั้วกั้นเข้าไปในถนนคนเดินด้วยลมหายใจที่สม่ำเสมอ

ภายในถนนคนเดิน ผู้คนขวักไขว่พลุกพล่าน มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินออกมาจากร้านค้าเป็นระยะๆ

แต่ไม่ว่าใครก็ตาม เมื่อเห็นซูหมิงแวบแรกต่างก็เผยสีหน้าตกตะลึงออกมา

ซูหมิงชินชากับอาการตื่นตูมของคนรอบข้างมานานแล้ว จึงขี้เกียจจะใส่ใจ

ดวงตาทั้งสองข้างจ้องเขม็งไปที่ผู้ชายคนนั้น และตัวอักษรบนหัวของผู้ชายคนนั้นก็เปลี่ยนไปอีกครั้งภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

【จูอาซื่อ, ค่ามิตรสหาย 44, ความสำเร็จในยุทธภพ: หนึ่ง, ศึกษาดูงานในคุกสามครั้ง สอง, โจรขโมยมืออาชีพ ตอนนี้พกของกลางมูลค่าเจ็ดหมื่นสี่พันติดตัว ข้อควรระวังอันอบอุ่น: เดินกันสามคนต้องมีคนเป็นอาจารย์ฉันได้ จงเลือกปล้นคนที่มีของมีค่าเยอะๆ พ่อหนุ่ม มาปล้นพวกเดียวกันเองดูไหมล่ะ?】

เพียงแค่ไม่กี่นาที ของกลางที่พกติดตัวก็พุ่งจากหกหมื่นเก้าพันเป็นเจ็ดหมื่นสี่พัน

ค่ามิตรสหายก็เพิ่มขึ้น 1 แต้ม จาก 43 กลายเป็น 44

เห็นได้ชัดว่าเมื่อกี้เขาไปขโมยของมูลค่าห้าพันหยวนอะไรมาอีกก็ไม่รู้

ส่วนผู้ก่อเหตุซ้ำซากที่ชื่อจูอาซื่อก็รู้ตัวว่ามีคนตามมา สีหน้าเริ่มดูประหม่าเล็กน้อย และเริ่มหันซ้ายหันขวามมองด้วยความระแวดระวัง

แทบจะในเสี้ยววินาทีก็พบตัวซูหมิง

ช่วยไม่ได้ ก็ซูหมิงยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนเหมือนกับเกสตาโป ด้วยส่วนสูงราวกับหอคอยเหล็กเข้าคู่กับกล้ามเนื้อที่เป็นมัดๆ บวกกับกลิ่นอายของความชั่วร้ายจนถึงขีดสุด มันช่างดึงดูดสายตาเกินไป ยากที่จะไม่ดึงดูดความสนใจ

เห็นได้ชัดว่าจูอาซื่อก็เห็นซูหมิง แววตาเผยให้เห็นความตกตะลึงในทันที เขาตกใจกับกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของซูหมิง

กลิ่นอายของจอมโจรผู้โหดเหี้ยมที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายแบบนี้ ถ้าไม่ได้เพิ่งออกมาจากคุกก็กำลังจะเข้าไปในคุกนี่แหละ

ล้วนเป็นคนเมืองเจียงเป่ยด้วยกันทั้งนั้น ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นเพื่อนร่วมห้องขังกันก็ได้!

คาดว่าคงคิดได้ว่าต่างคนต่างก็ไม่ใช่คนดีอะไร สายตาที่จูอาซื่อมองซูหมิงจึงเปลี่ยนจากความหวาดระแวงในตอนแรกกลายเป็นความสนิทสนมมากขึ้นไม่น้อย

ซูหมิงก็สังเกตเห็นว่าหัวขโมยที่ชื่อจูอาซื่อเจอตัวเขาแล้ว เพราะยังไงซะตัวเขาที่อยู่ท่ามกลางฝูงชนก็ไม่ต่างอะไรกับไก่ป่าในฝูงนกกระเรียน มันโดดเด่นเกินไป

การจะลอบเข้าไปใกล้ตัวอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

เมื่อมองดูฝูงชนนักท่องเที่ยวที่พลุกพล่านตรงหน้า ซูหมิงก็รู้สึกหนักใจเล็กน้อย ทั้งสองยังอยู่ห่างกันพอสมควร และจูอาซื่อก็เห็นได้ชัดว่าสังเกตเห็นเขาแล้ว

เขาไม่ได้กลัวว่าจะวิ่งตามไอ้ขโมยนี่ไม่ทันหรอกนะ

แต่ถ้าวิ่งไล่กวดกันอย่างบ้าคลั่งบนทางเท้าที่ผู้คนพลุกพล่านแบบนี้ ตัวเขาเองคงชนกระดูกคนเดินถนนหักไปไม่รู้กี่ท่อนต่อกี่ท่อนแน่!

ซูหมิงรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่ารูปร่างกำยำเกินไปก็ใช่ว่าจะดี

แต่เมื่อสายตาของทั้งสองสบกันอีกครั้ง จู่ๆ เขาก็เกิดความคิดดีๆ ขึ้นมา

"มองอะไรวะ!"

ตามมาด้วยเสียงตวาดลั่นราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูแล้ง ซูหมิงเบิกตากลมโตราวกับระฆังทองเหลือง ชี้นิ้วไปที่จูอาซื่อด้วยท่าทางคุกคามและตะคอกถาม

ผู้คนที่เดินผ่านไปมาจำนวนไม่น้อยตกใจกับเสียงตวาดนี้จนตัวสั่น ต่างหันขวับไปมอง ก็เห็นชายร่างกำยำรูปร่างสูงใหญ่สุดๆ และมีกลิ่นอายของความโหดเหี้ยมกำลังทำหน้าตาถมึงทึง ตะคอกใส่ชายวัยกลางคนที่อยู่ไม่ไกลด้วยความโกรธเกรี้ยว

ถนนคนเดินที่เดิมทีมีเสียงดังจอแจและวุ่นวาย เสียงทุกอย่างก็เงียบกริบลงในทันที เห็นได้ชัดว่าทุกคนตกใจกลัวซูหมิง

ฝูงชนที่อยู่ตรงกลางระหว่างซูหมิงกับจูอาซื่อแหวกทางออกไปทั้งสองข้างอย่างรวดเร็วราวกับน้ำลง ทิ้งพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ไว้ระหว่างทั้งสองคน เพราะกลัวว่าถ้าหลบช้าจะถูกซูหมิงเอาไปจิ้มซอสเต้าเจี้ยวหรือจับกินซะ

ในใจของซูหมิงรู้สึกจนใจเป็นอย่างมาก แต่เขาก็ชินชากับสายตาที่หวาดกลัวและประหลาดใจของคนเดินถนนมานานแล้ว จึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร

แต่จูอาซื่อที่ต้องเผชิญหน้ากับซูหมิงในเสี้ยววินาทีนั้น กลับมีสีหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด

????

เขามองซ้ายมองขวา ก็พบว่าซูหมิงไม่เพียงแต่จ้องเขม็งมาที่เขาเท่านั้น แต่ยังสาวเท้ายาวๆ เดินตรงเข้ามาหาเขาอีกด้วย

ความกดดันของกลิ่นอายนั้นไม่ได้อ่อนแอกว่าเสือร้ายเลยแม้แต่น้อย

ชั่วขณะหนึ่งเขาตกใจกลัวจนขาสั่นพั่บๆ แต่ในขณะที่จูอาซื่อกำลังตื่นตระหนก ในใจก็อดไม่ได้ที่จะมีน้ำโหขึ้นมาบ้าง

ล้วนเป็นคนในยุทธภพด้วยกัน แกจะกร่างเกินไปแล้วมั้ง!

ฉันก็แค่มองแกแวบเดียวเอง จะทำไมวะ!

ถ้าแกไม่มองฉันแล้วแกจะรู้ได้ไงว่าฉันมองแก?

เมื่อเห็นซูหมิงก้าวเข้ามาใกล้ จูอาซื่อก็อยากจะปากแข็งตอบกลับไปว่า "มองแล้วจะทำไมล่ะ" แต่พอมองท่อนแขนของอีกฝ่ายที่ใหญ่กว่าต้นขาของตัวเองแล้ว เขาก็ไม่กล้าปริปากพูดอะไรออกมา

เมื่อเงาของซูหมิงทาบทับลงมาปกคลุมตัวเขา จูอาซื่อก็กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก แหงนหน้าขึ้นและพูดพร้อมกับรอยยิ้มประจบประแจงว่า

"ลูกพี่ ผมก็แค่มองว่าลูกพี่หน้าเหมือนพ่อผมเลยครับ!"

"พ่อแกเหรอ? เหมือนจริงดิ?" เมื่อซูหมิงได้ยินคำประจบประแจงของจูอาซื่อ เขาก็เอามือใหญ่ลูบหัวตัวเองเบาๆ แล้วย้อนถามอย่างอารมณ์ดี

"อื้อๆ! ผมไม่เคยพูดโกหกหรอกครับ เหมือนมากเลยครับ!" จูอาซื่อพยักหน้ารัวๆ ยิ้มจนหน้ายับย่นไปหมด กลัวว่าถ้าพูดผิดไปประโยคเดียวจะไปยั่วโมโหผู้ชายอารมณ์แปรปรวนตรงหน้านี้เข้า

หมัดที่ใหญ่เท่าหม้อดินหมัดนี้ ต่อยหมัดเดียวก็คงเอาชีวิตแก่ๆ ของเขาไปได้แล้ว

เมื่อมองดูใบหน้าแก่ๆ ของจูอาซื่อที่ยิ้มกว้างราวกับดอกเบญจมาศ ซูหมิงก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว และตวาดว่า

"เลิกทำหน้าเป็นยิ้มระรื่นได้แล้ว จูอาซื่อ! นั่งยองๆ ลงไปเดี๋ยวนี้!!"

จูอาซื่อชะงักไป ชื่อของเขาถูกเรียกออกมาตรงๆ แถมด้วยน้ำเสียงเชิงออกคำสั่งที่คุ้นเคยแบบนี้ ข้อสันนิษฐานที่เป็นไปไม่ได้ก็ผุดขึ้นมาในหัวอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อมองดูผู้ชายที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็นโจรตรงหน้า สายตาที่แปลกประหลาดราวกับชาวฮาร์บินมองเมืองฮาร์บินในฤดูหนาวปีที่แล้ว

ไหนตกลงกันว่าต่างก็เป็นเพื่อนร่วมห้องขังไง?

ไหนตกลงกันว่าต่างก็ไม่ใช่คนดีอะไรไง?

"พี่ชาย พี่เป็นใครเนี่ย?" จูอาซื่อถามอย่างไม่ยอมแพ้

เมื่อเห็นว่าจูอาซื่อยังไม่ยอมให้ความร่วมมือ ซูหมิงก็ตบเขาจนล้มลงไปกองกับพื้นโดยตรง บิดแขนทั้งสองข้างไขว้หลังไว้ แล้วใช้เข่ากดทับลงไป

ผู้คนรอบข้างแตกตื่นในพริบตา พวกเขามองดูพฤติกรรมอันรุนแรงของผู้ชายที่เหมือนกับเดอะฮัลค์ตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ แต่พอมองดูกลิ่นอายที่เหมือนหัวหน้าโจรของซูหมิง ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปรามเลยสักคน

"ฉันเป็นใครน่ะเหรอ?" ซูหมิงฉีกยิ้ม แล้วพูดต่อไปอย่างเนิบนาบว่า

"ก็ต้องเป็นตำรวจสิ"

เมื่อจูอาซื่อได้ยินคำว่าตำรวจ สีหน้าของเขาก็ซีดเผือดลงทันที เขาดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง พยายามอย่างหนักที่จะสะบัดให้หลุดจากการควบคุมของซูหมิง

เพียงแต่ตอนนี้มือใหญ่ของซูหมิงได้ล็อกข้อมือของเขาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ขยับเพียงนิดเดียว แรงที่ส่งมาจากมือยักษ์นั้นก็แทบจะบีบกระดูกของเขาให้แหลกละเอียด

"โอ๊ยๆๆ........ ตำรวจแล้วไงล่ะ! ตำรวจเก่งนักหรือไง! เป็นตำรวจแล้วจะตีคนสุ่มสี่สุ่มห้าได้เหรอ!"

จูอาซื่อยังคงไม่ยอมแพ้ เขาพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวแต่ในใจกลับหวาดกลัวว่า "ดูสภาพแกสิ แกบอกว่าแกเป็นตำรวจ! ใครจะไปเชื่อวะ! ถ้าแกเป็นตำรวจ! ฉันก็เป็นผู้กำกับการตำรวจแล้วเว้ย!"

จบบทที่ บทที่ 4 ฉันมองว่านายเหมือนพ่อฉัน

คัดลอกลิงก์แล้ว