- หน้าแรก
- มือปราบมหากาฬระบบโจรโฉด
- บทที่ 2 ระบบปั้นจอมโจรผู้โหดเหี้ยม
บทที่ 2 ระบบปั้นจอมโจรผู้โหดเหี้ยม
บทที่ 2 ระบบปั้นจอมโจรผู้โหดเหี้ยม
【ระบบปั้นจอมโจรผู้โหดเหี้ยม】
【หมายเหตุ: ระบบนี้จะช่วยเหลือโฮสต์ให้กลายเป็นจอมโจรผู้โหดเหี้ยมที่มีคุณสมบัติเหมาะสม การก่ออาชญากรรมของโฮสต์ทุกครั้งจะได้รับรางวัลที่สอดคล้องกัน】
เมื่อมองดูไอ้ 【ระบบปั้นจอมโจรผู้โหดเหี้ยม】 อะไรนี่ในหัว
ซูหมิงขมวดคิ้วแน่น เนื้อบนใบหน้ายิ่งบิดเบี้ยวเป็นก้อน
ล้อเล่นใช่มั้ย? ตัวเองเป็นถึงตำรวจ! ทำไมระบบถึงเปิดใช้งานเป็นระบบจอมโจรผู้โหดเหี้ยมไปได้?
นี่มันจะพึ่งพาไม่ได้เกินไปแล้ว!
แถมการตั้งค่าที่ต้องก่ออาชญากรรมถึงจะได้รางวัลนี่มันก็ช่างน่าติดคุก น่าโดนจับใส่กุญแจมือซะเหลือเกิน
จู่ๆ ก็มีระบบที่ควรติดคุกแต่ขังไว้ไม่ได้แบบนี้ ซูหมิงรู้สึกว่าช่วงชีวิตที่เหลือของตัวเองมีแววจะได้โดนตัดสินจำคุกซะแล้ว!
ระบบจอมโจรผู้โหดเหี้ยม?
ระบบแบบนี้ให้หมา หมายังเมินเลยเถอะ!
(╯‵□′)╯︵┻━┻!!!
ทัศนคติของซูหมิงนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่ากล้ามเนื้อของเขาเสียอีก ไม่มีทางเลยที่เขาจะจงใจก่ออาชญากรรมเพื่อรับรางวัลจากระบบ
เรียกได้ว่าระบบนี้ไม่มีประโยชน์เลยสักนิด
ซูหมิงถอนหายใจอย่างจนใจ ข่มความอยากจะบ่นสารพัดในใจลงไป เดิมทีคิดว่าจะใช้ระบบเพื่อก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างรวดเร็ว แต่ไม่คิดเลยว่าจะได้รับระบบที่บ้าบอแบบนี้
ซูหมิงส่ายหน้ายิ้มขื่น แต่ยังไงซะเขาก็เคยใช้ชีวิตมาแล้วสองชาติ จึงไม่ได้รู้สึกหดหู่กับเรื่องนี้มากจนเกินไป
ทว่า ต่อให้ไม่มีระบบที่เหมาะสมคอยช่วยเหลือ ซูหมิงก็จะไม่ยอมก้มหัวให้กับอำนาจมืดแบบนี้ เขาเชื่อมั่นว่าตนเองสามารถใช้ความสามารถบุกเบิกเส้นทางของตัวเองได้
เขาเริ่มพูดคุยสัพเพเหระกับหลี่เฉิงหมิงที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับต่อไป
ถึงได้รู้ว่า หลี่เฉิงหมิงที่ติดยศร้อยตำรวจตรีบนบ่าคนนี้ก็เรียนจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจเจียงเป่ยเหมือนกับเขา แถมยังเป็นคนเมืองเจียงเป่ยเหมือนกันอีกด้วย
เขาเป็นรุ่นพี่ของซูหมิงสามปี เป็นรุ่นพี่ที่แท้จริง และเมื่อเรียนจบก็ถูกส่งมาประจำที่สถานีตำรวจตงหลิงในเมืองเจียงเป่ยเหมือนกัน
ประสบการณ์ต่างๆ ที่เหมือนกันทำให้ทั้งสองคุยกันถูกคอมาก รู้สึกราวกับว่าน่าจะรู้จักกันให้เร็วกว่านี้
หลี่เฉิงหมิงเองก็รู้สึกดีกับรุ่นน้องร่างใหญ่คนนี้ไม่น้อย ตลอดทางเขาได้อธิบายถึงงานคร่าวๆ ของสถานีตำรวจให้ซูหมิงฟัง
ส่วนสถานการณ์ของเขตตงหลิง ในฐานะที่พวกเขาทั้งสองเป็นคนเมืองเจียงเป่ยแต่กำเนิด ต่างก็รู้ดีอยู่แล้ว
เขตตงหลิงตั้งอยู่ตรงจุดเชื่อมต่อระหว่างเมืองเก่าและเมืองใหม่ ไม่เพียงแต่เป็นย่านการค้าที่เจริญรุ่งเรืองเท่านั้น แต่การรักษาความสงบเรียบร้อยก็ค่อนข้างซับซ้อนด้วย
ในจำนวนนั้นมีถนนสายหนึ่งที่เป็นถนนคนเดินสไตล์โบราณอันเป็นเอกลักษณ์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเจียงเป่ย ซึ่งสร้างขึ้นโดยการนำของรัฐบาลเมืองที่ใช้เงินทุนมหาศาล ในทุกๆ วันจะมีการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์ต่างๆ มากมาย ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศให้เดินทางมาชมด้วยความชื่นชม
เนื่องจากมีผู้คนสัญจรไปมาเป็นจำนวนมหาศาลในแต่ละวัน เหตุแจ้งความต่างๆ จึงมีไม่น้อยอย่างแน่นอน
ขณะนี้บังเอิญขับผ่านถนนคนเดินสไตล์โบราณพอดี หลี่เฉิงหมิงขับรถตำรวจไปอย่างช้าๆ และอธิบายสถานการณ์ในเขตพื้นที่รับผิดชอบให้ซูหมิงฟังไปตลอดทาง
"พี่หมิง ปกติสถานีตำรวจของเรามีเหตุแจ้งความเยอะไหมครับ?"
ซูหมิงศึกษาแผงระบบในหัวไปพลาง พูดคุยสัพเพเหระกับหลี่เฉิงหมิงไปพลาง
เมื่อได้ยินดังนั้นหลี่เฉิงหมิงก็ถอนหายใจ เหลือบมองซูหมิงแล้วส่ายหน้าอย่างจนใจ หลังจากได้พูดคุยกันสั้นๆ เขาก็รู้สึกว่ารุ่นน้องคนนี้แม้จะดูตัวใหญ่บึกบึนและหน้าตาดุดันไปสักหน่อย แต่จริงๆ แล้วเข้ากันได้ไม่ยากเลย
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้มีข้อกังขาอะไร และพูดพร้อมกับถอนหายใจว่า "อย่าให้พูดเลย ตั้งแต่สร้างย่านการค้าแห่งนี้ขึ้นมาในเขตพื้นที่รับผิดชอบ สถานีของเราก็แทบจะไม่มีวันดีๆ เลยสักวัน เหตุแจ้งความเรื่องขโมยมีมาไม่ขาดสาย แถมยังปิดคดียากมากอีกด้วย"
"โครงการที่ทางเมืองอ้อนวอนขอร้องดึงดูดการลงทุนมาตั้งหลายร้อยล้านถึงสร้างขึ้นมาได้ ก็หวังพึ่งพาสิ่งนี้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้น GDP" หลี่เฉิงหมิงทำหน้าขื่นขมและพูดต่อว่า "โต้วอินหรือไคว่โส่วต่างๆ ก็ช่วยดันยอดวิวกันอย่างบ้าคลั่ง แต่สุดท้ายกลับถูกชาวเน็ตวิจารณ์ว่าเป็นถนนโจรแห่งเจียงเป่ย! นายลองคิดดูสิว่าผู้บริหารของเมืองจะมีปฏิกิริยายังไง"
ซูหมิงเบิกตากว้างลูบคางตัวเอง แอบเดาะลิ้นในใจ
ดูเหมือนว่าการรักษาความสงบเรียบร้อยของสถานีตำรวจที่เขาถูกส่งมาประจำการจะเป็นปัญหาใหญ่ที่แก้ยาก คาดว่าในอนาคตคงมีเรื่องให้ยุ่งอีกเยอะ
"แล้วทางกรมไม่มีมาตรการอะไรเลยเหรอครับ? อย่างเช่นตั้งทีมปราบปรามการล้วงกระเป๋าอะไรทำนองนั้น?"
"ทีมปราบปรามการล้วงกระเป๋างั้นเหรอ? การจับโจรจากนักท่องเที่ยวเป็นแสนๆ คนมันง่ายซะที่ไหนล่ะ! แถมเดี๋ยวนี้พวกโจรมันแบ่งหน้าที่กันทำงาน มีทั้งคนขโมยและคนขนของ ต่อให้เห็นคาตา แต่พอกะพริบตาเดียวมันก็ส่งโทรศัพท์มือถือหรือกระเป๋าสตางค์ให้เพื่อนร่วมแก๊งไปแล้ว พอไม่มีของกลาง ก็ไม่มีทางเอาผิดได้เลย"
เมื่อพูดถึงความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ หลี่เฉิงหมิงก็ระบายความอัดอั้นตันใจออกมาขนานใหญ่ เขาโดนด่าเพราะเรื่องนี้มาเยอะมาก พูดแล้วน้ำตาแทบเช็ดไม่หวาดไม่ไหว
"วันๆ นึงมีแต่เหตุแจ้งความเรื่องขโมย ผู้บริหารในกรมด่าผู้กำกับสถานีของเราซะยับเยินทุกวัน ตอนนี้ผู้กำกับโจวของเราพอได้ยินเสียงกริ่งโทรศัพท์ก็สั่นไปหมดแล้ว...."
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซูหมิงก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
เดี๋ยวนี้พวกอาชญากรมีสติสัมปชัญญะในการต่อต้านการสืบสวนสูงมาก แถมหลายคนก็เป็นพวกหน้าด้านที่เข้าออกคุกมาแล้วหลายรอบ ปากแข็งกันสุดๆ
ต่อให้จับได้คาหนังคาเขา พร้อมของกลาง และเอาหลักฐานฟาดหน้าก็ยังมีพวกที่ตายก็ไม่ยอมรับสารภาพเลย
นับประสาอะไรกับหลายๆ คดีที่ไม่สามารถจับกุมได้ในที่เกิดเหตุ
"พี่หมิง นอกจากพวกคดีลักเล็กขโมยน้อยพวกนี้แล้ว สถานีของเราไม่มีคดีใหญ่อะไรบ้างเลยเหรอครับ?" ซูหมิงขยับท่านั่ง แล้วหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างรถ
ในขณะนี้รถตำรวจกำลังแล่นอยู่บนถนนฝั่งหนึ่งของถนนคนเดิน นักท่องเที่ยวจำนวนมากกำลังเดินเล่นและถ่ายรูปอยู่ภายในถนนคนเดินสไตล์โบราณ ผู้คนขวักไขว่พลุกพล่าน คึกคักเป็นอย่างยิ่ง
หลี่เฉิงหมิงที่อยู่ตรงที่นั่งคนขับได้ยินคำถามของซูหมิง ก็ยิ้มออกมา
ดูเหมือนว่ารุ่นน้องร่างใหญ่ของเขาคนนี้จะดูถูกคดีขโมยของพวกนี้อยู่บ้าง และตั้งใจแต่จะไขคดีใหญ่เพียงอย่างเดียว
แน่นอนว่าการมีความคิดแบบนี้ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะเพิ่งจบออกจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจมา ใครบ้างล่ะที่ไม่อยากจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและสร้างชื่อเสียงโด่งดังในคราวเดียว?
ทว่าความเป็นจริงมักจะโหดร้ายเสมอ
ในเมื่อตอนอยู่โรงเรียนนายร้อยผลการเรียนไม่ค่อยดีนัก และถูกส่งมาประจำที่สถานีตำรวจ การทำงานในอนาคตก็ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องวนเวียนอยู่กับเรื่องจุกจิกในชีวิตประจำวัน ข้อพิพาทระหว่างเพื่อนบ้าน หรือการขอความช่วยเหลือต่างๆ
อย่างเช่นพวกคบชู้แต่ไม่ดูตาม้าตาเรือจนถูกจับได้คาหนังคาเขา กินเหล้าแล้วตีกันเพราะแย่งกันจ่ายเงิน ลูกชายโดนพ่อกระทืบเลยโทรแจ้งตำรวจ พ่อโดนลูกชายกระทืบเลยโทรแจ้งตำรวจ....
เหตุพวกนี้นายก็ออกไปจัดการเถอะ! ออกไปทีไรได้แต่เงียบกริบทุกที
หลี่เฉิงหมิงมองซูหมิงแล้วพูดแซวว่า "เป็นอะไรไป? ท่านผู้กำกับซูของเรามีความคิดอะไรในใจเหรอ? กะจะพาน้องหมิงของนายไปไขคดีใหญ่ จับตัวผู้ร้ายข้ามแดนระดับ A หรืออะไรทำนองนั้นหรือไง?"
ซูหมิงหัวเราะแหะๆ โดยไม่ปริปากพูดอะไร เขารู้ตัวว่าถูกแซวเพราะตั้งเป้าหมายไว้สูงเกินจริง
"มา! สูบบุหรี่สักมวนสิ" หลี่เฉิงหมิงเปลี่ยนเกียร์อย่างชำนาญ ใช้คางชี้ไปที่บุหรี่ที่วางอยู่บนคอนโซลกลาง เป็นการบอกใบ้ให้เขาหยิบเสบียงบำรุงขวัญกำลังใจเอาเอง
ซูหมิงก็ไม่เกรงใจ ในเมื่อชีวิตมาถึงจุดนี้แล้วจะมาเกรงใจอะไรอีกล่ะ?
เขาหยิบบุหรี่และไฟแช็กที่หลี่เฉิงหมิงวางไว้บนคอนโซลกลางขึ้นมาอย่างชำนาญ คาบไว้มวนหนึ่งแล้วจุดไฟ จากนั้นก็สูดเข้าปอดลึกๆ
โยนซองบุหรี่กลับไปที่คอนโซลกลางตามความเคยชิน แต่กลับหยิบไฟแช็กใส่กระเป๋าตัวเองไปอย่างลืมตัว
ท่าทางเป็นธรรมชาติและชำนาญสุดๆ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นสิงห์อมควันตัวยง
ยังไม่ทันที่ซูหมิงจะพ่นควันเป็นวงกลม เสียงใสๆ ของระบบก็ดังขึ้นในหัวของซูหมิงอีกครั้ง
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ขโมยไฟแช็กสำเร็จ! ความคล่องตัว +1】
【ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำผิดครั้งแรกสำเร็จ! อย่าละเว้นความชั่วเพียงเพราะมันเป็นเรื่องเล็กน้อย ได้รับหีบสมบัติหนึ่งใบ สามารถเปิดใช้งานได้ด้วยตนเอง】
ทันใดนั้นซูหมิงก็รู้สึกได้ถึงกระแสความอบอุ่นสายหนึ่งไหลวูบผ่านร่างกายจากบนลงล่างไปในพริบตา
เขายกมือขึ้นตามสัญชาตญาณ และพบว่าปฏิกิริยาตอบสนองของตัวเองดูเหมือนจะเร็วขึ้นจริงๆ แฮะ?
ซูหมิงเบิกตากว้างด้วยความงุนงง นี่คือทำผิดครั้งแรกงั้นเหรอ?
ก็แค่หยิบไฟแช็กมาเนี่ยนะ!
ระบบนี้มาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นลอยๆ ได้ยังไง?
ไฟแช็ก.. สำหรับคนสูบบุหรี่แล้ว ไฟแช็กไม่เคยเป็นของใครหรอก แต่มันเป็นของคนที่จุดบุหรี่คนสุดท้ายต่างหาก!
ระบบขยะไม่รู้จักแม้กระทั่งมารยาททางสังคม ซูหมิงดูถูกไอ้ระบบเฮงซวยอยู่ในใจไปพลาง เปิดหีบสมบัติไปพลาง
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับทักษะ ——— ดวงตามิตรสหาย】
【ดวงตามิตรสหาย: โดยมีโฮสต์เป็นศูนย์กลาง จะได้รับข้อมูลระบุตัวตนของวีรบุรุษที่มีประสบการณ์การก่ออาชญากรรมประเภทเดียวกันกับโฮสต์ในรัศมี 10 เมตรรอบตัวโฮสต์】
【หมายเหตุ: เดินกันสามคนต้องมีคนเป็นอาจารย์ฉันได้ การถ่อมตนเรียนรู้คือเงื่อนไขที่จำเป็นในการเป็นจอมโจรผู้โหดเหี้ยมที่มีคุณสมบัติเหมาะสม สู้ๆ!】
และภายใต้กรอบทักษะนี้ มีเหรียญตราสีเทาจัดเรียงอยู่อย่างหนาแน่น ซึ่งเห็นได้ชัดว่ายังไม่ได้ถูกจุดให้สว่างขึ้น
บนเหรียญตราสลักชื่อความผิดต่างๆ ไว้ เมื่อกวาดสายตามองคร่าวๆ ก็มีทั้ง 【เจตนาฆ่า】 【ค้ายาเสพติด】 【ลักลอบค้าอาวุธปืน】 【ลอบวางเพลิง】 และอื่นๆ อีกมากมาย..
ละลานตาไปหมดจนมองแทบไม่ทัน
แค่มองแวบเดียว ซูหมิงก็รู้สึกปวดตาแล้ว!
หลังจากอ่านคำแนะนำทักษะจบ โดยเฉพาะคำตัวหนาที่เน้นย้ำคำว่า "ประสบการณ์การก่ออาชญากรรมประเภทเดียวกัน" อย่างชัดเจน
ซูหมิงก็เริ่มรู้สึกงงๆ
เพื่อช่วยให้ฉันเดินไปได้ไกลขึ้นบนเส้นทางอาชญากรรม และเพื่อความสะดวกในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เลยออกแบบทักษะหาเพื่อน "ค้นหาผู้ที่มีประวัติอาชญากรรมเหมือนกัน" มาให้โดยเฉพาะเลยงั้นเหรอ?
ซูหมิงแอบยกนิ้วโป้งให้เงียบๆ ในใจ พร้อมกับพิมพ์เลข 6 ส่งขึ้นจอสาธารณะรัวๆ
แต่ปัญหาคือเขาเป็นตำรวจ จะไปมีประวัติอาชญากรรมบ้าบออะไรล่ะ!
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่เปิดใช้งานเหรียญตราการลักทรัพย์ โฮสต์สามารถพึ่งพา "ดวงตามิตรสหาย" เพื่อเป็นฝ่ายค้นหาเพื่อนกินเพื่อนเที่ยวเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้แล้วจ้า!】
ในขณะที่ซูหมิงกำลังบ่นว่าทักษะนี้ไม่มีประโยชน์ เสียงแสดงความยินดีของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้งแม้จะมาช้าไปสักหน่อย
ภายใต้ทักษะดวงตามิตรสหาย เหรียญตราที่พิมพ์รูปเงาคนกำลังเขย่งปลายเท้าและทำท่าทางลับๆ ล่อๆ กำลังขโมยของ ก็เปลี่ยนจากสีเทาเป็นสีทองในพริบตา
และด้านล่างของเหรียญตรา ก็ปรากฏตัวอักษรสองคำอย่างชัดเจน
ลักทรัพย์