- หน้าแรก
- กะจะเทเกมให้ตายไวๆ ไหงกลายเป็นเทพซะได้
- บทที่ 235 สถานที่ซ่อนสมบัติ 5
บทที่ 235 สถานที่ซ่อนสมบัติ 5
บทที่ 235 สถานที่ซ่อนสมบัติ 5
บทที่ 235 สถานที่ซ่อนสมบัติ 5
หลังจากได้ยินเสียงประหลาดใจของเขา ผู้เล่นอีกสองสามคนก็รีบเข้ามารุมล้อมทันที
หลังจากรับแผนที่ในมือของเขามาสังเกตดูอย่างละเอียด ก็พบว่าบนเศษแผนที่ในมือของชายที่มีไฝแม่สื่อบนใบหน้าคนนี้ มีพื้นที่ว่างเปล่าขนาดประมาณความยาวของนิ้วก้อยปรากฏขึ้นมาจริงๆ
ชายหน้าตาร้ายกาจมองไปที่พื้นที่ว่างบนแผนที่นั้นแล้วถามว่า "ตรงนี้ใช่สถานที่ซ่อนสมบัติที่แผนที่ระบุไว้หรือเปล่า?"
หมอที่มัดผมหางม้าต่ำพยักหน้า เห็นได้ชัดว่าเห็นด้วยกับคำพูดของชายหน้าตาร้ายกาจ "มีความเป็นไปได้สูงมาก ถึงแม้ตรงนี้จะไม่ใช่สถานที่ตั้งสุดท้ายของสถานที่ซ่อนสมบัติ แต่มันต้องเกี่ยวข้องกับสถานที่ซ่อนสมบัติอย่างแน่นอน"
ลั่วเยว่เจี้ยนก็ชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วย เดิมทีเธอยังคงคาดหวังอยู่ว่าแผนที่อาจจะพังเพราะแช่น้ำหรือเปล่า ถึงได้ทำให้รอยหมึกขาดหายไป
แต่พอได้เห็นแผนที่แผ่นนี้จริงๆ แล้ว เธอก็ถึงกับพูดไม่ออก เพราะส่วนของแม่น้ำสายเล็กๆ ที่หายไปบนแผนที่แผ่นนั้น มันดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมากจริงๆ
ลั่วเยว่เจี้ยนถอนหายใจในใจ แต่บนใบหน้าก็แกล้งทำเป็นวิเคราะห์ออกมาประโยคหนึ่งว่า "แม่น้ำสายนี้ถูกซ่อนเอาไว้"
คำพูดนี้ค่อนข้างจะไร้สาระไปหน่อย หมอที่มัดผมหางม้าต่ำมองเธอแวบหนึ่ง แล้วหันไปมองผู้เล่นคนอื่นๆ "เอาแผนที่มาต่อกันเถอะ ตอนนี้พวกเราต้องยืนยันพิกัดปัจจุบันของเราก่อน ถึงจะสามารถหาสถานที่ซ่อนสมบัติผ่านพิกัดได้"
"ตกลง!" เด็กสาวในชุดนอนพยักหน้าทันที แล้วกางเศษแผนที่ในมือลงบนพื้น ผู้เล่นคนอื่นๆ ก็ทำตามอย่างรวดเร็ว ไม่นาน แผนที่แผ่นใหญ่ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าผู้เล่นทุกคนอย่างสมบูรณ์
ในปัจจุบัน ตำแหน่งของตัวเองที่พวกเขาสามารถยืนยันได้ก็คืออยู่ข้างแม่น้ำสายหนึ่ง
แต่เมื่อดูจากแผนที่ทั้งแผ่นแล้ว บนแผนที่มีแม่น้ำสายหนึ่งคดเคี้ยวพาดผ่านป่าทั้งผืน และแม่น้ำสายนี้ก็ยังมีสาขาอีกมากมาย
พื้นที่ว่างเปล่าบนแผนที่ หรือก็คือสถานที่ซ่อนสมบัติแห่งสุดท้ายนั้น ก็บังเอิญอยู่ตรงจุดตัดระหว่างแม่น้ำสายย่อยหลายสายกับแม่น้ำสายหลักพอดี
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้พวกผู้เล่นไม่สามารถตัดสินได้เลยว่า ตกลงแล้วตัวเองอยู่บนแม่น้ำสายหลัก หรืออยู่บนสายย่อยเล็กๆ เหล่านี้กันแน่
เถ้าแก่ร่างท้วมขมวดคิ้ว ลำบากใจเล็กน้อย "แผนที่นี้ก็ไม่ได้มีจุดสังเกตที่เป็นสัญลักษณ์อะไรมากมายเลย ถ้าพวกเราอยากจะหาสถานที่ซ่อนสมบัติตามแผนที่ ก็คงต้องพึ่งพาแม่น้ำสายนี้ในการดูแล้วล่ะ"
แต่ปัญหาในตอนนี้ก็ชัดเจนมากเช่นกัน นั่นก็คือพวกเขาไม่มีวิธีที่ดีอะไรเลยที่จะยืนยันได้ว่าตกลงแล้วตัวเองอยู่ตรงส่วนไหนของแม่น้ำ
หมอที่มัดผมหางม้าต่ำนั่งยองๆ ลงสังเกตแม่น้ำสายเล็กที่ค่อนข้างใสสะอาดตรงหน้าอย่างละเอียด จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า "บริเวณนี้มีพืชพรรณหนาแน่น ภูมิประเทศริมฝั่งแม่น้ำค่อนข้างราบเรียบ ก้นแม่น้ำมีกรวดและทรายทับถมกันอยู่ ที่นี่น่าจะเป็นปลายน้ำของแม่น้ำ"
เด็กสาวในชุดนอนถามหยั่งเชิงว่า "ในเมื่อเป็นแบบนี้ สู้พวกเราลองเดินทวนน้ำขึ้นไปก่อนดีไหม? ยังมีเวลาอีกตั้งสามวันไม่ใช่เหรอ ไม่เห็นต้องรีบร้อนเลย บางทีพอพวกเราเดินไปเรื่อยๆ ก็อาจจะตัดสินตำแหน่งของเราได้แล้วก็ได้"
หมอที่มัดผมหางม้าต่ำปฏิเสธความคิดของเธอทันที "ไม่ได้หรอก ดูจากแผนที่จะเห็นได้ว่าแม่น้ำในป่าแห่งนี้มีสาขามากมาย พวกเราไม่สามารถแน่ใจได้เลยว่าการเดินทวนน้ำไปเรื่อยๆ จะทำให้เราหลงเข้าไปในแม่น้ำสายย่อยอีกสายหนึ่งหรือเปล่า"
"เกมไลฟ์สดเอาชีวิตรอดปาฏิหาริย์ไม่มีทางให้โอกาสพวกเราเสียเวลาหรอก เวลาสามวันนี้จะต้องตึงเครียดมากแน่ๆ พวกเราจะเสียเวลาไปแม้แต่นาทีหรือวินาทีเดียวไม่ได้เด็ดขาด"
เมื่อได้ยินดังนั้น เด็กสาวในชุดนอนก็ลูบจมูกตัวเองอย่างเก้อเขิน "ก็ได้ งั้นพวกคุณยังมีวิธีอื่นอีกไหมล่ะ?"
สายตาของเธอกวาดมองไปยังผู้เล่นคนอื่นๆ แต่กลับเห็นว่าสาวผมขาวที่ดูเย็นชาคนนั้นกำลังเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ไม่รู้ว่ากำลังมองอะไรอยู่
เด็กสาวในชุดนอนเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ อยากจะรู้ว่าข้างบนนั้นมีอะไรกันแน่? แต่ด้านบนนั้นนอกจากต้นไม้สูงตระหง่านที่บดบังท้องฟ้าเป็นวงกว้างแล้ว ก็ไม่มีอะไรเลย
เธอรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย จึงขยับเข้าไปใกล้ลั่วเยว่เจี้ยนแล้วถามว่า "เธอกำลังมองอะไรอยู่เหรอ?"
ลั่วเยว่เจี้ยนกำลังเหม่อลอยอยู่ พอได้ยินดังนั้นก็ตกใจสะดุ้งทันที ก่อนหน้านี้เพราะความฉลาดปุบปับของเธอ ทำให้พวกผู้เล่นค้นพบความลับบนแผนที่ล่วงหน้า เรื่องนี้ทำให้เธอรู้สึกลำบากใจอยู่ไม่น้อย
ดังนั้นในครั้งนี้ เธอจึงตัดสินใจที่จะปิดปากเงียบ ไม่สนใจเรื่องอะไรทั้งนั้น และเอาแต่เหม่อลอยไปเรื่อยๆ เธอเหม่อลอยอยู่แบบนี้ คงไม่ถึงขั้นให้ความช่วยเหลือผู้เล่นคนอื่นได้อีกหรอกมั้ง?
ใครจะไปคิดล่ะว่า ถึงแม้เธอจะเอาแต่เหม่อลอยและไม่พูดอะไรเลยสักคำ ก็ยังมีคนสังเกตเห็นเธอจนได้ แต่โชคดีที่เมื่อกี้ลั่วเยว่เจี้ยนไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ เธอแค่ปล่อยให้สมองโล่งและทำตัวว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์
ด้วยเหตุนี้ ลั่วเยว่เจี้ยนจึงไม่คิดว่าการกระทำเมื่อกี้ของตัวเองจะมีปัญหาอะไร ตอนนี้เมื่อได้ยินคำถามของเด็กสาวในชุดนอน เธอก็มองกลับไปยังผู้เล่นคนอื่นๆ อย่างสงบ แล้วพูดขึ้นมาลอยๆ ว่า "มองไปที่ไกลๆ"
บ้าเอ๊ย คำตอบนี้ฟังดูไม่มีความรู้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ลั่วเยว่เจี้ยนคิดในใจว่ารู้อย่างนี้เมื่อกี้ตอบว่ากำลังมองดูบทกวีและความห่างไกลซะก็ดี ฟังดูมีระดับขึ้นมาอีกหน่อย
แต่เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของเธอ หมอที่มัดผมหางม้าต่ำกลับรู้สึกสะกิดใจ ราวกับว่านึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
สาวผมขาวคนนั้นเพิ่งจะเอาแต่มองขึ้นไปข้างบนเมื่อครู่นี้ ตอนนี้กลับบอกว่าเธอกำลังมองไปที่ไกลๆ เมื่อนำทั้งสองอย่างมารวมกัน ก็ทำให้คนนึกถึงการปีนขึ้นที่สูงเพื่อมองไปไกลๆ ได้อย่างง่ายดาย
หมอที่มัดผมหางม้าต่ำจึงพูดขึ้นมาทันทีว่า "ฉันคิดว่าได้นะ ต้นไม้ที่นี่สูงมาก ถ้ามีคนสามารถปีนขึ้นไปได้ ก็น่าจะมองเห็นทิศทางการไหลของแม่น้ำสายนี้ที่อยู่ข้างๆ เรา และใช้สิ่งนี้เพื่อตัดสินตำแหน่งที่ชัดเจนของเราได้"
ลั่วเยว่เจี้ยนมองหมอที่มัดผมหางม้าต่ำด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย เธอไม่รู้เลยว่าหมอที่มัดผมหางม้าต่ำได้วิธีนี้มาจากการกระทำของเธอเอง คิดเพียงว่าอีกฝ่ายแค่นึกขึ้นมาได้กะทันหัน
แต่วิธีนี้ฟังดูน่าเชื่อถือดีเหมือนกัน ดูเหมือนจะมีพื้นที่ให้ลงมือทำเยอะเลย... ดูท่าหมอที่มัดผมหางม้าต่ำคนนี้จะมีของแฮะ มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเป็นตัวเต็งของเกมตานี้
ต้องคอยระมัดระวังอยู่เสมอ ในช่วงเวลาสำคัญที่สุดควรจะชักนำไปในทางที่ผิด ลั่วเยว่เจี้ยนได้ติดป้าย "อันตราย" ให้กับผู้หญิงคนนี้ในใจไปแล้ว และเริ่มคิดคำนวณแผนการในภายหลัง
หลังจากได้ยินคำพูดของหมอที่มัดผมหางม้าต่ำ ผู้เล่นคนอื่นๆ ต่างก็รู้สึกว่าความคิดนี้ไม่เลวเลย ท้ายที่สุดแล้วการปีนขึ้นที่สูงเพื่อมองไปไกลๆ ต้นไม้ที่นี่ก็สูงมากขนาดนี้ ถ้าสามารถปีนขึ้นไปได้จริงๆ การช่วยพวกเขายืนยันตำแหน่งในตอนนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ทว่า ตอนนี้ปัญหาใหม่ก็ผุดขึ้นมาแล้ว
ใครจะเป็นคนปีนต้นไม้?
ต้องรู้ไว้ว่า ป่าแห่งนี้ดูมีกลิ่นอายของป่าดงดิบมาก ต้นไม้รอบๆ ล้วนเป็นต้นไม้โบราณที่สูงตระหง่านเทียมฟ้า อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีความสูงห้าถึงหกสิบเมตร การจะปีนขึ้นไปนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ยิ่งไปกว่านั้นอย่าว่าแต่ปีนต้นไม้ที่สูงขนาดนี้เลย ผู้เล่นอย่างพวกเขาน่ะ จะมีสักกี่คนที่ปีนต้นไม้เป็นก็ยังไม่รู้เลย
เด็กสาวในชุดนอนเป็นฝ่ายถามขึ้นมาก่อน "พวกคุณมีใครปีนต้นไม้เป็นบ้าง? ฉันขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่าฉันทำไม่เป็นหรอก"
เถ้าแก่ร่างท้วมถอนหายใจ "ฉันไม่เคยสัมผัสเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย ยิ่งไปกว่านั้นด้วยรูปร่างของฉัน..."
เขาหัวเราะเยาะตัวเอง คำพูดหลังจากนั้นถึงไม่พูดทุกคนก็คงเข้าใจดี
"ฉันก็ไม่เป็นเหมือนกัน" หมอที่มัดผมหางม้าต่ำก็ส่ายหน้าแล้วพูดขึ้น
ส่วนชายหน้าตาร้ายกาจคนนั้น กับชายที่มีไฝแม่สื่อบนใบหน้า ต่างก็ส่ายหน้าเพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเองปีนต้นไม้ไม่เป็นเช่นกัน
ตอนนี้ คนสองคนเพียงกลุ่มเดียวที่ยังไม่ได้แสดงท่าที ก็คือลั่วเยว่เจี้ยนและช่างซ่อมสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีซีดคนนั้น
สีหน้าของช่างซ่อมสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีซีดดูมีความลำบากใจเล็กน้อย เขาลังเลอยู่นานก่อนจะพูดว่า "ฉันน่ะพอจะปีนต้นไม้เป็นอยู่บ้าง แต่ว่า... แต่ว่าต้นไม้ที่สูงขนาดนี้ฉันก็ไม่เคยปีนมาก่อนเหมือนกัน ฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองจะสามารถปีนไปจนถึงยอดไม้ได้หรือเปล่า"
"ไม่เป็นไร ลองดูก่อน ถ้าไม่ไหวจริงๆ พวกเราค่อยลงมาคิดหาวิธีอื่น"
เถ้าแก่ร่างท้วมพูดปลอบใจ เขาหันไปมองลั่วเยว่เจี้ยนอีกครั้ง แล้วเอ่ยถามว่า "เธอเองก็ปีนต้นไม้เป็นเหมือนกันใช่ไหม?"
ลั่วเยว่เจี้ยนพยักหน้าเล็กน้อย ท้ายที่สุดแล้วถึงเธอจะไม่พยักหน้าก็ไม่มีทางเลือกอื่นอยู่ดี
หลังจากเอาชนะเกมไลฟ์สดเอาชีวิตรอดปาฏิหาริย์ในตาก่อนหน้านี้ได้ ทักษะลงโทษที่ระบบปล่อยจอยให้มาก็คือสกิลการปีนป่าย แม่มเอ๊ย เกมตานี้เพิ่งจะเริ่มขึ้นก็ได้ใช้ซะแล้ว ยังจะให้เล่นต่อได้อีกไหมเนี่ย?!
และในเวลานี้เอง ในที่สุดลั่วเยว่เจี้ยนก็เพิ่งจะนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้——
ถ้าเกิดตอนนั้นระบบปล่อยจอยไม่ได้แนะนำผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของความสามารถในการปีนป่ายนี้ให้เธอฟัง เธอก็จะไม่มีทางรู้เลยว่าความสามารถในการปีนป่ายนี้จะสามารถใช้ปีนต้นไม้ได้ด้วย ถ้าเป็นอย่างนั้นตอนนี้เธอก็ไม่ต้องมาช่วยปีนต้นไม้ด้วยกันแล้ว!