- หน้าแรก
- นักอ่านของฉันมาจากสามพันโลก
- บทที่ 275 เธอคงไม่ออกมาแจกมีดเล่มโตทุกช่วงตรุษจีนหรอกมั้ง
บทที่ 275 เธอคงไม่ออกมาแจกมีดเล่มโตทุกช่วงตรุษจีนหรอกมั้ง
บทที่ 275 เธอคงไม่ออกมาแจกมีดเล่มโตทุกช่วงตรุษจีนหรอกมั้ง
บทที่ 275 เธอคงไม่ออกมาแจกมีดเล่มโตทุกช่วงตรุษจีนหรอกมั้ง
เวินเซียงอี๋เคยเห็นภาพเหตุการณ์แบบนี้มาเยอะมาก ตอนที่ตามอ่านนิยายของไอ้ปีศาจซี่โครงหมูในชาติก่อน
ไอ้ปีศาจซี่โครงหมูคือใครล่ะ พล็อตเรื่อง สำนวน เนื้อเรื่อง จัดเต็มทุกอย่าง แต่กลับชอบเขียนเนื้อหาที่ท้าทายหัวใจนักอ่านอยู่เรื่อย
นักอ่านที่ตามอ่านนิยายของเธอก็คือด่าไปพลาง ร้องไห้ไปพลาง ชมไปพลาง แล้วก็อ่านไปพลาง
ตามอ่านนิยายเล่มเดียวเกือบจะกลายเป็นโรคจิตเภทอยู่แล้ว
แต่ถึงแม้นักอ่านในด้อมจะด่ากันเองแค่ไหน หากมีพวกแอคเสี้ยมหรือใครก็ตามข้างนอกมาพูดจาพล่อยๆ มั่วซั่วล่ะก็ รับรองว่าต้องโดนรุมประณามจากคนทั้งด้อมแน่นอน
ด่าเสร็จก็จะมานั่งนับข้อดีงามของไอ้ปีศาจซี่โครงหมู ป้ายยานิยาย ตกนักอ่านหน้าใหม่เข้ามาเชือดทิ้ง
เมื่อก่อนเวินเซียงอี๋ก็ทำตัวเป็นภัยสังคมแบบนี้แหละ
นิยายตับพัง = นิยายรักหวานแหวว
ตายยกเรื่อง = นิยายรักหวานแหวว
ตายครึ่ง บ้าครึ่ง พิการครึ่ง = นิยายรักหวานแหววสุดๆ
นิยายสยองขวัญสืบสวน = น่ากลัวแค่ชื่อเรื่องกับเรื่องย่อ
...
ตอนที่เวินเซียงอี๋เพิ่งทะลุมิติมาใหม่ๆ นางเคยคิดอยู่พักหนึ่งว่า เป็นเพราะนางทำตัวเป็นภัยสังคมในอินเทอร์เน็ตมากเกินไป แรงอาฆาตแค้นของคนพวกนั้นเลยทำให้นางต้องมาอยู่ในโลกที่น่าเวทนาแบบนี้
คนต่างถิ่นพวกนั้นอยู่ได้ไม่นานก็โดนด่าจนต้องเดินหนีไป ตอนเดินไปยังบ่นอุบอิบไม่หยุด
เนื้อหาที่บ่นก็ไม่พ้นเรื่องคนเมืองหลวงคงมีปัญหาทางจิต มองปีศาจเป็นของล้ำค่า ไว้โดนปีศาจฆ่าล้างโคตรเมื่อไหร่ถึงจะรู้สำนึก
แถวขยับไปข้างหน้าเรื่อยๆ ไม่นานก็ถึงคิวเวินเซียงอี๋เข้าไป
ตอนที่วางเงินหนึ่งเหวินลงบนถาด นางก็วางจดหมายลงไปด้วย เมื่อเห็นจดหมายและเงินหายวับไปพร้อมกัน นางถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ระหว่างไฉ่อวิ๋นกับเวินเซียงอี๋มีคนคั่นกลางอยู่สองสามคน
พอเวินเซียงอี๋เดินออกไป ไฉ่อวิ๋นก็เดินเข้ามาในร้าน ทำท่าทีล่อกแล่กมองซ้ายมองขวา มีพิรุธสุดๆ
มือทั้งสองข้างที่กำต้นฉบับปึกนั้นไว้แน่นสั่นเทาจนเหงื่อซึมออก ตลอดทางนางจงใจมองไปที่พื้นตลอดเวลา กลัวว่าเผลอทำกระดาษหล่นไปสักแผ่น
ถ้าเกิดมีคนเก็บได้ แล้วบังเอิญเห็นเนื้อหาข้างในเข้า นางคงต้องชิงพาฮูหยินไปกระโดดน้ำตายก่อนแน่ๆ
รอจนคนข้างหน้าจ่ายเงินเสร็จหมดแล้ว นางซึ่งเป็นคนสุดท้าย ก็วางต้นฉบับลงไปด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
พอมองดูต้นฉบับหายวับไปกับตา นางถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกจริงๆ
ปีศาจตนนี้ทำงานรวดเร็วทันใจดีจัง
หวังว่านางจะอ่านจบแล้วเผาทิ้งเลยนะ ไม่ต้องส่งคำติชมอะไรกลับมาหรอก
—
สอบเสร็จหลีเวินซูก็ปิดเทอมเลย
เพียงแต่วันหยุดครั้งนี้สั้นมาก แทบจะเรียกได้ว่าผ่านตรุษจีนปุ๊บก็ต้องกลับไปเรียนต่อเลย
หยุดแค่ไม่กี่วัน แต่กลับสั่งการบ้านมาเป็นตั้งๆ
การได้พักผ่อนของสัตว์ประหลาดม.6 คือบาปหนา
ช่วงตรุษจีนนี้คงจะเป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่จะได้พักหายใจหายคอแล้ว เพราะหลังจากเปิดเทอม ก็จะเข้าสู่ช่วงเร่งสปีดเต็มพิกัด วันหยุดอะไรพวกนั้นก็ลืมไปได้เลย
หลีเวินซูคิดว่าช่วงตรุษจีนนี้จะอัปเดตนิยายเพิ่มเป็นของขวัญให้นักอ่านสักหน่อย เพราะก็ไม่ได้มีของขวัญอัปเดตเพิ่มมานานมากแล้วจริงๆ
ในขณะเดียวกัน นักอ่านของเธอก็กำลังคิดแบบนี้อยู่พอดี
นี่เป็นตรุษจีนปีที่สองที่พวกเขาได้ใช้เวลาร่วมกัน
ตรุษจีนปีที่แล้วยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ก็คงจะจดจำไปตลอดชีวิต
ยังไงซะก็ไม่มีนักเขียนคนไหนหรอก ที่อัปเดตนิยายรวดเดียวหลายสิบตอนในช่วงปีใหม่ อัปเดตนิยายจนจบเรื่องรวดเดียว แถมยังเอามีดแทงจนมิดด้ามรวดเดียวอีกต่างหาก
ในช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด กลับแทงนักอ่านได้ลึกที่สุด
ในช่วงเวลาที่เบิกบานใจที่สุด กลับมอบการโจมตีอันรุนแรงให้แก่นักอ่าน
ในช่วงเวลาที่ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันที่สุด กลับเขียนให้ตัวละครตายเรียบ
นักอ่านถึงขั้นมีปมในใจเล็กๆ กับช่วงเทศกาลตรุษจีนไปเลย
ในใจมักจะมีลางสังหรณ์แปลกๆ คอยรีเฟรชหน้านิยายอยู่ตลอดเวลา กลัวว่าจู่ๆ จะมีตอนใหม่เพิ่มมาหลายสิบตอน แล้วสถานะของผลงานจะเปลี่ยนจาก "กำลังแต่ง" เป็น "จบแล้ว" ทันที
ถึงแม้ว่าการทำแบบนั้นจะทำให้พวกเขาอ่านได้สะใจก็เถอะ
แต่ว่า...พวกเขาไม่อยากมาร้องไห้เป็นหมาในช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดหรอกนะ
หากความอาฆาตแค้นของนักอ่านสามารถจับต้องได้เป็นรูปธรรม ป่านนี้หลีเวินซูคงถูกเฆี่ยนตีไปแล้วแสนแปดหมื่นครั้ง
ตามเว็บบอร์ดและซูเปอร์ทอปปิกต่างๆ นักอ่านต่างก็แสดงความคิดเห็นกันไปต่างๆ นานา
[ไม่หรอกมั้ง คนคนนึงไม่น่าจะนิสัยเสียได้ขนาดนี้ปะ เธอคงไม่ออกมาแจกมีดเล่มโตทุกช่วงตรุษจีนหรอกมั้ง]
[นักเขียนคนอื่นอาจจะไม่นิสัยเสียขนาดนี้ แต่คุณซี่โครงตัวร้ายน่ะเอาแน่เอานอนไม่ได้ บทจะอารมณ์ดีก็แจกมีดให้ บทจะเศร้าก็แจกมีดให้ พอมีเรื่องหงุดหงิดนิดหน่อยก็มาระบายอารมณ์ใส่นักอ่านหมด]
[อัปเดตมาจนถึงตอนนี้ เธอเคยสนใจความเป็นตายของพวกเราบ้างไหมล่ะ? [สงสัย]]
[ตามอ่านนิยายเธอมาตั้งหลายเรื่อง สันดานเธอเป็นยังไงจะไม่รู้ได้ยังไง แถมเรื่องนี้...แค่เรื่องย่อก็โชยกลิ่นอายของการถูกทารุณกรรมออกมาแล้ว]
[เรื่องนี้ช่วงแรกก็ตายกันไปไม่น้อยเลยนะ ทำไมพวกแกถึงคิดว่าช่วงตรุษจีนเธอจะไม่เขียนให้ตัวละครตายล่ะ?]
[ให้ตัวเลือกพวกแกข้อหนึ่ง: ช่วงตรุษจีนเธองดอัปเดต พวกเราจะได้ยิ้มแย้มกันเยอะๆ หรือ ช่วงตรุษจีนเธออัปเดตต่อ รอยยิ้มของนักอ่านจะย้ายไปอยู่บนหน้าเธอแทน]
[งั้นให้เธออัปเดตต่อดีกว่า ถ้าเธอไม่อัปเดตฉันก็คงยิ้มไม่ออกหรอก]
[การที่เธองดอัปเดตต่างหากที่เป็นความเจ็บปวดที่สุดในช่วงตรุษจีน ไม่เป็นไรหรอก ยังไงหัวใจฉันก็ถูกฝึกมาจนแข็งแกร่งมากแล้ว ฉันชอบดูเธอยิ้มเยอะๆ นะ [ตอแหล]]
[ลองมองในอีกมุมหนึ่งสิ ความตับพังทุกรูปแบบพวกเราก็เคยลิ้มลองมาหมดแล้ว ครั้งนี้บางทีเธออาจจะทำให้พวกเราตับพังไม่ได้แล้วก็ได้นะ ฮ่าๆๆ]
[พูดถูก เมื่อก่อนฉันเป็นคนจิตใจบอบบาง ตอนนี้จิตใจฉันแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้าแล้ว]
กระแสความสนใจบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับการอัปเดตนิยายของหลีเวินซูในช่วงตรุษจีนพุ่งสูงปรี๊ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เธอประกาศว่าจะอัปเดตเพิ่ม เพราะการพูดคุยกันอย่างดุเดือด ถึงขั้นติดเทรนด์คำค้นหายอดฮิตเลยทีเดียว
ความสนใจของชาวเน็ตที่มีต่อนิยาย รองลงมาจากงานกาล่าฉลองตรุษจีนเท่านั้น
ส่วนหลีเวินซูนั้นทำตัวสบายๆ มาก ขดตัวอยู่บนโซฟาเล่นโทรศัพท์มือถือ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันวิดีโอสั้นมา
ในชาติก่อนเธอไม่ได้ให้ความสนใจกับวิดีโอสั้นมากนัก ตอนที่เพิ่งได้รับความนิยม เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรเลยด้วยซ้ำ ต่อมาเคยดาวน์โหลดมาลองใช้ครั้งหนึ่ง หน้าหลักก็มีแต่พวกเด็กแว้น
เธอไถดูแบบส่งเดชแล้วก็ลบแอปทิ้งเลย
ครั้งนี้ เธอจะเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้เล่นวิดีโอสั้น!
หลีเวินซูไถดูไปเรื่อยๆ รู้สึกอับอายกับวิดีโอพวกนั้นจนแทบจะเอาเท้าขุดเป็นห้องได้สามห้องกับอีกหนึ่งห้องโถง ถึงจะเกิดใหม่ เธอก็ยังไม่รู้สึกสนใจอยู่ดี
ไถไปไถมาจู่ๆ ก็ไถเข้าไปเจอกลุ่มนักอ่านของเธอเข้า
น้ำเสียงดุดัน: [มาทายกันว่าตรุษจีนนี้ใครจะตาย ทายถูกเดี๋ยวตบรางวัลเป็นฝ่ามืออรหันต์ให้]
[ฉันวิเคราะห์เนื้อเรื่องที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้แล้ว ฉันว่าองค์หญิงต้องตายแน่]
[ถึงฉันจะอยู่ด้อมองค์หญิง แต่ฉันรู้สึกว่าตรุษจีนนี้เธออาจจะตายจริงๆ ก็ได้ คาแรคเตอร์ที่ออกแบบมาเป็นแสงสว่างซะขนาดนี้ ปกติตัวละครที่แสนดีขนาดนี้จะอยู่ไม่ถึงตอนจบหรอก ตายตั้งแต่ต้นเรื่อง แล้วค่อยไปมีชีวิตอยู่ในความทรงจำของตัวเอกแทน]
[ถ้าเป็นสูตรสำเร็จก็คงต้องเป็นเธอตายจริงๆ แหละ แต่ไอ้ปีศาจซี่โครงหมูเป็นพวกดำเนินเรื่องตามสูตรสำเร็จเหรอ]
[ทำไมไม่คิดเรื่องดีๆ บ้างล่ะ ตรุษจีนปีที่แล้วเธอแจกมีดให้พวกเราซะขนาดนั้น ตรุษจีนปีนี้อาจจะสำนึกได้ขึ้นมาบ้างก็ได้นะ]
[ทำไมพระเอกจะตายบ้างไม่ได้ล่ะ]
[? คอมเมนต์บน แกสวดมนต์ขอให้คุณซี่โครงตัวร้ายไม่เห็นข้อความนี้ของแกดีกว่า ขืนเธอฟังแกขึ้นมา ถ้าตรุษจีนพระเอกตายจริงๆ ล่ะก็ เราเจอกันหน่อยไหมล่ะ]
[อย่าเลยนะ! คู่จิ้นของฉันยังไม่ได้จูบปากกันเลย ให้ฉันได้เห็นตอนพวกเขาจูบปากกันสักครั้งเถอะ ไอ้ปีศาจซี่โครงหมูแต่ละครั้งเขียนบรรยายซะเซ็กซี่เร่าร้อนขนาดนั้น ผลคือน้ำซุปสักหยดก็ไม่มี ใครจะไปคิดว่าสำนวนการเขียนที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ เนื้อเรื่องจะไปหยุดอยู่แค่การจับมือกัน!!!]
[เฮ้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวละครถูกเขียนให้ตาย พวกเราชิงลงมือฆ่าไอ้ปีศาจซี่โครงหมูก่อนดีไหม]
[ยอดคนจริงๆ]
[ไอ้ปีศาจซี่โครงหมูท่องเน็ตไวจะตายไป พวกเรามานั่งคุยกันอยู่ตรงนี้เธออาจจะกำลังแอบดูอยู่ก็ได้ ยังไงฉันก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบๆ เลย เธอคงไม่ได้กำลังวางแผนว่าจะทรมานพวกเราให้ตายยังไงหรอกนะ]
[คุณซี่โครงตัวร้ายฟังให้ดีนะ ฉันไม่กลัวเธอหรอก เธอแน่จริงเธอก็เขียนมาเลย! เธอแน่จริงเขียนมา ฉันก็แน่จริงร้องไห้ให้เธอดูเหมือนกัน!]