- หน้าแรก
- ภารกิจเปลี่ยนชะตาลูกๆ ตัวร้าย
- บทที่ 404 ตอนพิเศษไป๋อวี้ 2
บทที่ 404 ตอนพิเศษไป๋อวี้ 2
บทที่ 404 ตอนพิเศษไป๋อวี้ 2
บทที่ 404 ตอนพิเศษไป๋อวี้ 2
"ไม่ต้องรีบ ขอข้าวกล่องให้ผมสักที่ก่อนเถอะครับ"
เด็กหนุ่มร่างผอมบางนั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วยหมายเลขหนึ่งข้างๆ ไป๋อวี้ สายตาจับจ้องไม่กะพริบขณะเอ่ยปาก ทว่ากลับทำให้หญิงวัยกลางคนและหมอที่อยู่ด้านหลังตกใจแทบแย่
ผู้ป่วยโรคคลั่งผอมที่ต้องเข้าโรงพยาบาลเป็นประจำเพราะภาวะโลหิตจางและขาดสารอาหาร จู่ๆ กลับเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอตากินข้าวกล่องที่เขาเคยเกลียดที่สุดเนี่ยนะ?
คุณแม่จิ่งแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เธอสบตากับหมอเจ้าของไข้ สายตาของทั้งคู่ประสานกันด้วยความตกตะลึงอย่างที่สุด
"ได้! ได้สิลูก เดี๋ยวแม่สั่งให้ ไม่สิ เดี๋ยวแม่ลงไปซื้อให้เดี๋ยวนี้แหละ!"
เธอไม่สนแม้กระทั่งว่าตัวเองยังใส่กระโปรงอยู่ วิ่งฉิวออกไปราวกับสายลม พริบตาเดียวก็กลับมาพร้อมกับข้าวกล่อง
อาหารกล่องของโรงพยาบาลล้วนมีเมนูเหมือนกันหมด ไม่มีอะไรแปลกใหม่ หน้าตาเหมือนกับที่ไป๋อวี้กำลังกินอยู่ไม่มีผิดเพี้ยน
จิ่งเฉินอันวางข้าวกล่องไว้ตรงหน้าตัวเองอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเลียนแบบไป๋อวี้ ท่าทางจริงจังนั้นไม่เหมือนกับการเผชิญหน้ากับข้าวกล่องเลยสักนิด ทว่ากลับเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับของล้ำค่าที่เกี่ยวพันถึงชีวิตของตนเองเสียมากกว่า
เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ แต่มองไปมองมา ข้าวกล่องตรงหน้านี้ก็ดูเหมือนจะน่ากินขึ้นมาจริงๆ
จิ่งเฉินอันคีบเต้าหู้ชิ้นหนึ่งใส่ปาก
(⋟﹏⋞)
นี่มันอะไรเนี่ย!
ไม่ได้เปลี่ยนพ่อครัวซักหน่อย!
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปในพริบตา เขาอยากจะคายของในปากทิ้ง อยากจะโยนไอ้ข้าวกล่องหน้าเนื้อใจเสือนี่ออกไปนอกห้อง
ทว่าพอเงยหน้าขึ้น เด็กสาวเตียงข้างๆ กำลังเบิกตากลมโตที่ใสซื่อบริสุทธิ์จ้องมองเขาอยู่
จิ่งเฉินอันรีบเก็บสีหน้ารังเกียจด้วยความกระอักกระอ่วน แล้วกลืนของในปากลงคอไปอย่างว่าง่าย
เด็กสาวคนนั้นกำลังกินราวกับกำลังลิ้มรสอาหารเลิศรสจากสรวงสวรรค์ ขนาดจะกินคำโตๆ ยังไม่กล้า แล้วเขาจะหน้าด้านทิ้งข้าวกล่องนี่ไปต่อหน้าต่อตาเธอได้อย่างไร
เขาพยักหน้าให้เด็กสาวคนนั้นอย่างมีมารยาท เด็กสาวคนนั้นก็ส่งยิ้มตอบกลับมาอย่างเป็นมิตร เป็นยิ้มที่โชว์เขี้ยวเล็กๆ สองซี่ด้วย
จิ่งเฉินอัน: เด็กสาวคนนี้น่ารักจังเลย นุ่มนิ่มน่าเอ็นดูจัง
ไป๋อวี้: เด็กผู้ชายคนนี้ผอมเกินไปแล้วนะเนี่ย เหมือนเอ้อร์โก่วจื่อบ้านหลี่ท้ายหมู่บ้านเลย ท่านแม่เคยบอกไว้ว่า เด็กผู้ชายแบบนี้ทำงานหนักในไร่นาไม่ได้ จะหาเมียยากเอานะ
การพบกันครั้งแรกของทั้งสองคนเริ่มต้นด้วยข้าวกล่อง และจบลงด้วยความเข้าใจผิด
ไป๋อวี้กินข้าวกล่องของตัวเองต่อไปอย่างมีความสุข จิ่งเฉินอันเห็นเธอกินอะไรก็กินตามไปด้วย พอมองดูสีหน้าพึงพอใจของเธอตอนที่อาหารเข้าปาก ก็ราวกับจะดึงดูดให้เขาไม่ต่อต้านอาหารมากเท่าเดิม ค่อยๆ สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมกรุ่นขึ้นมาบ้าง
จนกระทั่งทั้งสองคนกินข้าวกล่องจนหมดเกลี้ยง เขายังเลียนแบบไป๋อวี้ ตักข้าวทุกเม็ดเข้าปากจนหมด
หมอเจ้าของไข้และคุณแม่จิ่งมองดูจนตาค้าง
"เขา... ดูเหมือนจะไม่ต้องนอนโรงพยาบาลแล้วกระมังครับ?"
"ต้องนอนสิคะ! ต้องนอนแน่นอน! แล้วก็ต้องนอนห้องนี้ด้วย!"
คุณแม่จิ่งค่อนข้างรู้ใจลูกชายตัวเอง เธอมองเห็นอย่างชัดเจนว่า ก่อนที่ลูกชายจะกินข้าวแต่ละคำ เขาจะมองไปที่เด็กสาวเตียงข้างๆ ก่อนเสมอ
ถึงขนาดว่ากินอะไรก็กินเหมือนเด็กสาวคนนั้นเลยด้วย
ก็เด็กสาวคนนั้นกินข้าวได้น่าอร่อยเกินไปจริงๆ นั่นแหละ ขนาดเธอดูแล้วยังอยากจะลองกินข้าวกล่องนี่ดูบ้างเลย
เมื่อเห็นกล่องข้าวที่ว่างเปล่าของลูกชาย คุณแม่จิ่งก็รู้สึกว่า โอกาสทองมาถึงแล้ว พลาดไม่ได้เด็ดขาด!
เธอพุ่งตัวไปที่ข้างเตียงของไป๋อวี้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับฉีกยิ้มที่ดูอ่อนโยนและเป็นมิตรที่สุด
"สาวน้อย ทำไมถึงอยู่คนเดียวล่ะจ๊ะ?"
ไป๋อวี้กำลังดื่มด่ำกับความรู้สึกอิ่มท้องอยู่ ความรู้สึกนี้มันค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับนาง ในโลกของนาง ต่อให้เป็นช่วงก่อนที่จะเกิดทุพภิกขภัย อย่างดีก็แค่ไม่อดตายเท่านั้นแหละ
การได้กินอิ่มกินของอร่อยน่ะหรือ นั่นมันเรื่องเพ้อฝันชัดๆ
ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่า อาหารมื้อแรกหลังจากมายังโลกใบนี้ จะได้กินของดีถึงเพียงนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะแพงหรือไม่ หากนางตั้งใจทำงานอย่างหนัก เดือนหนึ่งจะได้กินแบบนี้สักสองมื้อหรือไม่นะ?
เสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันขัดจังหวะความคิดของนาง เมื่อมองดูคุณน้าท่าทางใจดีตรงหน้า ไป๋อวี้ผู้ซื่อตรงเป็นพิเศษจึงเล่าประวัติความเป็นมาที่อาจารย์ที่ปรึกษาบอกนางให้ฟังอีกครั้ง
คุณแม่จิ่งไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนี้ เดิมทีเธอคิดว่าผู้ปกครองของเด็กคนนี้อาจจะมีธุระออกไปข้างนอก ตั้งใจจะใช้เรื่องนี้เป็นหัวข้อสนทนาเพื่อทำความรู้จักให้มากขึ้น คิดไม่ถึงเลยว่าจะไปสะกิดโดนแผลในใจของเด็กสาวเข้าให้
"ขะ... ขอโทษนะจ๊ะ น้าไม่คิดว่าหนูจะ... น้าผิดเองจ้ะ"
ไป๋อวี้โบกมือปฏิเสธ "ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณน้า อย่างไรเสียฉันก็ความจำเสื่อม จำอะไรไม่ได้แล้ว เรื่องพวกนี้ก็เพิ่งจะรู้จากอาจารย์ที่ปรึกษาเหมือนกัน"
คุณแม่จิ่งฟังแล้วก็ยิ่งปวดใจ เด็กสาวที่ทั้งนุ่มนิ่ม น่ารัก แถมยังว่าง่ายขนาดนี้ ทำไมถึงได้โชคร้ายขนาดนี้นะ
ตอนแรกเธอตั้งใจจะเข้ามาตีสนิทเพื่อให้เด็กสาวคนนี้ช่วยกระตุ้นให้ลูกชายกินข้าวได้มากขึ้น แต่ตอนนี้กลับรู้สึกสงสารและเอ็นดูเด็กสาวคนนี้จากใจจริงเสียแล้ว
มิน่าล่ะถึงได้กินข้าวกล่องได้น่าอร่อยขนาดนั้น คาดว่าปกติก็คงไม่ได้กินของดีๆ อะไร ดูสิ ผอมโซขนาดนี้ ไม่ได้การล่ะ เธอต้องบำรุงเด็กดีคนนี้ให้เต็มที่เสียหน่อย
ไป๋อวี้ได้ยินว่าคุณน้าคนนี้จะนำอาหารมาให้นาง ก็ตกใจจนส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ ครอบครัวแบบไหนกันเนี่ย ไม่รู้จักประหยัดมัธยัสถ์เอาเสียเลย?
ทว่าคุณแม่จิ่งไม่เปิดโอกาสให้นางปฏิเสธ พูดคุยตกลงกันเสร็จสรรพในไม่กี่ประโยค แล้วก็เดินยิ้มร่าออกไปจ่ายตลาด เตรียมทำอาหารสำหรับวันพรุ่งนี้
จิ่งเฉินอันที่เงี่ยหูฟังบทสนทนาระหว่างแม่ของตนกับไป๋อวี้มาตลอด รู้สึกเป็นครั้งแรกว่า นิสัยเผด็จการไม่ยอมรับคำปฏิเสธของแม่ตนเองนั้น ช่างเป็นเรื่องที่ดีเสียเหลือเกิน
ฟ้ามืดแล้ว ในห้องพักผู้ป่วยเหลือเพียงพวกเขาสองคน เงียบสงบจนแทบจะได้ยินเสียงหัวใจเต้น จิ่งเฉินอันถือหนังสืออยู่ในมือ ทว่าความคิดกลับลอยไปหาเด็กสาวเตียงข้างๆ อยู่ตลอด
เธอไม่ได้เล่นมือถือ ไม่ได้อ่านหนังสือ เพียงแค่นอนนิ่งๆ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
จิ่งเฉินอันกลัวว่าเธอจะเบื่อ จึงแอบเปิดโทรทัศน์ขึ้นมาเงียบๆ
จากนั้นเขาก็เห็นดวงตาของเด็กสาวเปลี่ยนจากเส้นขีดสองเส้นกลายเป็นวงกลมโตๆ สองวง
ไป๋อวี้มองเขา มองโทรทัศน์ แล้วก็กลับมามองเขาอีกครั้ง สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด
จิ่งเฉินอันรู้สึกว่า ในสายตาของเธอ เขาคงเหมือนปีศาจที่ใช้เวทมนตร์ได้กระมัง
"เธอ... ไม่รู้จักโทรทัศน์เหรอ?"
"ฉันจำอะไรไม่ได้เลย ถ้าใช้คำพูดของอาจารย์ที่ปรึกษาของฉัน ฉันก็... เหมือนถูกส่งไปเกิดใหม่เลยล่ะ"
จิ่งเฉินอัน: ......
อืม เปรียบเทียบได้ตรงประเด็นดีนะ
เขาคิดว่าในเมื่อว่างๆ ไม่มีอะไรทำ ก็สู้... สอนเธอเสียหน่อยดีกว่า?
รอจนกระทั่งคุณแม่จิ่งนำมื้อดึกกลับมา ทั้งสองคนก็กำลังพูดคุยโต้ตอบกันอย่างออกรสออกชาติ
คุณแม่จิ่งประหลาดใจมาก ไม่คิดเลยว่าลูกชายของตนจะมีมุมที่ยอมเป็นเพื่อนกับผู้หญิงด้วย
จิ่งเฉินอันรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย รีบอธิบาย "แม่ครับ ผมแค่กำลังสอนเธออยู่ ความจำเสื่อมของเธอทำให้ลืมความรู้รอบตัวไปหมดเลย"
คุณแม่จิ่งยิ่งประหลาดใจเข้าไปใหญ่ "แม่ก็ไม่ได้เข้าใจผิดซักหน่อย ลูกจะรีบอธิบายทำไมเนี่ย?"
จิ่งเฉินอัน: ......
เขาหันหลังให้พวกเธอเสียเลย ทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังให้พวกเธอดู
คุณแม่จิ่งยิ้มส่ายหน้า หยิบคุกกี้และเค้กชิ้นเล็กๆ ที่อบเองมาจากบ้านยื่นให้ไป๋อวี้
ไป๋อวี้กำลังจะปฏิเสธ ทว่ากลิ่นหอมกรุ่นก็พุ่งเข้าเตะจมูก
เพียงแค่เผลอเหม่อไปชั่วครู่ ของเหล่านั้นก็มาวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะเล็กตรงหน้านางแล้ว
คุกกี้ชิ้นกลมๆ ด้านบนประดับด้วยช็อกโกแลตสีดำ ส่วนเค้กชิ้นเล็กๆ ขนาดเท่าฝ่ามือ ด้านล่างเป็นเนื้อเค้กนุ่มฟู ด้านบนโปะด้วยวิปครีมหนาๆ และประดับด้วยสตรอว์เบอร์รีหั่นเต๋าสดใหม่บนยอดสุด
กลิ่นหอมของนมผสมผสานกับกลิ่นผลไม้และเนยพุ่งเข้าสู่โพรงจมูกของไป๋อวี้ ทำเอานางเคลิบเคลิ้มไปทั้งตัว
นี่มันคืออะไรกันเนี่ย? หอมเกินไปแล้ว!
จิ่งเฉินอันก็ได้กลิ่นหอมเช่นกัน เขาค่อยๆ หันกลับมาเงียบๆ เขาอยากรู้ว่าเด็กสาวที่กินข้าวกล่องได้ราวกับกินอาหารโต๊ะจีนฮ่องเต้ จะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อได้กินขนมหวาน
ภายใต้การรบเร้าของคุณแม่จิ่ง ไป๋อวี้ก็หยิบคุกกี้ชิ้นหนึ่งเข้าปาก ในวินาทีนั้น นางรู้สึกราวกับว่าตนเองได้เปิดประตูบานใหม่เข้าสู่โลกอีกใบหนึ่งเลยทีเดียว
และหลังจากนั้นไม่นาน จิ่งเฉินอันก็กระแอมไอด้วยความกระอักกระอ่วน "แม่ครับ แล้วของผมล่ะ?"