เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 วัฏสงสาร

บทที่ 60 วัฏสงสาร

บทที่ 60 วัฏสงสาร


เสียงสวรรค์แห่งมรรคาค่อยเลือนหายไป น้ำพุที่ผุดจากพื้นดินสลายตัว ดอกบัวเซียนลายมรรคาแปรเปลี่ยนเป็นเต๋าแล้วจางหาย ปรากฏการณ์วิเศษจากการสนทนามรรคากลับคืนสู่ความสงบ

เมิ่งชวนหลับตาทั้งสองข้างลงช้าๆ พร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า การเก็บเกี่ยวของเขาในครั้งนี้ยิ่งใหญ่มาก เขาได้ทำความเข้าใจเส้นทางเซียนในโลกมนุษย์อันเป็นสายหลัก เมื่อนำมาประยุกต์ใช้ เมิ่งชวนจึงก้าวเดินอย่างมั่นคงไปสู่การลอกคราบในครั้งต่อไป

ขณะเดียวกันเขาได้ทำความเข้าใจมรรคาของคนเถื่อนในระดับหนึ่ง ตัวเมิ่งชวนเองอาศัยการยกระดับกายเนื้อ จิตวิญญาณ แก่นแท้ และมรรคาในแต่ละครั้งเพื่อรับพลังต่อสู้สูงสุดและฝืนลอกคราบ ส่วนเทียนหวงผู้เป็นอมตะนั้นใช้พรสวรรค์เผ่าพันธุ์ของตนวิวัฒนาการเป็นวิชาอายุวัฒนะ เพียงแต่ต้องการแก่นแท้ของผู้แข็งแกร่งระดับสุดยอดคนแล้วคนเล่าเพื่อมอบสสารที่จำเป็นสำหรับการนิพพาน

วิถีเซียนในโลกมนุษย์ของคนเถื่อน จุดสำคัญที่สุดคือครรภ์เทวะ การลอกคราบจากร่างเก่าเพื่อก้าวสู่ครรภ์เทวะใหม่ ท้ายที่สุดเก้าร่างหลอมรวมเป็นหนึ่ง กลายเป็นเซียนในโลกมนุษย์

สำหรับความยึดติดของคนเถื่อน นั่นคือรากฐานของนาง เป็นมรรคาของนาง!

"ขอบคุณมหาจักรพรรดิ!" เมิ่งชวนมองคนเถื่อนและกล่าวขอบคุณ

คนเถื่อนส่ายหน้าเล็กน้อย นางเองก็ได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาลเช่นกัน ทว่าความก้าวหน้าของตบะบารมีแม้นจะทำให้นางยินดี แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่นางใส่ใจที่สุด

"ตอนที่เจ้ายังไม่เข้ามา เคยกล่าวถึงวัฏสงสาร?" คนเถื่อนมองเมิ่งชวนและเอ่ยถาม ประกายแสงพาดผ่านดวงตาของนางไปชั่ววูบ

นี่เป็นครั้งแรกที่เมิ่งชวนได้เห็นอารมณ์ความรู้สึกปรากฏขึ้นจากดวงตาอันงดงามคู่นั้น

"หากข้าไม่เอ่ยถึงวัฏสงสาร บางทีครั้งนี้อาจไม่ได้พบคนเถื่อนเลย..." เมิ่งชวนคิดเงียบๆ ในใจ บางทีแม้แต่การสนทนามรรคาเมื่อครู่ ก็อาจเป็นสิ่งที่คนเถื่อนยอมแลกเปลี่ยนเพื่อเรื่องวัฏสงสารจากปากของเมิ่งชวน

"มหาจักรพรรดิเชื่อในเรื่องวัฏสงสารหรือไม่?" เมิ่งชวนถามคนเถื่อนกลับ

คนเถื่อนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า ความหมายชัดเจนโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย

เมิ่งชวนส่งยิ้มบาง ทำให้ผู้คนไม่อาจเข้าใจความหมาย

"จักรพรรดิสวรรค์ไม่เชื่อในการมีอยู่ของวัฏสงสารหรือ?" กายศักดิ์สิทธิ์บรรลุธรรมอดใจถามไม่ได้ นี่คือหัวข้อต้องห้ามที่ไม่มีใครไม่สนใจ

เมิ่งชวนส่ายหน้าแล้วพยักหน้าอีกครั้ง ทำให้กายศักดิ์สิทธิ์บรรลุธรรมมีสีหน้างุนงง หากคนตรงหน้าไม่ใช่จักรพรรดิสวรรค์ที่กำลังเดินอยู่บนเส้นทางบรรลุเซียน เขาจะต้องถามออกไปสักประโยคแน่นอน

"เจ้าเป็นตะคริวหรือ?"

"เชื่อ และไม่เชื่อ" เมิ่งชวนกล่าว

คนเถื่อนมองเมิ่งชวนอย่างเงียบงัน รอคอยคำอธิบายของเมิ่งชวน

เมิ่งชวนไม่มัวอมพะนำ เอ่ยออกไปโดยตรง "ข้าไม่เชื่อว่าโลกใบนี้มีวัฏสงสารมาแต่กำเนิด"

"แต่ข้าเชื่อมั่นว่า พลังของมนุษย์ ก็สามารถสร้างวัฏสงสารขึ้นมาได้!"

ประกายในดวงตาของคนเถื่อนชวนให้ตื่นตะลึง นางมองเมิ่งชวน พร้อมกล่าวประโยคที่ยาวมากประโยคหนึ่ง

"มหาจักรพรรดิไม่อาจสร้างวัฏสงสาร ข้าเองก็ไร้ความสามารถ ในการคาดเดาของข้า แม้แต่เซียนก็ไม่อาจเปิดวัฏสงสารได้!" เห็นได้ชัดว่าคนเถื่อนทุ่มเทความพยายามอย่างหนักในเรื่องนี้

"เซียนทำไม่ได้ แล้วราชันเซียนเล่า? ราชันเซียนทำไม่ได้ แล้วจักรพรรดิในหมู่เซียนเล่า?!!" เสียงมรรคาของเมิ่งชวนดังกึกก้อง ภายนอกเกิดเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าครึกโครม ราวกับเมิ่งชวนได้เอ่ยถึงข้อห้ามที่ไม่อาจกล่าวถึง

ดวงตาอันงดงามคู่นั้นไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไป ถูกแทนที่ด้วยดวงตาแห่งเซียนเหินอันเฉียบขาดและดุดัน

"ราชันเซียน? จักรพรรดิในหมู่เซียน?" คนเถื่อนเอ่ยถาม นี่คือสิ่งที่นางไม่เคยรับรู้มาก่อน ความสั่นสะเทือนที่นำมาสู่นาง ยิ่งใหญ่กว่าเรื่องที่ราชันสวรรค์ตู้เจี๋ยยังมีชีวิต หรือตี้จุนยังไม่ตายเสียอีก

"ข้าล่วงรู้มาจากความทรงจำของตัวตนระดับสูงสุดทั้งสี่จากนอกพิภพ" เมิ่งชวนโยนความผิดให้เจ้าพวกวิญญาณร้ายทั้งสี่ตนนั้น

"เซียนไม่ใช่จุดสิ้นสุด เบื้องบนยังมีราชันเซียนที่เป็นอมตะนิรันดร์ จักรพรรดิเซียนผู้สูงสุดแห่งสวรรค์!"

"สิ่งที่พวกเราทำไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าจักรพรรดิเซียนจะทำไม่ได้!"

เมื่อคนเถื่อนได้ยินเช่นนั้น นางหลับตาลง กลิ่นอายผันผวนเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าภายในใจของนางไม่ได้สงบนิ่ง

"ขอบคุณ" ท้ายที่สุด คนเถื่อนก็ลืมตาทั้งสองข้างขึ้น พร้อมกล่าวขอบคุณเมิ่งชวน

สำหรับคนเถื่อน ความหมายของสิ่งเหล่านี้ยิ่งใหญ่กว่าการสนทนามรรคาของนางกับเมิ่งชวนเสียอีก! ตราบใดที่เบื้องหน้ามีหนทาง นางก็จะไม่สับสน นางจะสามารถเดินต่อไปได้เรื่อยๆ ความยึดติดของนางไม่อนุญาตให้นางถอยหลัง!

เมิ่งชวนยิ้มบาง ลุกขึ้นบอกลา สิ่งที่สมควรพูดล้วนพูดไปหมดแล้ว การรั้งอยู่ที่นี่ต่อไปก็ไร้ความหมาย

เมิ่งชวนหันหลังเดินออกไปนอกตำหนักเซียนทองสัมฤทธิ์ด้วยก้าวเดินอันมั่นคง

"วิชาของเจ้า จงใช้ให้ดี วิชามารกลืนฟ้ายังไม่มีความเป็นมารเทียบเท่าวารนี้"

เสียงเซียนสายหนึ่งดังขึ้นข้างหูของเมิ่งชวน เมิ่งชวนชะงักฝีเท้า ทว่าไม่ได้หันกลับไป เพียงพยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงบอกว่าตนเองรับรู้แล้ว จากนั้นก็ก้าวเท้ายาวเดินออกไป

หากเมิ่งชวนหันกลับไป จะพบว่ามหาจักรพรรดิคนเถื่อนไม่เคยลืมตาขึ้นมาอีกเลยตั้งแต่เมิ่งชวนลุกขึ้น ส่วนการเตือนสติเมิ่งชวน ก็เป็นเพียงเพราะบุญคุณที่เมิ่งชวนช่วยชี้แนะเรื่องวัฏสงสารเท่านั้น

"มหาจักรพรรดิ วิชาของจักรพรรดิสวรรค์มีความเป็นมารได้อย่างไร? นี่ไม่ใช่วิชาบรรลุเซียนของเขาหรือ?" กายศักดิ์สิทธิ์บรรลุธรรมเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ ส่วนเรื่องราชันเซียนและจักรพรรดิเซียน เมิ่งชวนสกัดกั้นพื้นที่โดยรอบไว้ ไม่ได้ให้กายศักดิ์สิทธิ์บรรลุธรรมล่วงรู้

รู้มากไปแล้วมีประโยชน์อันใด? มีแต่จะเพิ่มความกังวลเปล่าๆ

"นี่คือวิชาอายุวัฒนะที่ได้มาจากการช่วงชิง ช่วงชิงสิ่งมีชีวิต ช่วงชิงฟ้าดิน ช่วงชิงมรรคา"

"อาจกล่าวได้ว่า เป็นความเป็นอมตะที่ได้มาจากการกลืนกิน"

เสียงของมหาจักรพรรดิคนเถื่อนดังขึ้น จากนั้นก็หุบปากไม่กล่าวสิ่งใดอีก

กายศักดิ์สิทธิ์บรรลุธรรมหนาวสะท้านไปทั้งร่าง รู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลังอยู่บ้าง

เมิ่งชวนไม่รู้ถึงบทสนทนาภายในตำหนักเซียนทองสัมฤทธิ์หลังจากเขาจากไป ต่อให้รู้เขาจะไม่ใส่ใจเช่นกัน

ภายนอกเขตหวงห้ามบรรพกาล มีผู้คนกลุ่มใหญ่รวมตัวกัน ชะเง้อคอรอคอย เมื่อเห็นเมิ่งชวนออกมา พวกเขาก็พากันรุมล้อมเข้ามาทันที มีว่าที่จักรพรรดิรวบรวมความกล้าเอ่ยถาม "จักรพรรดิสวรรค์ไปเขตหวงห้ามบรรพกาลครั้งนี้เพื่อสิ่งใด?"

"เจ้าแห่งเขตหวงห้ามบรรพกาลไม่เคยสร้างความเดือดร้อน ข้าจึงไปพบนางมาครั้งหนึ่ง"

เมิ่งชวนมองคนเหล่านี้ ครุ่นคิดแล้วก็อธิบายออกไปสักหน่อยดีกว่า

"ภายหน้าพวกเจ้ายังสามารถเข้าสู่เขตหวงห้ามบรรพกาลเพื่อเสี่ยงโชคได้ แต่จงจำไว้ เมื่อเข้าสู่เขตหวงห้าม ต้องรับผิดชอบความเป็นตายของตนเอง!"

"จักรพรรดิสวรรค์ ไม่สามารถให้เจ้าแห่งเขตหวงห้ามละเว้นบ้างเลยหรือ?" ว่าที่จักรพรรดิเฒ่าผู้หนึ่งไม่ยินยอม เมื่อเห็นจักรพรรดิสวรรค์เข้าสู่เขตหวงห้าม เขายังคิดว่าภายหน้าจะสามารถเข้าออกเขตหวงห้ามบรรพกาลได้อย่างอิสระ เพื่อเก็บเกี่ยวโอสถศักดิ์สิทธิ์ นึกไม่ถึงว่าจะยังเหมือนเดิม

เมิ่งชวนปรายตามองว่าที่จักรพรรดิเฒ่าผู้นี้ อยากจะตอกกลับไปสักประโยคว่าเจ้าเป็นพี่ชายคนเถื่อนกลับชาติมาเกิดหรือถึงได้มีหน้าใหญ่ปานนี้?

ท้ายที่สุดก็เพียงแค่ส่ายหน้า กล่าวคำเตือนครั้งสุดท้าย จากนั้นจากไปจากที่นี่ เพื่อกลับสู่อาณาจักรเทพ

สิ่งที่ควรกล่าวถึงคือ หลังจากเมิ่งชวนยกระดับอาณาจักรเทพ ที่พักอาศัยประจำวันของเมิ่งชวนก็ถูกย้ายเข้าไปในอาณาจักรเทพ ท้ายที่สุดนี่คือโลกของตนเอง อยู่ที่นี่ย่อมสุขสบายกว่า

เมื่อกลับถึงอาณาจักรเทพ เปิดหน้าต่างกลุ่มแชทขึ้นมา พบเห็นคนสองสามคนกำลังพูดคุยกันในกลุ่ม

ปี่ปี๋ตง: มหาจักรพรรดิออนไลน์แล้ว!

รูปโปรไฟล์ของเมิ่งชวนเพิ่งสว่างขึ้น ก็ถูกปี่ปี๋ตงพบเข้าโดยตรง นางคอยนึกถึงเรื่องที่เมิ่งชวนบอกว่าจะช่วยนางล่าสัตว์วิญญาณมาตลอด

เยี่ยนชื่อเสีย: มหาจักรพรรดิไม่ได้พบกันนานเลยนะ!

เมิ่งชวน: ไม่ได้พบกันนาน! จอมยุทธ์เยี่ยนปราบปีศาจกำจัดมาร ช่างเบิกบานใจจริงๆ!

เยี่ยนชื่อเสีย: ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ไม่หรอก ไม่หรอก แค่ปีศาจน้อยมารน้อยเท่านั้น

หากให้เหล่าปีศาจมารที่ถูกเยี่ยนชื่อเสียสังหารเห็นประโยคนี้ คาดว่าคงโมโหจนฟื้นคืนชีพขึ้นมา

ก่อนถูกเจ้าฆ่าพวกเราก็เป็นถึงมหาปีศาจมารที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งในโลกมนุษย์และยมโลกเลยนะรู้ไหม? ตอนนี้เจ้ามาพูดแบบนี้ พวกเราไม่ต้องมีหน้ามีตาเลยหรือ?!!

เจ้าหนวดเคราครึ้มคนนี้ไม่มีคุณธรรมชาวยุทธ์ ใช้สูตรโกงไม่พอ ยังแอบลอบโจมตีอีก! ตอนนี้ยังมาเหยียบย่ำศพกันอีก!

ปี่ปี๋ตง: ตอนนี้ท่านลุงหนวดเคราครึ้มเป็นยอดฝีมือที่โด่งดังไปทั่วหล้าแล้ว!

เยี่ยนชื่อเสีย: แค่ชื่อเสียงจอมปลอม ไม่คู่ควรให้เอ่ยถึง ไม่คู่ควรให้เอ่ยถึง

ปากบอกว่าไม่คู่ควรให้เอ่ยถึง ทว่าเยี่ยนชื่อเสียกลับหัวเราะจนปากแทบจะหุบไม่ลง

ปี่ปี๋ตง: มหาจักรพรรดิท่านจะมาช่วยข้าเมื่อไหร่หรือ? @เมิ่งชวน

เมิ่งชวน: พอดีทางข้าชั่วคราวไม่มีธุระอันใด ตอนนี้สามารถข้ามไปช่วยเจ้าได้เลย

ปี่ปี๋ตง: ดีเลย ดีเลย เช่นนั้นข้าจะรอมหาจักรพรรดินะ!

ปี่ปี๋ตง: ข้าจะชงชาให้มหาจักรพรรดิสักป้านก่อน!

เมิ่งชวน: ......

ชาอีกแล้ว?!! สายตาของเมิ่งชวนเลื่อนลอย ตนเองไปที่ใดล้วนหนีไม่พ้นชาเลยหรือ? ขณะกำลังจะพูด จู่ๆ ก็เห็นข้อความหนึ่งที่ถูกส่งออกมาด้วยสีแดงเป็นพิเศษภายในกลุ่ม

มาโดกะ ไดโกะ: ช่วยข้าด้วย ช่วยข้าด้วย ช่วยข้าด้วย!

จบบทที่ บทที่ 60 วัฏสงสาร

คัดลอกลิงก์แล้ว