- หน้าแรก
- แชทกลุ่มสะท้านมิติ
- บทที่ 60 วัฏสงสาร
บทที่ 60 วัฏสงสาร
บทที่ 60 วัฏสงสาร
เสียงสวรรค์แห่งมรรคาค่อยเลือนหายไป น้ำพุที่ผุดจากพื้นดินสลายตัว ดอกบัวเซียนลายมรรคาแปรเปลี่ยนเป็นเต๋าแล้วจางหาย ปรากฏการณ์วิเศษจากการสนทนามรรคากลับคืนสู่ความสงบ
เมิ่งชวนหลับตาทั้งสองข้างลงช้าๆ พร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า การเก็บเกี่ยวของเขาในครั้งนี้ยิ่งใหญ่มาก เขาได้ทำความเข้าใจเส้นทางเซียนในโลกมนุษย์อันเป็นสายหลัก เมื่อนำมาประยุกต์ใช้ เมิ่งชวนจึงก้าวเดินอย่างมั่นคงไปสู่การลอกคราบในครั้งต่อไป
ขณะเดียวกันเขาได้ทำความเข้าใจมรรคาของคนเถื่อนในระดับหนึ่ง ตัวเมิ่งชวนเองอาศัยการยกระดับกายเนื้อ จิตวิญญาณ แก่นแท้ และมรรคาในแต่ละครั้งเพื่อรับพลังต่อสู้สูงสุดและฝืนลอกคราบ ส่วนเทียนหวงผู้เป็นอมตะนั้นใช้พรสวรรค์เผ่าพันธุ์ของตนวิวัฒนาการเป็นวิชาอายุวัฒนะ เพียงแต่ต้องการแก่นแท้ของผู้แข็งแกร่งระดับสุดยอดคนแล้วคนเล่าเพื่อมอบสสารที่จำเป็นสำหรับการนิพพาน
วิถีเซียนในโลกมนุษย์ของคนเถื่อน จุดสำคัญที่สุดคือครรภ์เทวะ การลอกคราบจากร่างเก่าเพื่อก้าวสู่ครรภ์เทวะใหม่ ท้ายที่สุดเก้าร่างหลอมรวมเป็นหนึ่ง กลายเป็นเซียนในโลกมนุษย์
สำหรับความยึดติดของคนเถื่อน นั่นคือรากฐานของนาง เป็นมรรคาของนาง!
"ขอบคุณมหาจักรพรรดิ!" เมิ่งชวนมองคนเถื่อนและกล่าวขอบคุณ
คนเถื่อนส่ายหน้าเล็กน้อย นางเองก็ได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาลเช่นกัน ทว่าความก้าวหน้าของตบะบารมีแม้นจะทำให้นางยินดี แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่นางใส่ใจที่สุด
"ตอนที่เจ้ายังไม่เข้ามา เคยกล่าวถึงวัฏสงสาร?" คนเถื่อนมองเมิ่งชวนและเอ่ยถาม ประกายแสงพาดผ่านดวงตาของนางไปชั่ววูบ
นี่เป็นครั้งแรกที่เมิ่งชวนได้เห็นอารมณ์ความรู้สึกปรากฏขึ้นจากดวงตาอันงดงามคู่นั้น
"หากข้าไม่เอ่ยถึงวัฏสงสาร บางทีครั้งนี้อาจไม่ได้พบคนเถื่อนเลย..." เมิ่งชวนคิดเงียบๆ ในใจ บางทีแม้แต่การสนทนามรรคาเมื่อครู่ ก็อาจเป็นสิ่งที่คนเถื่อนยอมแลกเปลี่ยนเพื่อเรื่องวัฏสงสารจากปากของเมิ่งชวน
"มหาจักรพรรดิเชื่อในเรื่องวัฏสงสารหรือไม่?" เมิ่งชวนถามคนเถื่อนกลับ
คนเถื่อนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า ความหมายชัดเจนโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย
เมิ่งชวนส่งยิ้มบาง ทำให้ผู้คนไม่อาจเข้าใจความหมาย
"จักรพรรดิสวรรค์ไม่เชื่อในการมีอยู่ของวัฏสงสารหรือ?" กายศักดิ์สิทธิ์บรรลุธรรมอดใจถามไม่ได้ นี่คือหัวข้อต้องห้ามที่ไม่มีใครไม่สนใจ
เมิ่งชวนส่ายหน้าแล้วพยักหน้าอีกครั้ง ทำให้กายศักดิ์สิทธิ์บรรลุธรรมมีสีหน้างุนงง หากคนตรงหน้าไม่ใช่จักรพรรดิสวรรค์ที่กำลังเดินอยู่บนเส้นทางบรรลุเซียน เขาจะต้องถามออกไปสักประโยคแน่นอน
"เจ้าเป็นตะคริวหรือ?"
"เชื่อ และไม่เชื่อ" เมิ่งชวนกล่าว
คนเถื่อนมองเมิ่งชวนอย่างเงียบงัน รอคอยคำอธิบายของเมิ่งชวน
เมิ่งชวนไม่มัวอมพะนำ เอ่ยออกไปโดยตรง "ข้าไม่เชื่อว่าโลกใบนี้มีวัฏสงสารมาแต่กำเนิด"
"แต่ข้าเชื่อมั่นว่า พลังของมนุษย์ ก็สามารถสร้างวัฏสงสารขึ้นมาได้!"
ประกายในดวงตาของคนเถื่อนชวนให้ตื่นตะลึง นางมองเมิ่งชวน พร้อมกล่าวประโยคที่ยาวมากประโยคหนึ่ง
"มหาจักรพรรดิไม่อาจสร้างวัฏสงสาร ข้าเองก็ไร้ความสามารถ ในการคาดเดาของข้า แม้แต่เซียนก็ไม่อาจเปิดวัฏสงสารได้!" เห็นได้ชัดว่าคนเถื่อนทุ่มเทความพยายามอย่างหนักในเรื่องนี้
"เซียนทำไม่ได้ แล้วราชันเซียนเล่า? ราชันเซียนทำไม่ได้ แล้วจักรพรรดิในหมู่เซียนเล่า?!!" เสียงมรรคาของเมิ่งชวนดังกึกก้อง ภายนอกเกิดเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าครึกโครม ราวกับเมิ่งชวนได้เอ่ยถึงข้อห้ามที่ไม่อาจกล่าวถึง
ดวงตาอันงดงามคู่นั้นไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไป ถูกแทนที่ด้วยดวงตาแห่งเซียนเหินอันเฉียบขาดและดุดัน
"ราชันเซียน? จักรพรรดิในหมู่เซียน?" คนเถื่อนเอ่ยถาม นี่คือสิ่งที่นางไม่เคยรับรู้มาก่อน ความสั่นสะเทือนที่นำมาสู่นาง ยิ่งใหญ่กว่าเรื่องที่ราชันสวรรค์ตู้เจี๋ยยังมีชีวิต หรือตี้จุนยังไม่ตายเสียอีก
"ข้าล่วงรู้มาจากความทรงจำของตัวตนระดับสูงสุดทั้งสี่จากนอกพิภพ" เมิ่งชวนโยนความผิดให้เจ้าพวกวิญญาณร้ายทั้งสี่ตนนั้น
"เซียนไม่ใช่จุดสิ้นสุด เบื้องบนยังมีราชันเซียนที่เป็นอมตะนิรันดร์ จักรพรรดิเซียนผู้สูงสุดแห่งสวรรค์!"
"สิ่งที่พวกเราทำไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าจักรพรรดิเซียนจะทำไม่ได้!"
เมื่อคนเถื่อนได้ยินเช่นนั้น นางหลับตาลง กลิ่นอายผันผวนเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าภายในใจของนางไม่ได้สงบนิ่ง
"ขอบคุณ" ท้ายที่สุด คนเถื่อนก็ลืมตาทั้งสองข้างขึ้น พร้อมกล่าวขอบคุณเมิ่งชวน
สำหรับคนเถื่อน ความหมายของสิ่งเหล่านี้ยิ่งใหญ่กว่าการสนทนามรรคาของนางกับเมิ่งชวนเสียอีก! ตราบใดที่เบื้องหน้ามีหนทาง นางก็จะไม่สับสน นางจะสามารถเดินต่อไปได้เรื่อยๆ ความยึดติดของนางไม่อนุญาตให้นางถอยหลัง!
เมิ่งชวนยิ้มบาง ลุกขึ้นบอกลา สิ่งที่สมควรพูดล้วนพูดไปหมดแล้ว การรั้งอยู่ที่นี่ต่อไปก็ไร้ความหมาย
เมิ่งชวนหันหลังเดินออกไปนอกตำหนักเซียนทองสัมฤทธิ์ด้วยก้าวเดินอันมั่นคง
"วิชาของเจ้า จงใช้ให้ดี วิชามารกลืนฟ้ายังไม่มีความเป็นมารเทียบเท่าวารนี้"
เสียงเซียนสายหนึ่งดังขึ้นข้างหูของเมิ่งชวน เมิ่งชวนชะงักฝีเท้า ทว่าไม่ได้หันกลับไป เพียงพยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงบอกว่าตนเองรับรู้แล้ว จากนั้นก็ก้าวเท้ายาวเดินออกไป
หากเมิ่งชวนหันกลับไป จะพบว่ามหาจักรพรรดิคนเถื่อนไม่เคยลืมตาขึ้นมาอีกเลยตั้งแต่เมิ่งชวนลุกขึ้น ส่วนการเตือนสติเมิ่งชวน ก็เป็นเพียงเพราะบุญคุณที่เมิ่งชวนช่วยชี้แนะเรื่องวัฏสงสารเท่านั้น
"มหาจักรพรรดิ วิชาของจักรพรรดิสวรรค์มีความเป็นมารได้อย่างไร? นี่ไม่ใช่วิชาบรรลุเซียนของเขาหรือ?" กายศักดิ์สิทธิ์บรรลุธรรมเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ ส่วนเรื่องราชันเซียนและจักรพรรดิเซียน เมิ่งชวนสกัดกั้นพื้นที่โดยรอบไว้ ไม่ได้ให้กายศักดิ์สิทธิ์บรรลุธรรมล่วงรู้
รู้มากไปแล้วมีประโยชน์อันใด? มีแต่จะเพิ่มความกังวลเปล่าๆ
"นี่คือวิชาอายุวัฒนะที่ได้มาจากการช่วงชิง ช่วงชิงสิ่งมีชีวิต ช่วงชิงฟ้าดิน ช่วงชิงมรรคา"
"อาจกล่าวได้ว่า เป็นความเป็นอมตะที่ได้มาจากการกลืนกิน"
เสียงของมหาจักรพรรดิคนเถื่อนดังขึ้น จากนั้นก็หุบปากไม่กล่าวสิ่งใดอีก
กายศักดิ์สิทธิ์บรรลุธรรมหนาวสะท้านไปทั้งร่าง รู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลังอยู่บ้าง
เมิ่งชวนไม่รู้ถึงบทสนทนาภายในตำหนักเซียนทองสัมฤทธิ์หลังจากเขาจากไป ต่อให้รู้เขาจะไม่ใส่ใจเช่นกัน
ภายนอกเขตหวงห้ามบรรพกาล มีผู้คนกลุ่มใหญ่รวมตัวกัน ชะเง้อคอรอคอย เมื่อเห็นเมิ่งชวนออกมา พวกเขาก็พากันรุมล้อมเข้ามาทันที มีว่าที่จักรพรรดิรวบรวมความกล้าเอ่ยถาม "จักรพรรดิสวรรค์ไปเขตหวงห้ามบรรพกาลครั้งนี้เพื่อสิ่งใด?"
"เจ้าแห่งเขตหวงห้ามบรรพกาลไม่เคยสร้างความเดือดร้อน ข้าจึงไปพบนางมาครั้งหนึ่ง"
เมิ่งชวนมองคนเหล่านี้ ครุ่นคิดแล้วก็อธิบายออกไปสักหน่อยดีกว่า
"ภายหน้าพวกเจ้ายังสามารถเข้าสู่เขตหวงห้ามบรรพกาลเพื่อเสี่ยงโชคได้ แต่จงจำไว้ เมื่อเข้าสู่เขตหวงห้าม ต้องรับผิดชอบความเป็นตายของตนเอง!"
"จักรพรรดิสวรรค์ ไม่สามารถให้เจ้าแห่งเขตหวงห้ามละเว้นบ้างเลยหรือ?" ว่าที่จักรพรรดิเฒ่าผู้หนึ่งไม่ยินยอม เมื่อเห็นจักรพรรดิสวรรค์เข้าสู่เขตหวงห้าม เขายังคิดว่าภายหน้าจะสามารถเข้าออกเขตหวงห้ามบรรพกาลได้อย่างอิสระ เพื่อเก็บเกี่ยวโอสถศักดิ์สิทธิ์ นึกไม่ถึงว่าจะยังเหมือนเดิม
เมิ่งชวนปรายตามองว่าที่จักรพรรดิเฒ่าผู้นี้ อยากจะตอกกลับไปสักประโยคว่าเจ้าเป็นพี่ชายคนเถื่อนกลับชาติมาเกิดหรือถึงได้มีหน้าใหญ่ปานนี้?
ท้ายที่สุดก็เพียงแค่ส่ายหน้า กล่าวคำเตือนครั้งสุดท้าย จากนั้นจากไปจากที่นี่ เพื่อกลับสู่อาณาจักรเทพ
สิ่งที่ควรกล่าวถึงคือ หลังจากเมิ่งชวนยกระดับอาณาจักรเทพ ที่พักอาศัยประจำวันของเมิ่งชวนก็ถูกย้ายเข้าไปในอาณาจักรเทพ ท้ายที่สุดนี่คือโลกของตนเอง อยู่ที่นี่ย่อมสุขสบายกว่า
เมื่อกลับถึงอาณาจักรเทพ เปิดหน้าต่างกลุ่มแชทขึ้นมา พบเห็นคนสองสามคนกำลังพูดคุยกันในกลุ่ม
ปี่ปี๋ตง: มหาจักรพรรดิออนไลน์แล้ว!
รูปโปรไฟล์ของเมิ่งชวนเพิ่งสว่างขึ้น ก็ถูกปี่ปี๋ตงพบเข้าโดยตรง นางคอยนึกถึงเรื่องที่เมิ่งชวนบอกว่าจะช่วยนางล่าสัตว์วิญญาณมาตลอด
เยี่ยนชื่อเสีย: มหาจักรพรรดิไม่ได้พบกันนานเลยนะ!
เมิ่งชวน: ไม่ได้พบกันนาน! จอมยุทธ์เยี่ยนปราบปีศาจกำจัดมาร ช่างเบิกบานใจจริงๆ!
เยี่ยนชื่อเสีย: ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ไม่หรอก ไม่หรอก แค่ปีศาจน้อยมารน้อยเท่านั้น
หากให้เหล่าปีศาจมารที่ถูกเยี่ยนชื่อเสียสังหารเห็นประโยคนี้ คาดว่าคงโมโหจนฟื้นคืนชีพขึ้นมา
ก่อนถูกเจ้าฆ่าพวกเราก็เป็นถึงมหาปีศาจมารที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งในโลกมนุษย์และยมโลกเลยนะรู้ไหม? ตอนนี้เจ้ามาพูดแบบนี้ พวกเราไม่ต้องมีหน้ามีตาเลยหรือ?!!
เจ้าหนวดเคราครึ้มคนนี้ไม่มีคุณธรรมชาวยุทธ์ ใช้สูตรโกงไม่พอ ยังแอบลอบโจมตีอีก! ตอนนี้ยังมาเหยียบย่ำศพกันอีก!
ปี่ปี๋ตง: ตอนนี้ท่านลุงหนวดเคราครึ้มเป็นยอดฝีมือที่โด่งดังไปทั่วหล้าแล้ว!
เยี่ยนชื่อเสีย: แค่ชื่อเสียงจอมปลอม ไม่คู่ควรให้เอ่ยถึง ไม่คู่ควรให้เอ่ยถึง
ปากบอกว่าไม่คู่ควรให้เอ่ยถึง ทว่าเยี่ยนชื่อเสียกลับหัวเราะจนปากแทบจะหุบไม่ลง
ปี่ปี๋ตง: มหาจักรพรรดิท่านจะมาช่วยข้าเมื่อไหร่หรือ? @เมิ่งชวน
เมิ่งชวน: พอดีทางข้าชั่วคราวไม่มีธุระอันใด ตอนนี้สามารถข้ามไปช่วยเจ้าได้เลย
ปี่ปี๋ตง: ดีเลย ดีเลย เช่นนั้นข้าจะรอมหาจักรพรรดินะ!
ปี่ปี๋ตง: ข้าจะชงชาให้มหาจักรพรรดิสักป้านก่อน!
เมิ่งชวน: ......
ชาอีกแล้ว?!! สายตาของเมิ่งชวนเลื่อนลอย ตนเองไปที่ใดล้วนหนีไม่พ้นชาเลยหรือ? ขณะกำลังจะพูด จู่ๆ ก็เห็นข้อความหนึ่งที่ถูกส่งออกมาด้วยสีแดงเป็นพิเศษภายในกลุ่ม
มาโดกะ ไดโกะ: ช่วยข้าด้วย ช่วยข้าด้วย ช่วยข้าด้วย!