- หน้าแรก
- เทพบุตรธุลีเทพ
- บทที่ 14: ทางเลือก
บทที่ 14: ทางเลือก
บทที่ 14: ทางเลือก
ผู้ที่มาถึงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหลินเฟิงและสวี่ชิง
นี่ยังเช้าอยู่ และตามหลักการแล้วเหล่านักวิจัยควรจะกำลังดำเนินการวิจัยอยู่ในห้องปฏิบัติการ แต่ในขณะที่หลินเฟิงและสวี่ชิงเดินผ่านห้องแล็บแต่ละห้อง พวกเขากลับพบว่าทุกห้องว่างเปล่า
สิ่งนี้ทำให้ใบหน้าของหลินเฟิงเขียวคล้ำด้วยความโกรธ พลังของเขายังไม่ฟื้นคืน และเขาต้องการเงินทุนจำนวนมากเพื่อซื้อสมุนไพรมาบำรุง ในเมื่อไม่มีทางอื่นที่จะหาเงินได้เร็วเท่านี้ เขาจึงต้องหวังพึ่งเงินปันผลจากบริษัท ความแข็งแกร่งของบริษัทจึงเกี่ยวข้องกับเขาโดยตรง
แต่เหล่านักวิจัยของบริษัทกลับไม่อยู่ในห้องแล็บในช่วงเวลาทำงาน เขาจะไม่โกรธต่อการละเลยหน้าที่เช่นนี้ได้อย่างไร?
เมื่อเขามาถึงประตูห้องประชุม เขาต้องตกใจที่ได้ยินนักวิจัยเหล่านี้กำลังหารือกันว่าจะลาออกจากบริษัทดีหรือไม่ ซึ่งนั่นทำให้เขาโกรธจนถึงขีดสุด
"คุณเป็นใคร? ที่นี่เป็นที่ที่คุณควรเข้ามางั้นเหรอ?"
เมื่อเห็นหลินเฟิงเดินเข้ามาจากนอกประตู โทสะในใจของหลินเซิ่งก็ระเบิดออกมาทันที
สีหน้าของเขาดูหม่นหมอง ในขณะนี้เขากำลังหาที่ระบายไฟแค้นในใจพอดี และการมาของหลินเฟิงก็เป็นที่ระบายชั้นยอดสำหรับเขา
"เขาคือรองประธานบริษัท คุณหลินเฟิงค่ะ" สวี่ชิงเดินตามหลินเฟิงเข้ามาและแนะนำเขาด้วยใบหน้าเรียบเฉย
"รองประธาน? หมอนี่เนี่ยนะ?" หลินเซิ่งแค่นยิ้มเยาะ เขาตัดสินใจแล้วว่าจะทิ้งบริษัทเซียงเฟิงอินเวสต์เมนต์ไป ดังนั้นเขาจึงพูดออกมาโดยไม่มีความเกรงใจใดๆ "ผมเองแหละที่อยากจะลาออก ทำไมล่ะ อยากจะอ้อนวอนให้ผมอยู่ต่อหรือไง?"
"ท่านรองประธานหลิน" อวี๋ผิงและคนอื่นๆ ลุกขึ้นยืนทีละคน ต่างจากหลินเซิ่ง คำเรียกขานที่พวกเขาใช้กับหลินเฟิงนั้นเป็นทางการมาก
หลินเฟิงพยักหน้าเล็กน้อยให้อวี๋ผิงและคนอื่นๆ จากนั้นเดินตรงไปหยุดตรงหน้าหลินเซิ่ง น้ำเสียงเย็นชาของเขาเปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่สาดรดลงมา: "หลินเซิ่ง ในเมื่อนายอยากจะไป ก็เก็บข้าวของแล้วไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้"
"ว่าไงนะ?"
หลินเซิ่งสงสัยว่าเขาหูฝาดไปหรือเปล่า เขาอยากจะลาออกก็จริง แต่เขาไม่ควรถูกไล่ตะเพิดออกมาตรงๆ แบบนี้
"ฉันบอกว่า นายไปได้แล้ว ได้ยินไม่ชัดหรือไง?"
หลินเฟิงพูดย้ำอีกครั้ง เขาเขารู้ว่าหูหยวนหยวนปฏิบัติต่อเหล่านักวิจัยดีมาก ในเมื่อคนพวกนี้อยากจะไป มันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังแน่ๆ แต่หลินเฟิงไม่อยากรู้ ถ้าอยากจะไปก็ไปเสีย ขยะเพียงไม่กี่ชิ้นบริษัทจะดำเนินกิจการต่อไปไม่ได้เพียงเพราะขาดคนพวกนี้เชียวหรือ?
โทสะของหลินเซิ่งปะทุขึ้นเกือบจะทันที เขาจ้องเขม็งไปที่หลินเฟิงและพูดอย่างดุร้าย "ดี นายมันโหดพอ คอยดูเถอะว่าเซียงเฟิงอินเวสต์เมนต์จะต้องล้มละลาย"
หลินเฟิงเพียงปรายตามองหลินเซิ่งอย่างเฉยเมยแล้วพูดว่า "บริษัทจะอยู่หรือตาย ไม่จำเป็นต้องให้คนอย่างนายมาชี้นิ้วสั่ง อีกอย่าง ตามสัญญาที่เซ็นไว้ตอนต้น หลังจากนายลาออก บริษัทจะยึดวิลล่าและรถยนต์ในครอบครองของนายคืน ฉันหวังว่านายจะย้ายออกไปให้เร็วที่สุด"
หลินเซิ่งตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ ความเด็ดขาดของหลินเฟิงเหนือความคาดหมายของเขาโดยสิ้นเชิง ต่อให้หูหยวนหยวนอยู่ที่นี่ เธอก็คงไม่ทำอะไรที่เบ็ดขาดขนาดนี้
หลินเฟิงเมินเขาแล้วหันไปมองอวี๋ผิงและคนอื่นๆ พลางถามว่า "พวกคุณทุกคนอยากจะลาออกจากบริษัทเหมือนหลินเซิ่งด้วยไหม?"
สำหรับหลินเฟิงแล้ว นักวิจัยเหล่านี้จะอยู่หรือไปไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ถ้าพวกเขาไม่ไปในตอนนี้ เขา หลินเฟิง จะมอบความมั่งคั่งให้แก่พวกเขาเอง
"พวกคุณน่าจะรู้ดีว่าบริษัทปฏิบัติต่อพวกคุณอย่างไร พวกคุณได้สัมผัสกับสวัสดิการของบริษัทมาด้วยตัวเองแล้ว หากคิดจะลาออก โปรดไตร่ตรองให้ดี" เสียงของสวี่ชิงเย็นชา แต่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง ตั้งแต่การก่อตั้งห้องแล็บไปจนถึงการคัดเลือกนักวิจัย ทุกอย่างผ่านมือเธอมาทั้งสิ้น สวัสดิการที่บริษัทมอบให้นักวิจัยเหล่านี้ถือว่ายอดเยี่ยมมาก เธอแค่ไม่คาดคิดว่านักวิจัยเหล่านี้จะทรยศบริษัทโดยไม่มีเหตุผล
"รองประธานหลิน ผู้ช่วยสวี่ ผมยินดีจะอยู่ต่อครับ"
อวี๋ผิงเป็นคนแรกที่ตัดสินใจ เขาไม่เคยเห็นด้วยกับการที่หลินเซิ่งใช้วิธีนี้ในการทิ้งบริษัทไป ในขณะนี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลินเฟิงและสวี่ชิง เขารู้ดีว่าควรเลือกทางไหน
"ไอ้แซ่อวี๋ แกนี่มันขวัญกล้าเทียมฟ้าจริงๆ"
หลินเซิ่งโกรธจนแทบจะกระอักเลือด เขาสบถด่าอวี๋ผิงต่อหน้าตรงๆ อวี๋ผิงเป็นเบอร์สองของห้องแล็บ ถ้าเขาไม่ลาออก คำมั่นสัญญาที่หลินเซิ่งให้ไว้กับซูหยางว่าจะพานักวิจัยทั้งหมดไปด้วยก็จะไม่เป็นผล
"ผมก็ยินดีจะอยู่ต่อครับ"
"ฉันก็จะอยู่ต่อค่ะ"
"..."
ความโกรธของหลินเซิ่งไม่สามารถหยุดยั้งอะไรได้ เมื่ออุดมการณ์ต่างกันก็มิอาจร่วมทางได้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นเหมือนเขา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด พวกเขาก็ยินดีที่จะอยู่ต่อ มีเพียงห้าหรือหกคนเท่านั้นที่ไม่ปริปากพูด พวกเขาตั้งมั่นที่จะตามหลินเซิ่งไปและอยากเป็นลูกศิษย์ของซูหยาง
ทีมห้องปฏิบัติการทั้งหมดแตกแยกอย่างเป็นทางการในนาทีนี้
หลินเฟิงเฝ้ามองด้วยรอยยิ้มเยาะอันเย็นชา เขาไม่ได้คาดคิดว่าห้องแล็บของบริษัทจะมีอันตรายแฝงอยู่มากมายขนาดนี้ โชคดีที่ปัญหาปรากฏออกมาตอนนี้ มิฉะนั้นเมื่อเขาผลิตสมาร์ทชิปออกมาแล้ว ความเสียหายคงจะมหาศาลกว่านี้มาก
แน่นอนว่าหลินเฟิงไม่รู้ว่าเหตุผลที่ทีมแตกแยกเป็นเพราะเขาทำลายหน้าตาของซูซินที่ตึกอวี้เซวียน อย่างไรก็ตาม ต่อให้รู้ หลินเฟิงก็คงไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ทีมที่สามารถถูกซื้อได้ด้วยเงินย่อมไม่มีวันประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่
เขาหันไปมองสวี่ชิง ในดวงตามีแววประหลาดใจมากกว่าเมื่อก่อน
ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีดีแค่ความสวยที่สะดุดตา ความสามารถของเธอก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ารูปลักษณ์เลยแม้แต่นิดเดียว
หากไม่ใช่เพราะคำพูดของเธอ บางคนอาจจะไม่เลือกอยู่ต่อ ดูเหมือนว่าผู้ช่วยของหูหยวนหยวนจะไม่ใช่คนไร้ประโยชน์
ความจริงที่ว่าอวี๋ผิงและคนอื่นๆ ยังอยู่ อย่างน้อยก็ช่วยลดความสูญเสียของบริษัทลงได้
"ใครที่อยากจะลาออก ก็ตามหลินเซิ่งออกไปพร้อมกันเลย"
สวี่ชิงปรายตามองคนกลุ่มน้อยที่ตัดสินใจจะไปและพูดต่อว่า "สำหรับที่พักและรถยนต์ที่บริษัทจัดสรรให้ บริษัทจะยึดคืนทั้งหมด"
สิ่งเหล่านี้ล้วนระบุไว้ในสัญญาตอนเริ่มงาน ดังนั้นผู้ที่ลาออกจึงไม่มีข้อโต้แย้ง
หลินเซิ่งสงบสติอารมณ์ลงได้ในตอนนี้เพราะเรื่องราวถูกกำหนดไว้หมดแล้ว สายตาของเขากลายเป็นเย็นชาอีกครั้ง กวาดมองอวี๋ผิงและคนอื่นๆ ราวกับแร้งที่จ้องเหยื่อ จากนั้นเขาก็แค่นยิ้ม "พวกแกคิดให้ดีก็แล้วกัน คนที่ทำให้พวกแกต้องออกจากเซียงเฟิงอินเวสต์เมนต์ครั้งนี้คือศาสตราจารย์ซูหยาง ตราบใดที่พวกแกออกไป พวกแกจะมีโอกาสได้เป็นศิษย์ของศาสตราจารย์ซู ในเมื่อเซียงเฟิงอินเวสต์เมนต์ล่วงเกินศาสตราจารย์ซูไปแล้ว มันยังจะเป็นไปได้อีกเหรอที่จะอยู่รอดในเมืองเทียนไฮ่? ฉันหวังว่าเมื่อถึงเวลานั้น พวกแกยังจะอวดดีได้เหมือนตอนนี้ก็แล้วกัน"
เขาพูดด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม
ซูหยางเป็นผู้ควบคุมเทคโนโลยีสมาร์ทชิปตัวใหม่และมีใบรับรองที่ทรงอิทธิพลในด้านนี้ หากเซียงเฟิงอินเวสต์เมนต์ต้องการประสบความสำเร็จในด้านโทรศัพท์มือถือ ก็ไม่อาจขาดการสนับสนุนในด้านนี้ได้
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เซียงเฟิงอินเวสต์เมนต์ได้ลงทุนเงินจำนวนมหาศาลเพื่อวิจัยสมาร์ทชิป เงินทุนเหล่านี้คิดเป็นสัดส่วนใหญ่ของเงินหมุนเวียนในบริษัท หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ปัญหาด้านการดำเนินงานจะเกิดขึ้น และเมื่อนั้นก็เหลือเพียงความล้มละลายที่รออยู่
หลินเฟิงทำราวกับไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดและกล่าวว่า "ฉันให้เวลาพวกนายสิบนาที ถ้าภายในสิบนาทีนายยังเก็บของออกไปไม่หมด ฉันจะเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยขึ้นมาช่วยพวกนายเอง"
"ดี ดีมาก งั้นเราคอยดูกันต่อไป"
หลินเซิ่งเองก็เด็ดขาด ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้เขาก็ไม่รั้งอยู่อีกต่อไป
ในวินาทีที่เขาเดินออกจากห้องประชุม ดวงตาของหลินเซิ่งก็เปลี่ยนเป็นอาฆาตมาดร้ายอย่างถึงที่สุด
ด้วยนิสัยของเขา การต้องเสียหน้าต่อหน้าคนหมู่มากเช่นนี้ เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ