- หน้าแรก
- เทพบุตรธุลีเทพ
- บทที่ 6: ตำรวจสาวแสนสวย
บทที่ 6: ตำรวจสาวแสนสวย
บทที่ 6: ตำรวจสาวแสนสวย
นายตำรวจหญิงคนนี้มีรูปร่างที่เพรียวบาง และชุดเครื่องแบบตำรวจที่สวมใส่อย่างพอดีตัวนั้นยิ่งส่งเสริมให้เธอดูองอาจและมีสง่าราศีแบบวีรสตรี ในขณะนี้ ดวงตาที่สว่างไสวและคมปราบของเธอกำลังจ้องเขม็งมาที่หลินเฟิง ส่วนริมฝีปากสวยที่เม้มแน่นแสดงให้เห็นว่ามีความโกรธเคืองก่อตัวขึ้นในใจของเธอ
"เฮ้ ตำรวจอะไรจะสวยขนาดนี้!" เมื่อมองดูนายตำรวจหญิงค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ หลินเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมเธออยู่ในใจ ตั้งแต่เขามาติดอยู่ในศตวรรษที่ยี่สิบเป็นเวลานานขนาดนี้ เขายังไม่เคยเห็นสาวงามคนไหนนอกจากหูหยวนหยวนเลย พอจู่ๆ ได้มาเจอผู้หญิงที่สวยขนาดนี้ เขาจึงจ้องมองเธอเป็นพิเศษตามสัญชาตญาณ
เมื่อเห็นสายตาของหลินเฟิงที่กวาดมองขึ้นลงไปตามร่างกายของเธอ ความโกรธบนใบหน้าที่สวยงามของนายตำรวจหญิงก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เธอเดินตรงเข้ามาหาหลินเฟิงเพียงไม่กี่ก้าวแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดังและใบหน้าที่เคร่งขรึม "ฉันชื่อมู่ซิ่วเจิน เจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจ พวกคุณมาสุมหัวทะเลาะวิวาทกันทำไม?"
"ทะเลาะวิวาทเหรอ?" หลินเฟิงเหลือบมองไปยังหน้าอกที่อวบอิ่มอย่างเห็นได้ชัดภายใต้ชุดเครื่องแบบของนายตำรวจหญิงพลางยิ้มแล้วกล่าวว่า "คุณหนูตำรวจ ผมไม่ได้ทะเลาะวิวาทนะ พวกนี้พยายามจะปล้นผม ผมก็แค่ป้องกันตัวเท่านั้นเอง"
"ป้องกันตัวงั้นเหรอ?" มู่ซิ่วเจินรู้สึกรังเกียจสายตาที่จ้องมองอย่างเปิดเผยของหลินเฟิงเป็นอย่างมาก เธอกระชากเสียงถามกลับพร้อมชี้ไปที่โจรที่เขากำลังเหยียบอยู่ "ถ้าคุณป้องกันตัว แล้วเขากำลังทำอะไรอยู่?"
"พี่สาวตำรวจครับ พวกเราแค่ขับรถเฉี่ยวเขา เขาก็ซ้อมพวกเราน่วมเลย!" เมื่อเห็นตำรวจมาถึง อันธพาลที่โดนหลินเฟิงเหยียบอยู่ก็ส่งเสียงร้องโหยหวน "พวกเราบริสุทธิ์ ได้โปรดช่วยพวกเราด้วย!"
"หุบปากซะ!" เมื่อเห็นว่าเจ้าอันธพาลคนนี้บังอาจบิดเบือนความจริง หลินเฟิงก็เพิ่มแรงเหยียบที่เท้าทันที ทำให้มันต้องรีบหุบปากลงในทันใด
"ทุกคนเงียบ!" มู่ซิ่วเจินไม่รู้ว่าจะเชื่อคำพูดของใครดี เธอจึงตะโกนลั่น "ทุกคน เอาบัตรประชาชนออกมา!"
เมื่อได้ยินคำสั่งของนายตำรวจหญิง พวกโจรเหล่านั้นต่างก็ยอมหยิบบัตรประชาชนออกมาแต่โดยดี ตรงกันข้ามกับหลินเฟิงที่ยืนอึ้งอยู่อย่างนั้น และมองไปยังนายตำรวจหญิงที่จ้องเขาเขม็งด้วยท่าทางเก้อเขิน
"บัตรประชาชนของคุณล่ะ? ทำไมไม่เอาออกมา?" เมื่อเห็นว่าหลินเฟิงไม่มีท่าทีจะขยับ มู่ซิ่วเจินก็ขมวดคิ้วสวยพลางยื่นมือออกมาแล้วกล่าวว่า "กรุณาให้ความร่วมมือด้วย!"
"ผมไม่มีบัตรประชาชน" หลินเฟิงผายมือออกไปทางมู่ซิ่วเจินพลางกล่าวอย่างจนปัญญา "ผมลืมทิ้งไว้ที่บ้านน่ะ"
หลินเฟิงไม่มีนิสัยชอบพกบัตรประชาชนเวลาออกไปไหนมาไหน อีกอย่างคราวนี้เขาออกมาเพียงแค่เพื่อซื้อสมุนไพรเท่านั้น
"เหอะ ลืมเหรอ?" เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเฟิง มู่ซิ่วเจินก็หัวเราะเย็นชาแล้วกล่าวกับเขาว่า "ถ้าอย่างนั้นก็เชิญไปที่สถานีกับฉันสักรอบเถอะ ไว้สอบสวนเรื่องราวให้ชัดเจนแล้วค่อยว่ากัน!"
"เฮ้ๆ ผมยังมีธุระต้องทำนะ ไม่มีเวลาไปเล่นกับคุณหรอก!" เมื่อได้ยินคำพูดของนายตำรวจหญิง หลินเฟิงก็เริ่มไม่พอใจขึ้นมาบ้าง ชัดเจนว่าไอ้พวกอันธพาลนี่เป็นคนปล้นเขา แต่ตอนนี้เขากลับเป็นฝ่ายที่ถูกตำรวจคุมตัวไป ตำรวจในศตวรรษที่ยี่สิบนี่เป็นแบบนี้กันหมดเลยหรือไง?
"หึ? ไว้เคลียร์เรื่องนี้จบก่อนแล้วคุณค่อยไปก็ยังไม่สาย!" มู่ซิ่วเจินไม่เปิดโอกาสให้หลินเฟิงได้อธิบายต่อ เธอปรี่เข้าไปบิดแขนของเขาไว้ทันที
แม้ว่าด้วยความสามารถของหลินเฟิง การจะสยบนายตำรวจหญิงแสนสวยคนนี้จะเป็นเรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วย แต่เขารู้ดีว่าถ้าเขาขัดขืนจริงๆ เขาอาจถูกตั้งข้อหาทำร้ายเจ้าพนักงานได้ เขาจึงยอมให้มู่ซิ่วเจินบิดแขนไปไว้ข้างหลังอย่างเลี่ยงไม่ได้ จากนั้นเสียง "คลิก" ก็ดังขึ้น เขาถูกนายตำรวจหญิงใส่กุญแจมือเข้าจริงๆ เสียแล้ว
"เฮ้ๆ ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ?" เมื่อเห็นว่านายตำรวจหญิงเอาจริง หลินเฟิงก็เริ่มรู้สึกรำคาญใจอยู่บ้าง
"หึ ใครบอกให้คุณไม่ให้ความร่วมมือในการสอบสวนล่ะ?" มู่ซิ่วเจินผลักตัวหลินเฟิงด้วยความภูมิใจเล็กน้อย ก่อนจะตะโกนใส่พวกโจรที่นอนกองอยู่บนพื้น "พวกแกทุกคนลุกขึ้น ไปที่สถานีเพื่อเคลียร์เรื่องนี้ให้จบ!"
หลังจากโดนหลินเฟิงอัดจนน่วม พวกอันธพาลเหล่านั้นอยากจะหนีแต่ก็ไม่มีแรงเหลือพอ พวกมันทำได้เพียงพยุงกันและกันลุกขึ้นแล้วเดินตามมู่ซิ่วเจินไปยังสถานีตำรวจ
"เลขบัตรประชาชนของคุณ?" เมื่อถึงสถานีตำรวจ มู่ซิ่วเจินส่งตัวพวกโจรเหล่านั้นให้เจ้าหน้าที่คนอื่นจัดการ แต่เธอกลับอยู่เพื่อจัดการกับหลินเฟิงด้วยตัวเอง
มู่ซิ่วเจินรู้สึกรำคาญใจอยู่ไม่น้อย แม้ว่าเธอจะได้รับความสนใจจากผู้อื่นบ่อยครั้งเพราะรูปลักษณ์ที่โดดเด่นของเธอ แต่ก็มีน้อยคนนักที่จะกล้าจ้องมองเธออย่างเปิดเผยและไร้ยางอายเหมือนที่หลินเฟิงทำ
ต่อคำถามของมู่ซิ่วเจิน หลินเฟิงไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านเลย เขาบอกเลขชุดหนึ่งออกมาอย่างคล่องแคล่ว หลินเฟิงพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ทั้งที่มือยังถูกใส่กุญแจไขว้หลังไว้ เพื่อรอให้ฝ่ายตรงข้ามมาขอโทษเขา
และก็เป็นไปตามคาด เมื่อมู่ซิ่วเจินกรอกเลขที่หลินเฟิงบอกลงในคอมพิวเตอร์ สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที ปูมหลังและตัวตนของหลินเฟิงถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจนในฐานข้อมูล แม้นายตำรวจหญิงคนนี้จะมีอารมณ์ร้อนไปบ้างแต่เธอก็ไม่ได้โง่ เธอรู้ดีว่าคนที่มีสถานะอย่างหลินเฟิงไม่น่าจะเป็นฝ่ายเริ่มหาเรื่องกับกลุ่มคนที่มีท่าทางเหมือนอันธพาลก่อน
เธองยหน้าขึ้นแล้วพบกับสายตาที่เร่าร้อนของหลินเฟิง เธอจึงมองเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธแล้วแค่นเสียงด่าเบาๆ "ไอ้โรคจิต"
หลินเฟิงรู้สึกขบขันขึ้นมาทันทีเขายิ้มแล้วกล่าวว่า "นี่แม่คนสวย ตาข้างไหนของคุณเห็นว่าผมเป็นคนโรคจิตกัน?"
"หึ"
มุมปากของหลินเฟิงยกขึ้นเล็กน้อยขณะที่เขากล่าวพึมพำเหมือนพูดกับตัวเอง "ไม่เลวเลย คัพซี หุ่นก็ดี แถมยังดุซะด้วย ท่าทางจะปราบยากน่าดู"
มู่ซิ่วเจินลุกพรวดขึ้นมาทันที เธอเดินมาหยุดตรงหน้าหลินเฟิงแล้วพูดเสียงเย็น "คุณว่าอะไรนะ?"
หลินเฟิงเบะปากแล้วพูดว่า "ผมบอกว่าคุณสวยดี"
"ไอ้คนถ่อย" มู่ซิ่วเจินเงื้อมือหมายจะตบหน้าหลินเฟิง แต่คราวนี้หลินเฟิงไม่ยอมให้เธอทำสำเร็จ เขาโยกหัวหลบฝ่ามือนั้นแล้วพูดขึ้นว่า "ตำรวจนี่นึกจะตบใครก็ตบได้ตามใจชอบเลยเหรอ?"
มู่ซิ่วเจินแค่นเสียงฮึดฮัดสองครั้งแล้วพูดว่า "คนโรคจิตอย่างคุณมันน่าโดนตบนัก"
หลินเฟิงแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ แล้วจู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า "ในเมื่อที่นี่มีแค่เราสองคน คุณไม่กลัวว่าผมจะทำอะไรไม่ดีไม่ร้ายกับคุณบ้างเหรอ?"
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเฟิง รอยยิ้มดูถูกก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมู่ซิ่วเจิน เธอพูดเสียงเย็นว่า "ถ้าคุณมีความสามารถขนาดนั้นจริงๆ ฉันก็ยอมให้คุณทำเลย"
แน่นอนว่าเธอไม่เกรงกลัวหลินเฟิงเลยแม้แต่น้อย เพราะเธอไม่ได้เป็นแค่แชมป์การต่อสู้ของโรงเรียนตำรวจเท่านั้น แต่เธอยังเป็นยอดฝีมือซานด้า (มวยปล้ำ) ในระบบตำรวจระดับประเทศอีกด้วย ปกติแล้วเธอสามารถรับมือนายตำรวจชายสี่ห้าคนพร้อมกันได้สบายๆ นับประสาอะไรกับไอ้โรคจิตกระจอกๆ คนหนึ่ง
มุมปากของหลินเฟิงยกขึ้นเล็กน้อยขณะกล่าวว่า "งั้นเหรอ?"
จากนั้นมู่ซิ่วเจินก็เห็นหลินเฟิงยื่นมือซ้ายออกมา จับกุญแจมือที่ข้อมือขวาเบาๆ แล้วออกแรงบิดเพียงครั้งเดียว กุญแจมือนั้นก็หักสะบั้นออกเป็นสองท่อนทันที เปราะบางราวกับว่ามันทำมาจากกระดาษ
หลินเฟิงลุกขึ้นยืนพลางถูข้อมือของตัวเอง และมองดูมู่ซิ่วเจินพร้อมรอยยิ้มแล้วถามว่า "ตอนนี้คุณยังคิดแบบเดิมอยู่ไหมล่ะ?"