- หน้าแรก
- เทพบุตรธุลีเทพ
- บทที่ 2: ออกจากโรงพยาบาล
บทที่ 2: ออกจากโรงพยาบาล
บทที่ 2: ออกจากโรงพยาบาล
หูหยวนหยวนและหลินเฉวียนจากไปแล้ว หลังจากหลินเฟิงซึมซับความทรงจำประหลาดเหล่านั้นได้ทั้งหมด เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสับสนปนเป ทั้งตระหนก ทั้งนึกรังเกียจ และชื่นชมในเวลาเดียวกัน~ มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบายจริงๆ
เขาไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่า จะต้องมาจุติใหม่ในร่างของคนที่มีบุคลิกพิลึกพิลั่นขนาดนี้
หลินเฟิงส่ายหน้าพลางถอนหายใจ ตัวเขาที่เป็นถึง ‘ราชานักรบ’ ผู้สง่างาม กลับต้องมาเข้าร่างคนสติไม่สมประกอบแบบนี้ การถูกผู้คนหัวเราะเยาะในอนาคตคงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่แล้วยังไงล่ะ? การที่เขาสามารถข้ามมิติมามีชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง ก็นับว่าเป็นของขวัญล้ำค่าที่สุดจากสรวงสวรรค์แล้ว
“ซิ่งรถจนคุมไม่อยู่? ตกหน้าผาเนี่ยนะ?” หลินเฟิงขมวดคิ้วมุ่นพลางครุ่นคิดในใจ “เรื่องนี้มันมีพิรุธเต็มไปหมด ดูเหมือนจะมีคนอยากให้หลินเฟิงคนเดิมตาย... ไม่สิ พวกมันอยากให้ ‘ฉัน’ ตายต่างหาก”
หลินเฟิงคนเก่าตายไปแล้ว ตอนนี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่เป็นหลินเฟิง ในเมื่อมีคนอยากให้เขาตาย เขาก็จะไม่มีวันปล่อยพวกมันไปเด็ดขาด
และเพราะตอนนี้เขาคือหลินเฟิง การจะไปป่าวประกาศบอกใครว่าเขาข้ามมิติมาก็คงไม่มีใครเชื่อ
เพื่อความอยู่รอดเขาต้องตามหาตัวคนที่บงการอยู่เบื้องหลังให้เจอ เขาไม่ชอบความรู้สึกที่มีศัตรูแอบซ่อนอยู่ในเงามืดเลยสักนิด
“ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม หูหยวนหยวนที่เป็นภรรยา ถึงเธอจะรังเกียจฉัน แต่ก็ไม่มีจิตสังหารแฝงอยู่เลย... ต่างจากลูกพี่ลูกน้องที่คอยเดินตามต้อยๆนั่น เมื่อกี้ตอนที่เห็นหน้า แววตาของหมอนั่นแฝงไปด้วยความเย็นชาจนน่าสงสัย ดูท่าฉันคงต้องเริ่มสืบจากเจ้าลูกพี่ลูกน้องคนนี้ก่อนแล้วล่ะ~” ประกายตาแหลมคมพาดผ่านดวงตาของหลินเฟิง
หลังจากผสานวิญญาณและดูดซับความทรงจำจนสมบูรณ์ หลินเฟิงก็เริ่มวางแผนเส้นทางชีวิตต่อจากนี้อย่างถี่ถ้วน
แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการฟื้นฟูความแข็งแกร่ง
ในชาติก่อนเขาคือสุดยอดฝีมือแห่งหน่วยรบพิเศษ ทว่าวิถีแห่งยุทธ์นั้นไม่อาจสำเร็จได้เพียงแค่การผสานความจำ ต่อให้มีเคล็ดวิชาที่ล้ำเลิศที่สุดในหัว แต่มันก็ต้องอาศัย ‘พลังภายใน’ ควบคู่ไปด้วย และพลังนั้นเขาต้องบ่มเพาะมันขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง
‘คัมภีร์จิตเก้าชั้นฟ้า’ คือวิชาประจำตัวจากชาติปางก่อนที่เป็นรากฐานให้เขาขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ความพิเศษของวิชานี้คือมันสามารถดูดซับ ‘พลังวิญญาณ’ เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังภายในได้
นี่คือเหตุผลที่ชาติก่อนเขาเลือกเข้าหน่วยรบพิเศษ เพราะการจะเพิ่มพูนความแข็งแกร่งของคัมภีร์นี้ได้ เขาจำเป็นต้องผ่านการต่อสู้ การช่วงชิงพลังวิญญาณ และการเข่นฆ่าที่ไม่มีวันจบสิ้น
แม้ในหัวจะมีเคล็ดวิชาอื่นอยู่อีกมากมาย แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าคัมภีร์จิตเก้าชั้นฟ้านี่แหละที่เหมาะกับเขาที่สุด
หลินเฟิงหลับตาลงอีกครั้ง เริ่มโคจรเคล็ดวิชาจิตตามคัมภีร์ แต่ก็เหมือนคราวก่อน... เขาไม่สามารถรวบรวมปราณแท้ได้เลย
อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่วุ่นวายและเต็มไปด้วยผู้คน ซึ่งไม่เหมาะกับการบ่มเพาะพลัง ด้วยความดึงดันของหลินเฟิง เขาจึงทำเรื่องขอย้ายออกจากโรงพยาบาลทันที โดยในวันที่ออกจากโรงพยาบาลนั้นมีเพียงหลินเฉวียนที่มารับ ส่วนหูหยวนหยวนไม่ได้ปรากฏตัว
“นายน้อยเฟิงครับ พี่สะใภ้มีธุระด่วนที่บริษัทน่ะครับเลยมาไม่ได้” แน่นอนว่าหลินเฉวียนไม่มีทางบอกความจริงกับหลินเฟิงหรอกว่า หูหยวนหยวนไม่ได้ติดงานอะไรหรอก แต่เธอ ‘ไม่อยากมา’ ต่างหาก
หลินเฟิงยิ้มบางๆ อย่างไม่ใส่ใจ ถึงหูหยวนหยวนจะเป็นภรรยาของเขา แต่เธอก็อคติกับเขาอย่างลึกซึ้ง การที่เธอยอมมาเยี่ยมคราวก่อนก็นับว่าให้เกียรติกันมากพอแล้ว
“ไปกันเถอะ!”
...
สวนหยุนเหอ... คือสถานที่ที่ต่อให้มีเงินมหาศาลก็ใช่ว่าจะเข้ามาอยู่ได้ มีคำกล่าวว่า ‘ใครก็ตามที่ก้าวผ่านประตูสวนหยุนเหอเข้าไป คือผู้ที่มีอิทธิพลชี้เป็นชี้ตายให้กับเมืองนี้ทั้งเมือง’
เพียงเท่านี้ก็เห็นได้ชัดแล้วว่ามาตรฐานของสวนหยุนเหอนั้นสูงส่งเพียงใด
ไม่นานนัก หลินเฟิงก็นั่งรถของหลินเฉวียนเข้ามาถึงวิลล่าหรูในสวนหยุนเหอ ซึ่งมูลค่าของมันนั้นประเมินเป็นตัวเลขไม่ได้อีกต่อไป
“ยินดีต้อนรับกลับครับนายน้อย” ทันทีที่หลินเฟิงก้าวลงจากรถ เหล่าคนรับใช้ในวิลล่าต่างก็ออกมาต้อนรับด้วยท่าทีที่ดูแกนๆ
หลินเฟิงพยักหน้าให้ส่งเดชโดยไม่สนใจพวกคนรับใช้ และเดินตรงเข้าไปในห้องโถงทันที ทันทีที่แผ่นหลังของเขาพ้นประตูมา เขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะไล่หลังมาจากพวกคนรับใช้เหล่านั้นชัดเจน
หลินเฟิงถอนหายใจยาวอยู่ในใจ ขนาดพวกคนรับใช้ยังไม่เห็นหัวเขาเลย ดูท่าชีวิต ‘นายน้อยใหญ่’ ของร่างเดิมนี่จะล้มเหลวไม่เป็นท่าจริงๆ
“นายน้อยเฟิงครับ เมื่อกี้ ‘นายน้อยหลิว’ โทรมาถามว่านายน้อยอยากจะนัดเจอกันเมื่อไหร่ดี” หลินเฉวียนรีบวิ่งเหยาะๆ มาข้างกายหลินเฟิงพลางพูดด้วยท่าทางนอบน้อม
นายน้อยหลิวคนนี้มีชื่อว่า หลิวซื่อเชา เป็นนายน้อยใหญ่แห่งตระกูลหลิว เมื่อเดือนก่อนก็เป็นเพราะคำชวนของหมอนี่แหละที่ทำให้หลินเฟิงต้องไปแข่งรถ จนเบรกเกิดขัดข้องกะทันหันแล้วพุ่งตกหน้าผาไป
แววตาของหลินเฟิงฉายประกายเย็นวูบ
เจ้าของร่างเดิมทั้งขี้ขลาดและตาขาว จะไปมีความกล้าที่ไหนไปแข่งรถ? แค่นี้ก็เห็นพิรุธก้อนโตแล้ว และพอเขาเพิ่งออกจากโรงพยาบาล หลิวซื่อเชาก็รีบนัดเจอทันที เห็นชัดๆ ว่ามันคือกับดัก... กับดักที่ขุดไว้จัดการเขาโดยเฉพาะ
แล้วหลินเฉวียนมีส่วนเกี่ยวข้องแค่ไหนกับเรื่องนี้? พอนึกถึงแววตาเย็นชาของหลินเฉวียนตอนที่เขาเพิ่งฟื้น หลินเฟิงก็มั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่มีทางที่หมอนี่จะไม่มีส่วนรู้เห็นแน่ๆ
หลิวซื่อเชานัดมาแบบนี้ เขาควรจะไปหรือไม่ไปดี?
ถ้าไม่ไป... เขาก็จะไม่มีทางพิสูจน์ข้อสงสัยในใจได้ แต่ถ้าไป... ทั้งที่รู้ว่าเป็นกับดักเนี่ยนะ?
เหอะ! เขามีวิธีจัดการกับพวก ‘นายน้อยเจ้าสำราญ’ พวกนี้ถมเถไป ทำไมจะตัดใจไม่ไปล่ะ? นอกจากจะได้รู้ความจริงเรื่องหลินเฉวียนกับหลิวซื่อเชาแล้ว เขายังจะได้ใช้โอกาสนี้ปรับตัวเข้ากับฐานะใหม่ให้ดียิ่งขึ้นด้วย
หลังจากวิเคราะห์อยู่ครู่หนึ่ง หลินเฟิงก็มั่นใจว่านี่คือกรงที่ขุดไว้ดักเขาชัดๆ แต่คนอย่างหลินเฟิงไม่มีคำว่ากลัว ด้วยความรู้และประสบการณ์ของเขา การจะดัดหลังพวกนายน้อยขยะพวกนี้มันง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินเฟิงก็นิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะหันไปถามหลินเฉวียนที่อยู่ข้างๆ
“หลินเฉวียน แกมันคนหัวดี แกคิดว่าไงล่ะ? ฉันควรจะไปหาพวกมันดีไหม?”
นี่คือการหยั่งเชิง... หลินเฟิงกำลังทดสอบหลินเฉวียน
แน่นอนว่าหลินเฉวียนคนปัจจุบันไม่มีทางเชื่อหรอกว่า ลูกพี่ลูกน้องสมองขี้เลื่อยของเขาคนนี้กำลังลองใจตัวเองอยู่
“นายน้อยเฟิงครับ ทำไมจะไม่ไปล่ะ? คราวที่แล้วเป็นเพราะหลิวซื่อเชากับพวกนั้นชวนนายน้อยไปแข่งรถจนเกิดอุบัติเหตุ คราวนี้เราต้องไปรีดไถพวกมันให้เข็ดครับ!” หลินเฉวียนพูดพลางชูกำปั้นทำท่าฮึกเหิม
“แกพูดถูก... เราควรจะไปรีดไถพวกมันจริงๆ นั่นแหละ!”
ลึกเข้าไปในดวงตาของหลินเฟิง ประกายเย็นยะเยือกวาบขึ้น เขาเริ่มมั่นใจแล้วว่าการนัดหมายของหลิวซื่อเชาครั้งนี้ มีหลินเฉวียนคอยบงการอยู่เบื้องหลังแน่ๆ
“หลินเฉวียน แล้วแกคิดว่าเราควรไปเจอพวกมันที่ไหนดีล่ะ?” หลินเฟิงถามต่อ
“หอคอยจักรพรรดิ ดีไหมครับ? ที่นั่นคือที่ที่เจ๋งที่สุดในเมืองเทียนไห่แล้ว” หลินเฉวียนตอบกลับทันควันโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด
“ตกลง แกไปบอกหลิวซื่อเชาซะว่าอีกสองสามวัน เราจะไปเจอกันที่หอคอยจักรพรรดิ” หลินเฟิงพยักหน้ารับ แววตาเย็นชาของเขายิ่งเข้มข้นขึ้น ซึ่งนั่นยิ่งตอกย้ำข้อสงสัยในใจของเขาให้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก
นี่คือการทดสอบอีกขั้นของหลินเฟิง
ถ้าเรื่องนี้มีหลินเฉวียนเกี่ยวข้องจริงๆ หมอนั่นย่อมต้องเตรียมการเรื่องสถานที่เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
และมันก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ... หลินเฉวียนเตรียมที่ทางไว้เสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว~