- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินตระกูลไร้เทียมทาน
- 278.เทือกเขาหมื่นกระบี่ , สำนักโต้วหลัว
278.เทือกเขาหมื่นกระบี่ , สำนักโต้วหลัว
278.เทือกเขาหมื่นกระบี่ , สำนักโต้วหลัว
“แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ถึงกับยากเกินไปขุมอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกเทพสวรรค์ก็เป็นเพียงระดับเทพผู้สร้างเท่านั้นหากคนในตระกูลร่วมแรงร่วมใจกันฝึกฝนอย่างเต็มกำลังวันหน้าจะเหนือกว่าพวกเขาก็ใช่จะเป็นไปไม่ได้!”
เซียวเฉินกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
แท้จริงแล้วนี่ก็ไม่ต่างจากการวาดภาพฝันก้อนใหญ่ให้ทุกคน
เพราะนอกจากขุมอำนาจที่มีเทพปฐมกาลอยู่แล้วขุมอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกเทพก็เป็นเพียงระดับเทพผู้สร้างเท่านั้น
หากวันหนึ่งตระกูลเซียวสามารถรวมโลกเทพสวรรค์เป็นหนึ่งเดียวได้
นั่นก็แทบจะหมายความว่าพวกเขาคือขุมอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกเทพแล้ว!
แม้จะต้องใช้เวลาไม่น้อย
แต่ก็เป็น “ความฝัน” ที่สามารถกลายเป็นจริงได้
เหล่าคนในตระกูลที่ยืนข้างเซียวเฉินต่างกำหมัดแน่น
ในใจพวกเขาเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งตระกูลเซียวจะรวมโลกเทพสวรรค์ได้แน่นอน!
---
หลายวันต่อมา
เรือเหาะก็มาถึงจุดหมาย
“ไม่แปลกเลยที่นี่ถูกเรียกว่าเทือกเขาหมื่นกระบี่เพราะมันคือหมื่นกระบี่จริงๆ!”
เซียวเสี่ยวเทียนและคนอื่นๆมองลงไปด้านล่างด้วยความประหลาดใจ
สภาพแวดล้อมของที่นี่แปลกตานักยอดเขาทุกลูกตั้งชันสูงตระหง่านราวกับกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วนที่พุ่งทะลุขึ้นสู่ท้องฟ้า
ขณะนี้รอบนอกของเทือกเขาทุกยอดเขาล้วนมีขุมอำนาจหนึ่งยึดครองอยู่
“ขุมอำนาจพวกนี้ดูเหมือนไม่แข็งแกร่งนักและล้วนเป็นขุมอำนาจวิถีเซียนทั้งนั้น”
เซียวหนานใช้จิตศักดิ์สิทธิ์ตรวจสอบแล้วกล่าวเบาๆ
นางคือหนึ่งในจักรพรรดิเซียนหญิงของลำดับที่สองแห่งตระกูลเซียว รูปร่างสูงเพรียว สวมชุดกระโปรงยาวสีเขียวอ่อน ผิวขาวผ่อง ใบหน้างดงามประณีต
“ที่นี่คือรอบนอกของเทือกเขาหมื่นกระบี่แน่นอนว่าย่อมเป็นขุมอำนาจที่อ่อนแอกว่า”
“ขุมอำนาจที่แข็งแกร่งกว่านั้นอยู่ใกล้ดินแดนลับปฐมกำเนิดมากกว่าเพราะเมื่อดินแดนลับเปิดพวกเขาจะได้เข้าไปก่อนยิ่งเข้าเร็วผลประโยชน์ก็ยิ่งมาก”
“และขุมอำนาจที่แข็งแกร่งเกินไปก็ไม่จำเป็นต้องมาแข่งขันพวกที่มีผู้ฝึกตนขอบเขตเทพจำนวนมากสามารถพึ่งพาตนเองได้อยู่แล้วไม่จำเป็นต้องมาแย่งชิงแสงวิญญาณอมตะกับขุมอำนาจเล็กๆเหล่านี้”
เซียวเฉินอธิบาย
เวลานี้เรือเหาะล่องผ่านทะเลเมฆในเทือกเขา
เมื่อมองลงไปยอดเขาที่โผล่พ้นทะเลเมฆขึ้นมาคล้ายโขดหินกลางมหาสมุทร
เซียวเฉินกวาดจิตศักดิ์สิทธิ์ออกไปและพบยอดเขาลูกหนึ่งใกล้ดินแดนลับแต่ยังไม่มีผู้ใดยึดครองจึงบังคับเรือเหาะไปยังที่นั่น
ทว่าเพิ่งยืนหยัดได้ไม่นาน—
ขุมอำนาจหนึ่งบนยอดเขาใกล้รอบนอกก็สังเกตเห็นพวกเขา
ผู้นำของอีกฝ่ายพาศิษย์ในสำนักบินตรงมา
“พวกเจ้าเป็นขุมอำนาจใดไสหัวไปเสียที่นี่สำนักโต้วหลัวของพวกเราหมายตาไว้แล้ว!”
ผู้มาเยือนสวมชุดสีน้ำเงินมีท่าทางหยิ่งผยองตะโกนใส่เซียวเฉินและคนอื่นๆ
“พวกท่านก็มีที่ของตนเองแล้วเหตุใดต้องมาแย่งที่ของพวกเรา?”
เซียวเสี่ยวเทียนขมวดคิ้ว
“ก่อนหน้านี้พวกเราไม่ถูกใจตอนนี้ถูกใจแล้วไม่ได้หรือ?”
ถังซานเงยหน้ามองด้วยสายตาดูแคลน
(คุ้นๆนะ5555)
เซียวเฉินยิ้มบาง “เพราะก่อนหน้านี้ไม่กล้าใช่หรือไม่แต่พอเห็นว่าพวกเราคนน้อยและดูเหมือนไม่แข็งแกร่งจึงคิดจะยึดพื้นที่ของเราเพื่อขยับเข้าไปใกล้ดินแดนลับมากขึ้น?”
สีหน้าถังซานหม่นลงทันทีดวงตาหรี่แคบ “เจ้าหนูเจ้ามีหนทางสู่ความตายแล้ว!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นจากยอดเขาอีกฝั่งหนึ่ง
“ฮ่าๆๆ ถังซานตั้งแต่เจ้าทะลวงสู่ขอบเขตจักรพรรดิเซียนเจ้าก็พูดประโยคนี้มาหลายแสนปีแล้วยังมีชีวิตอยู่ถึงตอนนี้นับเป็นปาฏิหาริย์จริงๆ!”
ชายชราผู้นำอีกขุมอำนาจหัวเราะ
ถังซานหน้าแดงก่ำ “เจ้าเฒ่าเงียบปากไปซะเจ้าก็มีหนทางสู่ความตายเช่นกัน!”
“ฮ่าๆ ประโยคนี้เจ้าพูดต่อหน้าข้าเมื่อหลายแสนปีก่อนแต่ตอนนี้เวลาผ่านไปข้ายังอยู่ดีถังซานคำพูดที่ทำไม่ได้ก็เก็บไว้ในใจเถอะอย่าเอาออกมาขายหน้า!”
ชายชราลูบเคราขาวพลางหัวเราะ
ถังซานโกรธจัดแต่เมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นมีจักรพรรดิเซียนเกือบร้อยคนหากปะทะจริงสำนักโต้วหลัวอาจไม่ได้เปรียบ
เขาจึงหันมามองตระกูลเซียวแทน
“ข้าถามเป็นครั้งสุดท้ายพวกเจ้าจะสละที่นี่หรือไม่?”
ขณะพูด—
จักรพรรดิเซียนเกือบร้อยของสำนักโต้วหลัวได้ล้อมพวกเซียวไว้แล้ว
เสียงเย้ยหยันดังจากรอบด้าน “สำนักโต้วหลัวเอาแต่รังแกผู้อ่อนแอหรือไม่กล้ามาชนกับพวกเราบ้างหรือ?”
“หุบปาก! พวกเจ้าทุกคนล้วนมีหนทางสู่ความตาย!”
ถังซานตวาด
“หืม? เจ้าบอกว่าสำนักห้าวิญญาณของข้ามีหนทางสู่ความตายหรือเจ้ารู้หรือไม่ว่าผู้หนุนหลังของสำนักข้าคือผู้ใด?”
ชายวัยกลางคนกล่าวเสียงต่ำ
ถังซานรีบประสานมือ “ที่แท้ก็สหายเต๋าแห่งสำนักห้าวิญญาณขออภัยๆข้าเพียงหมายถึงขุมอำนาจที่อ่อนแอเท่านั้น”
สำหรับเขาโลกนี้คือการเคารพผู้แข็งแกร่งและรังแกผู้อ่อนแอ
ผู้ใดแข็งแกร่งก็อ่อนข้อให้ไม่เห็นต้องอับอาย!
บุรุษแห่งสำนักห้าวิญญาณแค่นเสียงไม่สนใจเขาอีก
เซียวเฉินหัวเราะเย็นชา “เหตุใดเจ้าจึงคิดว่าพวกเราคนน้อยแล้วจะรังแกได้ง่าย?”
“พูดมากไปทำไมในเมื่อพวกเจ้าไม่ไปก็ให้พวกเราช่วยส่งไปเอง!”
ถังซานโบกมือ
จักรพรรดิเซียนของสำนักโต้วหลัวพุ่งเข้าโจมตีพร้อมกัน
การรุมด้วยจำนวนมากต่อจำนวนน้อยคือสิ่งที่พวกเขาถนัดที่สุด!
เซียวเฉินยิ้ม “พวกเจ้าก็เล่นกับพวกเขาสักหน่อยถือเป็นการออกกำลังกายก็แล้วกัน”
“รับทราบ!”
เซียวซานพุ่งออกไปก่อนใครปะทะกับจักรพรรดิเซียนหลายคน
คนอื่นๆขยับพร้อมกัน
แทบทุกคนสู้หนึ่งต่อหลายเข้าต่อกรกับจักรพรรดิเซียนสำนักโต้วหลัว
ชั่วพริบตาร่างนับร้อยพุ่งทะยานเหนือทะเลเมฆ
วิชาศักดิ์สิทธิ์ปะทุออกมาแสงเซียนสาดกระจายพลังมหาศาลก่อเกิดเป็นวังวนหมุนวนกลางเมฆา!
“หืม? ขุมอำนาจใดกันพลังต่อสู้แข็งแกร่งกว่าจักรพรรดิเซียนทั่วไปมาก!”
ทันทีที่ลงมือขุมอำนาจอื่นก็สังเกตเห็นความผิดปกติ
ขุมอำนาจไม่ทราบชื่อที่มีจักรพรรดิเซียนเพียงไม่กี่สิบคน กลับมีศิษย์แต่ละคนแข็งแกร่งผิดธรรมดา!
แทบทุกคนสามารถสู้หนึ่งต่อหลายได้!
“หรือจะเป็นขุมอำนาจใหญ่ที่ไม่เปิดเผยตัว?”
มีคนอุทาน
เซียวเฉินยิ้มในใจ
คนของตระกูลเขาแม้ไม่มีร่างเทพสูงสุดแต่ล้วนมีพลังต่อสู้เทียบได้กับร่างเทพ!
แม้ไม่อาจสังหารกึ่งเทพแท้ได้โดยตรง
แต่ก็สามารถปะทะได้หลายกระบวนท่า
และหากไม่ดื้อดึงสู้จนตายกึ่งเทพแท้คิดจะสังหารพวกเขาก็ไม่ง่ายเช่นกัน!