- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 261: การผลิตคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ในปริมาณมาก
บทที่ 261: การผลิตคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ในปริมาณมาก
บทที่ 261: การผลิตคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ในปริมาณมาก
บทที่ 261: การผลิตคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ในปริมาณมาก
คำพูดของเจียงชิ่นทำให้หวังเหิงตกอยู่ในห้วงความคิด
ดูจากสถานการณ์แล้ว คงต้องเริ่มพิจารณาเรื่องการตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์อย่างจริงจังซะแล้ว
หากสามารถเดินสายพานการผลิต เพื่อผลิตคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ในปริมาณมาก ๆ ได้ ก็จะสามารถตอบสนองความต้องการของคนทั้งประเทศได้
ถึงเวลานั้น ความคืบหน้าในการศึกษาวิจัยของสถาบันวิจัยทุกแห่งทั่วประเทศ ก็จะรวดเร็วขึ้นกว่าเดิมไม่รู้ตั้งกี่เท่าต่อกี่เท่า
แต่ทว่า การจะเปิดสายพานการผลิตแบบเป็นล่ำเป็นสันได้ ก็ต้องปรึกษาหารือกับเจียงชิ่นเสียก่อน
หากสหายเสี่ยวเจียงไม่ยินยอม ทางองค์กรก็ไม่สามารถไปบีบบังคับได้ ถึงยังไงนี่ก็เป็นผลงานการวิจัยของหล่อน ไม่มีใครมีสิทธิ์ไปบีบบังคับแย่งชิงมาได้หรอก
หวังเหิงจึงเอ่ยปากหยั่งเชิงดู "เสี่ยวเจียง ฉันมีความคิดอยู่อย่างนึง ไม่รู้ว่าเธอจะมีความคิดเห็นยังไงบ้าง..."
เขาเล่าแนวคิดของตัวเองให้เจียงชิ่นฟังตั้งแต่ต้นจนจบ
เจียงชิ่นย่อมต้องเห็นด้วยอยู่แล้ว คอมพิวเตอร์รุ่นนี้ยังไม่ใช่เทคโนโลยีขั้นสูงที่ต้องมานั่งปิดบังซ่อนเร้นอะไรขนาดนั้น แน่นอนว่าสามารถกระจายให้ใช้งานกันอย่างแพร่หลายทั่วประเทศได้
รอจนกว่าจะสามารถพัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์และควอนตัมคอมพิวเตอร์ได้สำเร็จ ถึงเวลานั้นต่างหากที่ต้องระมัดระวังเรื่องการรักษาความลับให้ดี ไม่ให้ใครมาขโมยเทคโนโลยีไปได้
เธอเสนอตัวเป็นฝ่ายนำแบบแปลนการประกอบไปมอบให้กับศาสตราจารย์ของคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ เพื่อให้พวกเขาเป็นคนนำนักศึกษามาช่วยกันประกอบ เมื่อสายพานการผลิตเริ่มเดินเครื่องในอนาคต
อุปกรณ์ตั้งมากมายขนาดนั้น ขืนหวังพึ่งให้เธอประกอบเองคนเดียว มีหวังได้เหนื่อยตายกันพอดี
อีกอย่าง เธอยังมีเรื่องสำคัญอื่นๆ ที่ต้องทำอีกตั้งเยอะแยะ
ในขณะที่เจียงชิ่นรู้สึกว่ามันไม่ใช่ของที่มีระดับเทคโนโลยีสูงส่งอะไรมากมาย แต่หวังเหิงกลับทะนุถนอมมันราวกับของล้ำค่า
หลังจากได้รับคำตอบตกลง เขาก็ดีใจสุดๆ พร้อมกันนั้นก็แอบตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในใจว่า คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่จะประกอบขึ้นในอนาคต จะต้องมีรหัสซีเรียลนัมเบอร์ที่ไม่ซ้ำกันเลยแม้แต่เครื่องเดียว เพื่อผูกติดกับหน่วยงานที่นำไปใช้งาน
คอมพิวเตอร์ของหน่วยงานไหนมีปัญหา หน่วยงานนั้นก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบ
ต้องป้องกันอย่างเข้มงวดรัดกุมที่สุด จะยอมให้พวกสายลับจารชนมาขโมยเทคโนโลยีล้ำสมัยของพวกเราไปไม่ได้เด็ดขาด
"ผู้อำนวยการหวังคะ ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของประเทศจีนเราตอนนี้ยังมีอยู่น้อยมากใช่ไหมคะ?"
จู่ๆ เจียงชิ่นก็เอ่ยถามขึ้นมา ขัดจังหวะความคิดของหวังเหิง
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ หัวข้อสนทนาถึงกระโดดข้ามมาเรื่องนี้ได้ แต่เขาก็พยักหน้ารับ
หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายมานับสิบปี ประเทศที่เดิมทีก็ยากจนและอ่อนแออยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งมีฐานะทางการเงินที่ร่อยหรอลงไปอีก
"มีไม่ถึงสองร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐหรอก" เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะตอบกลับไป
ถึงแม้เจียงชิ่นจะรู้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์มันเป็นยังไง แต่พอได้ยินตัวเลขนี้จริงๆ ก็ยังอดตกใจไม่ได้อยู่ดี
ไม่ถึงสองร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ... เป็นตัวเลขที่น้อยจนน่าสงสารสุดๆ น้อยยิ่งกว่าเศษเสี้ยวของทุนสำรองในปี 2028 ซะอีก
"รองผู้อำนวยการหวังคะ หนูขอเสนอว่า คอมพิวเตอร์รุ่นนี้พวกเราเอามาใช้เองกันก่อนสักครึ่งปี หลังจากนั้นก็สามารถส่งออกไปขายเพื่อหาเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศได้นะคะ"
"ส่งออกหาเงินตราต่างประเทศ? ความหมายของเธอคือ จะให้พวกเราเอามันไปขายให้พวกชาวต่างชาติงั้นเหรอ?" หวังเหิงถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
เขาคาดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเจียงชิ่นจะมีข้อเสนอแบบนี้
คอมพิวเตอร์ที่ล้ำยุคขนาดนี้ พวกชาวต่างชาติเห็นเข้าตาต้องลุกวาวเป็นมันแน่ๆ หากส่งออกไปขาย ย่อมต้องกอบโกยเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศได้อย่างมหาศาลแน่นอน แต่หวังเหิงก็ยังมีความกังวลในเรื่องอื่นอยู่
"เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยขนาดนี้ พวกเราเพิ่งจะเอามาใช้งานได้ไม่เท่าไหร่เอง จะเอาไปประเคนให้พวกนั้นง่ายๆ ได้ยังไงล่ะ"
เจียงชิ่นยิ้มอย่างมีเลศนัย "อีกครึ่งปีให้หลัง มันก็จะไม่ใช่รุ่นที่ล้ำสมัยที่สุดอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ"
หวังเหิงชะงักงันไปชั่วขณะ ลึกๆ ในใจเริ่มจะเข้าใจความหมายของเธอขึ้นมาตงิดๆ แล้ว
เจียงชิ่นเอ่ยต่อ "หนูรับประกันได้เลยค่ะ ว่าอีกครึ่งปีข้างหน้า หนูจะสามารถพัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงกว่า 100 ล้านล้านครั้งต่อวินาที ให้กับประเทศเราได้อย่างแน่นอน"
ความจริงตัวเลขที่เธอพูดออกไปนั้นถือว่าน้อยกว่าที่ตั้งใจไว้มาก เป้าหมายจริงๆ ที่เธออยากจะพัฒนาก็คือ 500 ล้านล้านครั้งต่อวินาทีต่างหาก
แต่เพราะกลัวว่าถ้าพูดความจริงออกไปเดี๋ยวจะทำให้หวังเหิงตกใจช็อกตายซะก่อน ก็เลยแกล้งกดยอดให้ต่ำลงมาหน่อย ทว่าเพียงแค่นี้ ก็ทำเอาหวังเหิงตกใจจนแทบสิ้นสติอยู่ดี
"เสี่ยวเจียง เธอพูดจริงเหรอ?"
"แน่นอนสิคะ แต่มีข้อแม้ข้อเดียวนะคะ เทคโนโลยีของทางฝั่งโรงงานก็ต้องก้าวตามให้ทันด้วย ไม่อย่างนั้นถ้าชิ้นส่วนอะไหล่บางอย่างที่หนูต้องการพวกเขาผลิตออกมาไม่ได้ ต่อให้หนูออกแบบมาได้มันก็เปล่าประโยชน์ แบบนั้นคงน่าเสียดายแย่เลยค่ะ"
พอหวังเหิงได้ยินแบบนี้ ก็พลันรู้สึกว่าภาระบนบ่าของตัวเองหนักอึ้งขึ้นมาทันที
นี่มันเป็นภาระที่ทั้งหอมหวานและหนักอึ้งไปพร้อมๆ กันเลยนะเนี่ย
"เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันจัดการเอง เธอแค่บอกขนาด คุณสมบัติ และวัสดุของชิ้นส่วนอะไหล่มาก็พอ เดี๋ยวฉันจะไปสั่งให้ทางโรงงานศึกษาวิธีการผลิตออกมาให้ได้" หวังเหิงรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ
"ตกลงค่ะ รอหนูศึกษาวิจัยจนเริ่มเห็นเค้าโครงเมื่อไหร่ จะรีบแจ้งให้ทราบนะคะ" เจียงชิ่นตอบรับ
อธิการบดีหนิงที่ยืนฟังบทสนทนาของทั้งสองคนอยู่ข้างๆ ยิ่งฟังก็ยิ่งปีติยินดี ยิ่งฟังก็ยิ่งหัวใจพองโตด้วยความฮึกเหิม หมายความว่ายังไงเนี่ย? นักศึกษาเสี่ยวเจียงยังสามารถพัฒนาคอมพิวเตอร์ที่ล้ำสมัยยิ่งกว่านี้ออกมาได้อีกงั้นเหรอ?
นี่มันจะเก่งกาจฝืนลิขิตสวรรค์เกินไปแล้วไหมเนี่ย?
แถมยังให้ประเทศเอาคอมพิวเตอร์รุ่นนี้ไปส่งออกเพื่อหาเงินตราต่างประเทศอีกด้วย
คอมพิวเตอร์ที่ล้ำหน้ากว่าระดับโลกอย่างน้อยๆ ก็สิบปี ถือเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก ณ ขณะนี้ เขาสามารถจินตนาการภาพชาติตะวันตกแห่กันมาทุ่มเงินกว้านซื้ออย่างบ้าคลั่งในตอนนั้นได้เลย
มันจะต้องสร้างรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศก้อนโตให้กับประเทศชาติอย่างแน่นอน
หัวใจของอธิการบดีหนิงเต้นโครมครามขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขาสัมผัสได้เลยว่ากำลังจะมีเรื่องยิ่งใหญ่ระดับพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์โลกเกิดขึ้นในไม่ช้านี้แล้ว
ขณะที่ทางฝั่งอธิการบดีที่กำลังคิดฟุ้งซ่านอยู่นั้น ตัดภาพมาทางฝั่งเจียงชิ่น เธอก็ได้ตกลงรายละเอียดในขั้นตอนต่อไปกับหวังเหิงเสร็จเรียบร้อยแล้ว
หน้าที่รายงานเรื่องนี้ให้ผู้อำนวยการซ่งแห่งกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทราบ เพื่อเตรียมการเปิดสายพานการผลิต และผลิตคอมพิวเตอร์ในปริมาณมาก จะเป็นความรับผิดชอบของหวังเหิง
ส่วนทางฝั่งมหาวิทยาลัย เจียงชิ่นจะหาเวลาว่างมาถ่ายทอดเทคนิคการประกอบเครื่องให้กับศาสตราจารย์คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์
สำหรับมาตรการรักษาความลับชั่วคราว ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะเป็นผู้ออกหน้าแจ้งให้ทราบเอง อธิการบดีหนิงคัดกรองรายชื่อศาสตราจารย์ในคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์อย่างละเอียดถี่ถ้วน สุดท้ายก็คัดเลือกผู้ที่เหมาะสมออกมาได้สองคน
หลังจากนั้น หนึ่งในงานของเจียงชิ่นก็คือการสอนศาสตราจารย์สองท่านนี้ให้ประกอบคอมพิวเตอร์เป็น
ในมุมมองของเจียงชิ่น งานนี้ไม่ได้มีเทคนิคอะไรที่ซับซ้อนเลย แค่ลองฝึกประกอบดูสักสองรอบ เดี๋ยวก็เกิดความชำนาญไปเอง
ศาสตราจารย์ทั้งสองท่านล้วนเป็นบุคคลที่มีความสามารถในการเรียนรู้เป็นเลิศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้รับรู้ถึงประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์เครื่องที่ตั้งอยู่ตรงหน้า พวกเขาก็ทั้งตกตะลึงและปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง ต่างก็เฝ้ารอคอยวันที่ตัวเองจะได้มีโอกาสใช้งานคอมพิวเตอร์ที่ล้ำสมัยแบบนี้บ้าง
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงตั้งใจเรียนรู้อย่างหนักหน่วง หลังจากเจียงชิ่นสอนให้ดูสองรอบ เธอก็ส่งมอบคอมพิวเตอร์เครื่องที่อยู่ในมือให้พวกเขาลองถอดประกอบดูด้วยตัวเอง
ทั้งสองคนค่อยๆ ถอดชิ้นส่วนออกอย่างระมัดระวังขั้นสุด กลัวว่าจะเผลอทำส่วนไหนพังไป
หลังจากถอดเสร็จ ตอนประกอบกลับเข้าไปใหม่ในรอบแรก ปรากฏว่าดันมีน็อตสกรูเหลืออยู่ตัวนึง พวกเขาช่วยกันงมหาอยู่ตั้งนานสองนาน ก็หาไม่เจอสักทีว่ามันหลุดมาจากตรงไหน
แต่หลังจากผ่านรอบแรกไปได้ พวกเขาก็ไม่เคยทำผิดพลาดแบบพื้นๆ แบบนี้อีกเลย
พอฝึกประกอบจนครบสามรอบ พวกเขาก็สามารถลงมือปฏิบัติงานเองได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว
ในระหว่างที่พวกเขากำลังเรียนรู้อยู่นั้น หวังเหิงก็ได้รับคำอนุมัติจากผู้อำนวยการซ่งเรียบร้อยแล้ว เขานำเอกสารสั่งการจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปประสานงานกับโรงงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการปรับปรุงสายพานการผลิตทันที
พอสายพานการผลิตปรับปรุงเสร็จ ทางฝั่งมหาวิทยาลัยก็เรียนรู้กระบวนการประกอบเสร็จสิ้นพอดี และเตรียมพร้อมที่จะนำไปสอนนักศึกษาต่อแล้ว
นักศึกษาที่ถูกคัดเลือกมา ล้วนเป็นนักศึกษาที่มีทัศนคติและอุดมการณ์ผ่านเกณฑ์การประเมิน และมีความรู้ความสามารถที่โดดเด่นกันทั้งสิ้น
ทางฝั่งโรงงานก็เร่งผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ออกมาเป็นจำนวนมากอย่างรวดเร็ว แล้วใช้รถบรรทุกขนส่งมายังห้องทดลองของคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์
การขนส่งทุกครั้งจะทำในยามวิกาล พอขนของลงเสร็จรถก็ขับออกไปทันที ในเวลานั้นทั้งอาจารย์และนักศึกษาต่างก็หลับสนิทกันหมดแล้ว จึงไม่มีใครล่วงรู้ถึงเรื่องนี้เลย
พอถึงรุ่งเช้าของอีกวัน ศาสตราจารย์คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ก็จะนำพานักศึกษาเข้าไปทำการประกอบคอมพิวเตอร์
ความเร็วในการประกอบของพวกเขายังห่างชั้นจากเจียงชิ่นอยู่มาก สองคนช่วยกันประกอบ วันนึงประกอบได้แค่สองเครื่องเท่านั้น
แต่ได้เปรียบตรงที่มีคนเยอะ ประกอบกับพอยิ่งทำก็ยิ่งชำนาญมากขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งเดือนให้หลัง สองคนก็สามารถช่วยกันประกอบได้ถึงวันละสิบเครื่องแล้ว
ด้วยจำนวนคนที่มาก ทำให้ความเร็วในการผลิตคอมพิวเตอร์เป็นไปอย่างรวดเร็วมาก
ทางด้านผู้อำนวยการซ่งแห่งกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก็ได้นำเสนอแผนการนี้รายงานขึ้นไปเบื้องบนตั้งแต่เริ่มดำเนินการผลิตในช่วงแรกๆ แล้ว
เรื่องราวหลายๆ อย่างเขาไม่สามารถตัดสินใจเองได้ จำเป็นต้องให้ผู้มีอำนาจเบื้องบนเป็นคนตัดสินใจ
หลังจากเบื้องบนได้รับรายงาน ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ผ่านไปเพียงไม่กี่วันก็มีคำสั่งอนุมัติลงมา