- หน้าแรก
- สตูดิโอเกมของผม ดันเปิดโหมดสงครามโลก
- บทที่ 26 หืม? มีแค่ฝ่ายจักรวรรดิที่เปิดให้เล่นเหรอ?!
บทที่ 26 หืม? มีแค่ฝ่ายจักรวรรดิที่เปิดให้เล่นเหรอ?!
บทที่ 26 หืม? มีแค่ฝ่ายจักรวรรดิที่เปิดให้เล่นเหรอ?!
บทที่ 26 หืม? มีแค่ฝ่ายจักรวรรดิที่เปิดให้เล่นเหรอ?!
ทำยังไงดีล่ะเนี่ย?
มั่วเสี่ยวโม่เริ่มลุกลี้ลุกลนทำอะไรไม่ถูก
เธอหันไปมองคำแนะนำสารพัดรูปแบบที่ไหลเป็นสายน้ำอยู่ในช่องแชต ก่อนจะรีบหันไปสั่งการลูกน้องตามที่ผู้ชมบอก
"เร็วเข้า สั่งให้กองกำลังรักษาชายแดนเปิดฉากยิงสวนกลับไปเลย!"
"ห้ามปล่อยให้ทัพจักรวรรดิตีฝ่าแนวป้องกันเข้ามาได้เด็ดขาด!"
"จริงสิ เรายังมีเครื่องบินรบเหลืออยู่อีกตั้งหลายร้อยลำไม่ใช่เหรอ?!"
"รีบส่งฝูงบินรบขึ้นบินไปทิ้งระเบิดใส่พวกมันเดี๋ยวนี้เลย"
"แล้วก็สั่งให้กองกำลังทั้งหมดที่ประจำการอยู่แนวป้องกันชั้นที่สอง เคลื่อนพลไปสมทบกับแนวป้องกันชั้นแรกด่วนที่สุด"
โหมดสัมผัสประสบการณ์เนื้อเรื่องในแชปเตอร์ 'ยุทธการสายฟ้าแลบถล่มโปแลนด์' ดำเนินไปตามไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์เดิม
อย่างไรก็ตาม คำสั่งของผู้เล่นที่สวมบทบาทแทนนายกรัฐมนตรีโปแลนด์ จะส่งผลกระทบต่อทิศทางของเนื้อเรื่องเดิมด้วย แต่นั่นก็เป็นเพียงทางเลือกหนึ่งเท่านั้น ท้ายที่สุดแล้ว จ้าวหมิงก็ได้เซตจุดเริ่มต้นของเนื้อเรื่องไว้ในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ยุทธการสายฟ้าแลบเปิดฉากขึ้น
ดังนั้น ถึงแม้ผู้เล่นจะตื่นขึ้นมาเตรียมรับมือได้ทันท่วงที แต่กองทัพอากาศและกองกำลังป้องกันทางอากาศก็แทบจะกลายเป็นง่อยไปแล้ว เพราะการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวของจักรวรรดิได้เริ่มเปิดฉากขึ้นแล้ว
ส่วนความเคลื่อนไหวทางฝั่งของจักรวรรดินั้น
ระบบจะทำการประมวลผลคำสั่งของผู้เล่น จากนั้นก็จะจำลองความคิด การตอบสนอง และการตัดสินใจของบรรดานายทหารระดับสูงแห่งจักรวรรดิ โดยอิงจากข้อมูลชีวประวัติฉบับเต็ม รูปแบบความคิด และการคาดการณ์สถานการณ์ที่จ้าวหมิงแลกเปลี่ยนมาจาก 'ฐานข้อมูลโลก' เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการออกคำสั่งโต้กลับ
ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ตอนนี้เกมเมอร์ชาวดาวหลานซิงกำลังประลองกึ๋นและทำสงครามประสาทกับเหล่าจอมพลแห่งจักรวรรดิและขุนพลผู้เกรียงไกรในหน้าประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สองอยู่นั่นเอง
ส่วนทางด้านของมั่วเสี่ยวโม่ เนื่องจากความห้าวเป้งที่คิดจะไปบุกถล่มจักรวรรดิแบบสายฟ้าแลบ
เธอจึงได้สั่งให้ทหารทั้งหมดตื่นขึ้นมาเตรียมพร้อมล่วงหน้าแล้ว ซึ่งนั่นก็ส่งผลดีตรงที่ 'สหพันธรัฐโปแลนด์ของเธอ' ไม่ได้ตกเป็นเป้านิ่งให้โดนถล่มอยู่ฝ่ายเดียวมากนัก เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีแบบสายฟ้าแลบ ยอดผู้สูญเสียจึงน้อยกว่าไทม์ไลน์เดิมอยู่พอสมควร
แถมเครื่องบินรบที่มีอยู่แค่สี่ร้อยกว่าลำ ก็ยังไม่ถึงขั้นโดนระเบิดทิ้งคาลานบินจนหมดเกลี้ยง ยังอุตส่าห์มีรอดไปบินขึ้นฟ้าได้ตั้งร้อยกว่าลำ
แต่สถานการณ์ในห้องไลฟ์สตรีมช่องอื่นๆ กลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
สตรีมเมอร์หลายคนถึงกับช็อกตาตั้ง ชะงักงันทำอะไรไม่ถูกเมื่อโดนข้าศึกบุกโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว หากลองสลับหน้าจอไปดูไลฟ์สตรีมช่องต่างๆ ในโซนเกมมิงบนแพลตฟอร์มเทียนซา
ก็จะได้เห็นสภาพอันน่าเวทนาของเหล่าสตรีมเมอร์ที่กำลังเล่นเกม 'สงครามโลกครั้งที่สอง: การผงาดของจักรวรรดิ' พวกเขาต่างนั่งฟังรายงานสถานการณ์อันเลวร้ายจากลูกน้องในห้องทำงานนายกรัฐมนตรี ด้วยสีหน้าช็อกสุดขีดราวกับไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
"ว่าไงนะ? สนามบินโดนถล่มเละเทะหมดเลยเหรอ? ไม่เหลือเครื่องบินรบเลยแม้แต่ลำเดียวเนี่ยนะ???"
"ไอ้พวกจักรวรรดิมันใช้โปรแกรมโกงปะวะเนี่ย?!"
"กองพลทหารม้าของฉันโดนละลายหายไปทั้งกองพลตั้งแต่การปะทะครั้งแรกเลยเหรอ?"
"นั่นมันทหารม้านะเว้ย?! สู้ไม่ได้ก็ควบม้าหนีสิวะ ทำไม่ได้หรือไง? ตกลงแนวหน้ามันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่?"
"เร็วเข้าๆๆ สั่งให้กองกำลังแนวป้องกันชั้นที่สองรีบเคลื่อนพลไปเสริมทัพด่วนเลย!"
"อะไรนะ? ทางรถไฟก็โดนระเบิดตัดขาดด้วยเหรอ? ส่งกำลังเสริมไปไม่ได้? งั้นก็ให้พวกมันขับรถไปสิ ไม่ก็วิ่งเท้าเปล่าไปเลย!"
"นี่มันเกมบ้าบออะไรกันวะเนี่ย? ใครมันเป็นคนเซตจุดเริ่มต้นเนื้อเรื่องวะ?!"
"มือใหม่หัดเล่นโว้ยยย!!!"
ในห้องไลฟ์สตรีมต่างๆ บรรดาสตรีมเมอร์ต่างก็กำลังสติแตกกันถ้วนหน้า
เนื่องจากเวลาเริ่มต้นเกมของแต่ละคนไม่เท่ากัน ความคืบหน้าของเนื้อเรื่องก็เลยแตกต่างกันไปด้วย
บางคนเพิ่งจะตั้งสติได้ ก็ต้องมาช็อกซ้ำสองเมื่อได้รับรายงานว่าเครื่องบินรบและเส้นทางรถไฟถูกทำลายย่อยยับหมดแล้ว แถมกองพลทหารม้าก็ยังขาดการติดต่อไปตั้งแต่การปะทะครั้งแรก โดยที่ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพวกมันหายสาบสูญไปได้ยังไง
บางคนเพิ่งจะล็อกอินเข้าเกมมา ก็โดนผู้ชมในช่องแชตสปอยล์ซะแล้ว เลยรีบสั่งการเตรียมรับมือกับการโจมตีล่วงหน้า
แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับแผนการรุกรานที่ถูกวางแผนมาอย่างแยบยลของจักรวรรดิ ภายใต้การบัญชาการของ 'กูเดเรียน' บิดาแห่งยุทธการสายฟ้าแลบยุคใหม่ และยอดขุนพลเลื่องชื่อแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง พวกเขาก็ทำได้แค่ยื้อเวลาต้านทานไว้ได้เพียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น ไม่อาจหยุดยั้งการล่มสลายของแนวป้องกันได้เลยแม้แต่น้อย
ผู้เล่นที่สวมบทบาทเป็นนายกรัฐมนตรีทำได้เพียงออกคำสั่งอย่างบ้าคลั่ง หวังจะสกัดกั้นการรุกคืบของกองทัพจักรวรรดิให้จงได้
แต่คำสั่งส่วนใหญ่กลับเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด หรือไม่ก็เป็นแค่ความพยายามที่สูญเปล่า
ซ้ำร้าย มันยังไปเร่งปฏิกิริยาให้แนวป้องกันชั้นแรกแตกพ่ายเร็วยิ่งขึ้นไปอีก
และการสู้รบในสงครามนั้นกินเวลายาวนานมาก เป็นไปไม่ได้เลยที่จะให้เวลาในเกมเดินไปพร้อมๆ กับเวลาในโลกแห่งความเป็นจริง
ดังนั้น จ้าวหมิงจึงออกแบบระบบเกมให้ทำการประมวลผลและจำลองสถานการณ์ตามคำสั่งของผู้เล่นทุกครั้งที่มีการออกคำสั่ง โดยระบบจะเร่งความเร็วเวลาในเกมให้สั้นลงตามสัดส่วนของระยะเวลาในการสู้รบจริง แล้วค่อยให้ NPC เข้ามารายงานผลลัพธ์ให้ผู้เล่นฟัง
ยกตัวอย่างเช่น ถ้ากองทัพจักรวรรดิปะทะกับกองทัพสหพันธรัฐโปแลนด์
ระบบจะเร่งความเร็วการสู้รบที่กินเวลาหกชั่วโมงให้รู้ผลแพ้ชนะ และหลังจากนั้นอีกยี่สิบนาที (ในโลกจริง) NPC ก็จะเข้ามารายงานผลการรบให้ผู้เล่นทราบ
ตัดภาพมาที่ห้องไลฟ์สตรีมของมั่วเสี่ยวโม่
ในตอนนี้ มั่วเสี่ยวโม่กำลังจ้องมองแผนที่ด้วยสายตาว่างเปล่า รู้สึกหมดอาลัยตายอยากในชีวิต
ภายใต้การชี้นำของบรรดากุนซือจำเป็นในห้องไลฟ์สตรีม เธอได้ออกคำสั่งรบไปอย่างต่อเนื่อง เวลาในเกมก็ถูกเร่งความเร็วให้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงแค่สองชั่วโมงในโลกความเป็นจริง เวลาในเกมกลับล่วงเลยไปถึงสี่วันแล้ว และอาณาเขตของประเทศเธอบนแผนที่ก็กำลังถูกกลืนกินหดเล็กลงเรื่อยๆ
เผลอๆ จะโดนตีแตกไวกว่าสหพันธรัฐโปแลนด์ในโลกมนุษย์ด้วยซ้ำ
แนวป้องกันชั้นแรกถูกตีแตกกระจุย พื้นที่ชายแดนทั้งหมดตกเป็นของศัตรูเรียบร้อยแล้ว
ส่วนกองกำลังเสริมจากแนวป้องกันชั้นที่สอง ยังไม่ทันจะเคลื่อนพลไปถึงแนวป้องกันชั้นแรก ก็เตรียมจะปะทะกับกองทัพจักรวรรดิที่รุกคืบเข้ามาแล้ว
มั่วเสี่ยวโม่ถึงกับชาไปทั้งตัว เธอจ้องมองแผนที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"นี่มัน... บ้าไปแล้ว สมเหตุสมผลตรงไหนวะเนี่ย?"
"ทหารตั้งล้านคนนั่นถือปืนของเล่นกันอยู่หรือไงฮะ?"
"ฉันล่ะไม่เข้าใจจริงๆ เล้ย?!"
"อย่าว่าแต่เรื่องที่เสียชายแดนไปภายในเวลาแค่สี่วันเลย ขืนปล่อยไว้แบบนี้ อีกไม่กี่วันพวกมันก็บุกมาถึงเมืองหลวงแล้วไม่ใช่เรอะ?!"
"ไอ้ทหารแปดแสนคนของจักรวรรดินั่นมันเหาะมาหรือไงวะ!!!"
ก็ไม่น่าแปลกใจหรอกที่มั่วเสี่ยวโม่จะสติแตกขนาดนี้ เพราะการรุกคืบของกองทัพจักรวรรดินั้นไม่เคยหยุดชะงักลงเลยแม้แต่วินาทีเดียว
ขนาดเธอเพิ่งจะออกคำสั่งให้กองกำลังไปสกัดกั้นทัพจักรวรรดิไปหมาดๆ ผ่านไปไม่กี่นาที ลูกน้องก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามารายงานว่ากองกำลังนั้นขาดการติดต่อไปแล้ว แถมกองทัพจักรวรรดิยังรุกคืบไปถึงเมืองถัดไปแล้วด้วย?!
ไม่จริงน่า?
นี่พวกมันได้สู้กันจริงๆ ปะเนี่ย?
มั่วเสี่ยวโม่เริ่มตั้งคำถามกับชีวิตตัวเอง
เมื่อกี้กองทัพจักรวรรดิยังอยู่ที่เมืองนี้อยู่เลย เธอเลยสั่งให้ส่งกองกำลังไปดักซุ่มโจมตีที่นั่น
ผลปรากฏว่า พอมีข่าวรายงานกลับมาอีกที ไม่เพียงแต่เมืองนั้นจะแตกพ่ายไปแล้ว แต่กองทัพจักรวรรดิเสือกบุกทะลวงไปถึงเมืองถัดไปแล้วด้วย
กองทัพจักรวรรดิมันแข็งแกร่งเกินเบอร์ไปไหมเนี่ย?
หรือว่ากองทัพสหพันธรัฐโปแลนด์มันจะอ่อนแอปวกเปียกเกินไปวะ?
ทหารหนึ่งล้าน ปะทะ ทหารแปดแสน ทำไมฉันถึงเสียเปรียบย่อยยับขนาดนี้วะเนี่ย???
เมื่อเห็นสภาพสติแตกของมั่วเสี่ยวโม่
พวกขาจรที่เข้ามาดูเอาฮาในห้องไลฟ์สตรีมต่างก็พากันหัวเราะเยาะอย่างสะใจ
【ขำก๊าก เมื่อกี้ใครวะที่ปากเก่งบอกว่าจะไปบุกสายฟ้าแลบถล่มจักรวรรดิน่ะ? ทำไมตอนนี้ถึงหงอยเป็นหมาหงอยไปซะแล้วล่ะ?】
【พระเจ้าช่วย สายฟ้าแลบสมชื่อจริงๆ... บุกสายฟ้าแลบมาถึงหน้าบ้านเลย ไวปานวอกจริงๆ ว่ะ】
【เอาจริงๆ นะ จักรวรรดิมันใช้โปรแกรมโกงปะวะเนี่ย? ตีเมืองแตกยังพอเข้าใจได้ แต่เพิ่งจะได้รับรายงานข่าวเมื่อกี้ เผลอแป๊บเดียวพวกมันบุกไปถึงเมืองถัดไปแล้วเนี่ยนะ ทหารเยอะขนาดนั้นมันเหาะข้ามเมืองไปหรือไงวะ?】
【ว่าแล้วเชียว ดูจากระดับความยากนรกแตกของสมรภูมิ 'ยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดี' ก็รู้แล้ว ไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์จ้าวหมิงไม่มีทางปล่อยให้พวกเราเล่นเกมผ่านไปได้ง่ายๆ หรอก】
【ถึงจะไม่ปล่อยให้ผ่านง่ายๆ... แต่มันก็ไม่ควรจะยากระดับฮาร์ดคอร์ขนาดนี้ไหมวะ?!】
【แล้วแบบนี้ใครมันจะไปเล่นผ่านได้วะ?!】
【ฉันอยากรู้มากกว่าว่า ถ้าสหพันธรัฐโปแลนด์แตกพ่ายเมื่อไหร่ เสี่ยวโม่จะโดนพวกทหารจักรวรรดิจับไปแขวนคอไหมน้า】
【จะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง ท่านนายกฯ สาวสวยระดับนี้ ถ้าฉันเป็นทหารจักรวรรดิล่ะก็ ฉันจะต้อง... หุหุหุ】
【แหมๆๆ ร้ายไม่เบาเลยนะไอ้น้องชาย~~~】
【หุหุหุหุ เหมือนกันเลยพวก~ ใจตรงกันเป๊ะ~】
【ไม่ต้องตกใจไป สตรีมเมอร์ช่องข้างๆ ยอมจำนนแพ้ราบคาบไปเรียบร้อยแล้วเว้ย พอโดนจักรวรรดิจับประหาร หมอนั่นก็เริ่มเกมใหม่ แต่คราวนี้ได้เกิดเป็นแค่ทหารเลวว่ะ】
【พระเจ้าช่วย นี่กูยังต้องตายซ้ำตายซ้อนอีกเหรอเนี่ย...】
【แล้วถ้าไม่ตายจะให้ทำไงล่ะวะ มึงมีปัญญาเอาชนะไอ้จักรวรรดินี้ได้เหรอ???】
บรรยากาศในห้องไลฟ์สตรีมกำลังคึกคักสุดขีด และกระแสพูดคุยบนโลกออนไลน์ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน
แฟนคลับของสตรีมเมอร์หลายคนแห่กันไปขุดคุ้ยหาแอ็กเคานต์ของจ้าวหมิงบนแพลตฟอร์มเทียนซา แล้วก็สแปมข้อความด่าทอแบบไม่ยั้ง ส่วนแอ็กเคานต์ของบริษัทเกมโพลาริสบน 'เฟดเดอรัลเฮดไลน์' ก็โดนกองทัพนักเลงคีย์บอร์ดที่หัวร้อนกับระดับความยากของเกมบุกถล่มคอมเมนต์ด่ากระจายเช่นกัน
ด้วยความรำคาญ จ้าวหมิงจึงตั้งค่าแอ็กเคานต์ให้เฉพาะผู้ติดตามเท่านั้นที่สามารถคอมเมนต์ได้
ผลก็คือ...
นักเลงคีย์บอร์ดหลายคนถึงกับยอมกลืนน้ำลายตัวเอง กดติดตามแอ็กเคานต์ของจ้าวหมิงเพื่อที่จะได้เข้าไปด่าให้หนำใจ
ยอดผู้ติดตามแอ็กเคานต์ของบริษัทเกมโพลาริสจึงพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว
เรื่องนี้ถึงขนาดไปเตะตาผู้บริหารระดับสูงของ 'เฟดเดอรัลเฮดไลน์' เข้า พวกเขาคิดว่าระบบอาจจะรวนหรือมีใครมาปั๊มยอดฟอลโลว์ แต่พอลองตรวจสอบดู ก็พบว่าเป็นเพราะกลยุทธ์สุดแสบของบริษัทโพลาริสที่ตั้งค่าให้เฉพาะผู้ติดตามคอมเมนต์ได้นั่นเอง ทำเอาผู้บริหารของแพลตฟอร์มถึงกับทึ่งและมีสีหน้าพิลึกพิลั่น
กอบโกยยอดฟอลโลว์จากพวกแอนตี้แฟนเนี่ยนะ งานนี้ต้องยกให้เป็นแคมเปญการตลาดที่แหวกแนวที่สุดในประวัติศาสตร์เลยว่ะ
ณ บริษัทเกมโพลาริส
โทรศัพท์ในออฟฟิศดังระงมไม่หยุดหย่อน
ฉือเสวี่ย ซึ่งรับหน้าที่เป็นพนักงานบริการลูกค้าชั่วคราว กล่าวขอโทษขอโพยสายที่โทรเข้ามาอย่างต่อเนื่อง พอวางสายปุ๊บ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาอีกปั๊บ
เธอขยี้หัวตัวเองอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทำงานของจ้าวหมิงเพื่อขอความช่วยเหลือ
"บอสคะ ระดับความยากของเกมมันโหดเกินไปแล้วค่ะ ตอนนี้ผู้เล่นพากันก่อจลาจลขู่จะเผาบริษัทแล้วนะคะ!"
"บอสรีบคิดหาทางแก้ปัญหาด่วนเลยค่ะ!"
"ถ้าบอสไม่ยอมทำอะไรสักอย่าง ฉันกลัวว่าจะมีคนมาดักดักตีหัวบอสตอนเลิกงานนะคะ!"