- หน้าแรก
- หลังจากตกงาน ฉันตื่นขึ้นมาเจอกับกองขยะระดับเทพ
- บทที่ 406 - มีวาสนาอันยิ่งใหญ่! รีบมาด่วน!
บทที่ 406 - มีวาสนาอันยิ่งใหญ่! รีบมาด่วน!
บทที่ 406 - มีวาสนาอันยิ่งใหญ่! รีบมาด่วน!
บทที่ 406 - มีวาสนาอันยิ่งใหญ่! รีบมาด่วน!
เขาหลงหู่, จวนเทียนซือ
วิหารเก่าแก่ตั้งตระหง่านอย่างเงียบงัน กระดิ่งทองแดงที่แขวนอยู่ตรงมุมชายคาไม่ไหวติง ภาพที่เคยมีควันธูปพวยพุ่งและนักพรตเดินขวักไขว่ไปมาในวันวาน บัดนี้มลายหายไปจนสิ้น
เสียงเครื่องยนต์รถสปอร์ตดังกึกก้องบาดหูจากที่ไกลเข้ามาใกล้ ฉีกกระชากความเงียบสงบของอารามเต๋าให้ขาดสะบั้นลง
รถสปอร์ตเฟอร์รารี่สีแดงแปร๊ด ดริฟต์อย่างสวยงาม ก่อนจะจอดนิ่งสนิทอยู่ที่ลานจอดรถหน้าจวนเทียนซือ
ประตูรถเปิดออก ชายหนุ่มสวมเสื้อยืดแบรนด์เนม กางเกงยีนส์ขาดๆ ย้อมผมสีบลอนด์หม่น เดินหาวหวอดๆ ลงมาจากรถ
เขาชื่อ จางจวินเหนียน ลูกชายคนเดียวของจางจินหลิง เจ้าสำนักเขาหลงหู่คนปัจจุบัน
"ฟู่... เมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อยแฮะ..." จางจวินเหนียนนวดขมับที่ปวดตุบๆ จากอาการเมาค้าง เดินโซเซมุ่งหน้าไปยังโถงใหญ่
ด้านหลังเขา ชายหนุ่มอีกคนที่แต่งตัวนำแฟชั่นไม่แพ้กันก็เดินลงมาจากที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้า เขาคือ เมิ่งอีชวน ลูกชายเจ้าสำนักแห่งเขาซานชิงนั่นเอง
"จวินเหนียน นายเอาแต่เที่ยวเตร่กินดื่มไปวันๆ แบบนี้ ท่านเทียนซือจางไม่ว่าอะไรบ้างเลยเหรอ?" เมิ่งอีชวนยื่นขวดน้ำแร่ให้ พร้อมกับเอ่ยแซว
"ว่า? เขาจะเอาอะไรมาว่าล่ะ?" จางจวินเหนียนกระดกน้ำคำโต โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "ฉันมันก็แค่นักพรตแต่ในนาม ท่องคัมภีร์เต๋าก็ไม่จบ ฝึกมวยก็ไม่เข้าเป้า ตาแก่แกถอดใจเลิกรักษาฉันไปตั้งนานแล้ว"
ทั้งสองกอดคอกันเดินขึ้นบันไดหินอันทอดยาว
แต่ยิ่งเดิน สีหน้าของจางจวินเหนียนก็ยิ่งแปลกไป
มันเงียบเกินไปแล้ว
เงียบจนผิดปกติ
ปกติเวลานี้ ห้องฝึกยุทธ์กับโถงใหญ่จะคึกคักกันมากเลยนี่นา
"ไม่ชอบมาพากลแล้วแฮะ..." อาการเมาของจางจวินเหนียนสร่างไปกว่าครึ่งในพริบตา เขารีบก้าวฉับๆ ไปผลักประตูไม้บานหนาหนักของโถงใหญ่ออกอย่างแรง
ว่างเปล่า ไม่มีใครเลย
เขาวิ่งพรวดพราดไปที่ห้องปรุงยา เรือนพัก หอเก็บคัมภีร์ที่ลานด้านหลัง...
ว่างเปล่าทั้งหมด!
"เชี่ย!" จางจวินเหนียนยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่กลางลานบ้านที่ว่างเปล่า
"พ่อฉันล่ะ? ท่านปู่อาจารย์ล่ะ? แล้วพวกศิษย์พี่ศิษย์น้องของฉันหายไปไหนกันหมด?!"
"ฉันแค่วิ่งลงเขาไปเมาที่ผับ KTV คืนเดียว พอกลับมาบ้านก็โดนยกเค้าแล้วเนี่ยนะ?!"
เมิ่งอีชวนก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติเช่นกัน เขาขมวดคิ้ว เดินวนรอบลานบ้านรอบหนึ่ง แล้วเอ่ยเสียงเครียดว่า "ดูไม่เหมือนเกิดอุบัติเหตุเลยนะ นายดูสิ ทุกห้องจัดเก็บข้าวของเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีร่องรอยการต่อสู้เลย ดูเหมือน... ยกโขยงหนีกันไปหมดซะมากกว่า?"
ยกโขยงหนีกันไปหมดเนี่ยนะ?
หางตาของจางจวินเหนียนกระตุกอย่างแรง
นั่นปากเหรอที่พูด?
เขาหลงหู่ของฉันยังไงซะก็เป็นถึงต้นกำเนิดนิกายเต๋า ไม่ใช่บริษัทห้องแถวไก่กาสักหน่อย จะมาหอบเงินหนีข้ามคืนไปได้ยังไงกัน?
ในตอนนั้นเอง นักพรตน้อยที่รับหน้าที่ปัดกวาดเช็ดถูคนหนึ่ง ก็ถือไม้กวาดเดินออกมาจากมุมตึก พอเห็นจางจวินเหนียน ก็รีบโค้งคำนับทำความเคารพ
"ศิษย์อาเล็ก ท่านกลับมาแล้ว"
จางจวินเหนียนพุ่งพรวดเข้าไป จับไหล่เขาไว้ แล้วตะคอกถามเสียงหลง "คนล่ะ?! พ่อฉันกับคนอื่นๆ หายไปไหนกันหมด?"
นักพรตน้อยสะดุ้งโหยง ตอบกลับด้วยความหวาดกลัวว่า "เรียน... เรียนศิษย์อาเล็ก ท่านเจ้าสำนักกับท่านปู่อาจารย์เหอ และคนอื่นๆ ออกเดินทางไปตั้งแต่เช้าตรู่วันนี้แล้วขอรับ นั่งรถบัสไป บอกว่าจะไป... เมืองอี๋เฉิงขอรับ"
"เมืองอี๋เฉิง?" จางจวินเหนียนชะงัก "ไปทำไมที่นั่น?"
"ศิษย์ก็ไม่ทราบขอรับ" นักพรตน้อยส่ายหน้า "ได้ยินแค่พวกเขากล่าวถึงสถานที่ที่ชื่อว่า... หมู่บ้านตระกูลเฉิน"
หมู่บ้านตระกูลเฉิน?
จางจวินเหนียนมึนงงไปแปดตลบ เขารีบล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา ต่อสายหาจางจินหลิงผู้เป็นพ่อทันที
โทรศัพท์ดังอยู่นานกว่าจะมีคนรับสาย เสียงเจี๊ยวจ๊าวของผู้คนดังลอดมาจากพื้นหลัง
"ฮัลโหล? จวินเหนียน มีธุระอะไร?" น้ำเสียงของจางจินหลิงฟังดูทั้งตื่นเต้นและรำคาญใจ
"พ่อ! พวกพ่อทำบ้าอะไรกันเนี่ย? ตีนเขาลือกันให้แซดว่าพวกเราเขาหลงหู่บรรลุเซียนเหาะเหินเดินอากาศกันไปหมดแล้ว!" จางจวินเหนียนตะคอกอย่างอารมณ์เสีย "ตกลงพวกพ่อวิ่งไปทำอะไรที่เมืองอี๋เฉิงกันแน่?"
ปลายสายเงียบไป 2 วินาที
จากนั้น จางจินหลิงก็ใช้น้ำเสียงเคร่งขรึมถึงขีดสุดแบบที่จางจวินเหนียนไม่เคยได้ยินมาก่อน เน้นย้ำทีละคำว่า:
"หมู่บ้านตระกูลเฉิน เมืองอี๋เฉิง มีวาสนาอันยิ่งใหญ่!"
"อย่าพูดพร่ำทำเพลง รีบมาด่วน!"
"ตู้ด... ตู้ด... ตู้ด..."
โทรศัพท์ ถูกตัดสายทิ้งไปอย่างเด็ดขาด
จางจวินเหนียนชูโทรศัพท์ค้างไว้ ยืนงงในดงลมหนาว
วาสนาอันยิ่งใหญ่?
รีบมาด่วน?
พ่อฉันโดนลัทธิขายตรงที่ไหนล้างสมองมาเนี่ย?
ยังจะมาวาสนาอันยิ่งใหญ่อีก... เกรงว่าจะเป็นโปรเจกต์ 'แค่โครงการแสงตะวัน 1040 ช่วยให้คุณบรรลุเต๋าเป็นเซียนได้เร็วขึ้น' มากกว่าล่ะมั้ง?
เมิ่งอีชวนที่อยู่ข้างๆ ได้ยินเนื้อหาในโทรศัพท์อย่างชัดเจน
เขาลูบคางอย่างใช้ความคิด "หมู่บ้านตระกูลเฉิน... ที่นี่ฉันรู้จัก"
"ช่วงนี้กำลังดังระเบิดระเบ้อบนอินเทอร์เน็ตเลยล่ะ ข้างในมีรีสอร์ตแห่งหนึ่ง วิวสวยยิ่งกว่าแดนเซียน อาหารที่ทำออกมาก็อร่อยเลิศรสยิ่งกว่าอาหารใดๆ ในโลกมนุษย์"
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเสริมว่า "ที่แปลกประหลาดที่สุดก็คือ ไม่กี่วันมานี้มีคนจำนวนไม่น้อยไปตั้งกระทู้บนเน็ต บอกว่าตัวเองเป็นโรคร้ายแรง พอไปพักที่นั่นได้ไม่กี่วัน อาการป่วยกลับดีขึ้นเฉยเลย"
จางจวินเหนียนกลอกตาบน "เรื่องแบบนี้นายก็เชื่อเหรอ? สถานที่ท่องเที่ยวดังๆ บนเน็ตสมัยนี้ ที่ไหนบ้างไม่พึ่งสคริปต์มาปั่นกระแส?"
ปากก็พูดไปอย่างนั้น แต่ในใจเขาก็เริ่มคิดหนัก
พ่อตัวเองที่หัวโบราณอย่างกับก้อนหิน กับท่านปู่อาจารย์เหอที่อายุเฉียดร้อยจนหัวใจแทบจะกลายเป็นฟอสซิลไปแล้ว ไม่ใช่คนที่จะโดนกระแสบนเน็ตหลอกเอาได้ง่ายๆ แน่
การที่ทำให้พวกเขาหลุดปากพูดคำว่า "วาสนาอันยิ่งใหญ่" ออกมาได้ สถานที่แห่งนั้น... คงจะมีดีอะไรซ่อนอยู่จริงๆ
"ไป ไปดูกัน!" จางจวินเหนียนตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
ทั้งสองไม่รอช้า ขับเฟอร์รารี่ลงเขาไปทันที
ระหว่างทางไปเมืองอี๋เฉิง เมิ่งอีชวนนั่งอยู่ตรงที่นั่งผู้โดยสาร ดูเหมือนกำลังไถมือถือเล่น แต่ความจริงนิ้วกำลังพิมพ์ข้อความอย่างรวดเร็ว และส่งออกไปอย่างเงียบเชียบ
ผู้รับ: พ่อ
เนื้อหาสั้นกะทัดรัด มีเพียงประโยคเดียว: [เขาหลงหู่ยกโขยงกันไปที่หมู่บ้านตระกูลเฉิน เมืองอี๋เฉิง เหอต้าวหรานก็ไปด้วย จางจินหลิงบอกว่า มีวาสนาอันยิ่งใหญ่]
……
ในขณะเดียวกัน ที่เขาซานชิง ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร
ภายในโถงใหญ่บนยอดเขาหลักที่ถูกปกคลุมไปด้วยเมฆหมอก
เจ้าสำนักคนปัจจุบัน เมิ่งหรูไห่ กำลังถือแส้ปัดฝุ่น นั่งหลับตาทำสมาธิ
ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือในแขนเสื้อก็สั่นเตือนเบาๆ
เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู
เมื่อเห็นข้อความสั้นที่ลูกชายส่งมา บนใบหน้าที่ราบเรียบดั่งบ่อน้ำเก่าไร้ระลอกคลื่น ก็ปรากฏแววตื่นตระหนกและสงสัยขึ้นมาเป็นครั้งแรก
เขาหลงหู่ยกโขยงออกไปจนหมดงั้นรึ?
แม้แต่ตาแก่เหอต้าวหรานที่ใกล้จะลงโลงแล้วก็ยังไปด้วยงั้นรึ?
คิ้วของเมิ่งหรูไห่ขมวดเข้าหากันแน่นเป็นปมในพริบตา
เขาฟาดฟันกับจางจินหลิงมาค่อนชีวิต ย่อมรู้สันดานของอีกฝ่ายดี จิ้งจอกเฒ่านั่นถ้าไม่ได้ผลประโยชน์ไม่มีทางยอมตื่นเช้าหรอก การที่ทำให้เขาต้องยกพลครั้งใหญ่ขนาดนี้ แม้กระทั่งยอมรบกวนเหอต้าวหราน ก็ย่อมไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อย่างแน่นอน
"เด็กๆ" เขาเอ่ยเสียงต่ำ
ลูกศิษย์หนุ่มคนหนึ่งรีบเดินเข้ามาจากนอกวิหาร โค้งคำนับทำความเคารพ "ท่านอาจารย์ มีอะไรให้รับใช้ขอรับ?"
"ไปสืบเรื่องสถานที่ที่ชื่อว่า 'หมู่บ้านตระกูลเฉิน' ที่เมืองอี๋เฉิงที ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับมันบนอินเทอร์เน็ตมาให้ฉันดูทั้งหมด"
"ขอรับ"
ลูกศิษย์หนุ่มทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ถึง 5 นาที เขาก็ถือแท็บเล็ตกลับมา พร้อมกับเปิดดูวิดีโอรวมฮิต
เมิ่งหรูไห่รับแท็บเล็ตมา วิดีโอแรก ก็คือภาพโดรนถ่ายมุมสูงเผยให้เห็นภาพรวมของหมู่บ้านตระกูลเฉินที่นักท่องเที่ยวถ่ายไว้
เมื่อได้เห็นอ่างเก็บน้ำที่ใสราวกับมรกต ยอดเขาทั้งสามลูกที่เขียวขจีและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพลังชีวิต ลมหายใจของเขาก็ชะงักไปเล็กน้อย