- หน้าแรก
- เกมสยองขวัญอะไรกัน นี่มันบุฟเฟ่ต์วิญญาณของข้าชัดๆ
- บทที่ 221 - เจ้าแห่งดินแดนงูปรารถนา
บทที่ 221 - เจ้าแห่งดินแดนงูปรารถนา
บทที่ 221 - เจ้าแห่งดินแดนงูปรารถนา
บทที่ 221 - เจ้าแห่งดินแดนงูปรารถนา
"เช่นนั้นก็ขอบคุณท่านอ๋องหลางโส่วแล้ว! ฮ่าฮ่าฮ่า! หนึ่งร้อยสิบเอ็ดปี ข้ารอได้!" เต่าเฒ่าตัวนี้หัวเราะลั่น เสียงของมันดังกึกก้องจนสั่นสะเทือนความว่างเปล่า และในชั่วพริบตานั้นเต่าเฒ่าที่ดูเหมือนจะอยู่เพียงระดับบรรลุอมตะขั้นที่หนึ่งกลับมีกลิ่นอายของเซียนแท้แฝงอยู่!
จากนั้นเต่าเฒ่าก็พลิกตัวกลับแล้วพุ่งทะยานลงสู่ผิวน้ำที่ดูเหมือนจะกว้างใหญ่ไพศาลไร้ขอบเขตในทันที
"ที่แท้มังกรติดหล่มทะยานฟ้าก็คือแบบนี้นี่เอง?"
ถานซูฉางเพิ่งจะเข้าใจความหมายของคำว่า "มังกรติดหล่มทะยานฟ้า" ที่เต่าเฒ่าตัวนั้นพูดถึง ว่าแท้จริงแล้วมันหมายความว่าอย่างไร เต่าเฒ่าที่สามารถกลายร่างเป็นมังกรดำได้ตัวนี้ ที่แท้ก็คือเซียนแท้องค์หนึ่ง!
เพียงแต่ไม่รู้ว่าไปเผชิญกับเรื่องราวใดมา ถึงได้ถูกกักขังให้อยู่ในระดับบรรลุขั้นที่หนึ่งเช่นนี้
"สรุปว่านี่กำลังข่มขู่ข้าอยู่หรือเปล่าเนี่ย?" ถานซูฉางครุ่นคิด กลิ่นอายของเซียนแท้ที่เต่าเฒ่าจงใจเผยออกมาในตอนท้ายนั้นเห็นได้ชัดว่าไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ตั้งใจแสดงให้เขาเห็น
ทว่าถานซูฉางกลับไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
เพราะ "หนึ่งร้อยสิบเอ็ดปี" ที่เขาพูดไปนั้น แม้จะไม่ใช่ระยะเวลาที่เต่าเฒ่าตัวนี้จะทะยานฟ้าได้เอง แต่มื่อถึงเวลานั้นเขาก็มั่นใจว่าจะมีพลังมากพอที่จะลงมือช่วยให้เต่าเฒ่าตัวนี้พ้นคุกทะยานฟ้าได้อย่างแน่นอน
ทันใดนั้นเขาก็มองไปที่มังกรเจียวอสนีบรรพตลุ่มน้ำซึ่งอยู่ตรงหน้าแล้วเอ่ยขึ้น "ไปกันเถอะ! พวกเราออกไปก่อน"
ถานซูฉางไม่ได้เดินออกไปเอง แต่เขาพาสาวน้อย "หัวดื้อ" ที่มีศักดิ์เป็นหลานของเขาออกไป โดยการสลับตำแหน่งกับร่างแยกเงาโลหิตที่อยู่ด้านนอก ทำให้ทั้งสองออกมาได้ในพริบตา
จากนั้นถานซูฉางก็ดึงร่างแยกเงาโลหิตของตนกลับคืนมา
แต่หลังจากทำเรื่องทั้งหมดนี้เสร็จสิ้น ถานซูฉางกลับพบว่าสถานที่ที่พวกตนเพิ่งเข้าไปเมื่อครู่นี้ ไม่มีทั้งก้อนหินขนาดยักษ์และไม่มีแม่น้ำใต้ดิน มีเพียงรูปปั้นหินขนาดใหญ่ที่มีลำตัวเป็นเต่าและมีหัวเป็นมังกรตั้งอยู่เท่านั้น
"ที่แท้ก็คือท่านผู้นี้นี่เอง..."
เมื่อเห็นรูปปั้นหินนี้ ถานซูฉางก็เข้าใจความเป็นมาของเต่าเฒ่าตัวนั้นในทันที
เต่ามังกร!
สัตว์อสูรซานไห่ที่พิเศษที่สุดชนิดหนึ่ง ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับอายุขัยถึงหนึ่งแสนปี เลือดของมันเพียงหยดเดียวก็สามารถทำให้ปุถุชนผลัดเปลี่ยนกระดูกและชำระล้างไขกระดูกจนมีร่างอมตะและยืดอายุขัยได้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันปี
"หรือว่าในอดีตของแดนเซินซิ่วแห่งนี้ จะเคยมีช่วงเวลาที่รุ่งเรืองถึงขีดสุดจนมีเซียนแท้ถือกำเนิดขึ้นมา เหมือนกับแดนเจี่ยอีในอดีต?" ถานซูฉางอดไม่ได้ที่จะคิดเช่นนี้
แต่ความคิดนี้ก็ผุดขึ้นมาเพียงชั่ววูบ ก่อนที่เขาจะปัดมันทิ้งไป
เพราะตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามานั่งไตร่ตรองเรื่องพวกนี้
เขายังมีเรื่องสำคัญมากที่ต้องทำ
อย่างไรก็ตาม ถานซูฉางไม่ได้ลงมือทำในทันที เขายกมือขึ้นส่งมังกรเจียวอสนีบรรพตลุ่มน้ำขึ้นเหนือน้ำ พร้อมกันนั้นเขาก็ส่งของวิเศษสองชิ้นที่เขาใช้ร่างโลหิตอมตะหลอมรวมเรียบร้อยแล้วไปไว้ข้างกายมังกรเจียวอสนีบรรพตลุ่มน้ำด้วย
ของวิเศษสองชิ้นนี้ ชิ้นหนึ่งคือของวิเศษสื่อจิตวิญญาณที่ได้มาจากอารามซ่างชิง เจดีย์ดอกบัว!
ส่วนของวิเศษอีกชิ้นมีชื่อว่าด่านหลงกวน ได้มาจากเขาซีถัว!
ของวิเศษทั้งสองชิ้นนี้ล้วนมีอานุภาพมหาศาล โดยเฉพาะเจดีย์ดอกบัว หากมีสิ่งมีชีวิตถูกกักขังอยู่ภายในมากพอก็จะสามารถช่วยให้ผู้ครอบครองทำความเข้าใจและบำเพ็ญเพียรได้
ถานซูฉางไม่ได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ เขาจึงตัดสินใจมอบให้มังกรเจียวอสนีบรรพตลุ่มน้ำตัวนี้ไปเสียเลย
อย่างไรเสียอีกฝ่ายก็เคยเป็นถึงท่านอ๋องซานไห่ แถมตอนนี้ยังเรียกเขาว่าท่านอาอีก ไม่ว่าจะมองมุมไหนการมอบของวิเศษให้สองชิ้นก็ถือเป็นเรื่องสมควรแล้ว
จากนั้นถานซูฉางก็เริ่มสัมผัสถึงกฎแห่งความโลภ
ชั่วพริบตากฎแห่งความโลภก็ตอบรับเขาจากแดนไกล ร่างของถานซูฉางหายวับไปจากแดนเซินซิ่วในทันที
โลกเกมพิศวง
ถานซูฉางที่มาเยือนสถานที่แห่งนี้อีกครั้งได้กระตุ้น "สิทธิ์" ของตนในโลกนี้ให้ทำงานจนถึงขีดสุดเป็นครั้งแรก จากนั้นเขาอาศัยเศษเสี้ยวความทรงจำในหัวเป็นตัวกำหนดเป้าหมาย เชื่อมต่อเข้ากับโลกที่มืดมิดและเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวได้ในชั่วอึดใจ!
และในวินาทีที่โลกเกมพิศวงเชื่อมต่อเข้ากับโลกที่มืดมิดและน่าสะพรึงกลัวแห่งนั้น ถานซูฉางก็สัมผัสได้ถึงความปีติยินดีของโลกเกมพิศวงในทันที
จากนั้น "สิทธิ์" ความเป็นเจ้าแห่งโลกเกมพิศวงของถานซูฉางก็ถูกริบคืนไป
เหตุผลก็คือโลกเกมพิศวงแห่งนี้รำคาญที่ถานซูฉางทำงานช้าเกินไป
และเมื่อโลกเกมพิศวงเข้ายึดสิทธิ์ในการควบคุมไปแล้ว การเชื่อมต่อระหว่างโลกเกมพิศวงกับโลกใบนั้นก็แนบแน่นขึ้นจนถึงขีดสุดในทันที
โลกทั้งสองกำลังผสานเข้าด้วยกันอย่างต่อเนื่อง
ความเร็วในการผสานนั้นรวดเร็วมาก เพราะเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวถานซูฉางก็เห็นว่าโลกเกมพิศวงเริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นแล้ว
ทว่ายังไม่ทันที่ถานซูฉางจะได้มองดูอย่างละเอียด เขาก็พบว่ากฎแห่งความโลภเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นเช่นกัน
แสงสว่างที่ดูคล้ายแสงเจิดจ้าทว่าก็ดูราวกับแสงที่เต็มไปด้วยความมืดมิดไร้ที่สิ้นสุดได้ก่อกำเนิดขึ้นจากกฎแห่งความโลภ จากนั้นกายากฎเกณฑ์ของถานซูฉางก็ถูกควบแน่นขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อกายากฎเกณฑ์ปรากฏขึ้น ถานซูฉางก็เข้าใจถึงสาเหตุที่กฎแห่งความโลภเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้
นี่คือการบอกให้เขาสร้างดินแดนงูปรารถนาขึ้นมาใหม่
ถานซูฉางทอดสายตามองออกไปไกล ทิวทัศน์ที่ปรากฏแก่สายตาคือฟ้าดินที่สว่างไสว ท้องฟ้าไร้เมฆหมอกบดบัง ไม่เห็นกลิ่นอายความน่าสะพรึงกลัวเลยแม้แต่น้อย
เพียงแต่ว่าภายใต้ทิวทัศน์ของท้องฟ้าเช่นนี้ กลับมีเมืองรูปร่างแปลกประหลาดตั้งตระหง่านอยู่เป็นหย่อมๆ
ภายในเมืองแต่ละแห่งล้วนมีสำนักบำเพ็ญเพียรตั้งอยู่ และผู้อยู่อาศัยในเมืองเหล่านี้ก็มีทั้งปุถุชนคนธรรมดาและผู้บำเพ็ญเพียร แต่สิ่งที่พบเห็นได้มากกว่าก็คือเงาร่างที่ดูน่าสะพรึงกลัว
ตัวอย่างเช่น ภายในเมืองโครงกระดูกแห่งนั้น ทุกหนทุกแห่งล้วนเต็มไปด้วยโครงกระดูก
มีทั้งโครงกระดูกที่แขวนอยู่บนกำแพง แขนทั้งสองข้างทิ้งตัวลงมาขากรรไกรล่างอ้าออกเล็กน้อยราวกับกำลังยิ้ม
มีทั้งโครงกระดูกที่แช่อยู่ในสระน้ำ ดูเหมือนว่าจะแช่มานานเกินไปจนกระดูกเริ่มมีตะไคร่น้ำและขนปุกปุยขึ้นปกคลุม
และยังมีโครงกระดูกที่ปูลาดอยู่บนพื้น ซ้ายร่างขวาร่างหน้าร่างหลังร่าง กระจัดกระจายไร้ระเบียบ แต่โครงกระดูกทุกร่างที่อยู่บนพื้นต่างก็ใช้เบ้าตาที่กลวงโบ๋จ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้าราวกับไร้ความรู้สึกใดๆ แล้ว
โลกที่โลกเกมพิศวงเพิ่งเชื่อมต่อเมื่อครู่นี้ ก็คือโลกแห่งวิถีผีอันรุ่งเรืองที่เซียนแท้ผู้หยั่งรู้ในอดีตเคยโยนถานซูฉางเข้าไปนั่นเอง
ด้วยคุณสมบัติพิเศษของโลกเกมพิศวง ถานซูฉางจึงแค่อยากลองดูว่าตัวเองจะสามารถกลับมาที่นี่ได้อีกครั้งหรือไม่
อย่างไรเสียนังหนูน้อยคนหนึ่งก็ยังอยู่ที่นี่
แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ หลังจากที่โลกเกมพิศวงค้นพบฟ้าดินแห่งนี้ ความตื่นเต้นที่มันแสดงออกมานั้นแทบจะทำให้โลกเกมพิศวงแห่งนี้มีชีวิตขึ้นมาเลยทีเดียว!
จากนั้นโลกเกมพิศวงก็กลืนกินฟ้าดินแห่งวิถีผีอันรุ่งเรืองนี้เข้าไปโดยตรง
หรือจะพูดให้ถูกต้องกว่านั้นก็คือ โลกเกมพิศวงได้หลอมรวมเข้ากับฟ้าดินแห่งนี้แล้ว แต่สถานะของทั้งสองฝ่ายไม่ได้เท่าเทียมกัน โดยมีโลกเกมพิศวงเป็นฝ่ายกุมอำนาจหลัก
ในฐานะผู้เดียวที่ได้รับการยอมรับจากกฎแห่งความโลภ ถานซูฉางย่อมเข้าใจความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้ที่สุด
มิเช่นนั้น กฎแห่งความโลภคงไม่สั่งให้เขาสร้างดินแดนงูปรารถนาขึ้นมาใหม่!
การสร้างดินแดนงูปรารถนาไม่ใช่เรื่องยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ที่ถานซูฉางบรรลุขั้นที่สามจารึกนามในวิถีเซียนแล้ว แม้ดูเหมือนว่าในตอนนั้นเขาจะยังจารึกนามไม่สำเร็จ แต่ในยามนี้ถานซูฉางก็มีผลตบะขั้นที่สามอย่างแท้จริง
ซึ่งเทียบเท่ากับพลังวิญญาณหยินระดับสีม่วงในฟ้าดินแห่งวิถีผีอันรุ่งเรืองนี้
ถานซูฉางเพียงแค่ใช้นิ้วชี้ไปมาไม่กี่ครั้ง โดยใช้เมืองโครงกระดูกเป็นจุดเริ่มต้น จากนั้นก็รวบรวมพื้นที่โดยรอบ เช่น "เมืองหนังมนุษย์" "เมืองไร้ใจ" และ "เมืองมือเท้า" ที่ราชันผีเขาแดงเฉินอวิ๋นเฟิงเคยพูดถึง เข้ามารวมไว้ด้วยกันทั้งหมด
เมื่อดินแดนงูปรารถนาถูกสร้างขึ้น พลังแห่งกฎเกณฑ์ที่มองไม่เห็นก็แปรสภาพเป็นสายหมอก ปกคลุมและตัดขาดดินแดนแห่งนี้ออกจากพื้นที่โดยรอบ
จากนั้นถานซูฉางก็ไม่ได้ทำอะไรอีก
เขาเลือกที่จะฟื้นฟูพลังเวทของตนเองก่อน
แม้ว่าจะมีพลังเวทมหาศาลที่เพิ่มขึ้นจากตบะญาณหนึ่งพันปี และยังเป็นการใช้ผลตบะขั้นที่สามในการกระตุ้นพลัง แต่มันก็สูบพลังเวทในร่างของถานซูฉางไปจนหมดสิ้นในชั่วพริบตา
พลังเวทของถานซูฉางในยามนี้ แม้จะใช้คำว่ามหาศาลดั่งมหาสมุทรก็ไม่เกินจริง ดังนั้นเขาจึงต้องใช้เวลาถึงสามวันเต็มกว่าจะฟื้นฟูพลังกลับมาได้
จากนั้นเพียงแค่คิด ร่างของถานซูฉางก็มาปรากฏตัวที่เขาอู๋ถงในทันที
เพราะตอนนี้นังหนูน้อยคนนั้นกำลังอยู่ที่เขาอู๋ถงแห่งนี้
ในเวลานี้ ต่งต่งกำลังยืนนิ่งเงียบอยู่ที่เชิงเขาอู๋ถง แต่ไม่ใช่เพราะเธอเพิ่งมีปากเสียงกับผู้บำเพ็ญเพียรของเขาอู๋ถงแล้วถูกทำโทษให้มายืนอยู่ตรงนี้หรอกนะ
เด็กสาวหัวดื้อแบบนี้ไม่มีทางยอมเชื่อฟังง่ายๆ หรอก
ที่เธอยืนนิ่งอย่างว่าง่าย เป็นเพราะเมื่อครู่นี้จู่ๆ ในสายตาของเธอก็ปรากฏ "กรอบ" โปร่งแสงขึ้นมาอันหนึ่งต่างหาก
ภายใน "กรอบ" นั้น มีข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวเธอ
ผู้เล่น: ต่งต่ง
ระดับพลัง: พลังวิญญาณหยินระดับสีเขียว (บรรลุอมตะขั้นที่หนึ่ง) [ดูสิ ตรงนี้มีผู้แฝงตัวจากแดนเซินซิ่วอยู่ด้วย]
อายุขัย: เก้าพันปี [ที่แท้เจ้าก็คือผู้มีอายุเก้าพันปีนี่เอง]
อิทธิฤทธิ์: วิถีผีไร้เที่ยงแท้ เพลงกระบี่ไร้เทียมทาน อัญเชิญเจ้าแห่งดินแดนงูปรารถนา [อิทธิฤทธิ์เจ๋งดีนี่ โดยเฉพาะอันสุดท้าย]
ต้านทานความมุ่งร้าย: เจี่ยอี (ระดับเจี่ยขั้นสูง) [พอดูออกนะว่านี่คือขีดจำกัดสูงสุดของเกม ไม่ใช่ขีดจำกัดของเจ้า ครั้งล่าสุดที่เห็นคนเก่งขนาดนี้ก็คือเมื่อครั้งที่แล้วโน่น]
ต้านทานมลทิน: เจี่ยอี
ต้านทานการทำลายล้าง: เจี่ยอี
ต้านทานพลังเหนือธรรมชาติ: เจี่ยอี
จู่ๆ กรอบข้อความนี้ก็โผล่ขึ้นมา และข้อมูลในนั้นก็ตรงกับตัวเธอทุกประการ
ด้วยเหตุนี้ต่งต่งจึงรู้สึกงุนงงเป็นอย่างมาก
เพราะเธอไม่รู้เลยว่าอิทธิฤทธิ์ "อัญเชิญเจ้าแห่งดินแดนงูปรารถนา" นั้น แท้จริงแล้วมันคืออิทธิฤทธิ์อะไรกันแน่
เธอทำไม่เป็นสักหน่อย!
แถมก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลยด้วย
"เจ้ากำลังดูอะไรอยู่หรือ?" ถานซูฉางปรากฏกายขึ้น เขาเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ เพราะเขามองออกว่าเด็กสาวคนนี้กำลังเหม่อลอย
ต่งต่งได้ยินเสียงก็หันมาเห็นถานซูฉาง เธอไม่ได้ถามว่าเขาหายไปไหนมาสามวัน แต่กลับถามขึ้นว่า "ท่านมองเห็นกรอบตรงหน้าข้าไหม?"
เพราะเรื่องนี้ทำให้เธออยากรู้มากกว่า
"กรอบอะไรหรือ?" ถานซูฉางประหลาดใจ แต่ในใจก็พอจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้
"ท่านก็มองไม่เห็นหรือ?" จากนั้นต่งต่งก็อธิบายรายละเอียดของกรอบข้อความให้ถานซูฉางฟังอย่างละเอียด
เมื่อฟังจบ ถานซูฉางก็เข้าใจทันทีว่านี่เป็นฝีมือของโลกเกมพิศวง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะดินแดนทั้งสามไม่มีอยู่อีกต่อไป หรือเป็นเพราะมันได้หลอมรวมเข้ากับฟ้าดินแห่งวิถีผีอันรุ่งเรืองแห่งนี้ กรอบหน้าต่างสถานะผู้เล่นส่วนตัวของโลกเกมพิศวงจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไปด้วย
เขาจึงเอ่ยถามขึ้น "แล้วเจ้าได้รับภารกิจอะไรบ้างไหม?"
"มีสิ!"
ต่งต่งพยักหน้าหงึกๆ แล้วชี้ไปที่เขาอู๋ถงซึ่งอยู่เบื้องหน้า "มันบอกให้ข้าจัดการทำลายที่นี่ให้สิ้นซาก"
อันที่จริงโลกเกมพิศวงมีตัวเลือกภารกิจให้ต่งต่งซึ่งเป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวในตอนนี้ถึงสามตัวเลือก
แต่เพราะเด็กสาวเพิ่งจะโต้เถียงกับผู้บำเพ็ญเพียรของเขาอู๋ถงมาหมาดๆ พออีกฝ่ายเถียงสู้ไม่ได้ก็งัดเอาสิทธิพิเศษมาใช้อวดเบ่ง เด็กสาวจึงเลือกภารกิจที่ยากที่สุดในบรรดาสามตัวเลือก นั่นคือ ค้นหาความจริงเบื้องหลังการมีอยู่ของเขาอู๋ถง และตามล่าผีร้ายกินคนที่แท้จริงให้พบ!
"รายละเอียดภารกิจล่ะ?" ถานซูฉางถามต่อ เพราะเขารู้สึกว่าเด็กสาวคนนี้คงเล่าข้ามเนื้อหาสำคัญไปเยอะเลยทีเดียว
"ค้นหาให้พบว่าทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่ แล้วก็หาผีร้ายกินคนให้เจอตัวหนึ่ง" ต่งต่งลดเสียงลงและพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"เรื่องแค่นี้เอง เขาอู๋ถงก็คือค่ายกลสังเวยชนิดหนึ่ง เป้าหมายคือการรวบรวมพลังวิญญาณหยินและช่วงชิงแก่นแท้พลังชีวิตของคนหนุ่มสาว เพื่อให้ผู้บำเพ็ญเพียรเฒ่าคนหนึ่งในเขาอู๋ถงสามารถทะลวงระดับขึ้นเป็นราชันผีได้ในคราวเดียว" ถานซูฉางกวาดสายตามองเพียงแวบเดียวก็รู้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของเขาอู๋ถงแห่งนี้จนหมดเปลือก
อย่างไรเสียนี่ก็อยู่ในอาณาเขตดินแดนงูปรารถนาของเขา
ในฐานะเจ้าแห่งดินแดนงูปรารถนา ไม่มีสิ่งใดในที่แห่งนี้จะเล็ดลอดสายตาเขาไปได้ ต่อให้เป็นสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน แค่มองเพียงปราดเดียวก็รู้แจ้งทะลุปรุโปร่ง
"งั้นพวกเรามาถล่มที่นี่ให้ราบเป็นหน้ากลองกันเถอะ!" ต่งต่งเสนอขึ้นมาทันที เธอเบิกตากลมโตสุกใสราวน้ำค้างในฤดูใบไม้ร่วงจ้องมองถานซูฉางอย่างกระตือรือร้น
ท่าทีนี้ทำเอาถานซูฉางต้องหันไปมองเธออีกรอบ ผู้บำเพ็ญเพียรมารนี่ช่างโหดเหี้ยมจริงๆ! โดยเฉพาะผู้ฝึกกระบี่สายมาร!
เขาจึงเอ่ยถามขึ้น "เจ้ามีความแค้นส่วนตัวอะไรกับเขาอู๋ถงหรือเปล่า?"
"ไม่มีเลย!"
"เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อไหม?" ถานซูฉางกลอกตาใส่เธอ
"ข้าเดาว่าท่านต้องเชื่อ" ต่งต่งพยักหน้าอย่างแรง
ได้ยินเช่นนั้น ถานซูฉางก็รู้ได้ทันทีว่าทั่วทั้งร่างของเด็กสาวคนนี้คงมีแค่ปากของเธอนี่แหละที่แข็งที่สุด เขาจึงสะบัดแขนเสื้อเบาๆ ทันใดนั้น "เทพโลหิต" จำนวนมหาศาลก็พุ่งทะลักออกมา
จากนั้นเทพโลหิตเหล่านี้ก็หลอมรวมกันกลายเป็นลูกปัดหนึ่งเม็ด
"ลูกปัดเม็ดนี้สามารถให้เจ้าเรียกเทพโลหิตออกมาได้แปดพันร่าง เทพโลหิตแต่ละร่างมีตบะญาณสิบปี" ถานซูฉางกล่าว
เขามีเทพโลหิตอยู่ถึงหนึ่งแสนร่าง สองหมื่นร่างอยู่ในแดนเซินซิ่ว ตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้ เขาจึงตัดสินใจมอบเทพโลหิตเหล่านี้ให้เด็กสาวคนนี้ไปเสียเลย
ความจริงลูกปัดเม็ดนี้มีเทพโลหิตอยู่ถึงแปดหมื่นร่าง แต่เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กสาวคนนี้ตาเป็นประกายแล้วเอาไปก่อเรื่องวุ่นวาย เขาจึงบอกไปแค่แปดพันร่างเท่านั้น
พอได้ยินว่าในลูกปัดเม็ดนี้มีเทพโลหิตถึงแปดพันร่าง ต่งต่งก็แอบดีใจอยู่ในใจ เธอรีบคำนวณแผนการในหัวอย่างรวดเร็ว
แต่ไม่นานเธอก็ต้องพบกับความน่าเสียดายที่ว่า เทพโลหิตแปดพันร่างนี้ยังห่างไกลจากเป้าหมายที่เธอต้องการจะยึดครองดินแดนตั้งตนเป็นใหญ่อยู่มากโข
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีตั้งแปดพันร่าง ถึงจะยึดดินแดนไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็พอจะยึดภูเขาสักลูกตั้งตนเป็นใหญ่ได้สบายๆ
ดังนั้นเด็กสาวจึงรับลูกปัดเม็ดนั้นมาด้วยความเบิกบานใจ
และเมื่อลูกปัดตกถึงมือ ต่งต่งก็สังเกตเห็นทันทีว่าใน "กรอบ" ตรงหน้าเธอมีข้อความบรรทัดใหม่เพิ่มขึ้นมา
ของวิเศษระดับเซียนวิถีฉื้อเฉวียน: สร้างขึ้นจากอิทธิฤทธิ์อันยิ่งใหญ่ของเจ้าแห่งดินแดนงูปรารถนา หากดึงอานุภาพออกมาใช้จนถึงขีดสุด ต่อให้ราชันผีระดับสูงสุดห้าตนในอดีตที่แกล้งตายหลบหนีไปจะหวนกลับมา ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของของวิเศษชิ้นนี้!
เมื่อได้เห็นข้อความบรรทัดนี้ ต่งต่งก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามองถานซูฉางที่ยืนอยู่ข้างๆ
ผู้บำเพ็ญเพียรมารคนนี้ก็คือเจ้าแห่งดินแดนงูปรารถนาอย่างนั้นหรือ?
"เจ้ามองหน้าข้าทำไม?" แน่นอนว่าถานซูฉางสังเกตเห็นสายตาของเด็กสาวที่เปลี่ยนไปได้ในทันที
"ราชันผีระดับสูงสุดห้าตนคืออะไรหรือ?" ต่งต่งเอ่ยถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย
"ราชันผีระดับสูงสุดห้าตนอย่างนั้นหรือ?"
เมื่อได้ยินถานซูฉางก็ไม่ได้แปลกใจอะไรนัก อย่างไรเสียเด็กสาวคนนี้ก็อยู่ที่นี่มาสามวันแล้ว จะไปได้ยินเรื่องพวกนี้มาจากที่ไหนสักแห่งก็เป็นเรื่องปกติ
เขาจึงเล่าเรื่องราวที่ตนเองรู้ให้เด็กสาวฟังอย่างคร่าวๆ
ทว่าเขาเน้นย้ำถึงเรื่องทัณฑ์ห้าประการเป็นพิเศษ
ถานซูฉางที่เคยผ่านทัณฑ์ห้าประการมาแล้ว ตอนนี้เขาเข้าใจถึงเป้าหมายที่แท้จริงของมันอย่างถ่องแท้
ด่านเคราะห์แต่ละชั้น เป้าหมายสำคัญที่สุดก็คือการขจัดสันดานดิบของภูตผีออกไปให้สิ้น อย่างเช่นทัณฑ์สรรพสัตว์ที่หมายถึงการทำลายความเป็นมนุษย์ในหมู่ผี และทัณฑ์สังหารที่หมายถึงความกระหายเลือดในหมู่ผี!
เมื่อผ่านทัณฑ์ห้าประการไปได้ ก็จะสามารถหลอมรวมพลังวิญญาณหยินเข้ากับพลังหยางบริสุทธิ์ ทำให้พลังวิญญาณหยินในร่างแปรเปลี่ยนเป็นปราณม่วงทั้งร่าง
ที่เขาเรียกว่าระดับปราณม่วงมาเยือนนั้น เป็นชื่อที่สมกับความเป็นจริงอย่างแท้จริง
[จบแล้ว]