เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1874 นี่คุณ... มองและคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงแบบไหนกันฮะ?!

ตอนที่ 1874 นี่คุณ... มองและคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงแบบไหนกันฮะ?!

ตอนที่ 1874 นี่คุณ... มองและคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงแบบไหนกันฮะ?!


ตอนที่ 1874 นี่คุณ... มองและคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงแบบไหนกันฮะ?!

แม้คำประชดประชันเหล่านั้นจะทำให้มุมปากของ เจียงเฉิง ยกโค้งเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์กว้างขึ้นกว่าเดิมเพียงใด ทว่าภายนอกเขากลับยังคงท่าทีเยือกเย็นเอาไว้อย่างแนบเนียน

“ผมคุยโวตรงไหนกันครับ? เรื่องที่ผมอึดน่ะมันคือข้อเท็จจริงล้วนๆ! เพียงแต่ว่า... ในเมื่อตอนนี้ผมอยู่ตัวคนเดียว ถ้าไม่ไปนอน คุณจะให้ผมเอาเวลาไป ‘ทำ’ อะไรได้ล่ะครับ?”

เมื่อเห็นเขายังคงลอยหน้าลอยตาทำเป็นหมดอารมณ์ และไม่สนใจเธอจริงๆ ชิว อี้เหอ ก็ยิ่งขมวดคิ้วจ้องเขาเขม็ง: “แล้วคุณ... คิดว่ายังไงล่ะ?”

เจียงเฉิง แสร้งถอนหายใจเฮือกใหญ่: “เฮ้อ! เอาเถอะครับ สำหรับผมแล้ว สาเหตุที่ไม่อยากแตะต้องตัวหรือยุ่งกับคุณในตอนนี้ ก็เพราะผม ‘ไม่ชอบปัญหา’ ที่จะตามมาทีหลังก็เท่านั้นเอง...”

พูดกันตามตรง หากผู้หญิงที่กำลังทอดสะพานอยู่ตรงนี้เป็นคนอื่น ป่านนี้เขาคงกระชากแขนลากขึ้นเตียงเพื่อจัดหนักไปนานแล้ว!

แต่เพื่อป้องกันปัญหาบานปลาย สำหรับแม่สาวตำรวจคนนี้ เขาจำเป็นต้องสะกดกลั้นอารมณ์เพื่อเคลียร์เรื่อง ‘สถานะ’ ให้ชัดเจนเสียก่อน

เพราะขืนความสัมพันธ์ครั้งนี้แพร่งพรายไปถึงหูผู้ใหญ่ของ ‘สองตระกูล’ เข้า มีหวังเขาเองนี่แหละที่จะถูกพ่อแม่ด่าทอจนหูชาแน่นอน!

“หมายความว่ายังไงคะ?” คิ้วของ ชิว อี้เหอ ขมวดมุ่นจนแทบผูกโบ

เจียงเฉิง ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปประชิดตัวเธอ เขาก้มลงจ้องมองเธอจากมุมที่สูงกว่า

“คุณไม่รู้เหรอครับว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูลเราเป็นยังไง? ตัวผมเองยังหนุ่มแน่นอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ และคุณก็เพิ่งวิเคราะห์ไปหยกๆ ไม่ใช่เหรอว่าระดับผมไม่ ‘ขัดสนเงินทอง’ ดังนั้นเรื่อง ‘ผู้หญิง’ ผมย่อมมีพร้อมสรรพและไม่เคยขาดแคลน... จริงไหมล่ะครับ?”

พวงแก้มของ ชิว อี้เหอ ร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลนในชั่วพริบตา!

ความรู้สึกอับอายและโกรธเคืองผสมปนเปกับความน้อยเนื้อต่ำใจที่ยากจะอธิบาย มันพุ่งพล่านขึ้นสู่สมองอย่างรุนแรง

ปลายนิ้วที่บีบชายเสื้อเอาไว้เกร็งแน่นจนข้อต่อนิ้วกลายเป็นสีขาวซีด!

เธอช้อนสายตาขึ้นถลึงมองใบหน้าของ เจียงเฉิง ที่กำลังโน้มลงมา หางตาของเธอแดงระเรื่อและรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาจากอารมณ์ที่พุ่งพล่าน

น้ำเสียงของเธอทั้งร้อนรนและเกรี้ยวกราด: “แล้วใคร... ใครบอกให้คุณมารับผิดชอบกันฮะ?! นี่คุณเห็นฉันเป็นผู้หญิงหน้าด้านแบบไหนกันแน่!”

แน่นอนว่าเธอเข้าใจความหมายที่ เจียงเฉิง สื่อเป็นอย่างดี เขากำลังกังวลว่าเธอจะเป็นพวกที่เกาะติดไม่ยอมปล่อย

กลัวว่าหลังจากเธอเผด็จศึกเขาได้แล้ว เธอจะงัดมุกบีบน้ำตาโวยวายลากผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาเกี่ยวเพื่อเรียกร้อง ‘สถานะ’ ให้ตัวเองสินะ!

แต่ในหัวของเธอไม่เคยมีความคิดพรรค์นั้นเลยแม้แต่นิดเดียว!

ในมุมมองของเธอ ลำพังแค่ต้องทำเรื่อง ‘อย่างว่า’ กับ เจียงเฉิง เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ มันก็น่าอับอายมากพออยู่แล้ว

แล้วเรื่องอะไรเธอต้องเอาเรื่องน่าขายหน้านี้ไปป่าวประกาศให้พวกผู้ใหญ่รับรู้อีกเล่า!

เธอไม่ใช่พวกผู้หญิงเจนจัดหรือสาวไซด์ไลน์ที่ช่ำชองเสียหน่อย เธอเป็นถึงสาวที่บริสุทธิ์ผุดผ่องเชียวนะโว้ย!

สิ่งที่ทำให้เธอโกรธและน้อยใจที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลบ้าบอนั่น แต่มันคือการที่ ‘เสน่ห์’ ของเธอมันดูไร้ค่าในสายตาของเขาต่างหาก!

เมื่อเห็นท่าทางเหมือน ‘แมวขู่ฟ่อ’ ที่พยายามปั้นหน้าเข้มแข็ง ประกายความขบขันในดวงตาของ เจียงเฉิง ก็แทบจะล้นทะลักจนซ่อนไม่มิด

เขาเอื้อมมือออกไป ใช้ปลายนิ้วแตะเกลี่ยลงบนใบหูที่แดงก่ำของเธออย่างแผ่วเบา

สัมผัสที่ส่งผ่านปลายนิ้วนั้นทั้งอุ่นซ่านและเนียนนุ่มจนใจสั่น และเมื่อถูกสัมผัสจุดที่ ‘ไวต่อความรู้สึก’ ชิว อี้เหอ ก็รีบหดคอหลบโดยสัญชาตญาณทันที!

แสงไฟสีเหลืองนวลอบอุ่นภายในห้องชงชาช่วยขับเน้นโครงหน้าของ เจียงเฉิง ให้ดูอ่อนโยนลงก็จริง…

ทว่าสายตาที่แฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและความเย้ายวนของเขากลับแผ่ซ่านออกมาพันธนาการเธอไว้จนแทบหายใจไม่ออก!

ด้วยระยะที่แนบชิดขนาดนี้ เธอถึงขั้นได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้ซีดาร์ ผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมและแอลกอฮอล์จางๆ ที่โชยออกมาจากร่างกายของเขาได้อย่างชัดเจน

“ไม่ต้องการให้ผมรับผิดชอบ... คุณแน่ใจ และยืนยันคำนั้นจริงๆ นะ?”

เมื่อสัญชาตญาณจับได้ถึงความลิงโลดที่ซุกซ่อนอยู่ในน้ำเสียงของเขา เปลวเพลิงแห่งโทสะในใจของ ชิว อี้เหอ ก็ยิ่งโหมกระพือหนักขึ้นไปอีก!

เธอขบเม้มริมฝีปากล่างแน่นก่อนจะรวบรวมความกล้าฝืนใจเงยหน้าสบตากับเขาอย่างไม่ลดละ

น้ำเสียงของเธอดื้อรั้นและแฝงแววเทหน้าตักอย่างชัดเจน

“ก็ไม่จำเป็นต้องมารับผิดชอบอะไรอยู่แล้วนี่คะ! เรื่องคืนนี้มันก็แค่ ‘การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์’ ระหว่างเราเท่านั้น! คุณช่วยฉันจัดการเรื่องชิวลี่ ส่วนฉันก็ยอมรักษาสัญญาตอบแทนคุณ... มันก็แค่นั้น!”

“ในเมื่อคุณชายใหญ่เจียงขี้เกียจจะเจอ ‘ปัญหา’ ขนาดนั้น... อย่าบอกนะว่าคุณแอบหลงตัวเองว่าคนอย่างชิว อี้เหอ จะไปตามตื๊อเกาะติดคุณน่ะ?!”

เมื่อเห็นว่าเธอ ‘เข้าใจ’ จุดยืนของเขาอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว เจียงเฉิง ก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาชักมือกลับพลางขยับตัวถอยห่างไปเอนหลังพิงขอบโต๊ะชงชา

สอดมือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกง บุคลิกกลับมาดูสบายๆ ไร้แรงกดดันดังเดิม

“ถูกต้องครับ! นิสัยและกฎเกณฑ์ของผมคุณก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้ว ถ้าเป็นความสัมพันธ์แบบต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์และไม่มีข้อผูกมัด เราก็ร่วมมือกันได้เสมอครับ!”

“แต่ถ้าเป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบอื่น... ผมคงต้องขอแสดงความเสียใจและปฏิเสธเอาไว้ล่วงหน้าเลยล่ะ...”

เมื่อได้ยินการ ‘ตีกรอบ’ ที่แสนเย็นชานั้น หัวใจของ ชิว อี้เหอ พลันปวดหนึบและชาวาบ เธอรู้ตัวดีว่าคำพูดเมื่อครู่ของตนเองได้เดินเกมพลาดจนตกลงไปใน ‘หลุมพราง’ ที่เขาจงใจขุดไว้เข้าอย่างจัง!

ทว่า... ในเมื่อคำพูดถูกพ่นออกไปแล้ว ขืนเธอจะมาพลิกลิ้นหรือกลืนน้ำลายตัวเองตอนนี้ ก็คงจะเสียหน้าจนเกินรับไหว!

อีกทั้งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เธอถูก เจียงเฉิง กดขี่บีบคั้นมาโดยตลอด ภายในใจจึงเต็มไปด้วยความปรารถนาที่จะ ‘เอาคืน’ เขาให้จงได้!

เอาเข้าจริงเธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงหัวโบราณหรือพวกอนุรักษนิยมขนาดนั้น นับตั้งแต่วินาทีแรกที่กล่าวคำปฏิญาณตนเพื่อเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติด เธอก็พร้อมจะโยนชีวิตและเลือดเนื้อทิ้งไปตั้งนานแล้ว!

เป้าหมายชีวิตแบบคนปกติอย่างการแต่งงาน หรือมีลูกจึงไม่เคยอยู่ในแผนการของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว

สำหรับอาชีพที่ต้องเอาชีวิตไปแขวนอยู่บนเส้นด้ายเช่นนี้ การมีครอบครัวหรือพันธะกลับจะเป็น ‘ภาระและจุดอ่อน’ เสียมากกว่า และถ้าเด็กคนไหนต้องโชคร้ายมีแม่ที่เสี่ยงตายได้ทุกเมื่อแบบเธอ…

ชีวิตของเด็กคนนั้นคงเป็นเรื่องที่น่าเศร้าเหลือเกิน ไม่แปลกเลยที่เจ้าหน้าที่ในสายงานนี้จะมีอัตราการแต่งงานที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

ชิว อี้เหอ สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ เธอเชิดคางขึ้นจ้องมองเขาอย่างท้าทาย

“ในเมื่อฉันลั่นวาจาไปแล้ว ฉันก็ย่อมทำตามคำพูดสิ! เป็นอะไรไปล่ะ? อย่าบอกนะว่าระดับคุณชายใหญ่เจียงเกิดอาการ ‘ปอดแหก’ ไม่กล้าลงมือขึ้นมาเสียแล้ว?”

เมื่อคำยั่วยุถูกยกระดับมาจนถึงขั้นนี้ เจียงเฉิง ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้อง ‘รั้งรอ’ หรือปฏิเสธอีกต่อไป!

“ไม่กล้างั้นเหรอ?”

เจียงเฉิง แค่นหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอ เขาผละออกจากขอบโต๊ะก้าวประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว ยื่นมือออกไปใช้ปลายนิ้วบีบเชิดคางของเธอขึ้นมาอย่างแผ่วเบา

ใบหน้าของเขาโน้มเข้ามาใกล้ชิดจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียว ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดอยู่เหนือริมฝีปากของเธอ

“ผู้กองชิว... สำหรับคำว่า ‘ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์’ ในคืนนี้น่ะ ผมเกรงเหลือเกินว่า ‘ผลประโยชน์’ ที่คุณต้องจ่ายให้ผม... คุณจะไม่มีปัญญาจ่ายและรับมันไม่ไหวน่ะสิครับ”

พวงแก้มของ ชิว อี้เหอ พลันร้อนผ่าวแดงก่ำด้วยความขัดเขินแกมอับอาย เธอรีบยกมือหมายจะผลักแผงอกของเขาออก

ทว่า เจียงเฉิง กลับว่องไวกว่า เขาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเธออย่างง่ายดาย ก่อนจะกดรวบมือทั้งสองข้างไว้ข้างลำตัวเธออย่างแน่นหนา!

เธอพยายามดิ้นรนขัดขืนอยู่สองสามครั้ง แต่เมื่อพบว่าไร้ผลจึงทำได้เพียงถลึงตาจ้องมองเขาอย่างดื้อรั้น ทว่าภายใต้แววตาดุดันนั้นกลับซุกซ่อนความตื่นตระหนกและความหวั่นไหวที่แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่ทันสังเกตเห็น!

“เหอะ! เลิกพ่นน้ำลายเก่งแต่ปากได้แล้ว! คุณหลงตัวเองจริงๆ เหรอว่าจะมีน้ำยาจัดหนักได้ถึงเก้าครั้งในคืนเดียวจริงๆ น่ะ? คุณมัน...”

แต่ยังไม่ทันที่คำท้าทายจะหลุดจากปาก สายตาของ เจียงเฉิง ก็เลื่อนต่ำลงล็อกเป้าหมายไปที่ริมฝีปากที่กำลังเผยอขยับของเธอทันที!

นัยน์ตาของเขาหรี่ลงจนเข้มจัด ปลายนิ้วที่เชิดคางเธออยู่เริ่มออกแรงลูบไล้ริมฝีปากนุ่มอย่างแผ่วเบาและเย้ายวน จังหวะหัวใจของ ชิว อี้เหอ กระตุกวูบจนหยุดเต้นไปหนึ่งจังหวะ!

คำด่าทอทั้งหมดถูกกลืนหายและจุกอยู่ที่ลำคอ แม้แต่ลมหายใจเธอก็ยังต้องแปรเปลี่ยนเป็นเชื่องช้าและระมัดระวังถึงที่สุด!

บรรยากาศในห้องชงชาเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน แสงไฟสีเหลืองนวลสอดประสานเข้ากับมวลอากาศอันแสนรัญจวนโอบล้อมพันธนาการร่างของทั้งคู่ไว้หนาแน่น

ความรู้สึกของการต่อรองหรือเดิมพันทางการเมืองเมื่อครู่... ในวินาทีนี้กลับถูกความใกล้ชิดสนิทสนมหลอมละลายแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นความปรารถนาที่ลึกล้ำจนยากจะอธิบาย!

เจียงเฉิง ค่อยๆ โน้มกายลงมาก่อนที่ริมฝีปากอันแสนนุ่มนวลและอุ่นซ่านของเขาจะทาบทับลงบนริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม

เมื่อเทียบกับจูบอันเร่าร้อนดุดันในครั้งก่อนๆ สัมผัสในครั้งนี้กลับนุ่มนวลอ่อนโยนเสียจนร่างกายของ ชิว อี้เหอ ถึงกับแข็งทื่อไปชั่วพริบตา!

นี่มันหมายความว่ายังไงกัน?!

ทำไมเขาถึงมอบจูบที่อ่อนหวานถึงเพียงนี้ให้เธอเล่า?

ทั้งที่เมื่อครู่เขายังเพิ่งพ่นคำพูดที่แสนเย็นชาไร้เยื่อใยใส่เธออยู่แท้ๆ แล้วเหตุใดตอนนี้เขาถึงกลับตาลปัตรแสดงท่าทีหวงแหนเธอได้ถึงขนาดนี้!

ไอ้ผู้ชายเฮงซวยที่ชื่อ เจียงเฉิง คนนี้... ช่างเชี่ยวชาญในการปั่นหัวและควบคุมใจคนได้เก่งกาจเหลือเกิน!

แม้ภายในใจจะพ่นคำด่าทอสาปแช่งความกะล่อนของเขาเพียงใด ทว่า ‘ร่างกาย’ ของเธอกลับซื่อสัตย์ ตอบสนองต่อสัมผัสของเขาด้วยการอ่อนระทวยลงอย่างรวดเร็ว

ถึงปากจะยืนยันหนักแน่นว่านี่คือการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์และคอยป่าวประกาศว่า ‘ฉันไม่แคร์’ ก็ตามเถอะ…

แต่ในยามที่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันจริงๆ หากอีกฝ่ายปฏิบัติกับเธอราวกับเป็นเพียงเครื่องมือระบายความใคร่ไร้ชีวิตจิตใจ ภายในใจของผู้หญิงไม่ว่าใครย่อมต้องรู้สึกเจ็บปวดและบอบช้ำเป็นธรรมดา

ทว่าเมื่อได้รับการปรนนิบัติด้วยรสจูบอันแสนละมุนและความเอาใจใส่อย่างที่ เจียงเฉิง กำลังทำอยู่นี้

มันไม่เพียงทำให้เธอรู้สึกถึงการถูกให้ค่าเท่านั้น แต่มันยังทำให้เธออดไม่ได้ที่จะแอบภาคภูมิใจในเสน่ห์ของตัวเองอีกด้วย!

นั่นยิ่งช่วยจุดชนวนให้ความต้องการที่จะเอาชนะภายในใจของ ชิว อี้เหอ พลันลุกโชนรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีกระดับ!

มุมปากของเธอค่อยๆ ยกโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มบางก่อนจะหลับตาลงปล่อยให้เขารุกล้ำตักตวงความหวานจากริมฝีปากได้อย่างเต็มที่ และในขณะเดียวกัน เธอก็เริ่มลอกเลียนแบบสัมผัสของเขา เป็นฝ่ายจูบตอบอย่างดูดดื่มไม่แพ้กัน!

ที่ด้านนอกหน้าต่าง แสงสว่างจากภายในห้องชงชาสาดส่องจนเกิดเงาของทั้งสองทาบทับและแนบชิดกันอยู่บนบานหน้าต่างกระดาษ

ในทุกจังหวะที่ขยับเขยื้อนเพียงเล็กน้อย เงาของคนทั้งคู่ก็ยิ่งสอดประสานทาบทับจนแยกไม่ออกว่าส่วนไหนเป็นของใคร มันหลอมรวมกลายเป็นภาพเงาซิลูเอตแห่งความเสน่หาที่เย้ายวนรัญจวนใจอย่างถึงที่สุด!

……………………………………………

ในเวลานี้ บริเวณระเบียงทางเดินที่ห่างจากประตูห้องชงชาเพียงไม่กี่ก้าว เซี่ยลี่ ยังคงยืนสงบนิ่งทิ้งแขนลงข้างลำตัวอย่างสำรวมและเงียบเชียบ

นับตั้งแต่วินาทีแรกที่ เจียงเฉิง ก้าวเข้าไปในห้องเธอก็เฝ้าคอยอยู่ที่ระเบียงแห่งนี้มาตลอด เพื่อเตรียมพร้อมหากนายน้อยต้องการขนมหรือของว่างชุดใหม่ เธอก็จะเข้าไปรับใช้ได้ทันที

แต่ทว่าในตอนนี้ เมื่อเธอได้บังเอิญเห็นภาพ เจียงเฉิง และชิว อี้เหอ กอดจูบกันอย่างดูดดื่มเช่นนั้น…

สีหน้าเยือกเย็นสงบนิ่งของเธอก็พลันพังทลายลงในชั่วพริบตา!

แม้สิ่งที่เห็นจะเป็นเพียง ‘ภาพเงา’ บนหน้าต่างกระดาษ ทว่าเงาสองร่างที่โอบรัดทาบทับกันอย่างใกล้ชิดและลึกซึ้งขนาดนั้น

โดยเฉพาะท่วงท่าที่เขาก้มลงประกบจูบเธอ! ลำพังแค่ภาพเงาเหล่านั้นก็มีอานุภาพเพียงพอจะทำให้คนมองจินตนาการถึงความเร่าร้อนรัญจวนที่กำลังเกิดขึ้นภายในห้องได้อย่างทะลุปรุโปร่ง!

ปลายนิ้วของเธอเผลอกำหมัดแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีดและเห็นเส้นเลือดชัดเจน

ความรู้สึกเย็นยะเยือกแผ่ซ่านจากฝ่ามือลามผ่านปลายนิ้วเข้าสู่ร่างกายอย่างช้าๆ พร้อมกับความปวดหนึบขมขื่นที่เริ่มก่อตัวกัดกินไปทั่วทั้งหัวใจ

แต่ทว่า... เมื่อเวลาผ่านไปเพียงนาทีเดียว กลิ่นอายรอบตัวเธอก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มและตึงเครียดมากยิ่งขึ้น!

ความรู้สึกปวดหนึบในคราแรกพลันถูกเจือจางแทนที่ด้วยความร้อนผ่าว! ใบหน้าเรียบเฉยเย็นชาพลันถูกอาบย้อมด้วยสีแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเงียบเชียบและไม่อาจควบคุม!

ร่างกายของ เซี่ยลี่ เริ่มร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างน่าประหลาด แม้แต่จังหวะหายใจก็หอบถี่และเร่งรีบขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอคงกำลังถูกภาพเงาอันเร่าร้อนบนบานหน้าต่างนั้น กระตุ้นอย่างหนักหน่วงเข้าให้แล้ว!

สายลมยามค่ำคืนที่พัดผ่านระเบียงทางเดิน ลูบไล้เส้นผมปรกหน้าผากของเธอไปอย่างแผ่วเบา แต่มันกลับไม่สามารถดับความรุ่มร้อน และความวุ่นวายสับสนที่แผดเผาอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจเธอได้เลยสักนิด

ทำไมกันนะ... ทำไมทุกครั้งที่เห็น เจียงเฉิง ใกล้ชิดสนิทสนมกับบรรดาผู้หญิงข้างกาย เธอถึงต้องมีปฏิกิริยาที่ทนไม่ได้เช่นนี้ทุกครั้งไป!

เซี่ยลี่ เริ่มหวาดกลัวและแอบสงสัยตัวเองแล้วว่า หรือเธอจะถูก ‘ทำคุณไสย’ เข้าให้แล้วจริงๆ?!

ในใจเธออยากจะสับเท้าวิ่งหนีกลับห้องไปให้พ้นๆ แต่ทว่าเธอก็ไม่กล้าทิ้งหน้าที่ เพราะกังวลว่าหากอีกสักพัก เจียงเฉิง เรียกใช้หรือมีธุระขึ้นมา เธอจะไม่ได้อยู่รับใช้เขาตรงนี้!

…………………………………………

ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งของ ฟางหยวน ที่เพิ่งกลับถึงโรงแรม เธอก็ตกอยู่ในสภาวะอารมณ์ที่คล้ายคลึงกันไม่ผิดเพี้ยน

หลังจากพิมพ์ข้อความรายงานเรื่องราวความสนุกในค่ำคืนนี้ส่งให้ โจวอิ่ง รับทราบเสร็จสิ้น เธอก็รีบผุดลุกขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเสียเวลาหยิบชุดนอน

ฟางหยวน วิ่งหน้าตั้งพุ่งพรวดตรงดิ่งเข้าห้องน้ำทันที!

ในหัวสมองของเธอตอนนี้อัดแน่นไปด้วยเสียงครางแห่งความสุขของ เจียงเฉิง และเสียงครางที่หลุดออกมาจากปากของเธอเองที่ยังดังก้องวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาไม่ยอมหาย!

และเพื่อไม่ให้ ‘สัมผัส’ อันแสนเสียวซ่านเหล่านั้นจางหายไปอย่างสูญเปล่า…

ฟางหยวน จึงตัดสินใจเด็ดขาดว่าเธอจะนำ ‘ทักษะ’ และ ‘ลีลา’ ที่ เจียงเฉิง เพิ่งใช้ปรนนิบัติเธอเมื่อครู่มาประยุกต์และลอกเลียนแบบเพื่อมอบความสุขเป็นรางวัลให้แก่ตัวเองในห้องน้ำให้จงได้!

ใช่แล้วล่ะ! ในอดีตที่ผ่านมา วิธีการและลีลาที่เธอเคยรู้จักหรือเคยใช้มันช่างเป็นรูปแบบที่แสนจะจืดชืดและจำเจซะเหลือเกิน!

จนกระทั่งวินาทีนี้นี่แหละ เธอก็ได้ค้นพบและเบิกเนตรเสียที... ว่าแท้จริงแล้วเรื่องพรรค์นี้น่ะ มันสามารถพลิกแพลง ประยุกต์ใช้ และมีท่วงท่าลีลาที่หลากหลายตื่นตาตื่นใจได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ!

จบบทที่ ตอนที่ 1874 นี่คุณ... มองและคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงแบบไหนกันฮะ?!

คัดลอกลิงก์แล้ว