เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1862 คุณสวมใส่ชุดนี้... ได้ดูสวย และเหมาะสมมากจริงๆ

ตอนที่ 1862 คุณสวมใส่ชุดนี้... ได้ดูสวย และเหมาะสมมากจริงๆ

ตอนที่ 1862 คุณสวมใส่ชุดนี้... ได้ดูสวย และเหมาะสมมากจริงๆ


ตอนที่ 1862 คุณสวมใส่ชุดนี้... ได้ดูสวย และเหมาะสมมากจริงๆ

...หมายความว่ายังไงกันฟะ?

แม่สาวคนนี้... หล่อนหมายความว่ายังไงกันแน่เนี่ย?!

น้ำเสียงและท่าทางเมื่อครู่นี้ ฟังยังไงก็ไม่เหมือนคนที่กำลังหาเรื่องทะเลาะต่อเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับฟังดูเหมือนหล่อนกำลังตั้งใจจะมอบ ‘เฟิร์สต์บลัด’ (พรหมจรรย์) และถวายตัวให้เขาเสียอย่างนั้น!

เขาคงไม่ได้หูฝาดหรือตีความพลาดไปเองหรอกใช่ไหม?

เอาเถอะ... แบบนี้ก็สวยสิ!

แล้วสรุปว่าหล่อนไปตกหลุมรักจนยอมศิโรราบให้เขาตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะเนี่ย?

หรือว่าลึกๆ แล้วเธอมีเรื่องคอขาดบาดตายในต่างประเทศที่อยากให้เขาออกหน้าจัดการให้จริงๆ?

ก่อนหน้านี้ เจียงเฉิง เคยคิดว่าการข้ามเส้นเข้าไปเขมือบแม่สาวแกร่งคนนี้ ก็ไม่ต่างจากการดึงสลัก ‘ระเบิดเวลา’ ดีๆ นี่เอง ก็แหม... ภูมิหลังระหว่างตระกูลเจียงกับตระกูลชิวมันใช่ย่อยที่ไหนกันล่ะ!

แต่ทว่าดูจากรูปการณ์ตอนนี้ เห็นได้ชัดเลยว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากความ ‘สมยอม’ ของเขาสักหน่อย!

ก็ในเมื่อตัวเขาเป็นฝ่าย ‘ถูกบังคับ’ ให้ต้องยื่นมือเข้าช่วย (และรับข้อเสนอของเธอ) ไม่ใช่หรือไงล่ะครับ?!

……………………………………………

ช่วงเวลาประมาณสามทุ่มเศษ เจียงเฉิง ไม่ได้เลือกขับไฮเปอร์คาร์ไปรับ ฟางหยวน แต่กลับเลือกใช้บริการ ‘Rolls-Royce’ ที่ดูเรียบง่ายกว่าเดินทางไปรับเธอที่หน้าโรงแรมอี้เหิง (Hotel Eclat) แทน

ใช่แล้ว! คุณไม่ได้ตาฝาดและอ่านไม่ผิดหรอก!

เมื่อนำไปเทียบกับรถหงฉี (Hongqi L5) หรือไฮเปอร์คาร์อย่าง Bugatti La Voiture Noire แล้ว เจ้ารถ Rolls-Royce คันนี้ถือเป็นรถที่โลว์โปรไฟล์และดูธรรมดาที่สุดในคอลเลกชันของเขาแล้วจริงๆ!

เมื่อนึกขึ้นได้ว่าจำนวนรถยนต์ส่วนตัวในปักกิ่งของเขายังมีตัวเลือกให้ใช้งานน้อยเกินไป เจียงเฉิง ก็หมายมั่นในใจว่า ถ้ามีโอกาสมาปักกิ่งอีกครั้ง เขาคงต้องไปกว้านซื้อ ‘รถใช้งานทั่วไป’ แบรนด์อื่นมาตุนเก็บไว้เพิ่มอีกสักสองสามคันซะแล้ว

และวินาทีที่ประตูรถเปิดออก ดวงตาของ เจียงเฉิง ก็ถึงกับเบิกกว้างและชะงักค้างไปทันที!

เวรเอ๊ย!... กะจะเอาของพรรค์นี้มาทดสอบจิตใจผู้เฒ่าผู้แก่(1)อย่างผมงั้นเหรอ?!

ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือ ฟางหยวน ในลุคที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน!

วันนี้เธอสวมเสื้อแขนยาวซีทรูตาข่ายสีดำสนิทไว้ด้านใน ทับด้วยเดรสสายเดี่ยวรัดรูปโทนสีเดียวกัน ซึ่งชายกระโปรงนั้นสั้นกุดจนปิดลงมาได้เพียงโคนขาเท่านั้น!

เรียวขาอันแสนยาวสลวยและตรงดิ่งถูกโอบอุ้มด้วยถุงน่องดำลายจุดที่ขับเน้นความเย้ายวนให้น่าค้นหายิ่งขึ้น ปลายเท้าสวมบูตหนังแก้วทรงสูงรับกับน่องขา

มือข้างหนึ่งถือผ้าคลุมไหล่ลายโมโนแกรมของ Louis Vuitton (LV) ส่วนอีกข้างหิ้วกระเป๋าถือเข้าชุดกันอย่างสง่างาม ออร่าของเธอในตอนนี้คือการผสมผสานระหว่าง ‘ความบริสุทธิ์’ และ ‘ความยั่วยวน’ ที่โดดเด่นจนแสงไฟรอบข้างหมองหม่นไปถนัดตา!

เมื่อถูกสายตาของ เจียงเฉิง จดจ้องที่เรียวขา และชายกระโปรงที่สั้นเสมอหูอย่างไม่วางตา ฟางหยวน ก็พลันหน้าแดงก่ำ

แม้ภายใต้กระโปรงตัวจิ๋วจะเซฟตี้ด้วยถุงน่องไว้มิดชิด แต่เธอก็ยังอดขัดเขินไม่ได้จนต้องคอยดึงรั้งชายกระโปรงที่ร่นขึ้นมาอยู่ตลอดเวลา

เธอกระซิบอธิบายด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า: “ค... คือน้าคิดว่า ในเมื่อคืนนี้เราจะไปบาร์กัน การแต่งตัวสไตล์นี้... ม... มันน่าจะเข้ากับสถานที่มากกว่าน่ะจ้ะ”

หลังจากกลับขึ้นห้องพัก เธอถึงขั้นเปิดแอปฯ Xiaohongshu เพื่อไล่ดูคลิปรีวิวการไปเที่ยวผับอย่างบ้าคลั่ง!

เมื่อศึกษาเรฟเฟอเรนซ์ ‘สไตล์การแต่งตัวไปบาร์’ ของพวกวัยรุ่นในแอปฯ และชั่งใจอยู่นาน ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจเดินลงไปที่ถนนคนเดินใกล้โรงแรมเพื่อกว้านซื้อชุดนี้มาสวมใส่ทันที!

เจียงเฉิง จดจ้องพิจารณาเรือนร่างของเธออยู่นานหลายวินาที ก่อนจะเอ่ยขึ้น: “รีบขึ้นรถเถอะครับ ข้างนอกลมแรง”

ฟางหยวน รีบอธิบายแก้ต่างทันที: “อ้อ! เสื้อผ้าชุดนี้น่ะ ก่อนน้าจะซื้อ น้าได้วิดีโอคอลปรึกษาอิ่งเอ๋อร์มาเรียบร้อยแล้วนะจ๊ะ สไตล์การจับคู่ชุดนี้ อิ่งเอ๋อร์เป็นคนช่วยเลือกให้น้าเองเลยละ”

เมื่อเห็น ฟางหยวน พยายามหาข้ออ้างแก้เขินซ้ำแล้วซ้ำเล่า เจียงเฉิง ก็ไม่เกรงใจอีกต่อไป

เขาปล่อยให้สายตาของตนกวาดมองสำรวจเรือนร่างเย้ายวนนั้นอย่างโจ่งแจ้ง: “อ้าว... แต่ผมจำได้ว่าตอนพาโจวอิ่งไปบาร์ครั้งแรก เธอเลือกสวมชุดเดรสยาวสีดำมิดชิดเรียบร้อยสุดๆ เลยนี่ครับ”

ฟางหยวน เก็ตความหมายที่ เจียงเฉิง สื่อทันที! ก็ในเมื่อ โจวอิ่ง แต่งตัวคอนเซอร์เวทีฟ (อนุรักษนิยม) ขนาดนั้น แต่ทำไมกับแม่ตัวเองถึงยุยงให้ใส่ชุดที่ ‘เซ็กซี่’ และเปิดเผยขนาดนี้ล่ะ!

เมื่อคิดตามได้ดังนั้น พวงแก้มของ ฟางหยวน ก็ยิ่งแดงก่ำและร้อนผ่าวหนักกว่าเดิม

โชคดีที่ เจียงเฉิง ทำเพียงปรายตาหยอกล้อแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมา: “แต่ว่า... คุณสวมชุดนี้แล้วดูสวยและเหมาะสมกับคุณมากจริงๆ ครับ”

คำชมนั้นทำให้อัตราการเต้นของหัวใจ ฟางหยวน กระตุกวูบและเต้นรัวจนควบคุมไม่ได้ เธอพึมพำ “ขอบคุณจ้ะ” เบาๆ ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนี ทำเป็นชื่นชมทัศนียภาพนอกหน้าต่างรถแทน

เมื่อครู่นี้ตอนเธอยังไม่ได้ขึ้นรถ สายตาที่ เจียงเฉิง ใช้มองมามันเต็มไปด้วยความต้องการครอบครองอย่างรุนแรงและเปิดเผย!

ขนาดเธอพยายามชวนคุยเบี่ยงเบนความสนใจ เขาก็ยังไม่ยอมละสายตาอันร้อนแรงคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย

พูดตามตรง... ความรู้สึกที่เธอไม่อาจควบคุมสถานการณ์ได้แบบนี้ ด้านหนึ่งมันทำให้เธออึดอัดกังวล แต่อีกด้านกลับทำให้เธอรู้สึกภาคภูมิใจในเสน่ห์ของตัวเองอย่างน่าประหลาด!

ทว่าหลังจากเข้ามานั่งประจำที่ในรถเรียบร้อยแล้ว ฟางหยวน กลับพบว่า เจียงเฉิง ไม่ได้มีท่าทีคุกคามหรือแสดงพฤติกรรมล้ำเส้นออกมาเลยแม้แต่น้อย

เบาะโดยสารตอนหลังของ Rolls-Royce คันนี้ถูกดัดแปลงและคัสตอมมาเป็นพิเศษ มันถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น ‘เบาะหนังแท้แบบยาวต่อเนื่อง’ โดยไม่มีคอนโซลกลางกั้น

ถึง ฟางหยวน จะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องสั่งทำรถหรูให้มีสภาพแบบนี้ แต่ในเวลานี้ เจียงเฉิง กลับนั่งตัวตรงและวางตัวได้อย่างสุภาพเรียบร้อยถึงขีดสุด!

เขายังคงนั่งชิดติดประตูรถอีกฝั่ง ทิ้งระยะห่างระหว่างเธอกับเขาให้มีช่องว่างคั่นกลางไว้...

นี่มัน... ไอ้หนุ่มน้อยคนนี้น่ะ! เมื่อกี้ตอนอยู่ข้างนอกสายตายังดูหื่นกระหายจาบจ้วงขนาดนั้นแท้ๆ แต่พอขึ้นรถมา ความเยือกเย็นและตบะของเขาทำไมถึงพุ่งสูงปรี๊ดจนดูมีมารยาทขึ้นมาได้ขนาดนี้ล่ะ?!

ความรู้สึกอันแสนซับซ้อนและย้อนแย้งปะทุขึ้นในใจเธออีกครั้ง

ด้านหนึ่งเธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังและเสียดายอยู่ลึกๆ

แต่อีกด้านกลับรู้สึกโล่งใจและยินดีแทน โจวอิ่ง ที่มีคนรักให้เกียรติขนาดนี้

เธอรู้ดีว่าความคิดของตัวเองมันช่าง ‘บ้าบอ’ เหลือเกิน แต่มันก็คือความจริงที่เกิดขึ้นในใจตอนนี้!

ถ้าคืนนั้นเธอไม่ได้บังเอิญไปนอนในห้องของ โจวอิ่ง และเจียงเฉิง ไม่ได้ ‘จำคนผิด’ จนเข้ามาลวนลามเธอ... เรื่องราวบ้าๆ และความสัมพันธ์อันลึกซึ้งที่ผิดแปลกนี้คงไม่มีวันเกิดขึ้น

ถ้าคืนนั้นพวกเขาไม่ได้ ‘ปะทะคารม’ (ใช้ลิ้น) กัน หรือเจียงเฉิง ไม่ได้จงใจแกล้งเธอด้วย ‘เกมไข่สั่น’ ในยามที่ต้องอยู่กันตามลำพังแบบนี้ บรรยากาศคงไม่กระอักกระอ่วนถึงขนาดนี้...

น่าเสียดายที่เรื่องราวมันบานปลายมาจนถึงขั้นนี้เสียแล้ว แม้ลึกๆ ฟางหยวน จะรู้สึกโหยหาและอยากสัมผัสตัวตนของเขาให้มากขึ้นเพียงใด แต่เธอก็มีสติพอจะรู้ว่าการ ‘รักษาระยะห่าง’ คือ ‘ทางออกที่ดีที่สุด’

เพราะหากก้าวพลาดเพียงก้าวเดียว มันอาจลากให้พวกเขาถลำลึกลงสู่เหวนรกจนไม่อาจหันหลังกลับได้อีกเลย...

………………………………………………

เพียงไม่นาน Rolls-Royce สุดหรูคันนั้นก็เคลื่อนมาจอดเทียบท่าหน้าประตูทางเข้าคลับ Mr. 13

ฟางหยวน ที่เดิมทีก็ประหม่าจนใจเต้นรัวอยู่แล้ว… ทันทีที่ก้าวเท้าลงจากรถแล้วเห็นกองทัพช่างภาพและผู้คนรุมล้อมกดชัตเตอร์สาดแสงแฟลชเข้าใส่ราวกับคนบ้า

สีหน้าของเธอก็พลันแข็งค้าง เธอรีบหันขวับไปมองเจียงเฉิงอย่างลุกลี้ลุกลนทำตัวไม่ถูกทันที

ทว่า เจียงเฉิง กลับไม่มีท่าทีตื่นตระหนักเลยแม้แต่น้อย

“ไม่ต้องกลัวครับ พวกเขากำลังรุมถ่ายรูป ‘รถ’ ของผมอยู่น่ะ”

คำอธิบายนั้นเป็นเพียง ‘ความจริงครึ่งเดียว’ เท่านั้น! ก็แหงล่ะ สิ่งที่พวกมนุษย์มุงกำลังรุมสาดแฟลชใส่อยู่น่ะไม่ได้มีแค่รถยนต์หรู แต่มันรวมไปถึง ‘คนดัง’ ที่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย!

แต่ต่อให้ช่างภาพพวกนั้นจะแอบถ่ายติดหน้าเขาและฟางหยวนไปได้ อีกประเดี๋ยวทีมรักษาความปลอดภัยของคลับก็จะเข้าไปจัดการ ‘บีบบังคับ’ ให้ลบรูปทิ้งจนเกลี้ยง

หรือต่อให้มีรูปหลุดรอดไปถึงโลกโซเชียล มันก็จะถูกอำนาจมืดสั่งแบนจนหายสาบสูญไปในชั่วพริบตา!

เจียงเฉิงน่ะเป็นผู้ชายแสนดีที่รักความสงบนะโว้ย เรื่องการตกเป็นเป้าสายตาบนโลกออนไลน์น่ะ เขาไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด!

แต่ทว่า… ไอ้เบื้องลึกเบื้องหลังพวกนี้เขาเล่าให้ ฟางหยวน ฟังไม่ได้ ขืนอธิบายออกไปก็เท่ากับ ‘ประจาน’ ตัวเองว่าเขาเป็นพวกช่ำชองการเที่ยวเตร่ปาร์ตี้ในสถานที่แบบนี้เป็นประจำน่ะสิ!

ระหว่างที่ทั้งคู่ก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังประตูคลับ พวกเขาสังเกตเห็นว่าหน้าทางเข้าเต็มไปด้วยกลุ่มช่างภาพรับจ้างและเหล่าสาวแซ่บสุดฮอตที่กำลังรุมล้อมถ่ายรูปกันอย่างบ้าคลั่ง

เจียงเฉิง กวาดสายตาผ่านฝูงชนไปจนพบว่า... เสิ่นล่าง, หวัง ชงชง, ฉินเฟิน และวังเจิ้ง ทั้งสี่คนกำลังยืนปักหลักจับกลุ่มคุยกันอยู่หน้าประตูคลับนั่นเอง!

และที่ด้านหลังของ หวัง ชงชง ก็ยังคงมีบรรดาเน็ตไอดอลสาวสวยหุ่นแซ่บเดินตามต้อยๆ เป็นพร็อพประดับบารมีเหมือนอย่างเคย!

มิน่าล่ะ!... พวกช่างภาพสายแอบถ่ายและสาวๆ พวกนั้นถึงได้รุมล้อมกดชัตเตอร์กันบ้าคลั่งขนาดนี้

ก็แหม... การที่เหล่าลูกเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลระดับท็อปเทียร์มารวมตัวกระจุกกันอยู่แบบนี้น่ะ มันไม่ต่างอะไรกับการเอา ‘มาสคอต’ และแม่เหล็กดึงดูดสายตามาตั้งตระหง่านไว้หน้าคลับชัดๆ!

ยังไม่ทันที่ เจียงเฉิง จะพา ฟางหยวน เดินฝ่าฝูงชนเข้าไปใกล้ วังเจิ้ง ผู้มีสายตาไวราวกับเหยี่ยวก็มองเห็นและรีบโบกไม้โบกมือตะโกนทักทายมาแต่ไกล

“พี่เจียง! มาแล้วเหรอครับพี่!”

สิ้นเสียงตะโกนนั้น สายตาทุกคู่ที่ยืนอยู่บริเวณนั้นพลันหันขวับมาจ้องมอง เจียงเฉิง และฟางหยวน เป็นตาเดียว!

ถึงยามปกติ ฟางหยวน จะไม่ค่อยตามข่าวบนโลกโซเชียลนัก แต่สำหรับคนดังระดับ ‘หวัง ชงชง’ เธอก็พอจะเคยเห็นหน้าคร่าตามาบ้าง

เธอจำได้ดีว่าตอนที่รู้จัก เจียงเฉิง แรกๆ โจวอิ่ง อยากกินอาหารอินเดีย เจียงเฉิง ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทักแชตไปถามพิกัดร้านจาก หวัง ชงชง ต่อหน้าต่อตาเธอมาแล้ว

นับจากวันนั้น ฟางหยวน ก็จดจำระดับความยิ่งใหญ่และคอนเนกชันของ เจียงเฉิง ไว้ในใจเงียบๆ

และยิ่งเมื่อได้ตาม โจวอิ่ง มาถึงเมืองหลวง ได้เห็นมาตรฐานการใช้ชีวิตอันโอ่อ่าของเขา เธอก็ยิ่งกระจ่างแจ้งว่าแวดวงสังคมที่ เจียงเฉิง คลุกคลีอยู่นั้น สูงส่งและทรงอิทธิพลกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้ไม่รู้กี่ร้อยเท่า!

ดังนั้นในวินาทีนี้ เมื่อเห็นท่าทีอันแสนกระตือรือร้นและนอบน้อมที่บรรดาลูกเศรษฐีระดับท็อปมีต่อ เจียงเฉิง ฟางหยวน จึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรนัก

“โอ้โหพี่เจียง! โคตรคิดถึงพี่เลยครับเนี่ย! ไม่เจอกันนาน พี่รู้ไหมผมคิดถึงพี่ขนาดไหน...” วังเจิ้ง พุ่งตัวเข้าหาพลางแสร้งทำหน้าร่ำไห้อย่างโอเวอร์แอ็กติง

ฉินเฟิน ก็ไม่น้อยหน้า เขารีบก้าวเข้ามาผสมโรงพยักหน้าเห็นด้วยทันที: “นั่นสิครับพี่! พี่ไม่รู้หรอกว่าช่วงที่พี่ไม่อยู่เซี่ยงไฮ้ ชีวิตพวกผมมันช่างน่าเบื่อ จืดชืด และผ่านพ้นไปอย่างยากลำบากซะเหลือเกิน!”

เมื่อเห็นสองหน่อเริ่มเปิดฉากเล่นละครโชว์ความกะล่อนกันอย่างออกรส หวัง ชงชง ก็กระแอมไอเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขัดคอขึ้นทันที

“ไอ้พวกเวรนี่! เวลาจะพูดจะจา หัดคิดให้รอบคอบหรือมีมารยาทกันบ้างได้ไหมฮะ! พวกมึงจะหยุดพ่นน้ำลายแล้วเปิดโอกาสให้ ‘กู’ เป็นคนทักทายพี่เจียงก่อนไม่ได้เลยหรือไง! เล่นแย่งซีนกูไปซะหมดเกลี้ยงแบบนี้ แล้วจะให้กูเอาคำพูดที่ไหนไปประจบพี่เจียงต่อล่ะฮะ!”

ได้ยินการแย่งชิงความดีความชอบนั้น เสิ่นล่าง ก็อดไม่ได้ที่จะระเบิดหัวเราะออกมาดังลั่น

“ฮ่าๆๆ! พวกมึงก็พูดซะเวอร์เกินไป! แต่อย่าได้ฝันเลยนะโว้ยว่าจะดึงตัวพี่เจียงกลับไปเซี่ยงไฮ้ได้ง่ายๆ น่ะ! เพราะถ้าปักกิ่งแห่งนี้ขาดพี่เจียงไป ชีวิตกูคงแห้งเหี่ยวจนต้องชะเง้อคอรอพี่แกจนตาละห้อยแน่ๆ ว่ะ!”

………………………………………………

(1)[เหล่าก้านปู้ (老干部) – แปลตรงตัวว่า ‘พนักงานหรือเจ้าหน้าที่รัฐอาวุโส’ แต่บริบทสแลงจะใช้คำนี้เรียกผู้ชายที่มีบุคลิกเคร่งขรึม เจ้าระเบียบ แต่งตัวเนี้ยบ และมีไลฟ์สไตล์ที่ดู ‘แก่เกินวัย’ หรือดูจริงจังตลอดเวลา อย่างเช่น ชอบถือแก้วเก็บอุณหภูมิ อ่านหนังสือพิมพ์

    แต่ในบริบทนี้ เจียงเฉิง ใช้คำนี้เรียกแทนตัวเองเชิงประชดประชันว่า เขากำลังทำตัวเป็นผู้ทรงศีลหรือเจ้าหน้าที่ผู้เคร่งครัดที่กำลังถูกทดสอบตบะด้วยความเซ็กซี่ระดับทำลายล้างของ ฟางหยวน]

จบบทที่ ตอนที่ 1862 คุณสวมใส่ชุดนี้... ได้ดูสวย และเหมาะสมมากจริงๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว