เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 พรสวรรค์ทางธุรกิจของเฉินเซียนเหอ

บทที่ 44 พรสวรรค์ทางธุรกิจของเฉินเซียนเหอ

บทที่ 44 พรสวรรค์ทางธุรกิจของเฉินเซียนเหอ


บทที่ 44 พรสวรรค์ทางธุรกิจของเฉินเซียนเหอ

“ขอรับ”

เฉินจือรับคำสั่งแล้วถอยออกไป

ในใจเขาพอจะเดาออกแล้วว่า ผู้นำตระกูลรุ่นเยาว์จะใช้วิธีใดในการขยายประชากรหญิงในตระกูล

ใช่แล้ว นั่นคือสิ่งที่กองกำลังผู้ฝึกตนเกือบทั้งหมดในทะเลหมื่นดวงดาวกำลังทำอยู่ นั่นคือการซื้อทาสหญิงจากอาณาจักรฉู่หยุน

(ขอเปลี่ยนเป็น อาณาจักรฉู่หยุนนะครับ ในจีนใข้คำว่า 出云国 ฉู่หยุนกั๋ว 国(กั๋ว) คือประเทศ ส่วนเมืองกวงอันนั้นใช้คำว่า 广安府 กวงอันฝู  府(ฝู) ที่หมายถึงอาณาเขต สเกลทั้งสองน่าจะต่างกัน ส่วนแคว้นเซียนหยุน仙云洲 น่าจะใหญ่กว่า 洲(โจว) แปลว่ามณฑลหรือแคว้น )

สงครามระหว่างนิกายกระบี่เฉียนหยวนกับอาณาจักรฉู่หยุนของแคว้นเซียนหยุน ดำเนินมาเป็นเวลาสี่ร้อยปีแล้ว

ในช่วงสี่ร้อยปีนี้

ไม่ว่าจะเป็นเชลยศึกของผู้ฝึกตนของอาณาจักรฉู่หยุน หรือคนธรรมดา ต่างก็ถูกขายมายังทะเลหมื่นดวงดาวจำนวนมาก พวกเขากลายเป็นทาสของกองกำลังผู้ฝึกตนต่างๆ ในทะเลหมื่นดวงดาว

เชลยศึกที่เป็นผู้ฝึกตนของอาณาจักรฉู่หยุนยังดีกว่าหน่อย

หากกองกำลังของศัตรูสามารถจ่ายหินจิตวิญญาณได้ นิกายกระบี่เฉียนหยวนอนุญาตให้อีกฝ่ายไถ่ตัวเชลยศึกได้โดยการจ่ายหินจิตวิญญาณ

อาณาจักรฉู่หยุนก็ปฏิบัติต่อเชลยศึกของนิกายกระบี่เฉียนหยวนเช่นเดียวกัน

ทั้งสองฝ่ายทำสงครามกันมาหลายปี ได้สร้างกฎที่ไม่ได้พูดออกมาเป็นชุดๆ

ทุกคนต่างต่อสู้ภายใต้กฎที่ไม่ได้พูดนี้

มิฉะนั้น หากทั้งสองฝ่ายไม่ทำตามกฎใดๆ เลย ผู้ฝึกตนระดับสูงของทั้งสองฝ่ายจะสังหารผู้ฝึกตนระดับล่างของอีกฝ่ายอย่างไม่เลือกหน้า การกระทำเช่นนี้เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการสร้างความเสียหายให้กับกองกำลังของศัตรูและทำลายรากฐานของศัตรู

แต่ไม่ว่าจะเป็นนิกายกระบี่เฉียนหยวน หรือนิกายที่อยู่เบื้องหลังอาณาจักรฉู่หยุน ต่างก็ไม่ได้เลือกวิธีนี้

และในสายตาของเฉินเต้าเสวียน

ผู้ฝึกตนระดับสูงนั้นเปรียบเสมือนอาวุธนิวเคลียร์ เป็นกำลังทางยุทธศาสตร์ของกองกำลังผู้ฝึกตน

ส่วนสงครามระหว่างทะเลหมื่นดวงดาวกับอาณาจักรฉู่หยุน เป็นการค่อยๆ บั่นทอนกำลังของอีกฝ่าย

โดยอาศัยเมืองเซียนทั้งเจ็ดแห่งที่นิกายกระบี่เฉียนหยวนสร้างขึ้น ไม่สิ ตอนนี้เหลือแค่หกแห่ง ทุกๆ ปีต่างก็คร่าชีวิตผู้ฝึกตนของทั้งสองฝ่ายไปมากมาย

หลังจากทำสงครามกันมาหลายปี

ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถหยุดได้ง่ายๆ อีกต่อไป

หากการที่นิกายกระบี่เฉียนหยวนโจมตีอาณาจักรฉู่หยุนในตอนแรกเป็นเพียงผลประโยชน์และการแก้แค้น

ทว่าตอนนี้ ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายไม่ใช่แค่ผลประโยชน์อีกต่อไป แต่ยังรวมถึงความแค้นที่สั่งสมมาสี่ร้อยปีด้วย!

ยกตัวอย่างเช่น ตระกูลเฉินบนเกาะซวงหูสูญเสียผู้ฝึกตนสิบสองคนในสนามรบอาณาจักรฉู่หยุน แล้วพวกเขาจะไม่เกลียดชังผู้ฝึกตนของอาณาจักรฉู่หยุนได้อย่างไร?

มันต้องเกลียดแน่นอนอยู่แล้ว!

ทัศนคติของผู้ฝึกตนของอาณาจักรฉู่หยุนที่มีต่อผู้ฝึกตนของทะเลหมื่นดวงดาวก็เช่นเดียวกัน

แต่จากผลการทำสงครามของทั้งสองฝ่ายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นิกายกระบี่เฉียนหยวนมีชัยเหนือกว่ามาโดยตลอด และยังคงรักษาความได้เปรียบในการโจมตีอาณาจักรฉู่หยุนไว้ได้เสมอ

นอกจากการสูญเสียเมืองเซียนไปหนึ่งแห่งในสงครามเมื่อห้าสิบปีก่อน นิกายกระบี่เฉียนหยวนก็ไม่ค่อยพ่ายแพ้ในสงครามกับอาณาจักรฉู่หยุนอีกเลย…

หลังจากจัดการเรื่องต่างๆ ในตระกูล เฉินเต้าเสวียนนำกระบี่บินเงาแดงที่เหลืออีกกว่าห้าสิบเล่ม เดินทางไปยังเมืองกวงอัน

หนึ่งเดือนต่อมา

บนดาดฟ้าเรือมังกรฟ้าง

“ฟู่—!”

เฉินเต้าเสวียนยืดเส้นยืดสาย มองดูท่าเรือเมืองกวงอันที่เต็มไปด้วยเรือใบสีขาวสุดลูกหูลูกตา ผ่อนลมหายใจออกมา

“ไม่ว่าจะมองกี่ครั้ง มันก็รู้สึกว่าภาพตรงหน้าช่างยิ่งใหญ่อลังการ!”

แม้จะมองด้วยสายตาของคนจากโลกเดิม

ปริมาณการขนถ่ายสินค้าที่ท่าเรือเมืองกวงอัน ก็เกินกว่าท่าเรือสมัยใหม่ใดๆ ในโลกเดิมมาก

เท่าที่เฉินเต้าเสวียนรู้

มีคนของตระกูลโจวอาศัยอยู่ในเมืองกวงอันมากกว่าหนึ่งล้านคน

ต้องรู้ก่อนว่า นี่ไม่ใช่เมืองสมัยใหม่ที่มีตึกสูงระฟ้าอยู่ทั่วไป งเมืองกวงอันไม่มีอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กมากมายขนาดนั้น ที่สามารถเพิ่มความหนาแน่นของประชากรในเมืองได้

ที่เมืองกวงอันสามารถรองรับประชากรได้มากขนาดนี้ เป็นเพราะเขตเมืองที่กว้างใหญ่ไพศาล มองได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ใหญ่กว่าเมืองในโลกเดิมมากมายหลายเท่า!

เมื่อมาถึงเมืองกวงอันเป็นครั้งที่สอง

เฉินเต้าเสวียนเริ่มคุ้นเคยกับเส้นทางเป็นอย่างดี

ในไม่ช้า เขาก็จัดหาที่พักให้กับคนในตระกูลที่เดินทางมาด้วยกันที่โรงเตี๊ยมสำหรับคนธรรมดาในเมือง

หลังจากจัดการเรื่องที่พักของคนในตระกูลแล้ว

เฉินเต้าเสวียนก็เดินไปยังตลาดนัดผู้ฝึกตนอิสระในเขตเมืองชั้นในของเมืองกวงอันเพียงลำพัง

เขาต่อแถว เข้าเขตเมืองชั้นใน

หลังจากผ่านขั้นตอนต่างๆ เวลาก็ใกล้จะถึงพลบค่ำแล้ว

เฉินเต้าเสวียนไม่กล้าเสียเวลา จึงเรียกรถม้าสัตว์อสูรเหยียบเมฆาไปยังร้านกระบี่บินหงอิน(ร้านกระบี่เหินเสียงสายรุ้ง) ในตลาดนัดผู้ฝึกตนอิสระทันที

หนึ่งก้านธูปต่อมา

เฉินเต้าเสวียนลงจากรถ

หลังจากลงจากรถ เขาก็แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

ในตอนนี้ ร้านกระบี่บินหงอินถูกล้อมรอบไปด้วยผู้ฝึกตนอิสระ และผู้ฝึกตนจากตระกูลขนาดเล็กที่อยู่ในตลาดนัดผู้ฝึกตนอิสระ

“เถ้าแก่ รีบเริ่มเถอะ เวลาใกล้จะมืดแล้ว!”

“ใช่ๆ รีบจับฉลากเร็วเข้า!”

“เถ้าแก่เฉิน รีบเริ่มเร็วๆ ข้ามาเป็นเดือนแล้ว ไม่เคยจับฉลากได้เลย ข้าไม่เชื่อว่าโชคของข้าจะแย่ขนาดนี้ จับฉลากสักครั้งก็ไม่ได้!”

“เจ้ายังนับว่าอะไร ข้ายืนรออยู่ที่นี่ตั้งแต่สามเดือนก่อนแล้ว!”

“...”

เฉินเต้าเสวียนยืนอยู่นอกฝูงชน ฟังเสียงพูดคุยกันจอแจ มองดูร้านกระบี่บินหงอินที่ถูกล้อมรอบไปด้วยผู้คน ในที่สุดเขาก็รู้เรื่องราวทั้งหมด

ปรากฏว่า กระบี่บินระดับหนึ่งขั้นต่ำ และระดับหนึ่งขั้นหลาง ทั้งหมดหลายสิบเล่มขายหมดเกลี้ยงไม่นานหลังจากเปิดร้านในวันแรก

เฉินเต้าเสวียนเตรียมใจไว้แล้วว่ากระบี่บินในร้านกระบี่บินหงอินจะขายดี

ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็ได้ทำการสำรวจตลาดอย่างละเอียดก่อนเปิดร้าน

คุณภาพของอาวุธวิเศษในร้านอาวุธวิเศษอื่นๆ นั้นเทียบไม่ได้กับร้านกระบี่บินหงอิน

เพราะฉนั้น เป็นไปไม่ได้ที่กระบี่บินของตระกูลเขาจะขายไม่ออก

แต่เฉินเต้าเสวียนไม่เคยคิดเลยว่า ร้านกระบี่บินหงอินจะสร้างความฮือฮาในตลาดนัดผู้ฝึกตนอิสระเช่นนี้

เพราะท้ายที่สุดแล้ว เขาให้กระบี่บินเฉินเซียนเหอไปไม่ถึงสี่สิบเล่ม

ตามความนิยมที่เฉินเต้าเสวียนเห็น น่าจะขายหมดไปนานแล้ว ไม่น่าจะมีฉากแบบนี้สิ ใช่ไหม?

สาเหตุที่ร้านกระบี่บินหงอินได้รับความนิยมเช่นนี้ เป็นเพราะเฉินเซียนเหอเล่นกลยุทธ์การตลาดแบบ "สร้างความต้องการเทียม" หรือ "ทำให้สินค้าดูขาดตลาด"

ในวันแรกที่ร้านกระบี่บินหงอินเปิดทำการ เฉินเซียนเหอก็รู้ว่ากระบี่บินของตระกูลเขาจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

แต่เขาก็รู้ดีว่า สินค้าในร้านกระบี่บินหงอินไม่สามารถตอบสนองตลาดขนาดใหญ่ของผู้ฝึกตนอิสระได้

ต้องรู้ก่อนว่า

มีผู้ฝึกตนประจำอยู่หลายแสนคนในตลาดนัดผู้ฝึกตนอิสระของเมืองกวงอัน นับประสาอะไรกับผู้คนที่เดินทางไปมาทุกวัน

ตามสถิติของตระกูลโจว มีผู้ฝึกตนเดินทางเข้าออกเมืองกวงอันมากกว่า 500,000 คนต่อวัน

นี่แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมืองกวงอัน

ด้วยตลาดขนาดใหญ่เช่นนี้ สินค้าเพียงเล็กน้อยในร้านกระบี่บินหงอิน มันก็เหมือนกับน้ำหยดเดียวในมหาสมุทร

เฉินเซียนเหอไม่สามารถขายกระบี่บินทั้งหมดในวันแรก แล้วปิดร้านในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าได้

ดังนั้น

เฉินเซียนเหอที่ฉลาดหลักแหลมจึงคิดหาวิธี นั่นคือ… การจับฉลาก!

ในช่วงแรกที่ร้านกระบี่บินหงอินเปิดทำการ เขาจะจับฉลากลูกค้าผู้โชคดีหนึ่งคนในแต่ละวัน เพื่อรับสิทธิ์ในการซื้อกระบี่บินจากร้านกระบี่บินหงอินในราคาตลาด

เฉินเต้าเสวียนทิ้งอาวุธวิเศษระดับหนึ่งขั้นต่ำไว้ 23 เล่ม และอาวุธวิเศษระดับหนึ่งขั้นกลางไว้ 11 เล่ม

ในอัตราเช่นนี้ จะสามารถรองรับได้นานที่สุดเพียงเดือนกว่าๆ ร้านกระบี่บินหงอินก็ต้องปิดตัวลง

เฉินเซียนเหอที่จนตรอก จึงต้องขยายช่วงเวลาของการจับฉลากแต่ละครั้ง

จนถึงตอนนี้ เฉินเซียนเหอจับฉลากสัปดาห์ละครั้ง ในที่สุดก็รอจนกระทั่งเฉินเต้าเสวียนมาเติมสินค้า

เฉินเซียนเหอกวาดสายตามองไปรอบๆ ขณะกำลังจะเริ่มจับฉลาก สายตาก็เหลือบไปเห็นเฉินเต้าเสวียนในฝูงชนพอดี ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

เฉินเต้าเสวียนพบว่า แม้จะเจอกันเพียงไม่กี่เดือน แต่สีหน้าของท่านอาสิบสามกลับดีกว่าตอนอยู่ที่ตระกูลมาก

มันก็น่าจะเป็นเช่นนั้น เมื่อไม่มีเรื่องน่ารำคาญใจในตระกูล ประกอบกับธุรกิจของร้านกระบี่บินหงอินที่เฟื่องฟู สีหน้าของเฉินเซียนเหอจะไม่ดีได้อย่างไร ใช่ไหม?

.

“เถ้าแก่เฉิน รีบจับฉลากเถอะ! ทุกคนรออยู่”

“ใช่ รีบจับฉลากเถอะ ข้ารอมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว”

“รีบจับฉลากเถอะ!”

“...”

ท่ามกลางเสียงเรียกร้องของทุกคน เฉินเซียนเหอหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกล่องหินสีดำ

เฉินเซียนเหอมองดูกระดาษแผ่นนั้น “ยินดีกับลูกค้าหมายเลข 甲(เจี่ยหรือA) - 7 ที่ได้รับสิทธิ์ในการซื้อกระบี่บินจากร้านของเรา!”

“ข้า ข้า ข้า เป็นข้า! ฮ่าๆๆ!”

ชายร่างเตี้ย ใบหน้าตึงเครียด เบียดเสียดออกมาจากฝูงชน โบกกระดาษแผ่นหนึ่งที่เหมือนกับของเฉินเซียนเหอ พลางโห่ร้องด้วยความดีใจ

จบบทที่ บทที่ 44 พรสวรรค์ทางธุรกิจของเฉินเซียนเหอ

คัดลอกลิงก์แล้ว