- หน้าแรก
- ระบบอะไร? ยิ่งเจ๊งยิ่งรวย! เริ่มต้นด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต
- บทที่ 530: บ้านเกิด (ฟรี)
บทที่ 530: บ้านเกิด (ฟรี)
บทที่ 530: บ้านเกิด (ฟรี)
เจ้าหน้าที่ชะงักไปเล็กน้อยแล้วพูดว่า "ค่าแรงสูงสุดคืองานคนงานก่อสร้าง"
"ถึงจะเป็นรายวัน ถ้าขยันหน่อย เดือนหนึ่ง 15,000 ก็ได้ไม่ยาก"
เป่ารุ่ยจิงลังเลครู่หนึ่งแล้วถามว่า "นอกจากคนงานก่อสร้างล่ะ?"
เจ้าหน้าที่หัวเราะแล้วพูดว่า "งั้นก็งานส่งอาหาร"
"งานส่งอาหารค่าแรงก็ดี ถ้าวันหนึ่งทำแปดชั่วโมง แล้วส่งได้จำนวนมากพอ ก็ได้ห้าร้อย"
"แต่ส่งอาหารเหนื่อยนะ ปกติเราส่งครั้งละสามสิบกล่อง"
แม้ข้างไซต์งานจะมีภัตตาคารเฟยหวงที่เตรียมไว้ให้คนงานก่อสร้างโดยเฉพาะ
แต่ก็ยังมีคนอีกมากที่ไม่ได้ทำงานอยู่หน้าไซต์งาน และพวกเขายุ่งจนไม่มีเวลามากินเอง จึงต้องมีคนไปส่งให้
"งั้นเอางานส่งอาหาร!" พอได้ยินว่าวันละห้าร้อย เป่ารุ่ยจิงตาก็เป็นประกาย
แม้เป็นผู้หญิง แต่เธอก็สู้ชีวิตมาตลอด
ในบ้าน เธอเป็นคนตัดสินใจทุกอย่าง
สามีของเธอไม่ค่อยมีความสามารถ เดือนหนึ่งหาเงินได้แค่ 5,000 ส่วนเธอหาได้ 7,000
ถ้าส่งอาหารได้วันละห้าร้อย เดือนหนึ่งก็ได้ตั้ง 15,000 ดีกว่างานเดิมซะอีก
ทำงานอีกไม่กี่ปีก็สามารถซื้อบ้านให้ลูกแบบจ่ายเต็มได้แล้ว
"คุณป้ามาลงทะเบียนทางนี้ครับ" เจ้าหน้าที่พูด "ลองทำดูก่อนนะครับ ถ้าไม่ไหว เดี๋ยวผมเปลี่ยนงานให้"
เป่ารุ่ยจิงรีบลงทะเบียนทันที
แล้ววันนั้นก็เริ่มงานเลย
เป่ารุ่ยจิงขี่สกูตเตอร์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็วและมั่นคง เธอเดินทางไปตามถนนและตรอกซอยต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง จึงคุ้นเคยกับพื้นที่เป็นอย่างดี
บวกกับฝีมือการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ทำให้เธอเหมาะกับงานนี้มาก
แปดชั่วโมงผ่านไป เจ้าหน้าที่ก็ให้เธอไปเซ็นชื่อรับเงิน
เป่ารุ่ยจิงแปลกใจเล็กน้อย เธอไม่รู้ตัวเลยว่าแปดชั่วโมงผ่านไปแล้ว
เมื่อมาถึงจุดรับเงิน ก็ยังเป็นที่เดิม มีคนต่อแถวยาวเต็มไปหมด
เจ้าหน้าที่แจกเงินเร็วมาก คนหนึ่งดูรายชื่อ อีกคนหนึ่งนับเงินแจก
แค่ห้านาที เป่ารุ่ยจิงก็ได้รับเงินห้าร้อยของตัวเอง
ขณะมองธนบัตรสีแดงในมือ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
เงินหาง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?
เธอทำงานในเมืองจิ่งจิ่งมาหลายปี แม้แต่งานแบกหามก็เคยทำ
แต่ไม่เคยมีงานที่สบายขนาดนี้ แถมได้เงินมากขนาดนี้มาก่อน
งานส่งอาหารเหนื่อยก็จริง สามสิบกล่องใส่ในลังเดียว ผู้หญิงทั่วไปจะยกขึ้นค่อนข้างลำบาก
แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อเทียบกับการขนย้ายสิ่งของแล้ว งานนี้ก็ง่ายกว่ามาก
พูดตรงๆ เธอยังอยากทำต่อ แต่กลุ่มเฟยหวงไม่ให้ทำแล้ว
วันหนึ่งให้ทำได้สูงสุดแค่แปดชั่วโมง
มีเจ้าหน้าที่ตะโกนเตือนอยู่ข้างๆ ว่า รับเงินแล้วสามารถไปกินอาหารฟรีอีกมื้อที่ภัตตาคารเฟยหวงได้
เมื่อได้ยินแบบนั้น เป่ารุ่ยจิงก็เดินไปทางภัตตาคารเฟยหวงที่อยู่ใกล้ๆ
แค่ข้ามถนนไปก็ถึงแล้ว
เมื่อคิดว่าคงต้องมากินที่นี่อีกนาน เป่ารุ่ยจิงจึงตัดสินใจซื้อชุดภาชนะ
"ชุดภาชนะราคาหนึ่งร้อย ได้ยินว่าพนักงานกลุ่มเฟยหวงได้ฟรี"
"ถ้าฉันได้เป็นพนักงานกลุ่มเฟยหวงก็คงดี" เป่ารุ่ยจิงคิดในใจ
วันนี้ตอนทำงาน เธอเจอพนักงานกลุ่มเฟยหวงหลายคน
ส่วนมากเป็นคนหนุ่มสาว ใบหน้าเต็มไปด้วยพลัง ไม่เหมือนหนุ่มสาวบริษัทอื่น ที่ดูเหมือนจะหมดแรงทุกเมื่อ
เธอถามอีกฝ่ายเกี่ยวกับเงินเดือน
กลุ่มเฟยหวงไม่ได้ห้ามพนักงานคุยเรื่องเงินเดือน และพวกเขาก็เปิดเผยเรื่องนี้กับเธออย่างตรงไปตรงมา
บางคน 15,000 บางคน 12,000 แต่ไม่มีใครต่ำกว่า 10,000 เลย
แถมสวัสดิการก็ดีมาก ดีจนแทบไม่น่าเชื่อ
เธอมองเงินในมือที่เหลือแค่สี่ร้อย จู่ๆ ก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจแล้ว
ก่อนหน้านี้ยังคิดว่าวันละห้าร้อยดีมาก
หากไม่มีการเปรียบเทียบ ก็ไม่มีความเจ็บปวด
งานส่งอาหารของเธอ ถ้าเป็นพนักงานประจำ ก็จะได้ 13,000 ต่อเดือน
แต่ได้หยุดเสาร์อาทิตย์ และวันหนึ่งทำงานแค่หกชั่วโมง
นอกจากนี้ยังมีสวัสดีการ ประกัน และกองทุนอีกหลายอย่าง
เธอได้ยินมาว่าบางครั้งบริษัทก็ให้โบนัส ซึ่งอาจเป็นเงินจำนวนมาก
และเธอยังได้ยินว่า กลุ่มเฟยหวงอาจสร้างโรงเรียนในหลายพื้นที่ และลูกหลานของพนักงานทุกคนสามารถเข้าเรียนฟรี
อืม...
เธอนึกถึงลูกชายตัวเอง
แม้เรียนจบมหาวิทยาลัย แต่เงินเดือนแค่ 4,000
แถมยังต้องไปทำงานในเมืองอื่น ป่านนี้ยังไม่มีแฟนเลยด้วยซ้ำ
เป่ารุ่ยจิงก็รู้สึกว่าตัวเองควรทำอะไรสักอย่าง
ไม่ใช่ว่าลูกของเธอไม่มีความสามารถ แต่การแข่งขันในสมัยนี้มันสูงเกินไป
ไม่ใช่ว่าลูกของเธอไม่อยากมีแฟน แต่เงินเดือนแค่ 4,000 ผู้หญิงที่ไหนจะชายตามอง
เงินเดือนต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนั้น จะเอาเงินที่ไหนเก็บไว้เป็นสินสอด?
เธอได้ยินว่าพนักงานกลุ่มเฟยหวงไม่มีใครกังวลเรื่องแต่งงานเลย
แต่ก็ไม่แปลกอะไร เงินเดือนมากกว่า 10,000 ต่อเดือน แถมยังมีเวลาว่างเหลือเฟือ
ถ้าหน้าตาไม่แย่มาก จะไม่มีผู้หญิงสนใจได้ยังไง?
"ถ้าฉันเข้าทำงานที่กลุ่มเฟยหวงได้ บางทีลูกชายของฉันอาจจะได้รับโอกาสด้วย" เป่ารุ่ยจิงตื่นเต้นในใจ
หรือว่าเธอควรเรียกลูกกลับมาตอนนี้เลย?
เมื่อคิดได้ดังนั้น เป่ารุ่ยจิงรีบโทรหาลูกชาย
"แม่ครับ ผมกำลังยุ่งอยู่นะ" เสียงลูกชาย ‘จางหนานหยง’ ดังมาจากปลายสาย
"โถ่ลูก…" เป่ารุ่ยจิงพูดอย่างห่วงใย "ยังทำโอทีอยู่อีกเหรอ?"
"นี่มันสามทุ่มแล้วนะ"
"เงินเดือนแค่ 4,000 ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้"
"แม่ครับ" จางหนานหยงพูด "แค่พยายามอีกหน่อย ปีหน้าผมก็จะได้เป็นผู้จัดการ ถึงตอนนั้นเงินเดือนก็ 6,000 แล้ว"
เป่ารุ่ยจิงพูดว่า "อย่าแกล้งโง่ไปหน่อยเลย ลูกโดนเจ้านายหลอกแล้ว"
"เชื่อแม่สิ ว่าเจ้านายพูดแบบนี้กับทุกคน"
"ก็แค่ขายฝัน"
"ลูกกลับมาบ้านสิ แม่จะทำของกินให้"
จางหนานหยง "……"
เขาไม่รู้จะพูดอะไร
ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าเจ้านายหลอก
แต่คนอื่นยังไม่ลาออก เขาจะกล้าลาออกได้ยังไง?
ถึงไปบริษัทอื่น เงินเดือนก็ยัง 4,000 เหมือนเดิมไม่ใช่เหรอ
เป่ารุ่ยจิงพูดว่า "ลูก แม่จะแนะนำงานดีๆ ให้"
"มาทำงานที่กลุ่มเฟยหวงสิ"
"ลูกไม่รู้ใช่ไหม? เมืองจิ่งจิ่งของเรากำลังสร้างเฟยหวงพลาซ่า และมีคนงานจำนวนมากกำลังทำงานกันอยู่ที่นี่"
เมื่อได้ยินว่ากลุ่มเฟยหวงมาสร้างเฟยหวงพลาซ่าในเมืองจิ่งจิ่ง จางหนานหยงตกใจมาก รีบถามว่า "ตั้งแต่เมื่อไหร่?"
เป่ารุ่ยจิงพูดว่า "เพิ่งเริ่มวันนี้เอง"
"แม่ทำไปหนึ่งวันแล้ว ถึงจะเป็นรายวัน แต่ก็ได้วันละห้าร้อย ทำแค่แปดชั่วโมงเอง ตอนนี้เงินอยู่ในกระเป๋าแม่แล้ว"
"แม่สนิทกับผู้จัดการคนนึงของกลุ่มเฟยหวง เดี๋ยวแม่พูดให้ เขาจะเก็บที่ไว้ให้ลูก"
"แต่ลูกต้องรีบกลับมา ไม่งั้นตำแหน่งจะถูกคนอื่นแย่งไป"
จางหนานหยงตื่นเต้นมาก "ได้ครับแม่ แม่อย่าลืมเอาของแพงๆ ไปฝากผู้จัดการด้วยนะ..."
พูดถึงตรงนี้ เขาก็นึกขึ้นได้
ตอนเลื่อนดูคลิปในโทรศัพท์ เขาเคยเห็นเรื่องเกี่ยวกับกลุ่มเฟยหวง
ดูเหมือนพนักงานกลุ่มเฟยหวงจะไม่ชอบให้ใครเอาของไปฝาก
เขารีบพูดว่า "แม่ ห้ามให้ของเด็ดขาดนะ พนักงานกลุ่มเฟยหวงไม่รับของฝากหรอก"
"แค่เก็บที่ไว้ให้ผมก็พอครับ ผมจะขึ้นรถไฟกลับเดี๋ยวนี้เลย"
เป่ารุ่ยจิงพูดด้วยความดีใจ "งั้นเหรอ? ดีเลย เดินทางปลอดภัยนะลูก แม่รออยู่ที่บ้านนะ"
พ่อแม่คนไหนไม่รักลูกบ้าง?
แต่เธอรู้ว่าอนาคตของลูกไม่ได้อยู่ที่เมืองจิ่งจิ่ง จึงต้องปล่อยให้ลูกไปลำบากข้างนอก
แต่ตอนนี้ต่างออกไป ถ้าเข้าทำงานที่กลุ่มเฟยหวงได้ อนาคตของลูกก็จะอยู่ที่เมืองจิ่งจิ่ง!
อยู่ในบ้านเกิดของตัวเอง!
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]