เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 168 เบาะแส

บทที่ 168 เบาะแส

บทที่ 168 เบาะแส


คิดไปคิดมา ฉินชิงก็อดนึกถึงสิ่งที่สนมเยว่พูดไว้เมื่อครั้งที่พวกนางพูดคุยกันไม่ได้ มันนานมาแล้วจนเกือบจะลืมไป ตอนนี้ถึงนึกขึ้นมาได้

ตอนนั้นสนมเยว่เหมือนจะหลุดปากพูดว่าแพะรับบาป จากนั้นก็ไม่ยอมพูดอีก มันทำให้ฉินชิงอยากรู้มาก ตอนนี้เกรงว่าคงจะได้ยินจากปากของสนมเยว่มาคลายความสงสัยของตนแล้ว

ฉินชิงคาดเดา หรือว่าอนุหลานจะเป็นแพะรับบาปตายแทนสนมโหลวหรือ?

ไม่รอให้ฉินชิงคิดอย่างละเอียด ก็เห็นสนมเยว่ลุกขึ้นมาด้วยการพยุงของหลานจือแล้วพูดว่า

"เพราะรู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้ออกเรือน ดังนั้นบางครั้งเมื่ออนุหลานรู้สึกทุกข์ใจ พวกเราสองคนก็จะนัดกันไปพูดคุยที่ศาลาหลังสวนดอกไม้เล็กๆ ของจวนอ๋อง นางมักจะบ่นกับหม่อมฉันว่าอารมณ์ของสนมโหลวแปรปรวน มักจะโมโหบ่อยๆ หม่อมฉันเองก็ปลอบใจนางบ่อยๆ"

"หลังจากนั้นล่ะ? ผงยาในเครื่องหอมเหล่านั้นมันเป็นมาอย่างไรกันแน่?"

ฉินชิงได้ยินสนมเยว่อธิบายเรื่องในตอนนั้นอย่างช้าๆ นางสนใจว่าผงยานั่นมันเป็นอย่างไรกันแน่

สนมเยว่ก็ถอนหายใจแล้วพูดต่อ

"เดิมทีนางรักในกลิ่นหอม แต่ไม่คิดว่าหลังจากสนมโหลวได้ยินเรื่องนี้กลับบังคับให้นางทำผงกลิ่นหอมให้ไทเฮาในตอนนั้น เพื่อจะได้ใช้เรื่องนี้มาบรรเทาความสัมพันธ์ของนางกับไทเฮา"

หลังจากสนมเยว่หวนนึกถึงเรื่องนี้ นางก็เหมือนถูกปกคลุมไปด้วยเมฆครึ้ม

"เดิมทีหลานเอ๋อร์ไม่ยอม ผงหอมที่นางทำ แม้ว่ามันจะไม่เลว แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ดีสู้เครื่องหอมทางเขตตะวันตกเหล่านั้น อีกอย่างอนุหลานเองก็ไม่เข้าใจว่าไทเฮาในตอนนั้นชอบกลิ่นอะไร ผงหอมนี้ก็ไม่ได้ต่างจากของธรรมดาทั่วไป ถ้าจะส่งของเข้าวัง ส่งเป็นเครื่องประดับหรือเครื่องหยกจะดีกว่า ต้องไม่ใช่สิ่งของที่สามารถเข้าปากเข้าจมูกได้ ดังนั้นหลานเอ๋อร์จึงปฏิเสธไปเพคะ"

"แต่เรื่องนี้ไม่สำเร็จ สนมโหลวก็ยังมาอีกหรือ?"

ฉินชิงมองสนมเยว่ ตามที่นางคาดเดาสถานการณ์ในตอนนั้น แม้ว่าตอนนั้นอนุหลานจะยอมเสี่ยงอันตรายปฏิเสธสนมโหลวที่เป็นชายารองในตอนนั้น แต่สนมโหลวก็มีวิธีการเสมอ

"ใช่เพคะ ชูเจาอี้ทายถูกแล้ว สนมโหลวไปที่ห้องของหลานเอ๋อร์หนึ่งครั้ง แต่ครั้งนี้นางไม่ได้บอกว่าจะเอาเครื่องหอมไปส่งให้ไทเฮาในวัง แต่โกหกหลานเอ๋อร์ว่านางจะใช้เอง ดังนั้นหลานเอ๋อร์จึงเลือกเครื่องหอมหนึ่งชิ้นให้สนมโหลว"

"สนมโหลวจึงนำเครื่องหอมเข้าไปในวังอย่างนั้นหรือ"

"ชูเจาอี้ทายถูกแล้ว สนมโหลวนำเครื่องหอมนั้นเข้าวังในวันต่อมา แต่ไหนเลยจะคิดว่ามันจะเกิดปัญหา วัสดุที่ใช้ในเครื่องหอมนั้นกลับมีสนมในวังท่านหนึ่งใช้แล้วมีอาการแพ้ สนมคนนั้นเป็นคนที่ได้รับความโปรดปรานอย่างมาก ไหนเลยจะยอมปล่อยไทเฮาไปง่ายๆ ตอนนั้นไทเฮาทำได้เพียงเรียกชายารองโหลวมาขอโทษสนมคนนั้น"

"ดังนั้นความผิดนี้จึงถูกโยนให้อนุหลานงั้นหรือ?" ฮองเฮาตรัสถาม

"ใช่เพคะ เหนียงเหนียง แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องเล็ก แต่สนมคนนั้นกำลังได้รับความโปรดปราน ไม่มีทางให้อภัยสนมโหลวง่ายๆ ตอนนั้นไม่เพียงตำหนิสนมโหลว แต่ยังอยากจะถอนตำแหน่งของสนมโหลวด้วย แม้ว่าสนมโหลวจะเป็นคนในราชวงศ์แล้ว แต่เรื่องมันก็ไม่ง่าย ถึงอย่างไรก็เป็นผู้อาวุโส ทำให้ชื่อเสียงของสนมโหลวเสียหายก็ไม่ใช่เรื่องยาก"

"ดังนั้นทั้งที่หลานเอ๋อร์ไม่ได้ทำอะไรเลยก็กลับถูกสนมโหลวใช้ให้ออกมารับผิดแทน บอกว่าการส่งเครื่องหอมนั้นเป็นความคิดของหลานเอ๋อร์ และหลานเอ๋อร์ก็เป็นคนทำเครื่องหอมนั้น เมื่อสนมคนนั้นได้ยินก็โกรธมาก ชายารองร้ายดีอย่างไรก็เป็นลูกสะใภ้ของราชวงศ์ แต่อนุอย่างไรก็เป็นคนรับใช้ ตีให้ตายก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ตอนนั้นก็ขอให้ไทเฮาสั่งสอนคนใช้ให้ดี"

"แม้ว่าไทเฮาจะจัดการเรื่องต่างๆ ค่อนข้างเด็ดขาด แต่ก็ไม่ถึงขั้นอยากจะเอาชีวิตของอนุหลานกระมัง" ฉินชิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย นางเองก็เคยสัมผัสและเข้าใจนิสัยของไทเฮา แม้ว่าจะค่อนข้างเข้มงวดกับคนใช้ และวิธีการก็เฉียบขาด แต่ก็ไม่ถึงขั้นต้องเอาชีวิตของอนุหลาน

"ไทเฮาแค่อยากตำหนิสนมโหลว และบอกให้สนมโหลวสั่งสอนคนใช้ให้ดี อีกอย่างถ้าเกิดสอนไม่ดีก็ไม่ต้องสอนแล้ว อยากจะถอนหน้าที่รับผิดชอบดูแลคนใช้ในจวนทั้งหมดของสนมโหลวในฐานะชายารอง"

"แต่สิ่งที่สนมโหลวกลัวคงไม่ใช่แบบนี้ใช่หรือไม่?"

ฮองเฮาคิดถึงนิสัยของสนมโหลว แม้ว่าจะมีชื่อว่าโหลวที่แปลว่าอ่อนโยน แต่ในความจริงแล้วสนมโหลวไม่ได้อ่อนโยนเลยแม้แต่น้อย ฮองเฮายังสงสัย ตอนที่ฮ่องเต้ตั้งชื่อนี้ให้นางอาจจะเพราะอยากให้สนมโหลวเก็บความโมโหร้ายกลับไปบ้าง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะเป็นการประชดประชันเสียมากกว่า

อีกอย่างอำนาจก็สำคัญมาก ฮองเฮาเองก็เข้าใจดี เรื่องการต่อสู้ที่เปิดเผยในเวลานั้น เหตุใดถึงไม่ได้ดึงตนเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็คงเพราะตนเป็นชายาเอก และมีอำนาจดูแลเรื่องในบ้านของจวนอ๋อง ในวังหลังนางก็ควบคุมดูแลทุกคนโดยตรง

แม้ว่าฮองเฮาไม่อยากจะทำร้ายใคร แต่นางก็รู้ความลับในวังหลัง ดังนั้นถึงได้เข้าใจว่าทำไมสนมโหลวถึงไม่อยากให้อำนาจเดียวที่ตนมีอยู่ในมือถูกแย่งไป

"ฮองเฮาตรัสถูกแล้วเพคะ หลังจากสนมโหลวกลับไปที่จวนอ๋อง นางก็เข้าไปตำหนิหลานเอ๋อร์ทันที ตอนที่หลานเอ๋อร์โกรธแล้วมาร้องไห้กับหม่อมฉันด้วยความจนใจ หม่อมฉันกลับทำอะไรไม่ได้"

สนมเยว่กล่าวถึงตรงนี้ก็อดน้ำตาซึมไม่ได้

"หลังจากนั้นหลานเอ๋อร์ก็ป่วยหนักและจากไปอย่างสงบ แต่น่าเสียดายที่หม่อมฉันไม่สามารถไปส่งนางได้" พูดจบสนมเยว่ก็ร้องไห้ออกมาจริงๆ

ฉินชิงเห็นสนมเยว่จมอยู่ในความเจ็บปวดจึงส่งผ้าเช็ดหน้าที่นางใช้เป็นเครื่องประดับให้อีกฝ่ายเช็ดน้ำตา

สนมเยว่รับผ้าเช็ดหน้าของฉินชิงไปเช็ดน้ำตาแล้วพูดต่อ

"ผงยาเหล่านั้น สนมโหลวเป็นคนบังคับให้อนุหลานทำทั้งหมด ตอนนั้นบิดาของสนมโหลวเป็นผู้บังคับบัญชาบิดาของอนุหลาน นางเองก็ทำได้แต่ทำผงยาเหล่านั้นให้ตามคำขอ"

"แม้ว่าหม่อมฉันจะเข้าใจว่านางถูกบังคับให้ทำของที่ทำร้ายคนเหล่านั้น แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราในเวลานั้นก็ต้องระวังอย่างมาก เรื่องรายละเอียดที่ลึกกว่านั้นหม่อมฉันก็ไม่รู้ว่าคืออะไร หลังจากที่หลานเอ๋อร์ตายไปได้หลายปี ในที่สุดหม่อมฉันก็สืบความจริงได้จากปากของแม่นมคนนั้น”

หลังจากพูดมาได้ครึ่งหนึ่ง สนมเยว่ก็หันไปพูดกับฉินชิง

"จะว่าไปแล้วก็ต้องขอบคุณชูเจาอี้ ถ้าไม่ใช่เพราะนางพบว่าเครื่องหอมนั้นมีปัญหา หม่อมฉันคงไม่ได้คิดถึงจุดนี้"

"เรื่องเล็กน้อย ไม่ได้ลำบากอะไรเลย"

ฉินชิงไม่ได้รู้สึกว่าตนทำอะไรมากมาย แม้ว่านางจะช่วยสนมเยว่ไว้ได้ แต่ก็เป็นเพราะนิสัยของหมอเท่านั้น หมอไม่มีทางอยู่นิ่งๆ เมื่อเห็นว่ามีคนกำลังจะตายได้ เป็นเช่นนี้ทั้งกับสนมเยว่และฮองเฮา

หลังจากฉินชิงฟังจบแล้วก็เข้าใจความหมายของแพะรับบาปอย่างชัดเจน อนุหลานถูกสนมโหลวบังคับให้รับโทษนี้ และในเวลาเดียวกันราคาที่ต้องจ่ายก็คือชีวิต

ฮองเฮาได้ยินสนมเยว่พูดจบแล้วก็ถามว่า

"เมื่อครู่ได้ยินเจ้าพูดถึงแม่นมคนหนึ่งหรือ?"

"แม่นมคนนั้นเป็นคนที่รู้เรื่องงั้นหรือ?"

"แม่นมคนนั้นอยู่กับสนมโหลวในช่วงปีแรกๆ แต่ก็ได้ทำความผิดหลังจากสนมโหลวเข้าวัง จึงถูกส่งไปที่สำนักซักล้าง ตอนที่หม่อมฉันไปหานาง นางก็ไม่ได้มีสภาพที่ดีเท่าไรนัก หม่อมฉันจึงเชิญหมอหลวงมาดูอาการนางและจ่ายยาให้นาง ให้คนหลายคนในสำนักซักล้างมาทำงานแทนนาง เพื่อให้นางได้ไปพักผ่อน"

"จัดการเรียบร้อยแบบนี้ก็ดีแล้ว แล้วนางรู้เรื่องเยอะหรือไม่?"

"เพราะบุญคุณที่ช่วยชีวิต แม่นมคนนั้นเกรงว่าจะพูดทุกอย่างที่พูดได้แล้ว แต่ตอนนั้นนางเองก็ไม่ได้รับความโปรดปราน ข่าวที่รู้มาจึงค่อนข้างน้อยเพคะ"

จบบทที่ บทที่ 168 เบาะแส

คัดลอกลิงก์แล้ว