เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 165 วางแผนเลี้ยงให้อ้วน

บทที่ 165 วางแผนเลี้ยงให้อ้วน

บทที่ 165 วางแผนเลี้ยงให้อ้วน


ขณะที่เหลียงอี้มองฉินชิงอยู่นั้น มุมปากก็เผลอยกยิ้ม ทำให้ใบหน้าของเขาดูเหมือนกำลังยิ้ม ในใจก็รู้สึกสงบและสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

“วันนี้ลมแรง เหตุใดเจ้าไม่สวมชุดคลุมออกมาด้วยเล่า?”

“หม่อมฉันรอไม่นาน ไม่เป็นไรเพคะ”

“แบบนั้นก็ไม่ได้ จางเต๋อจง เอาชุดคลุมของข้ามา”

หลังจากจางเต๋อจงนำชุดคลุมให้เหลียงอี้แล้ว เหลียงอี้ก็คลุมให้ฉินชิงทันที

ฉินชิงมองชุดคลุมบนตัว ไม่รู้ว่าจะร้องไห้หรือหัวเราะดี

“หม่อมฉันจะอ่อนแอขนาดนั้นได้อย่างไร แม้แต่ลมก็โดนตัวไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นเดินอีกไม่กี่ก้าวก็เข้าไปถึงในตำหนักแล้ว”

“แม้ว่าจะเดินไม่กี่ก้าวเจ้าก็ต้องสวมชุดคลุม ถ้าเกิดเป็นหวัดขึ้นมาคงไม่ได้มาต่อปากต่อคำกับเจิ้นที่นี่ อากาศเดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อนง่ายต่อการเป็นหวัดที่สุด เจ้าเองก็รู้วิชาแพทย์ เหตุใดถึงไม่ระวังตัวเช่นนี้ล่ะ?”

เมื่อเห็นเหลียงอี้เป็นห่วง ฉินชิงจึงไม่อยากจะพูดหัวข้อนี้กับเขาต่อแล้ว

“หมอรักษาคนอื่นได้แต่รักษาตัวเองไม่ได้นะเพคะ เอาละ คราวหน้าหม่อมฉันรับปากว่าจะสวมชุดคลุมก่อนค่อยออกมา”

เมื่อได้ยินฉินชิงรับปากเหลียงอี้ถึงได้วางใจ ทั้งสองคนเดินจับมือกันเข้าไปข้างใน

“วันนี้หม่อมฉันไปที่ตำหนักของฮองเฮามา แม้ว่าฮองเฮาจะแก้พิษได้แล้ว แต่ก็เกรงว่าอาจจะทนได้ไม่เกินฤดูหนาวปีนี้เพคะ”

“เจิ้นรู้แล้ว สำหรับนางก็ถือว่าได้หลุดพ้นแล้วละ”

เมื่อเหลียงอี้ได้ยินฉินชิงกล่าวเช่นนั้น ในหัวยังคงนึกถึงฮองเฮาที่นั่งอยู่ข้างเขาอย่างสง่างามคนนั้น แต่มันกลับเลือนรางมาก ใช่ เขาไม่ได้เจอฮองเฮามานานมากแล้ว

“แต่หม่อมฉันรู้สึกว่าฮองเฮายังไม่อยากสวรรคตตอนนี้เพคะ”

เมื่อได้ยินสิ่งที่ฉินชิงพูดมาเหลียงอี้ก็รู้สึกประหลาดใจ “อย่างนั้นหรือ? เจิ้นนึกว่าความตายเป็นทางหลุดพ้นสำหรับนางเสียอีก”

คำพูดนี้ฉินชิงก็ไม่รู้ว่าพูดออกมาอย่างไรถึงจะดี ทั้งสองมองหน้ากันไม่กล่าวสิ่งใด ทำให้ทั้งห้องดูกระอักกระอ่วน ตอนนี้ฉินชิงกลับเริ่มคิดตำหนิตัวเอง อยู่ดีๆ ตนจะเอ่ยถึงฮองเฮาทำไม ทั้งที่รู้ว่าเอ่ยแล้วจะทำให้เหลียงอี้ไม่มีความสุข

ส่วนเหลียงอี้ที่เห็นสีหน้าของฉินชิงก็รู้สึกขบขันทันที

“เอาละ เจิ้นไม่ได้เป็นอะไร ฮองเฮาไม่ได้รักเจิ้น เจิ้นเองก็รู้นานแล้ว หลายปีมานี้ความรักต่อนางหมดไปตั้งนานแล้ว”

“เหตุใดถึงพูดเช่นนั้นเพคะ?”

ฉินชิงไม่รู้ความเป็นมาของเหลียงอี้และฮองเฮา ตอนนี้ฉินชิงอธิบายความรู้สึกของเหลียงอี้และฮองเฮาได้เพียงว่า ‘เคารพซึ่งกันและกันเหมือนน้ำแข็ง’

นางรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างฮองเฮาและเหลียงอี้ไม่ค่อยดี แต่กลับไม่เคยรู้ว่าเพราะอะไร เดิมทีคิดว่าเหลียงอี้ยุ่งมากเกินไป ถึงอย่างไรที่ผ่านมาเหลียงอี้ก็ใส่ใจกับงานบ้านเมืองมากกว่า จึงย้ายห้องบรรทมไปที่ตำหนักเซวียนเจิ้งเพื่อจัดการงานบ้านเมือง เหลียงอี้ไม่ได้ใส่ใจกับวังหลังมากขนาดนั้น พูดแบบนี้ก็เข้าใจได้ ทว่าฉินชิงไม่คิดว่าที่ความสัมพันธ์ของเหลียงอี้และฮองเฮาไม่ดีจะเกิดจากสาเหตุอื่น

เมื่อเหลียงอี้ได้ยินคำถามด้วยความอยากรู้ของฉินชิง เขาเองก็ไม่ได้ถือสาที่จะเล่าเรื่องนี้ให้นางฟัง

“เจ้าอยากฟังหรือ?”

“อยากฟังเพคะ?” ฉินชิงพยักหน้า

“เรื่องนี้ก็ต้องเริ่มพูดตั้งแต่เมื่อนานมาแล้ว เวลานั้นเจิ้นยังเป็นอ๋อง ด้วยคำสั่งของพ่อแม่ คำพูดของแม่สื่อ เสด็จแม่ชอบนาง ชาติกำเนิดก็โดดเด่น อำนาจของตระกูลนางสามารถช่วยเจิ้นได้ในเวลานั้น ดังนั้นเสด็จพ่อจึงให้นางแต่งงานกับเจิ้น”

เหลียงอี้นั่งอยู่ข้างฉินชิงแล้วพูดต่อ

“แต่หลังจากนางแต่งเข้าจวนก็ไม่เคยทำสีหน้าดีๆ ให้เจิ้นเลยสักครั้ง เจิ้นคิดว่านางแค่ไม่สบายหรือแค่นิสัยแปลกเท่านั้น ตอนนั้นเจิ้นยังเด็ก มีความปรารถนาต่อภรรยาของตน จึงพยายามทำทุกอย่างหวังว่าจะทำให้นางมีความสุขได้ แต่กลับไม่ใช่เลย นางไม่เคยยินดีต้อนรับกับการที่เจิ้นไปที่เรือนของนาง ยิ่งไปมากเท่าไรท่าทีของนางก็ยิ่งเย็นชา”

“เพราะเหตุใดเพคะ?” ฉินชิงไม่กล้าเชื่อว่าสิ่งที่เหลียงอี้อธิบายมานี้จะเป็นฮองเฮาที่นางรู้จัก

“เจิ้นเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่หลายครั้งเข้าเจิ้นก็ไม่อยากไปแล้ว หลังจากหนึ่งปีนางก็ให้กำเนิดลูกสาวของเจิ้น นิสัยของนางก็อ่อนโยนขึ้นมากตั้งแต่นั้นมา แต่สำหรับเจิ้น ท่าทีของนางก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก”

“จากนั้นล่ะเพคะ?”

“จากนั้นเสด็จพ่อก็ประชวรหนัก อ๋องหลายคนเริ่มเตรียมพร้อม ตอนนั้นเจิ้นเองก็เริ่มเตรียมพร้อมเช่นกัน แน่นอนว่าต้องงานยุ่งมาก และเวลานี้ฮองเฮาก็ตั้งครรภ์อีกครั้ง”

เหลียงอี้นึกถึงเรื่องก่อนหน้านี้ ในแววตาของเขากลับไม่มีความเศร้า

“เจิ้นไม่มีเวลาไปหานาง แต่นางก็อยู่ได้อย่างมีความสุข แต่ในที่สุดเด็กคนนั้นก็แท้ง ในเวลานี้เจิ้นได้ขึ้นครองบัลลังก์แล้ว และในฐานะฮองเฮา นางจึงมีหลายสิ่งที่ต้องจัดการ ร่างกายของนางก็น่าจะเริ่มทรุดลงตั้งแต่ตอนนั้น แม้ว่าจะเย็นชากับเจิ้น แต่สำหรับลูกนางก็ยังให้ความสำคัญ”

“เรื่องในอดีตผ่านไปแล้ว” ฉินชิงจับมือเหลียงอี้

“เจิ้นแค่เสียใจที่นางไม่เคยรักเจิ้นเลย เจิ้นเสียใจที่ความเพ้อฝันที่มีต่อภรรยาของตัวเองในปีนั้นได้พังทลายลงจนหมดสิ้น”

“ถ้าตอนนั้นชิงเอ๋อร์...”

“ถ้าตอนนั้นหม่อมฉันทำไมเพคะ?”

“ไม่มีอะไร”

เหลียงอี้มองไปที่ฉินชิงและคิดว่าคงจะดีถ้าเป็นฉินชิงที่แต่งงานกับเขาตั้งแต่แรก แต่หลังจากทบทวนอีกที ตอนที่เขาแต่งงานนางยังเป็นเด็ก ยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่ ตอนที่แต่งงานเขาอายุสิบหกปี ส่วนนางตอนนั้นเพิ่งจะเก้าปี

“เช่นนั้นก็มากินข้าวกันเถอะ หม่อมฉันหิวแล้วเพคะ”

ระหว่างรออาหารยกมาตั้งโต๊ะ ในที่สุดเหลียงอี้ก็ตัดสินใจถามคำถามที่เขาอยากจะถาม

“รสชาติของชิงเอ๋อร์เปลี่ยนไปหรือไม่?”

“ไม่เพคะ เหตุใดฝ่าบาทถึงได้ตรัสถามเยี่ยงนั้นเพคะ?” ฉินชิงงุนงงเล็กน้อย ทำไมเหลียงอี้ถึงถามตนแบบนั้น

“เจิ้นมากินอาหารที่ตำหนักจงชุ่ยสองครั้งแล้ว เหตุใดอาหารบนโต๊ะส่วนใหญ่ถึงเป็นอาหารรสหวานล่ะ ถ้าจำไม่ผิดเจ้าชอบกินอาหารรสชาติเผ็ดเค็มไม่ใช่หรือ”

ฉินชิงก็ไม่ได้คิดจะปิดบังแผนการเลี้ยงเหลียงอี้ให้อ้วนของนาง ดังนั้นจึงพูดว่า

“ฝ่าบาททรงมองออกเร็วขนาดนี้เลยหรือเพคะ? ฝ่าบาทเก่งมากจริงๆ หม่อมฉันปรับเปลี่ยนรสชาติเล็กน้อย ให้คนในครัวทำอาหารรสชาติหวานเพิ่มขึ้นตอนที่ฝ่าบาทเสด็จมาเพคะ”

"ทำเพื่อเจิ้นหรือ?"

“ถ้าไม่ใช่เพื่อฝ่าบาทแล้วจะยังเพื่อใครได้อีกเพคะ?”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเหลียงอี้ก็ทั้งประหลาดใจและซาบซึ้งใจ

“ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้”

“หม่อมฉันอยากบำรุงให้ฝ่าบาทอุดมสมบูรณ์เพคะ” ฉินชิงพูดอย่างแน่วแน่

“???” เมื่อเหลียงอี้ได้ยินเช่นนั้นในหัวก็เกิดคำถาม และสีหน้าก็ค่อยๆ สงสัย

“เจ้าคิดว่าเจิ้นผอมเกินไปหรือ?”

พูดตามตรง เหลียงอี้รู้สึกว่ารูปร่างของเขาตอนนี้ดีมากแล้ว ตอนเด็กๆ สิถึงจะเรียกว่าผอม หรือเรียกหนังหุ้มกระดูกเลยก็ว่าได้

โดยเฉพาะช่วงแตกหนุ่ม ตอนร่างกายกำลังโตนั้นเป็นช่วงเวลาเจริญพันธุ์ แต่เพราะร่างกายของเขาไม่มีเนื้อเลย ดังนั้นจึงดูผอมอย่างชัดเจน

แต่ตอนนี้เมื่อเหลียงอี้มองแขนขาของตนก็รู้สึกว่าตนพอดีแล้วจริงๆ

“เรื่องแผนนี้ก็ไม่จำเป็นแล้วละ เจิ้นคิดว่าตัวเองทำได้”

“แต่ฝ่าบาท หม่อมฉันคิดว่าหากท่านอ้วนกว่านี้หน่อยจะหล่อเหลามากเพคะ แน่นอนว่าตอนนี้ท่านก็หล่อเหลามากอยู่แล้ว แต่จะดีกว่านี้ถ้าท่านอ้วนขึ้นอีกหน่อยเพคะ”

คำพูดส่วนหลังของฉันชิงยังคงมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเอาตัวรอด

จบบทที่ บทที่ 165 วางแผนเลี้ยงให้อ้วน

คัดลอกลิงก์แล้ว