เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 304 - กระจกหวงเทียน ค่ายกลปราณโชคชะตา

บทที่ 304 - กระจกหวงเทียน ค่ายกลปราณโชคชะตา

บทที่ 304 - กระจกหวงเทียน ค่ายกลปราณโชคชะตา


บนเส้นทางเล็กๆ นอกเมืองหลวง ภายในรถม้าคันหนึ่ง เฟ่ยเหิงกำลังอ่านหนังสือเล่มหนึ่งอยู่

หนังสือเล่มนี้คือสิ่งที่หลี่สิงฝากฝังให้สามีภรรยาตระกูลเฟ่ยทิ้งไว้ให้เขา เนื้อหาในนั้นคือความรู้ความเข้าใจและข้อคิดเห็นเกี่ยวกับ 'คัมภีร์อี้จิง' ที่หลี่สิงเขียนขึ้นด้วยตัวเอง

อย่างน้อยเขาก็ฝึกฝนวิชาในชุด 'คัมภีร์อี้จิง' ถึงสองวิชาจนบรรลุขั้นสมบูรณ์แบบแล้ว ความรู้ความเข้าใจและข้อคิดเห็นที่มีต่อ 'คัมภีร์อี้จิง' ของเขาย่อมมีคุณค่าอย่างมาก สำหรับเฟ่ยเหิงที่กำลังศึกษา 'คัมภีร์อี้จิง' อยู่นั้น มันมีความหมายอันยิ่งใหญ่หาใดเปรียบ!

นอกจากนี้ยังมีจดหมายอีกฉบับที่หลี่สิงทิ้งไว้ให้เขาด้วย:

"มีวาสนาได้เป็นศิษย์อาจารย์กัน ถือเป็นโชคชะตาอย่างหนึ่ง อาจารย์เองก็ไม่ได้สอนสั่งเจ้ามานานนัก จึงทิ้งหนังสือเล่มนี้ไว้ให้เจ้า วันข้างหน้าจงติดตามพ่อแม่ของเจ้าให้ดี ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ต้องเชื่อมั่นในตัวเองว่า การอ่านหนังสือก็สามารถทำให้เป็นเซียนเดินดินได้เช่นกัน!"

จดหมายฉบับนี้สั้นมาก แต่เฟ่ยเหิงกลับจ้องมองมันอยู่นานแสนนาน ก่อนจะพับเก็บอย่างระมัดระวัง แล้วเริ่มอ่านหนังสือที่หลี่สิงทิ้งไว้ให้

เขาอ่านได้รวดเร็วมาก บนใบหน้ามักจะเผยให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างถ่องแท้อยู่เสมอ เพียงไม่นานเขาก็อ่านหนังสือทั้งเล่มจนจบ

เดิมทีหลี่สิงคิดว่าข้อคิดเห็นเหล่านี้ของเขาน่าจะพอให้เฟ่ยเหิงใช้เวลาทำความเข้าใจไปได้อีกหลายปี แต่เขาก็ยังประเมินสติปัญญาและพรสวรรค์ของศิษย์คนนี้ต่ำเกินไป

ในช่วงเวลาหนึ่งเดือนกว่าที่ถูกขังอยู่ในห้องลับ เฟ่ยเหิงแทบจะลืมกินลืมนอนเพื่อฝึกยุทธ์และศึกษา 'คัมภีร์อี้จิง' ความก้าวหน้าของเขาเรียกได้ว่ารวดเร็วดั่งเทพประทาน!

หนังสือของหลี่สิงเล่มนี้เปรียบเสมือนประกายไฟที่จุดกองเพลิงให้เฟ่ยเหิง มันช่วยคลี่คลายปัญหาทั้งหมดที่เขาสะสมมาตลอด และทำให้ความรู้ที่เขาได้รับในช่วงที่ผ่านมาหลอมรวมเข้าด้วยกันจนทะลุปรุโปร่ง!

เฟ่ยเหิงหลับตาลง สมองเริ่มทำงานด้วยความเร็วสูง

ผ่านไปนานเท่าใดไม่อาจทราบได้ จู่ๆ เลือดกำเดาสองสายก็ไหลออกมา ใบหน้าของเฟ่ยเหิงซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด

เขาลืมตาขึ้นอย่างฉับพลัน พร้อมกับกระอักเลือดออกมาคำโต!

"เหิงเอ๋อร์!"

"เจ้าเป็นอะไรไป?"

สองสามีภรรยาตระกูลเฟ่ยที่อยู่ภายในรถม้ารีบเอื้อมมือไปประคองเขา พร้อมกับใช้กำลังภายในตรวจสอบอาการของเขา

"หรือว่าคนของเขี้ยวมังกรจะแอบวางยาพิษเขา?"

เฟ่ยเจิ้งเฮ่าคาดเดา

"ไม่ใช่หรอกขอรับท่านพ่อ"

เฟ่ยเหิงส่ายหน้า "เมื่อครู่นี้ข้าใช้วิชาอี้จิงที่เรียนมาจากท่านอาจารย์ ทำการคำนวณดวงชะตาไปหนึ่งกว้าขอรับ"

"คำนวณดวงชะตา? ผู้อาวุโสหลี่ไม่ได้สอนวิชายุทธ์ให้เจ้าหรอกรึ?"

เฟ่ยเจิ้งเฮ่าถามด้วยความสงสัย

เฟ่ยเหิงหัวเราะ "มันก็เป็นวิชายุทธ์นั่นแหละขอรับ แต่แก่นแท้ของวิชายุทธ์เหล่านี้แท้จริงแล้วมาจากคัมภีร์ที่ท่านอาจารย์เขียนให้ข้า ซึ่งมีชื่อว่า 'คัมภีร์อี้จิง' และคัมภีร์เล่มนี้อันที่จริงก็สามารถมองว่าเป็นวิชาคำนวณดวงชะตาแขนงหนึ่งได้เช่นกันขอรับ"

ย้อนกลับไปตอนที่อยู่เมืองเหยียนเฉิง หลี่สิงได้เขียนเนื้อหาบางส่วนของ 'คัมภีร์อี้จิง' ลงบนม้วนตำราเฉิงเทียน หลานซินก็รู้สึกได้ว่าเนื้อหาในคัมภีร์เล่มนี้เกรงว่าจะเป็นวิชาคำนวณที่สูงล้ำกว่าวิชาคำนวณเทพเซียนเทียน อันเป็นสุดยอดวิชาของนิกายเซียนเทียนเสียอีก!

และในตอนนี้ เฟ่ยเหิงก็ได้ใช้วิชาคำนวณดวงชะตาที่เข้าใจจาก 'คัมภีร์อี้จิง' ทำนายดวงชะตาไปหนึ่งกว้า

"เจ้าคำนวณเรื่องอะไร?"

ลู่ชิงชิงที่อยู่ด้านข้างเอ่ยถาม

เฟ่ยเหิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากว่า:

"ข้าอยากรู้ว่าการเดินทางของท่านอาจารย์ในครั้งนี้ จะสามารถจากมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ขอรับ"

"แล้วผลลัพธ์ล่ะ?"

สองสามีภรรยาตระกูลเฟ่ยต่างก็อยากรู้ผลลัพธ์นี้เป็นอย่างมาก เพราะในแง่หนึ่ง การที่หลี่สิงยอมพาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายถึงเมืองหลวง ก็เพื่อช่วยเฟ่ยเหิง

เฟ่ยเหิงส่ายหน้าด้วยใบหน้าซีดเผือด "ดวงชะตาของท่านอาจารย์เป็นลางร้าย รอดหนึ่งตายเก้าขอรับ"

"อะไรนะ?!"

สีหน้าของสองสามีภรรยาตระกูลเฟ่ยเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง "เหิงเอ๋อร์ ที่เจ้าคำนวณมานั้นแม่นยำแน่รึ? เซียนกระบี่หลี่เก่งกาจถึงเพียงนั้น ครั้งนี้ยังเดินทางไปพร้อมกับสองปรมาจารย์แห่งนิกายพุทธ แถมเขายังมีสหายที่ร้ายกาจอีกมากมาย แล้วจะเป็นรอดหนึ่งตายเก้าไปได้อย่างไร?"

เฟ่ยเหิงกัดฟันแน่น "ข้าก็หวังว่าตัวเองจะคำนวณผิดพลาด แต่..."

"เจ้าพาเหิงเอ๋อร์หนีไปก่อน ข้าจะกลับไปช่วยผู้อาวุโสหลี่!"

จู่ๆ เฟ่ยเจิ้งเฮ่าก็หันไปพูดกับลู่ชิงชิง

หลี่สิงมีบุญคุณดั่งผู้ให้กำเนิดใหม่แก่เขา ภายหลังยังช่วยชีวิตครอบครัวของเขาไว้อีก ตอนนี้หลี่สิงต้องตกอยู่ในอันตรายเพราะมาช่วยเฟ่ยเหิง หากเขาสามารถปล่อยปละละเลย และหนีเอาตัวรอดต่อไปได้อย่างหน้าตาเฉย เขาก็คงไม่ใช่เฟ่ยเจิ้งเฮ่าอีกต่อไป

แม้เขาจะรู้ดีว่าด้วยวิชายุทธ์ของเขา การกลับไปก็คงช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่เขาก็ยังคงยืนกรานที่จะกลับไป!

"พูดเหลวไหล หากจะกลับไปก็ต้องกลับไปด้วยกันสิ!"

ลู่ชิงชิงตวาด

"หากพวกเรากลับไปกันหมด แล้วเหิงเอ๋อร์จะทำอย่างไร?"

เฟ่ยเจิ้งเฮ่ามองนาง

"เจ้า..."

ลู่ชิงชิงพูดไม่ออก

"ท่านพ่อ ท่านแม่"

ในตอนนั้นเอง จู่ๆ เฟ่ยเหิงก็ตัดสินใจได้ เขาเอ่ยขึ้นมาว่า:

"พวกท่านไม่ต้องกลับไปหรอก ข้ามีวิธีที่สามารถช่วยเหลือท่านอาจารย์ได้ขอรับ"

"วิธีอะไรกัน?"

ทั้งสองหันไปมองลูกชาย

ณ ลานประลอง หลี่สิงและหงหยวนประมือกันมาหลายนาที แลกเปลี่ยนกระบวนท่ากันไปกว่าร้อยกระบวนท่าแล้ว

หลี่สิงไม่สามารถทะลวงเกราะปราณโชคชะตาของหงหยวนได้เลย แต่เขาก็อาศัยพลังปราณพิชิตมังกรที่ข่มปราณมังกรโอรสสวรรค์ รวมถึงวิชาสุดยอดต่างๆ อย่างเพลงกระบี่ไทเก๊ก, เก้ากระบี่เดียวดาย, หนึ่งอ้อข้ามแม่น้ำ, ดาวเคลื่อนดาราคล้อย และระฆังทองคุ้มกาย ป้องกันตัวเองไว้ได้อย่างมิดชิด

ค่าพลังต่อสู้รวมของเขาในตอนนี้คือสองหมื่นเจ็ดพันหน่วย หากพูดถึงพลังทำลายล้าง เขายากที่จะคุกคามหงหยวนที่มีตราประทับมังกรแท้อยู่ในมือ และมีค่าพลังต่อสู้รวมเข้าใกล้สี่หมื่นหน่วยได้

แต่หากพูดถึงพลังป้องกันเพียงอย่างเดียว ค่าพลังของเขาต้องนับเป็นสามหมื่นเจ็ดพันหน่วยเลยทีเดียว!

ดังนั้นหงหยวนจึงไม่สามารถจัดการเขาได้ในเวลาอันสั้นเช่นกัน

แต่วิญญาณมังกรโบราณสามารถคงอยู่ได้เพียงห้านาทีเท่านั้น เมื่อหมดเวลาลง ก็ต้องอาศัยปราณโชคชะตาของหลี่สิงค่อยๆ หล่อเลี้ยงไปอีกระยะหนึ่ง จึงจะสามารถเรียกออกมาได้อีกครั้ง

และเมื่อปราศจากวิญญาณมังกรโบราณ พลังปราณพิชิตมังกรของหลี่สิงก็จะไม่สามารถข่มปราณมังกรโอรสสวรรค์ได้อีก พลังทำลายล้างของหงหยวนที่มีต่อเขาก็จะเพิ่มสูงขึ้นไปอีกขั้น!

หงหยวนไม่รู้ว่าวิญญาณมังกรโบราณจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน แต่ตัวหลี่สิงเองรู้ดีที่สุด เขาสแกนสายตามองฉินอี้เฉิงและเหลิ่งซวงฉวนที่หยุดการรักษาและลุกขึ้นยืนแล้ว ก่อนจะสบตากับทั้งสองเพื่อส่งสัญญาณยืนยันข้อมูลบางอย่าง

วินาทีต่อมา ของวิเศษแห่งพุทธะที่อยู่ในห่อผ้าด้านหลังเขาก็เปล่งประกายแสงสีทองออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด!

ทันใดนั้น ทุกคนก็เห็นบุรุษชุดเขียวกลางอากาศแทงกระบี่ออกไป นิมิตอันหลากหลายก็บังเกิดขึ้น

มีทั้งฉัตรทองคำเจ็ดสมบัติวัชระที่ส่องแสงเจิดจรัส มีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ดอกบัวศักดิ์สิทธิ์ผุดขึ้นมา... มีทวยเทพนับไม่ถ้วนบรรเลงดนตรี เทพธิดาโปรยปรายดอกไม้...

กระบี่เดียวแดนพุทธะ!

หลี่สิงงัดไพ่ตายออกมาใช้แล้ว

เมื่อเปิดใช้งานอาณาเขตพุทธะ ไม่เพียงแต่กำลังภายในของเขาจะได้รับการเติมเต็มอย่างต่อเนื่องเฉกเช่นเดียวกับหงหยวนเท่านั้น แต่ระยะเวลาการคงอยู่ของวิญญาณมังกรโบราณก็จะยาวนานขึ้นตามไปด้วย

ตราบใดที่อาณาเขตพุทธะยังคงอยู่ วิญญาณมังกรก็จะดำรงอยู่ได้ตลอดไป และจากการทดลองสองครั้งที่ผ่านมา หลี่สิงก็ประเมินได้ว่าอาณาเขตพุทธะจะคงอยู่ได้ไม่ต่ำกว่าสิบนาที!

การที่เขาเปิดใช้งานอาณาเขตพุทธะในตอนนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อกดดันหงหยวนชั่วคราวเท่านั้น แต่เขาต้องหาทางลงมือเพื่อถ่วงเวลาหลานซินเอาไว้ด้วย เพื่อเปิดโอกาสให้ดาราบู๊คนอื่นๆ สามารถสังหารหลงชีได้

"รนหาที่ตายนัก!"

เมื่อหงหยวนเห็นหลี่สิงใช้อาณาเขตพุทธะ ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจอะไรบางอย่าง

วินาทีต่อมา ปราณมังกรโอรสสวรรค์จำนวนมหาศาลก็พวยพุ่งขึ้นมาจากวังหลวง และพุ่งตรงมาบีบอัดรวมกันที่หงหยวนอย่างบ้าคลั่ง!

พลังปราณหมุนวน เกิดระลอกคลื่นเป็นชั้นๆ ท้ายที่สุดก็ก่อตัวเป็นกระจกวงกลมขนาดสูงกว่าหนึ่งเมตรขึ้นกลางอากาศ

ภายในกระจก ปรากฏภาพตำหนักและหอคอยต่างๆ อย่างวิจิตรตระการตา ราวกับวิมานลอยฟ้า ราวกับภาพลวงตา หรือดินแดนแห่งเทพเซียน

หากสังเกตให้ดี ถึงจะเห็นว่านั่นคือภาพจำลองของพระราชวังทั้งมวล เพียงแต่มีบางจุดที่ดูพร่ามัว

กระจกหวงเทียน!

นี่คือค่ายกลที่นิกายเซียนเทียนสร้างขึ้นภายในพระราชวัง โดยอาศัยปราณโชคชะตาของชาติและปราณมังกรโอรสสวรรค์ ค่ายกลแห่งนี้มีความสามารถอันน่าอัศจรรย์หลายประการ และหนึ่งในนั้นก็คือการสร้างกระจกหวงเทียนที่อยู่ตรงหน้าหงหยวนในตอนนี้

กระบี่หวงเทียนและตราประทับมังกรแท้ ทั้งสองสิ่งนี้สามารถมองว่าเป็นของวิเศษของนิกายเต๋า ซึ่งคล้ายคลึงกับศัสตราเทพ และกระจกหวงเทียนเองก็เช่นกัน เพียงแต่มันไม่มีรูปร่างที่จับต้องได้ หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ตัวตนหลักของมันคือค่ายกลปราณโชคชะตาของทั้งพระราชวังต่างหาก!

เมื่อกระจกหวงเทียนก่อตัวขึ้น ค่ายกลทั้งหมดก็จะมีศูนย์กลางการควบคุม ปราณโชคชะตาของทั้งประเทศและปราณมังกรโอรสสวรรค์ก็สามารถถูกควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเทียบเท่ากับการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น!

ในเวลานี้ เมื่อเมืองหลวงทั้งเมืองถูกครอบคลุมด้วยค่ายกลปราณโชคชะตา อาณาเขตพุทธะที่หลี่สิงสร้างขึ้นก็ได้รับผลกระทบทันที นิมิตต่างๆ ค่อยๆ เลือนหายไปทีละอย่าง

อาณาเขตพุทธะถูกทำลายลงอย่างกะทันหัน!

อันที่จริงหงหยวนไม่ได้คิดจะใช้ค่ายกลปราณโชคชะตาแห่งเมืองหลวงมาก่อน แต่พละกำลังของหลี่สิงนั้นเหนือความคาดหมายของเขาและหลานซินไปมาก

เดิมทีพวกเขาคิดว่าหลี่สิงร่วมมือกับคนอื่นถึงสามารถสังหาร 'เทพอสูร' หูเหยียนหมันได้ แต่ดูจากตอนนี้แล้ว หลี่สิงอาจจะสามารถสังหารได้ด้วยตัวคนเดียว!

เมื่อเห็นหลี่สิงใช้อาณาเขตพุทธะ และกำลังจะยกระดับความแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น ในที่สุดหงหยวนก็ทนไม่ไหว ต้องงัดไม้ตายสุดท้ายออกมาใช้

"ประสิกหง ท่านหยิบยืมค่ายกลแห่งพระราชวังมาต่อสู้เช่นนี้ ถือเป็นการผิดกฎการประลองนะ!"

เสียงของคงเจี้ยนดังก้องไปทั่วทั้งลานประลอง เพื่อตั้งคำถามต่อการกระทำของหงหยวน

การประลองของทั้งสองฝ่าย การใช้อาวุธต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นศัสตราเทพ หรือของวิเศษของนิกายเต๋า ล้วนยังอยู่ในขอบเขตที่สมเหตุสมผล แต่การพึ่งพาค่ายกลโดยตรงนั้น ถือเป็นการละเมิดกฎเกณฑ์อย่างชัดเจน

มันก็เหมือนกับการแข่งขันฟุตบอลที่ปล่อยให้ผู้ชมเจ้าบ้านลงมาช่วยเตะในสนามนั่นแหละ การที่หงหยวนอาศัยค่ายกลปราณโชคชะตาของทั้งเมืองหลวงมาใช้ในการต่อสู้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการใช้อำนาจของคนทั้งประเทศมาสู้กับคนเพียงคนเดียว!

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! กฎเกณฑ์งั้นรึ?"

กลางอากาศ หงหยวนระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

"กฎของเจิ้นนี่แหละคือกฎ!!"

"หากใครไม่พอใจ พวกเจ้าก็เข้ามาพร้อมกันให้หมดเลย!"

สิ้นเสียงของเขา ดาบมังกรแท้ก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะฟาดฟันเข้าใส่หลี่สิงอีกครั้ง

คราวนี้พลังปราณพิชิตมังกรของหลี่สิงไม่สามารถสะกดข่มปราณมังกรโอรสสวรรค์ที่ได้รับการยกระดับขึ้นมาได้อีกต่อไป เขาถูกฟันจนร่วงลงมากระแทกพื้นอย่างแรง!

การประลองในวันนี้ เมื่อเขาตัดสินใจใช้ค่ายกลปราณโชคชะตาแห่งเมืองหลวง ก็เป็นที่แน่นอนแล้วว่าเขาจะไม่สามารถทำให้ทุกคนยอมรับด้วยใจจริงได้ ดังนั้น เขาก็จะทำให้ทุกคนต้องหมอบราบคาบแก้วแทน!

"รบกวนไต้ซือทั้งสองช่วยร่วมมือกันจัดการหงหยวนด้วยเถิด!"

เหลิ่งซวงฉวนกล่าวกับคงเจี้ยนและเสวียนขู่ จากนั้นก็หันไปหาฉินอี้เฉิง:

"ลงมือ!"

ฉินอี้เฉิงพยักหน้า วินาทีต่อมา ทั้งสองก็ใช้วิชาตัวเบาพุ่งทะยานไปยังอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้ามที่หลงชีอยู่!

ในขณะเดียวกัน ดาราบู๊คนอื่นๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ก็พากันกระโจนออกจากอัฒจันทร์ พุ่งตรงไปยังตำแหน่งที่หลงชีอยู่เช่นกัน

"ขวางพวกมันไว้!"

ในตอนนั้นเองหลงชีก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน และตะโกนสั่งการเสียงดัง

ในฐานะที่เขาเป็นผู้บัญชาการใหญ่ของเขี้ยวมังกร ผู้รับผิดชอบงานรักษาความปลอดภัยของลานประลอง เขาย่อมเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว

ทันทีที่เขาสั่งการ คนของเขี้ยวมังกรที่ประจำอยู่ตามจุดต่างๆ ในลานประลองก็พากันลุกฮือขึ้น แม้แต่แขกที่มาร่วมชมการประลองบางคนก็กระโดดออกมาร่วมด้วย เพื่อสกัดกั้นพวกดาราบู๊เอาไว้

ไม่เพียงเท่านั้น นอกลานประลอง ทหารรักษาพระองค์ในชุดเกราะเหล็กหลายกองร้อยก็ได้รับคำสั่ง และเริ่มบุกเข้ามาในลานประลองเช่นกัน!

บนอัฒจันทร์ หลานซินขมวดคิ้วมองเหล่าดาราบู๊ที่จู่ๆ ก็บุกเข้ามาทางฝั่งของนาง นางไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนพวกนี้ถึงไม่ไปช่วยหลี่สิง แต่กลับบุกมาทางนางแทน?

"หรือว่ากลัวข้าจะสอดมือเข้าไปยุ่ง?"

หลานซินแค่นเสียงหัวเราะหยันในใจ เมื่ออยู่ภายในค่ายกลปราณโชคชะตาแห่งเมืองหลวง หงหยวนแทบจะไร้เทียมทาน แล้วเขาจะยังต้องการให้นางลงมือช่วยอีกงั้นหรือ?

ด้วยตราประทับมังกรแท้ ค่าพลังต่อสู้ของหงหยวนก็เข้าใกล้สี่หมื่นหน่วยเข้าไปแล้ว และเมื่อได้รับการสนับสนุนจากค่ายกลปราณโชคชะตาอีก ค่าพลังของเขาก็จะพุ่งทะลุห้าหมื่นหน่วยในรวดเดียว!

ในเวลานี้ ต่อให้เอา 'สามยอดฝีมือ' ที่ปลดปล่อยพลังขั้นสูงสุดมาสู้ด้วย ก็ยังไม่แน่ว่าจะเป็นคู่มือของหงหยวนได้เลย!

หลี่สิงปฏิเสธข้อเสนอของสมาคมดาราบู๊ แล้วเลือกที่จะมายังเมืองหลวงเพื่อเผชิญหน้ากับหงหยวนโดยตรง

และนี่ก็คือความยากของการเผชิญหน้าโดยตรง!

หลี่สิงที่อาณาเขตพุทธะถูกทำลาย ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกโจมตีอยู่ฝ่ายเดียวในทันที

เมื่อได้รับการสนับสนุนจากค่ายกลปราณโชคชะตา อาณาเขตโอรสสวรรค์ของหงหยวนก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น หลี่สิงที่ตกอยู่ภายในนั้นราวกับกำลังพายเรือทวนน้ำ ต่อให้เปิดใช้งาน 'โลกดั่งทะเลทุกข์' ความเร็วในการเคลื่อนที่ของเขาก็ยังช้ากว่าเดิมไปหนึ่งระดับ

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่สามารถหลบหลีกการฟาดฟันของหงหยวนได้อีกต่อไป ทำได้เพียงอาศัยยอดวิชาหลายแขนงตั้งรับเอาไว้

เมื่อคงเจี้ยนและเสวียนขู่เห็นเช่นนั้น พวกเขาก็เตรียมที่จะยื่นมือเข้าช่วย

ทว่าในขณะนั้นเอง จู่ๆ เสียงฟ้าร้องก็ดังมาจากที่ไกลแสนไกล

แม้จะได้ยินเพียงแค่เสียง แต่ทุกคนในลานประลองต่างก็รู้สึกใจสั่นสะท้าน ราวกับสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่แห่งสวรรค์!

"เป็นไปได้อย่างไร?!"

ทันใดนั้น หลานซินที่เดิมทียังคงความเยือกเย็นมาตลอด ก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง

จากนั้นนางก็ตะโกนบอกหงหยวนเสียงหลง:

"ฝ่าบาท รีบสังหารเขาทิ้งซะ มีคนกำลังช่วยเขายกระดับปราณโชคชะตา!"

ทุกคนมองตามทิศทางที่หลานซินชี้ไป และคนคนนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นหลี่สิงนั่นเอง

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 304 - กระจกหวงเทียน ค่ายกลปราณโชคชะตา

คัดลอกลิงก์แล้ว