เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 การพัฒนา

บทที่ 13 การพัฒนา

บทที่ 13 การพัฒนา


ฟาง ซิงเจี้ยนก้าวขาออกมาพร้อมกับดาบไม้ในมือของเขา เขาพยายามที่จะแสดงทักษะ ท่าฟันหมีกริซลีในระดับ 2 หรือ 3 เท่านั้นซึ่งมันยากมากสำหรับเขา

ฟาง ซิงเจี้ยนกำดาบไม้แน่นขึ้นเข้าปล่อยลมหายใจออกมาก่อนที่จะยกดาบขึ้นเหนือหัวและฟาดลงมาอย่างรวดเร็ว

เปรี้ยง

เสียงอากาศดังสนั่นเขาใช้ท่าฟันหมีกริซลี่ออกมาได่อย่างรุนแรง ถึงแม้ว่าเขาจะแสดงทักษะเพียงแค่นี้มันก็สมบูรณ์แบบมากสำหรับไคล์ที่กำลังยืนดูด้วยความตกใจ

"นั้นแหละถูกต้อง พวกนายต้องใช้กำลังจาก หน้าอก หน้าท้องและไหล่ ให้เหมือนกับหมี คอและเอวพวกนายต้องสั่นจำไว้นะ"เขากล่าวเสริมเพื่อให้นักเรียนที่เหลือเข้าใจถึงหลักการ

"ระดับทักษะของฟาง ซิงเจี้ยนอาจจะยังไม่เท่าพวกนาย แต่ทักษะการควบคุมของเขานั้น ดีมาก ในไม่ช้าเขาจะตามพวกนายทันแน่นอน"

หลังจากที่ฟาง ซิงเจี้ยนสาธิตให้ดูเสร็จ ไคล์ก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

"เอาละฟาง ซิงเจี้ยนนายปแยกฝึกเองได้"เขาพูดกับฟาง ซิงเจี้ยนในหัวเขากำลังคิดถึงเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา เขาสอนที่นี้มานานแต่ไม่เคยพบใครที่เรียนรู้และเข้าใจได้เร็วเท่ากับเด็กคนนี้มาก่อน เขารู้สึกได้เลยว่าเด็กคนนี้เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ในการเรียนรู้ที่มหัศจรรย์

หลังจากพูดกับฟาง ซิงเจี้ยนเสร็จไคล์ก็หันไปมองอ็อกเดนต่อ

"นายเห็นหรือยังแม้ว่าระดับทักษะของนายจะสูงกว่าเขา แต่นายยังไม่เข้าใจทักษะนี้อย่างลึกซึ้ง นั้นทำให้นายไม่สามารถใช้ทักษะนี้ออกมาได้ ต่อให้ฝึกฝนมากแค่ไหนแต่ถ้านายไม่เข้าใจ มันก็ไร้ประโยชน์ตัวอย่างก็มีให้เห็นแล้วตอนนี้อยู่ที่ตัวนายเองแล้วแหละว่าจะเข้าใจทักษะนี้มากแค่ไหน"

"เอาละฝึกซ้อมต่อไป สำหรับการคัดเลือกนักเรียนสำหรับเมืองเราใกล้เข้ามาแล้วถ้าพวกนายยังไม่สามารถฝึกฝนทักษะท่าฟันหมีกริซลีจนถึงระดับ 10 ได้ พวกนายก็ไม่สามารถที่จะผ่านการคัดเลือกได้หรอกนะจำเอาไว้ "

สำหรับพวกชนชั้นสูงนั้น พวกเขามีทรัพยากรและสามารถเข้าถึงทักษะได้มากมายแตกต่างจากประชาชนทั่วไป การที คนทั่วไปจะเรียนรู้ทักษะชั้นสูงต่างๆได้นั้นพวกเขาจำเป็นต้องผ่านการคัดเลือกเท่านั้น ซึ่งการคัดเลือกนั้นจะเริ่มคัดเลือกตั้งแต่คัดเลือกระดับเมืองจากนั้นก็ เป็นระดับ ภูมิภาคและสุดท้ายคือระดับประเทศ ซึ่งการคัดเลือกระดับเมืองนั้นจะจัดทุกปี ส่วนการคัดเลือกระดับภูมิภาคนั้นจะจัดทุกๆ 2 ปี ส่วนสุดท้ายการคัดเลือกระดับชาตินั้นจะจัดทุกๆ 3 ปี สำหรับคนที่เป็นตัวเเทนที่ผ่านการคัดเลือกนั้น พวกเขาจะได้รับทั้ง เงินทอง ชื่อเสียง และ ทักษะชั้นสูงมากมาย

"เราต้องกลายเป็นตัวแทนของประเทศให้ได้ เพื่อที่เราจะสามารถเรียนรู้ทักษะต่างๆและเพิ่มความเเข็งเเกร่งของเรา แต่ก่อนอื่นเราคงต้องผ่านการคัดเลือกที่จะจัดขึ้นในอีก 5 เดือน ก่อนสินะ "ฟาง ซิงเจี้ยนคิดและฝึกฝนอย่างมุ่งมั่น

สำหรับคนที่ผ่านการคัดเลือกจากเมืองเคิร์สนั้นพวกเขาจะได้รับบรรจุเป็นอัศวินและได้เข้าสู่ สถาบันชั้นเลิศของเมืองเคิร์ส ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานเพราะการได้ถูกบรรจุเข้าเป็นอัศวินจะสร้างชื่อเสียงให้กับวงตระกูล

"สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือเราต้องตั้งใจฝึกฝนทักษะดาบของฉันเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการคัดเลือกที่จะมาถึงก่อนเป็นอย่างแรก ตอนนี้เรามีเวลาเหลือเพียงแค่ 5ปี เท่านั้น ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสเดียวที่เราจะเข้าร่วมการคัดเลือกระดับเมืองและภูมิภาคและระดับประเทศได้ ถ้าเราได้เป็นตัวเเทนระดับเทศเมื่อไหร่ เราก็สามารถเรียนรู้ทักษะดาบชั้นสูงต่างๆได้ และความแข็งเเกร่งของเราก็จะเพิ่มขึ้นมหาศาลและถึงจะเพียงพอที่จะแก้เเค้นได้"

ฟาง ซิงเจี้ยนคิดแผนต่อไปของเขาสำหรับอนาคตและมุ่งมั่นกับการฝึกซ้อมต่อไป สำหรับผู้ที่ผ่านการคัดเลือกระดับเมืองนั้นพวกเขาจะได้รับรางวัลจากประเทศของพวกเขาโดยการทำให้ คนๆนั้นเลื่อนระดับครั้งแรก (จากเลเวล 9>10 ) และเมื่อพวกเขาผ่านการคัดเลือกระดับภูมิภาคพวกเขาจะได้รับรางวัลจากประเทศของพวกเขาโดยการทำให้คนๆนั้นจะได้เลื่อนระดับครั้งที่สอง (จากเลเวล 19>20 )

ตอนนั้นเองจู่ๆหน้าต่างสถานะของเขาก็แสดงระดับที่เพิ่มขึ้นของทักษะท่าฟันหมีกริซลีขึ้นมาว่าถึงระดับ18 แล้ว

"หึหึหึ คนธรรมดาอาจจะมีข้อจำกัดมากมายในการฝึกฝนแต่ไม่ใช่สำหรับเรา ตราบใดที่เรายังคงทุ่มเทการฝึกฝนเรื่อยๆเราก็จะยิ่งพัฒนาตัวเองมากยิ่งขึ้นจนไม่มีใครสามารถสู้กับเราได้อีกและนั้นจะทำให้การล้างแค้นของเราสำเร็จ" ประกายความเเค้นของฟาง ซิงเจี้ยนไม่เคยจางหายไป มันมีแต่ยิ่งนานไปมันยิ่งทวีคูณมากขึ้น ไฟแค้นของฟาง ซิงเจี้ยนลุกโชนอยู่ในดวงตาของเขา

เขาเงยหน้าและมองไปยังรอบๆตัวเขาในขณะที่ฟาง ซิงเจี้ยนฝึกฝนอย่างหนักมันไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่ฝึกหนักยังมีนักเรียนรอบๆตัวเขาก็ฝึกหนักเช่นกัน สำหรับวิถีชีวิตของคนที่อยู่มิราเคิลเวิร์ลนั้นพวกเข ฝึกฝนทักษะการต่อสู้อย่างหนักตั้งแต่เด็กซึ่งนั้นทำให้พวกเขาเเข็งเเกร่งกว่าฟาง ซิงเจี้ยนที่อาศัยอยู่ที่เมืองอสูรปีศาจสะอีก

หลังจากที่ให้คำเเนะนำนักเรียนและปล่อยไปฝึกซ้อมเสร็จแล้วไคล์ก็เรียกทุกคนมารวมกันที่ สนามฝึก

"เอาละทุกคน ฉันต้องออกไปทำธุระที่สำคัญ ซึ่งคงไม่ได้กลับมาที่นี่สักพัก พวกนายฝึกฝนกันไปนะถ้ามีปัญหาอะไรก็ลองคุยกันเองละกัน"เขาประกาศเรื่องที่เขาจะไม่อยู่สักพักและไม่ต้องการให้นักเรียนเหล่านี้ขาดการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

ในเวลาต่อมาฟาง ซิงเจี้ยนก็หันไปรอบๆเขาเห็นอ็อกเดนเดินเข้ามาหาเขา

อ็อดเดนนั้นได้ฝึกฝนทักษะดาบมาตั้งแต่เด็กและเขายังต้องการผ่านขั้นสุดท้ายของทักษะท่าฟันหมีกริซลี่ไปให้ได้ดังนั้นเขาจึงเดินเข้ามาหาฟาง ซิงเจี้ยน

"พี่ซิงเจี้ยนอาจารย์บอกว่าพี่เข้าใจทักษะท่าฟันหมีกริซลี่อย่างลึกซึ้งจะเป็นไรไหมถ้าผมจะขอฝึกข้างๆพี่ด้วย ผมต้องการที่จะเข้าใจถึงรูปแบบของท่าฟันหมีกริซลี่ให้ได้"อ็อดเดนกล่าวออกมาอย่างจริงฟาง ซิงเจี้ยนที่เห็นแววตาที่ตั้งใจก็อดที่ชื่นชมอ็อดเดนไม่ได้แต่เขาก็ไม่ได้เลือกที่จะพูดออกไปเพียงแค่คิดอยู่ในใจ

เมื่อฟาง ซิงเจี้ยนเห็นอ็อดเดนพูดอย่างตรงไปตรงมาเขาก็

"ได้สิ"

"ขอบคุณมากครับ ผมเข้าร่วมการคัดเลือกนี้มาได้สามครั้งแล้วนี่เป็นครั้งที่ 4 ที่ผมเข้าร่วมและครั้งนี้ผมก็ต้องการผ่านการคัดเลือกให้ได้"อ็อกเดนกล่าวออกมาและยิ้มด้วยความดีใจ

ด้วยเหตุนี้ข้างๆฟาง ซิงเจี้ยนในตอนนี้จึงมีอ็อกเดนซึ่งพยายามเลียนแบบการเคลื่อนไหวของฟาง ซิงเจี้ยนอยู่ แต่ฟาง ซิงเจี้ยนไม่ได้สนใจอะไรอ็อกเดนมากนักเขายังคงตั้งสมาธิและยังคง ฝึกฝนทักษะดาบของตัวเองอยู่อย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่ฟาง ซิงเจี้ยนฝึกฝนอยู่ก็มีเด็กๆอายุ 5-6 ขวบเริ่มฝึกซ้อมตามแล้วพูดคุยกันขึ้น

"ลักษณะการเคลื่อนไหวของพี่ซิงเจี้ยน นั้นเหมือนอาจารย์ไคล์เลย"

"อื้อ ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ"

"ดีจัง ถ้าเราฝึกฝนใกล้ๆกับพี่ซิงเจี้ยนเหมือนกับอ็อกเดนเราก็คงสามารถปรับการเคลื่อนไหวของเราให้ใกล้เคียงกับอาจารย์ไคล์ได้ "

นักเรียนครึ่งหนึ่งได้หยุดการฝึกฝนทักษะท่าฟันหมีกริซลี่และขยับมาฝึกใกล้ๆกับฟาง ซิงเจี้ยนแต่ในอีกมุมหนึ่งมีบางคนเฝ้าดูฟาง ซิงเจี้ยนอย่างไม่สนใจ ชายที่อยู่ในมุมนั้นมีผมสีแดงและไม่หน้าที่แสดงความรู้สึดไม่พอใจต่อฟาง ซิงเจี้ยนออกมา

"เหอะๆ คิดว่าพวกนายจะได้เรียนรู้อะไรจากมันงั้นเหรอ ทางที่ดีมาเรียนรู้กับพวกฉันที่ฝึกมาแล้วหลายปีแล้วดีกว่า"เขาพูดขึ้นมาด้วยเสียงที่ไม่พอใจและข้างๆเขาก็มีชายหนุ่มที่มีกล้ามเนื้อกระชับมีสัดส่วนคล้ายๆกับประติมากรรมที่สมบูรณ์แบบยืนอยู่

ชื่อของเขาคือ แลมเบิร์ตเขาเป็นอันดับ 2 รองจากอ็อกเดน

"ถูกต้อง มันก็แค่คนที่เข้ามาเรียนได้ไม่กี่วันพวกนายจะได้อะไรจากมันกัน "

"ชั่งมันเถอะ เป้าหมายของพวกเราคือการผ่านการคัดเลือกของเมืองที่กำลังจะมาถึงนี้และคราวนี้ฉันจะออกจากที่นี่และเข้าไปเรียนยังสถาบันชั้นเลิศในขณะที่พวกมันยังต้องอยู่ในสถาบัน ทักษะดาบแห่งนี้อีกนานเเสนนาน ฮ่าๆๆๆ"แลมเบิร์ตหัวเราะแล้วหันไปบอกกับเพื่อนข้างๆของเขาว่า

"พวกเราไปฝึกฝนในส่วนของพวกเราเถอะเหลือเวลาอีกแค่ 5 เดือนเท่านั้น"เพื่อนที่เหลือของเขาที่เห็นด้วยกับความคิดนี้ต่างพยักหน้าและเดินตามแลมเบิร์ดไปฝึกซ้อม

..................................................................

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา

ไม่ว่าร่างกายของฟาง ซิงเจี้ยนจะแข็งแกร่งขนาดไหนแต่ว่าเขาเองก็เป็นมนุษย์ ไม่ใช่เครื่องจักร ดังนั้นเขาจึงหยุดพักชั่วคราวเนื่องจากร่างกายของเขาเริ่มล้าอย่างเห็นได้ชัดเเล้ว หลังที่โหมฝึกซ้อมมาตลอดทั้งวัน ซึ่งตอนนี้เวลาเขาก็เหลือน้อยลงทุกๆวินาทีที่ผ่านไปเขาจึงอยากใช้ทุกวินาทีให้มีค่า แต่การพักผ่อนก็เป็นสิ่งจำเป็นเหมือนกัน

จบบทที่ บทที่ 13 การพัฒนา

คัดลอกลิงก์แล้ว