- หน้าแรก
- นายทวารท้าลิขิต ระบบคัดกรองศิษย์ขออภัยสำนักนี้ไม่ต้อนรับคนบาป
- บทที่ 310 - ความหวาดกลัวของสองมหาปราชญ์แดนประจิม
บทที่ 310 - ความหวาดกลัวของสองมหาปราชญ์แดนประจิม
บทที่ 310 - ความหวาดกลัวของสองมหาปราชญ์แดนประจิม
บทที่ 310 - ความหวาดกลัวของสองมหาปราชญ์แดนประจิม
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
เมื่อมายืนอยู่ที่บริเวณหน้าประตูวังปี้โหยว วารีมองดูภาพตรงหน้าด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
ทั่วทั้งเกาะเต่ามังกรทองเต็มไปด้วยแสงสว่างที่สาดส่องลงมา
เศษซากพลังต้นกำเนิดของเทวะมารแห่งความโกลาหลทั้งสามพันตนที่แตกสลาย ส่วนใหญ่แล้วก็หลั่งไหลมายังลัทธิท้าลิขิตอย่างที่คิดไว้จริงๆ
พวกมันซึมซาบเข้าไปในร่างกายของศิษย์ลัทธิท้าลิขิตมากมาย และร่วงหล่นลงไปในแม่น้ำหลายสายบนเกาะ ซึ่งบริเวณนั้นล้วนมีศิษย์ลัทธิท้าลิขิตกำลังนั่งสมาธิบำเพ็ญเพียรอยู่ทั้งสิ้น
แสงรุ้งสายหนึ่งพุ่งทะยานมาจากที่ไกลๆ พระแม่วิญญาณทองคำร่อนลงมาหยุดอยู่ตรงหน้าวารี "ศิษย์พี่วารี นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เจ้าคะ"
ตามมาติดๆ ด้วยพระแม่วิญญาณเต่าและพระแม่ไร้เทียมทาน ทั้งคู่ร่อนลงมาและมองวารีด้วยความสงสัยเช่นกัน
ก่อนหน้านี้เกิดการต่อสู้ขึ้นที่นอกเกาะเต่ามังกรทอง พวกนางทั้งหมดจึงพากันพุ่งออกมาจากวังปี้โหยว
ไม่คิดเลยว่าเพียงแค่ชั่วครู่ การต่อสู้ก็จบลง ตามมาด้วยเรื่องใหญ่โตมากมายที่เกิดขึ้นในเผ่ามนุษย์และโลกยุคบรรพกาล
ยังไม่ทันที่พวกนางจะได้ตรวจสอบให้แน่ชัด ท่านอาจารย์ทะลวงฟ้าของพวกนางกลับตัดฐานะยอดคนด้วยตัวเองเสียแล้ว
เรื่องนี้ทำให้พวกนางตกตะลึงไปตามๆ กัน
ก็เพราะท่านทะลวงฟ้าเป็นถึงยอดคนผู้บรรลุมรรคแห่งสวรรค์ ลัทธิท้าลิขิตจึงได้ชื่อว่าเป็นสำนักของยอดคน
ยามนี้กำลังอยู่ในช่วงมหาหายนะแต่งตั้งเทพพยากรณ์ ท่านอาจารย์กลับมาตัดฐานะยอดคนทิ้งเสียอย่างนั้น ความรู้สึกทั้งตกตะลึง สงสัย ไม่เข้าใจ และกังวลใจต่างก็วนเวียนอยู่ในใจของพวกนาง
ทว่ายังไม่ทันที่พวกนางจะได้เข้าเฝ้าท่านทะลวงฟ้า ที่โลกตะวันตกก็มีเสียงระเบิดดังสนั่น จากนั้นก็ตามมาด้วยแสงสว่างเจิดจ้าที่พุ่งทะยานเต็มท้องฟ้า
แสงเหล่านั้นไม่เพียงแต่จะสาดส่องไปทั่วเกาะเต่ามังกรทอง แต่ยังสาดส่องลงมายังสถานปฏิบัติธรรมของท่านอาจารย์อย่างวังปี้โหยวอีกด้วย
และสิ่งที่พวกนางค้นพบหลังจากนั้น ก็ยิ่งทำให้ทั้งสามคนต้องตกตะลึง
พลังต้นกำเนิดแห่งกฎเกณฑ์
แสงสว่างที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าเหล่านี้ ล้วนเป็นเศษซากพลังต้นกำเนิด
เพราะวารี พวกนางจึงเลือกเดินบนเส้นทางแห่งวิถีฮุ่นหยวนแห่งกฎเกณฑ์ และบำเพ็ญเพียรกฎเกณฑ์ต่างๆ
เศษซากพลังต้นกำเนิดแห่งกฎเกณฑ์เหล่านี้ นับเป็นโอกาสทองที่พวกนางไม่อาจหาจากที่ไหนได้อีกแล้ว ประเด็นสำคัญก็คือ พลังต้นกำเนิดที่ซึมซาบเข้าไปในร่างกายของพวกนาง ล้วนเป็นกฎเกณฑ์ที่พวกนางต้องการมากที่สุด
ไม่ต้องเสียเวลาบำเพ็ญเพียรให้ยุ่งยาก เพียงแค่หลอมรวมและดูดซับเศษซากพลังต้นกำเนิดเหล่านี้ ความแข็งแกร่งของพวกนางก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นพระแม่วิญญาณทองคำ พระแม่ไร้เทียมทาน หรือพระแม่วิญญาณเต่า ภายในใจของพวกนางล้วนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและสงสัยอย่างล้นเหลือ
การแต่งตั้งเทพพยากรณ์เป็นมหาหายนะอันยิ่งใหญ่ของฟ้าดินแท้ๆ ไฉนถึงกลายมาเป็นโอกาสทองครั้งใหญ่เช่นนี้ไปได้
ยามนี้บนท้องฟ้ายังมีแสงสว่างร่วงหล่นลงมาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้นพวกนางก็ยังพอมองเห็นแสงสว่างที่ขอบฟ้าอันไกลโพ้นอีกด้วย
เศษซากพลังต้นกำเนิดเหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะซึมซาบเข้าไปในร่างกายของศิษย์ลัทธิท้าลิขิตบนเกาะเต่ามังกรทอง แต่ยังหลั่งไหลไปยังทั่วทั้งโลกยุคบรรพกาล
มีทั้งที่แดนอุดรสุด ที่ทะเลตะวันออกอันกว้างใหญ่ไพศาล หรือแม้แต่บนศาลสวรรค์ กล่าวได้ว่าเป็นการนำพาความโชคดีมาสู่ทั่วทั้งแผ่นดินยุคบรรพกาลเลยก็ว่าได้
เรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นในเวลาเพียงชั่วพริบตา ทำให้พวกนางสับสนจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว
"นี่คือพรจากปฐมเทพเบิกฟ้า พวกเจ้าจงตั้งใจบำเพ็ญเพียร และรีบก้าวเข้าสู่ขั้นฮุ่นหยวนต้าหลัวเซียนทองคำให้เร็วที่สุดเถอะ" วารีเก็บสายตาที่มองไปรอบๆ และเอ่ยขึ้นเสียงเบา
เขาย่อมรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคบรรพกาลได้ดีกว่าพระแม่วิญญาณทองคำและคนอื่นๆ พลังต้นกำเนิดของเทวะมารแห่งความโกลาหลทั้งสามพันที่แตกสลาย ไม่เพียงแต่จะหลั่งไหลไปยังแผ่นดินยุคบรรพกาลและศาลสวรรค์เท่านั้น แต่ยังตกลงไปในยมโลกอีกด้วย
ผู้ที่มีรากฐานล้ำลึกและมีพรสวรรค์สูงส่ง ย่อมได้รับประโยชน์มากที่สุด
อย่างเช่นตัวเขาเอง ภายในแม่น้ำวิญญาณบนเกาะเต่ามังกรทองก็มีแสงสว่างร่วงหล่นลงมามากมาย แม่น้ำสวรรค์บนศาลสวรรค์ ทะเลดาวในห้วงอวกาศ ทะเลโลหิตในยมโลก และแม่น้ำลืมเลือน ล้วนมีเศษซากพลังต้นกำเนิดแห่งกฎเกณฑ์หลั่งไหลเข้าไปทั้งสิ้น
เป็นการเติมเต็มวิถีแห่งกฎเกณฑ์ทั้งสามพันของเขาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และยังเป็นการมอบความโชคดีให้กับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายในนั้นอีกด้วย
"ปฐมเทพเบิกฟ้า"
"ขั้นฮุ่นหยวนต้าหลัวเซียนทองคำ"
คำพูดของวารี ทำให้พระแม่ไร้เทียมทานและพระแม่วิญญาณเต่าร้องอุทานออกมา ส่วนพระแม่วิญญาณทองคำก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเช่นกัน
สำหรับเทวะมารแห่งความโกลาหลผู้เบิกฟ้าดิน พวกนางย่อมรู้จักดี ไฉนมหาหายนะครั้งนี้ถึงไปเกี่ยวข้องกับตัวตนผู้นั้นได้ล่ะ
และประโยคครึ่งหลังของศิษย์พี่วารีนั้นหมายความว่าอย่างไรกัน พวกนางต่างก็มีโอกาสที่จะบรรลุขั้นฮุ่นหยวนอย่างนั้นหรือ
ก่อนหน้านี้ตอนที่ศิษย์พี่วารีสอนสั่งเรื่องวิถีฮุ่นหยวน ก็เคยบอกไว้ว่าเส้นทางสายนี้ยากลำบากยิ่งนัก หรือว่าตอนนี้พันธนาการแห่งฟ้าดินจะไม่มีอีกต่อไปแล้ว
พระแม่วิญญาณทองคำลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ นางชำเลืองมองเข้าไปในวังปี้โหยว ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบา "ท่านอาจารย์ เขา"
ศิษย์พี่วารีบรรลุมรรคแล้ว แถมยังเพิ่งเดินออกมาจากวังปี้โหยว ย่อมต้องรู้สถานการณ์ของท่านอาจารย์เป็นอย่างดี
"ท่านอาจารย์กำลังปิดด่านบำเพ็ญเพียร พวกเจ้าอย่าได้ไปรบกวนเขา จงรีบฉวยโอกาสนี้บำเพ็ญเพียรเถอะ" วารีกล่าวจบ เขาก็ก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังสระน้ำวิเศษอันคุ้นเคย
การเดินทางไปภูเขาซวีหมีครั้งนี้ เขาได้เห็นแม่น้ำแห่งกาลเวลา และยังมีโอกาสได้ควบแน่นรูปร่างพื้นฐานของมันขึ้นมา เขาต้องการจะจำลองแม่น้ำแห่งกาลเวลาที่เป็นของตนเองขึ้นมา
การบำเพ็ญเพียรกฎเกณฑ์แต่ละสาย ก็เปรียบเสมือนการสร้างร่างกายที่ไม่อาจระบุได้ขึ้นมา และแม่น้ำแห่งกาลเวลาก็คือร่างกายที่เขาปรารถนาที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
"เจ้าค่ะ ศิษย์พี่" พระแม่วิญญาณทองคำและคนอื่นๆ รับคำ
ทั้งสามคนสบตากัน ภายในดวงตายิ่งทวีความสงสัยมากขึ้นไปอีก
ท่านอาจารย์เพิ่งจะตัดฐานะยอดคนด้วยตัวเอง ตอนนี้กลับมาปิดด่านบำเพ็ญเพียร หรือว่าท่านอาจารย์เองก็คิดจะเดินบนเส้นทางแห่งวิถีฮุ่นหยวนเช่นกัน
ความคิดที่แวบเข้ามาในหัว ทำให้พวกนางเริ่มมั่นใจในการคาดเดาของตนเอง
พวกนางมองไม่เห็นการต่อสู้ของยอดคนอย่างชัดเจน แต่การขึ้นบัญชีของเทพปฐมกาลและสองมหาปราชญ์แดนประจิมนั้น พวกนางล้วนรู้ดี
ระดับฮุ่นหยวนต้าหลัวเซียนทองคำนั้นเหนือกว่ายอดคนผู้บรรลุมรรคแห่งสวรรค์มาก ยามนี้แม้แต่ท่านอาจารย์ก็ยังมาบำเพ็ญเพียรวิถีฮุ่นหยวน ความมุ่งมั่นในเส้นทางสายนี้ของพวกนางจึงยิ่งแน่วแน่มากขึ้นไปอีก
ทั้งสามคนไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย พวกนางรีบหันหลังกลับและพุ่งตรงเข้าไปในวังปี้โหยว
จ้าวกงหมิงและคนอื่นๆ ที่เพิ่งจะมาถึงเกาะเต่ามังกรทอง ต่างก็ยืนนิ่งอยู่กลางอากาศ ภายในดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
"พลังต้นกำเนิดแห่งกฎเกณฑ์การต่อสู้ นี่มันคือพลังต้นกำเนิดแห่งกฎเกณฑ์การต่อสู้จริงๆ ด้วย" ลิงหกหูสัมผัสถึงจุดแสงที่ซึมซาบเข้าไปในร่างกาย ก่อนจะร้องตะโกนออกมาเสียงดังลั่น
หลวี่เยว่ที่อยู่ไม่ไกลก็เบิกตากว้าง บนใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจเช่นกัน
เพียงชั่วพริบตา กลิ่นอายอันแข็งแกร่งก็พุ่งทะยานขึ้นมา เขาได้ก้าวเข้าสู่ขั้นฮุ่นหยวนเซียนทองคำแล้ว
เพียงแค่เพราะพลังต้นกำเนิดที่ซึมซาบเข้ามาในร่างกายเมื่อครู่นี้ เขาก็สามารถทะลวงผ่านระดับพลังไปได้หนึ่งขั้นเต็มๆ
"โอกาสทอง โอกาสทองครั้งใหญ่จริงๆ" หลวี่เยว่พึมพำเสียงเบา ภายในดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
จากการประเมินของเขา หากสามารถดูดซับพลังต้นกำเนิดแห่งกฎเกณฑ์เหล่านี้ได้ทั้งหมด เขายังสามารถทะลวงระดับพลังไปได้อีก
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย" จ้าวกงหมิงมองไปยังโลกตะวันตก ภายในใจรู้สึกตกตะลึงอย่างที่สุด
โลกตะวันตกเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น จากนั้นก็ตามมาด้วยแสงดาวที่ร่วงหล่นลงมาเต็มท้องฟ้า ทุกคนที่อยู่ที่นี่รวมถึงตัวเขาเองด้วย ล้วนได้รับผลประโยชน์ครั้งใหญ่
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ บนเกาะเต่ามังกรทองตรงหน้านี้ ก็มีจุดแสงร่วงหล่นลงมาอย่างหนาแน่นเช่นกัน ส่วนทิศทางของโลกยุคบรรพกาลที่อยู่ด้านหลัง ก็ยังมีจุดแสงหลากสีสันพาดผ่านท้องฟ้าอยู่อีกมากมาย
จากการสัมผัสของเขา สิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นพลังต้นกำเนิดแห่งกฎเกณฑ์ทั้งสิ้น
ในโลกยุคบรรพกาล ไฉนถึงมีพลังต้นกำเนิดมากมายมหาศาลถึงเพียงนี้ จ้าวกงหมิงรู้สึกสับสนและเต็มไปด้วยความสงสัย
ทว่าในเวลานี้ จ้าวกงหมิงก็ตระหนักได้ว่า โอกาสทองที่ยิ่งใหญ่ระดับนี้ ภายภาคหน้าคงต้องมุ่งมั่นบำเพ็ญเพียรวิถีฮุ่นหยวนแล้วล่ะ
"ไปวังปี้โหยวกันเถอะ"
จ้าวกงหมิงเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะเร่งความเร็วพุ่งทะยานไปยังวังปี้โหยว
หากต้องการรู้เรื่องราวทั้งหมดอย่างละเอียด ก็ต้องไปถามท่านอาจารย์และศิษย์พี่วารีเท่านั้น
คนอื่นๆ ที่กำลังดีใจอยู่กลางอากาศ รีบพุ่งตามไปทันที กลายเป็นแสงรุ้งหลายสายหายลับไปในทิศทางของวังปี้โหยว
โลกตะวันตก
ณ ยอดเขาซวีหมี มีแสงสวรรค์โปรยปราย ดอกบัวทองคำผุดขึ้นมา รัศมีหลากสียาวเหยียดพาดผ่านท้องฟ้า ร่างของเทพปฐมกาลและมหาปราชญ์ปรากฏตัวขึ้น
เหล่าศิษย์ลัทธิประจิมที่ยังคงรอคอยอยู่กลางอากาศ เมื่อเห็นดังนั้นต่างก็รีบทำความเคารพ ส่วนนักพรตหรานเติงและเซียนติ้งกวงหูยาวกลับหน้าซีดเผือดลงในพริบตา
ก่อนหน้านี้วารีเพิ่งจะสังหารเซียนเศียรมังกรที่เป็นศิษย์ทรยศไปหมาดๆ นี่ก็ทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติอยู่แล้ว
ทว่ายอดคนผู้บรรลุมรรคแห่งสวรรค์อย่างเทพปฐมกาลและมหาปราชญ์ ที่เพิ่งจะปรากฏตัวขึ้นมานั้น กลับไม่ได้สนใจพวกเขาเลยแม้แต่น้อย
พวกเขาเพียงแค่ปรายตามองหลุมลึกอันมืดมิดบนยอดเขาซวีหมี ก่อนจะกลายเป็นแสงรุ้งสองสาย หายลับไปในบริเวณนั้น
เมื่อเห็นว่ายอดคนทั้งสองจากไปแล้ว นักพรตหรานเติงก็ปาดเหงื่อที่หน้าผาก ก่อนจะหันหลังและรีบเผ่นหนีไปไกล
แม้ตอนนี้เขาจะได้เป็นถึงรองเจ้าลัทธิประจิม แต่เทพปฐมกาลนั้นเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องหน้าตาเป็นที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นยังมีบทเรียนจากเซียนเศียรมังกรให้เห็นเป็นตัวอย่าง นักพรตหรานเติงจึงไม่กล้าอยู่ที่นี่ต่ออีกต่อไป
อย่างน้อยก็ต้องหาที่ซ่อนตัวในโลกตะวันตกให้พ้นช่วงวิกฤตินี้ไปก่อน รอดูสถานการณ์ไปก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที
แม้ยอดคนจะไม่สามารถเข้าไปในยมโลกเพื่อเวียนว่ายตายเกิดได้ แต่ตอนนี้บัญชีแต่งตั้งเทพพยากรณ์ก็ระเบิดไปแล้ว ใครจะไปรู้ว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันอะไรขึ้นอีก
เซียนติ้งกวงหูยาวที่กำลังหวาดหวั่นใจอยู่ เมื่อเห็นนักพรตหรานเติงเผ่นหนี เขาก็มองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง ก่อนจะรีบวิ่งหนีไปอีกทาง
แม้ก่อนหน้านี้การมาเยือนดินแดนตะวันออก จะเป็นคำสั่งจากยอดคนทั้งสอง แต่ตอนนี้เขาเป็นเพียงแค่เซียนระดับล่างๆ จะไปรู้ได้อย่างไรว่าท่านเจ้าลัทธิจะยอมปกป้องเขาจากการตามล่าของยอดคนผู้บรรลุมรรคแห่งสวรรค์หรือไม่
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเพิ่งจะดูดซับเศษซากพลังต้นกำเนิดมาได้ไม่น้อย ตอนนี้ก็เป็นเวลาที่เหมาะเจาะที่จะหาที่สงบๆ บำเพ็ญเพียร
หากสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับต้าหลัวเซียนทองคำได้ สถานะของเขาในลัทธิประจิมก็คงจะดีขึ้นมาบ้าง
ส่วนลึกของภูเขาซวีหมี
เจียอิ่นและจวิ่นถียืนนิ่งอยู่กลางอากาศ สายตากวาดมองไปรอบๆ ด้วยความระแวดระวัง
"ศิษย์พี่ การโจมตีเมื่อครู่นี้ น่าจะมาจากที่นี่แหละ" จวิ่นถีขมวดคิ้วแน่น แววตาแฝงไปด้วยความสงสัย
หลังจากที่วารีจากไป พวกเขาก็ระมัดระวังตัวเป็นอย่างมากตอนที่ลงมาสำรวจ
ทว่าเมื่อเข้ามาภายในภูเขาซวีหมี นอกจากกลิ่นอายที่หลงเหลืออยู่ในอากาศแล้ว พวกเขากลับไม่พบสิ่งใดที่ผิดปกติเลย ไม่ต้องพูดถึงร่องรอยของคนที่ทำลายยอดเขาซวีหมีเลยด้วยซ้ำ
"มี..." เจียอิ่นกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วเขาก็หยุดชะงัก หันไปมองทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว
ที่นั่นมีแสงรุ้งสองสายร่วงหล่นลงมา พวกเขาคือมหาปราชญ์และเทพปฐมกาลที่เพิ่งจะเดินทางมาถึง
"ศิษย์พี่ใหญ่ นี่มันกลิ่นอายของปฐมเทพเบิกฟ้า มันอยู่แถวๆ นี้จริงๆ ด้วย" เทพปฐมกาลเมินเจียอิ่นและจวิ่นถีไปโดยสิ้นเชิง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความดีใจ
ก่อนหน้านี้เศษซากพลังต้นกำเนิดที่หลั่งไหลเข้าไปในโลกยุคบรรพกาล เทพปฐมกาลก็ได้รับประโยชน์ไปไม่น้อย แต่สิ่งที่เขาสนใจมากกว่าก็คือกลิ่นอายของปฐมเทพเบิกฟ้า
ในฐานะที่เกิดมาจากวิญญาณของปฐมเทพเบิกฟ้า หากปฐมเทพเบิกฟ้าทิ้งมรดกอะไรเอาไว้ พวกเขาย่อมเป็นผู้สืบทอดที่ชอบธรรมที่สุด
เมื่อมาถึงที่นี่ เขาจึงสัมผัสถึงกลิ่นอายของปฐมเทพเบิกฟ้าได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
มหาปราชญ์พยักหน้าเบาๆ สายตากวาดมองไปรอบๆ ด้วยความสงสัย
ในมิตินี้ ไม่เพียงแต่จะมีกลิ่นอายของปฐมเทพเบิกฟ้าเท่านั้น แต่ยังมีความผันผวนของกฎเกณฑ์ทั้งสามพันสายอีกด้วย
เพิ่งจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นที่นี่
เจียอิ่นและจวิ่นถีที่เดิมทีกำลังจะเข้าไปทักทาย เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้าง ภายในใจเต็มไปด้วยความตกตะลึง
กลิ่นอายของปฐมเทพเบิกฟ้า
การโจมตีที่ทำลายยอดเขาซวีหมีจนแหลกละเอียดเมื่อครู่นี้ มาจากปฐมเทพเบิกฟ้างั้นหรือ
ความคิดที่แวบเข้ามาในหัว ทำให้ยอดคนทั้งสองรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ต่างฝ่ายต่างก็ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่
ในฐานะที่เป็นเทวะวิถีแต่กำเนิด พวกเขาย่อมรู้จักเทวะมารแห่งความโกลาหลอย่างปฐมเทพเบิกฟ้าเป็นอย่างดี
อีกฝ่ายที่น่าจะตายไปแล้วในมหาหายนะเบิกฟ้าดิน ทำไมถึงมาปรากฏตัวอยู่ใต้ภูเขาซวีหมี และทำไมถึงสามารถโจมตีได้
เพียงแต่เมื่อดูจากท่าทางของเทพปฐมกาลและมหาปราชญ์ พวกเขากก็ไม่ได้มีเจตนาจะโกหกแต่อย่างใด
ปฐมเทพเบิกฟ้ายังมีชีวิตอยู่งั้นหรือ
ชั่วพริบตานั้นเอง ภายในใจของสองมหาปราชญ์แดนประจิมก็รู้สึกหวาดกลัวจับใจ
พวกเขาได้รับคำสั่งจากปฐมบรรพจารย์ให้มาเฝ้าดูแลภูเขาซวีหมี ยามนี้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น หรือว่าภายในนี้จะมีความลับอะไรซ่อนอยู่
หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว เทพปฐมกาลและมหาปราชญ์ก็ไม่พบอะไรเพิ่มเติม นอกจากพลังแห่งกฎเกณฑ์ที่หลงเหลืออยู่และกลิ่นอายที่จางหายไป
ทั้งสองคนที่มีความสงสัยเต็มเปี่ยม หันไปมองสองมหาปราชญ์แดนประจิม
ที่นี่คือสถานปฏิบัติธรรมของพวกเขา
"เจียอิ่น จวิ่นถี ใต้ภูเขาซวีหมีนี้มีอะไรซ่อนอยู่กันแน่" เทพปฐมกาลหน้าขรึมลง แววตาฉายแววเสียดายออกมา
เดิมทีคิดว่าตามกลิ่นอายของปฐมเทพเบิกฟ้ามา อาจจะพบเจอโอกาสทองอะไรบ้าง ไม่คิดเลยว่าจะมาเสียเที่ยว แต่ถ้ายังมีเศษซากพลังต้นกำเนิดหลงเหลืออยู่ในโลกยุคบรรพกาล เขาอาจจะยังพอรวบรวมมาได้อีกสักหน่อย
"ศิษย์พี่ทั้งสอง พวกเราก็ไม่รู้จริงๆ จู่ๆ ก็สัมผัสได้ถึงความผันผวนอันน่าสะพรึงกลัวจากในภูเขา จากนั้นยอดเขาซวีหมีก็ระเบิดไปเลย" จวิ่นถีส่ายหน้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย
เจียอิ่นที่อยู่ด้านข้างก็เสริมขึ้นมาว่า "พวกเราก็เพิ่งจะมาถึงก่อนพวกท่านเพียงไม่นานเท่านั้น แต่ทว่า..."
"ทว่าเมื่อครู่นี้ วารีเพิ่งจะออกไปจากที่นี่"
ความลับใต้ภูเขาซวีหมีเป็นสิ่งที่ปฐมบรรพจารย์สั่งไว้ ไม่สามารถบอกเทพปฐมกาลได้ จึงทำได้เพียงเบี่ยงเบนความสนใจไปที่วารีแทน
"วารีงั้นหรือ"
ทันทีที่ได้ยินชื่อนี้ เทพปฐมกาลก็ร้องอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
สำหรับคนผู้นี้ เทพปฐมกาลย่อมรู้สึกเกลียดชังเข้ากระดูกดำ เขาขมวดคิ้วแน่นและเอ่ยถามเสียงเข้ม "เขาไม่ได้อยู่ที่เกาะเต่ามังกรทองหรอกหรือ แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้"
เมื่อครู่นี้ วารียังต่อสู้กับพวกเขาอยู่ที่ทะเลตะวันออกอยู่เลย ท่านทะลวงฟ้าก็เพิ่งจะตัดฐานะยอดคนด้วยตัวเอง อีกฝ่ายน่าจะอยู่ที่เกาะเต่ามังกรทองสิ
แม้ว่ายอดคนผู้บรรลุมรรคแห่งสวรรค์จะมีความแข็งแกร่งมหาศาล สามารถเดินทางไปได้ทุกที่ในโลกยุคบรรพกาลเพียงชั่วพริบตา แต่การปรากฏตัวในส่วนลึกของภูเขาซวีหมีนั้น มันช่างดูแปลกประหลาดเกินไปแล้ว
มหาปราชญ์ที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ขมวดคิ้วเช่นกัน เขามองไปยังสองมหาปราชญ์แดนประจิมอย่างสงสัย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
เจียอิ่นและจวิ่นถีสบตากัน ก่อนจะส่ายหน้าพร้อมกัน "พวกเราก็ไม่รู้เหมือนกัน"
ภูเขาซวีหมีมีความลับอะไรซ่อนอยู่ พวกเขาก็ไม่รู้จริงๆ และถึงรู้ก็คงบอกไม่ได้ ทั้งสองคนไม่ได้โกหกแต่อย่างใด
มหาปราชญ์จ้องมองสองมหาปราชญ์แดนประจิมอยู่ครู่หนึ่ง ภายในใจก็มีคำตอบอยู่แล้ว เจียอิ่นและจวิ่นถีมีความลับซ่อนอยู่จริงๆ
เทพปฐมกาลและมหาปราชญ์ค้นหาบริเวณนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง เมื่อไม่พบอะไรเพิ่มเติม ก็จำต้องจากไปอย่างช่วยไม่ได้
เมื่อเห็นว่ายอดคนทั้งสองจากไป เจียอิ่นและจวิ่นถีก็มีสีหน้าเคร่งเครียดและกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด
ความลับใต้ภูเขาซวีหมี พวกเขาเองก็ไม่รู้แน่ชัด แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับปฐมเทพเบิกฟ้า เทพปฐมกาลและมหาปราชญ์ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงต่อ เห็นได้ชัดว่าเริ่มสงสัยพวกเขาแล้ว
"ศิษย์พี่ พวกเราคงต้องระวังตัวให้มากขึ้นแล้วล่ะ" จวิ่นถีหน้าซีดเผือด ภายในใจเต็มไปด้วยความกังวล
ล่วงเกินวารีและท่านทะลวงฟ้า แถมตอนนี้ยังทำให้มหาปราชญ์สงสัยอีก ต่อไปนี้ชีวิตของพวกเขาคงจะลำบากขึ้นอีกเยอะ ที่สำคัญที่สุดก็คือ การโจมตีที่ทำลายยอดเขาซวีหมีเมื่อครู่นี้ ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
รู้ทั้งรู้ว่าเป็นกลิ่นอายของปฐมเทพเบิกฟ้า แต่ทำไมถึงมาทำลายยอดเขาซวีหมีล่ะ
เจียอิ่นพยักหน้าอย่างเห็นด้วยพลางทอดถอนใจ "พวกเราไปวังเมฆาม่วงเพื่อเข้าเฝ้าปฐมบรรพจารย์กันเถอะ"
การต่อสู้ระดับยอดคนไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาจะเข้าไปแทรกแซงได้อีกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องที่เกิดขึ้นก็เกี่ยวข้องกับปฐมเทพเบิกฟ้า คงมีเพียงปฐมบรรพจารย์เท่านั้นที่จะให้คำตอบได้
จวิ่นถีพยักหน้ารับคำ จากนั้นทั้งสองคนก็พุ่งทะยานออกจากภูเขาซวีหมีไป
[จบแล้ว]