- หน้าแรก
- ชาตินี้ ผมขอพกมิติ มาเปลี่ยนยุคอดอยากให้เป็นยุคทอง
- บทที่ 211 ปฏิบัติการของหัวหน้าหวัง
บทที่ 211 ปฏิบัติการของหัวหน้าหวัง
บทที่ 211 ปฏิบัติการของหัวหน้าหวัง
ซุนอิงจวิ้นมองตามแผ่นหลังของหัวหน้าหวังที่เดินจากไป เขากระตุกยิ้มมุมปากอย่างไม่ยี่หระ
ในความคิดของเขานั้น เขาคือบุคลากรชั้นยอดที่สถานีขนส่งเมืองหลวงอุตส่าห์ทำเรื่องขอย้ายตัวมาโดยเฉพาะ!
ด้วยวัยเพียงเท่านี้ แต่กลับได้เป็นถึงพนักงานขับรถระดับห้า... ไม่ว่ามองมุมไหน เขาก็มีความสำคัญและมีคุณค่ามากกว่าพวกตาลุงขับรถงกๆ เงิ่นๆ ในสถานีแห่งนี้เป็นไหนๆ!
เขาแอบคิดบัญชีแค้นไว้ในใจ...กลับไปถึงสถานีเมื่อไหร่ ฉันจะไปฟ้องผู้บริหารให้หมด! จะใส่ไฟไอ้แก่หวังนี่ให้เละเลย คอยดูสิ!
ทางด้านหัวหน้าหวัง เมื่อเดินไปถึงรถบรรทุกคันที่เกิดอุบัติเหตุ เขาก็เรียกพนักงานขับรถรุ่นพี่หลายคนมาร่วมกันประเมินสถานการณ์และปรึกษาหารือกันครู่หนึ่ง
จากนั้น เขาก็หันไปตะโกนสั่งการลูกทีมทุกคนเสียงดังกังวาน "ทุกคน! มาช่วยกันทางนี้หน่อย! มาช่วยกันขนกระสอบเสบียงจากรถคันนี้ ลงไปแบ่งกระจายใส่รถของพวกเราแต่ละคันให้หมด!"
เมื่อได้ยินคำสั่ง พนักงานขนส่งทุกคนก็ไม่รอช้า รีบกรูเข้ามาช่วยกันแบกหามกระสอบเสบียงอย่างขะมักเขม้นและสามัคคี
มีเพียงซุนอิงจวิ้นคนเดียวเท่านั้น... ที่ยังคงยืนกอดอก ยืนนิ่งเป็นเสาหินอยู่ที่เดิม ไม่คิดจะขยับเขยื้อนเข้าไปช่วยหยิบจับอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว เขายืนมองดูเพื่อนร่วมงานทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำด้วยสายตาเย็นชาและเย่อหยิ่ง
ด้วยพลังความสามัคคีของทุกคน ใช้เวลาเพียงไม่นาน กระสอบเสบียงทั้งหมดบนรถที่พังเสียหาย ก็ถูกขนถ่ายไปกระจายใส่รถคันอื่นๆ จนหมดเกลี้ยง
หัวหน้าหวังปัดฝุ่นที่เปื้อนมือออก แล้วโบกมือส่งสัญญาณให้ทุกคน "เอาล่ะ! ขนเสร็จเรียบร้อยแล้ว! ทุกคนกลับขึ้นรถของตัวเองได้! เราต้องเร่งทำเวลาเดินทางกลับแล้ว!"
ทุกคนรับคำสั่ง แล้วทยอยแยกย้ายกันเดินกลับไปขึ้นรถของตัวเอง
ซุนอิงจวิ้นเห็นว่าไม่มีใครสนใจหรือเรียกเขาขึ้นรถด้วย เขาก็เริ่มร้อนรนใจ ตะโกนถามหน้าตาตื่น "อ้าว! แล้วผมล่ะ! ผมจะกลับยังไงฮะ!"
"คุณก็อยู่เฝ้ารถของคุณที่นี่ไงล่ะ! รถบรรทุกคันนี้มันเป็นทรัพย์สินของทางราชการนะโว้ย จะทิ้งขว้างไว้เฉยๆ ได้ยังไง!" เสียงตอบกลับอันเย็นชาของหัวหน้าหวังดังลอยมาจากหน้ารถ
"ทำไมต้องเป็นผมด้วยล่ะ! ให้พวกเด็กฝึกหัดอยู่เฝ้าแทนไม่ได้หรือไงฮะ!"
ซุนอิงจวิ้นเริ่มโวยวาย เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความไม่พอใจ "ผมเป็นถึงพนักงานขับรถตัวจริงนะเว้ย! นี่คุณจงใจกลั่นแกล้ง ใช้อำนาจหน้าที่มาแก้แค้นผมส่วนตัวชัดๆ!"
คำพูดกร่างๆ ของเขา ทำให้บรรดาพนักงานขับรถรุ่นพี่และพนักงานฝึกหัดที่กำลังจะขึ้นรถ ถึงกับต้องหยุดชะงัก หันมามองเขาด้วยสายตาเอือมระอาและขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ
"เออ! กูจงใจแก้แค้นมึงเป็นการส่วนตัว! แล้วมึงจะทำไมฮะ!"
หัวหน้าหวังหันขวับกลับมาเผชิญหน้า แววตาของเขาดุดันและเย็นเยียบจนน่ากลัว "มึงก็จงอยู่ที่นี่ เฝ้ารถเศษเหล็กของมึงไปก็แล้วกัน!"
พูดจบ หัวหน้าหวังก็ไม่ยอมเสียเวลาเสวนากับคนบ้าอีกต่อไป เขาปีนขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ แล้วสตาร์ทเครื่องยนต์ทันที
ซุนอิงจวิ้นได้แต่ยืนหน้าซีดเผือด มองดูขบวนรถบรรทุกของเพื่อนร่วมงาน ค่อยๆ ทยอยขับผ่านหน้าเขาไปทีละคัน... ทีละคัน... ทิ้งให้เขายืนโดดเดี่ยวอ้างว้างอยู่กับซากรถบรรทุกพังๆ กลางถนนชนบทเพียงลำพัง!
......
ขบวนรถบรรทุกแล่นมาได้ประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ถนนหนทางก็เริ่มราบเรียบขึ้น บ่งบอกว่าใกล้จะเข้าเขตเมืองหลวงแล้ว
โจวจื้อหมิงที่นั่งอัดอั้นความสงสัยมาตลอดทาง ในที่สุดก็ทนเก็บไว้ไม่ไหว เอ่ยปากถามขึ้นมา
"อาจารย์ครับ... ทำไมหัวหน้าหวังถึงต้องทิ้งไอ้หมอนั่นไว้เฝ้ารถด้วยล่ะครับ ผมจำได้ว่า... คราวก่อนตอนที่หยางหัวอันทำรถพลิกคว่ำตกคูน้ำ... ก็ไม่เห็นมีใครต้องถูกทิ้งไว้เฝ้ารถเลยนี่นา"
"เรื่องนี้... หัวหน้าหวังเขาก็พูดเหตุผลชัดเจนไปแล้วไม่ใช่หรือไง" หลี่ไคซินจับพวงมาลัย สายตามองตรงไปข้างหน้า ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"อ๋อออ!" โจวจื้อหมิงลากเสียงยาว ทำหน้าเหมือนเพิ่งจะเข้าใจ แต่เงียบไปได้แค่ไม่กี่วินาที เขาก็ตั้งคำถามใหม่ขึ้นมาอีก "แล้วอาจารย์คิดว่า... หัวหน้าหวังเขาจะมีวิธีเขี่ยไอ้ซุนอิงจวิ้นให้กระเด็นออกจากสถานีของเราได้จริงๆ เหรอครับ"
หลี่ไคซินยิ้มบางๆ ส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน
แต่โจวจื้อหมิงยังไม่ยอมแพ้ "อาจารย์ครับ... ผม..."
"จื้อหมิง... นายนี่มันเป็นหนูจำไมหรือไงฮะ ถามนู่นถามนี่อยู่ได้ไม่รู้จักจบจักสิ้น... นั่งเงียบๆ เป็นไหมฮะ!" หลี่ไคซินหันไปดุลูกศิษย์จอมเซ้าซี้เบาๆ
"แฮะๆ... ก็ผมสงสัยนี่ครับอาจารย์!" โจวจื้อหมิงหัวเราะแห้งๆ พอเห็นสายตาดุๆ ของอาจารย์ เขาก็รีบหดคอรูดซิปปากทันที "โอเคครับอาจารย์... ผมไม่ถามแล้วก็ได้ครับ"
ไม่นานนัก ขบวนรถบรรทุกก็แล่นเข้าสู่เขตเมืองหลวง พวกเขานำเสบียงทั้งหมดไปส่งที่สถานีจ่ายเสบียงจนเสร็จเรียบร้อย
หลังจากจัดการเรื่องเสบียงเสร็จ หัวหน้าหวังก็สั่งให้พนักงานขับรถรุ่นพี่คนหนึ่ง ขับรถบรรทุกอีกคันย้อนกลับไปลากรถที่เกิดอุบัติเหตุของซุนอิงจวิ้นกลับมา ส่วนรถบรรทุกคันอื่นๆ ที่เหลือ ก็ให้ขับมุ่งหน้ากลับสถานีขนส่งได้เลย
เมื่อขบวนรถแล่นเข้ามาจอดในสถานีขนส่ง... ผู้อำนวยการเซี่ยที่ยืนชะเง้อคอรออยู่ที่โรงจอดรถอยู่แล้ว พอเห็นว่าจำนวนรถที่กลับมามันขาดหายไปสองคัน เขาก็ใจคอไม่ดี รีบวิ่งหน้าตั้งเข้าไปหาหัวหน้าหวังทันที
"เหล่าหวัง! วันนี้มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นวะ! ทำไมรถถึงกลับมาไม่ครบ ขาดไปตั้งสองคันฮะ!" ผู้อำนวยการเซี่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนและกังวลใจ
หัวหน้าหวังผลักประตูลงจากรถ ใบหน้าถมึงทึงเคร่งเครียด "ไอ้พนักงานใหม่ซุนอิงจวิ้นของนายนั่นแหละ! แม่งขับรถชนต้นไม้พังยับเยินไปแล้ว! ฉันเพิ่งสั่งให้เหล่าหลิวขับรถอีคันไปลากมันกลับมาเนี่ย!"
"หา!! อะไรนะ!" ผู้อำนวยการเซี่ยหน้าถอดสี ซีดเป็นไก่ต้ม "ไอ้ซุนอิงจวิ้นนี่มันเป็นตัวซวยจริงๆ! เพิ่งจะออกงานวันแรก ก็หาเรื่องปวดหัว สร้างความฉิบหายให้สถานีซะแล้ว!"
จังหวะนั้นเอง หัวหน้าหวังก็ปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้น หันไปมองหน้าผู้อำนวยการเซี่ย "ผู้อำนวยการเซี่ยครับ... ผมมีเรื่องสำคัญบางอย่าง... อยากจะขอรายงานให้คุณทราบเป็นการส่วนตัวสักหน่อยครับ"
ผู้อำนวยการเซี่ยชะงักไปนิดนึง ปกติแล้ว เขาไม่เคยเห็นหัวหน้าหวังทำสีหน้าจริงจังและเป็นทางการแบบนี้มาหลายปีแล้ว เขาพยักหน้ารับ "ได้สิ... งั้นตามฉันมาคุยที่ห้องทำงานก็แล้วกัน"
พูดจบ เขาก็หันไปกวักมือเรียกหลี่ไคซินที่เพิ่งจะก้าวลงจากรถ "ไคซิน... หลานก็เข้ามาในห้องด้วยกันสิ!"
"อ้อ... ได้ครับคุณอาเซี่ย!" หลี่ไคซินรับคำ แล้วรีบวิ่งเหยาะๆ ตามทั้งสองคนเข้าไปในห้องทำงาน
เมื่อเข้ามาในห้องทำงาน ผู้อำนวยการเซี่ยก็ผายมือเชิญให้ทั้งสองคนนั่งลง
ทันทีที่ก้นแตะเก้าอี้ หัวหน้าหวังก็โน้มตัวไปข้างหน้า อ้าปากเตรียมจะฟ้อง "เหล่าเซี่ย... วันนี้..."
"เดี๋ยวก่อนๆ! เหล่าหวัง!" ผู้อำนวยการเซี่ยยกมือขึ้นเบรกเพื่อนรักด้วยรอยยิ้ม "วันนี้นายขับรถนำขบวนมาทั้งวัน เหนื่อยมามากแล้ว นั่งพักดื่มน้ำให้ใจเย็นๆ ก่อนดีกว่านะ... ให้ไคซินเป็นคนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฉันฟังแทนก็แล้วกัน!"
หลี่ไคซินเหลือบมองหน้าผู้อำนวยการเซี่ย แอบบ่นในใจโธ่เอ๊ย! รู้งี้ไม่น่าตามเข้ามาเลย! ที่แท้อาเซี่ยก็กะจะเรียกผมเข้ามาใช้เป็นกระบอกเสียงแทนลุงหวังนี่เอง!
แต่ถึงจะบ่นในใจ เขาก็ต้องยอมทำหน้าที่เป็นผู้รายงานที่ดี เขาเริ่มต้นเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบอย่างละเอียด... ตั้งแต่เรื่องที่ซุนอิงจวิ้นอวดดีไม่ยอมฟังคำสั่ง ไม่ยอมเช็คสภาพรถ... ไปจนถึงพฤติกรรมขับรถซิ่งแซงหน้าอย่างบ้าบิ่น จนนำไปสู่อุบัติเหตุรถชนต้นไม้พังยับเยินในที่สุด
ผู้อำนวยการเซี่ยฟังจบ ก็โกรธจัดจนเลือดขึ้นหน้า ตบโต๊ะทำงานเสียงดังลั่น "ปัง!"
"ไอ้ซุนอิงจวิ้นนี่มันเหลือทนจริงๆ! พฤติกรรมแย่สุดๆ ไม่มีความรับผิดชอบเลยสักนิด!"
"เหล่าเซี่ย... นายในฐานะหัวหน้าแผนกบุคคล... นายว่าเราควรจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงดีฮะ!" หัวหน้าหวังนั่งกอดอก จ้องหน้าผู้อำนวยการเซี่ยเขม็ง
ผู้อำนวยการเซี่ยเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองด้วยความปวดหัว "เฮ้อ... เหล่าหวัง... แล้วนายอยากจะให้ฉันจัดการยังไงล่ะ"
"ไล่มันออกไปจากสถานีขนส่งของเราซะ!" หัวหน้าหวังยื่นคำขาดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ถ้าสถานีนี้มีมัน ก็ต้องไม่มีฉัน! เลือกเอา!"
ผู้อำนวยการเซี่ยถอนหายใจยาว สีหน้าลำบากใจสุดๆ "เหล่าหวัง... โทษมันถึงขั้นต้องไล่ออกเลยเหรอวะ มันรุนแรงไปไหมเนี่ย"
หลี่ไคซินเห็นว่าถึงคิวที่ตัวเองต้องออกโรงช่วยสนับสนุนลุงหวังแล้ว เขาจึงกระแอมไอเบาๆ แล้วรับไม้ต่อ
เขาเล่าวีรกรรมสุดโต่งของซุนอิงจวิ้นที่โรงอาหารคอมมูนให้ผู้อำนวยการเซี่ยฟังอย่างหมดเปลือก... รวมไปถึงพฤติกรรมอวดดี ปากมอม และการท้าทายอำนาจหัวหน้าหวังอย่างไม่เกรงกลัว หลังจากเกิดอุบัติเหตุด้วย
เมื่อหลี่ไคซินเล่าจบ หัวหน้าหวังก็จ้องหน้าผู้อำนวยการเซี่ย น้ำเสียงกดต่ำลง แฝงไปด้วยความกดดัน "เหล่าเซี่ย... นายให้คำตอบฉันมาคำเดียวเลย ว่าจะจัดการไล่มันออกได้ไหม!... ถ้าไม่อยากให้เรื่องมันวุ่นวาย ฉันจะโทรไปฟ้องท่านผู้นำเก่าให้ลงมาจัดการเรื่องนี้เอง!"
"เฮ้ยๆๆ! อย่านะเว้ยเหล่าหวัง! เรื่องแค่นี้อย่าไปรบกวนให้ท่านผู้นำเก่าต้องมาปวดหัวด้วยเลย!"
ผู้อำนวยการเซี่ยตกใจสุดขีด รีบพูดห้ามเป็นพัลวัน "เหล่าหวัง... นายใจเย็นๆ ก่อนนะ! วางใจเถอะ!... เดี๋ยวฉันจะรีบติดต่อไปทางหน่วยงานเก่าของไอ้ซุนอิงจวิ้นนั่น เพื่อขอเจรจาส่งตัวมันกลับไป แล้วขอเปลี่ยนตัวพนักงานคนใหม่มาแทนให้เร็วที่สุดเลย!"
ผู้อำนวยการเซี่ยรู้ซึ้งถึงความน่ากลัวเวลาเพื่อนรักคนนี้ระเบิดอารมณ์โกรธเป็นอย่างดี ขืนปล่อยให้เรื่องบานปลายไปถึงหูท่านผู้นำเก่าล่ะก็... หน้าที่การงานของเขาอาจจะสั่นคลอนได้เลยทีเดียว!
หลี่ไคซินนั่งฟังบทสนทนาของชายวัยกลางคนทั้งสองคนอยู่เงียบๆ ก็แอบประหลาดใจอยู่ในใจ
เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า... หัวหน้าหวัง หัวหน้าทีมขนส่งที่ดูธรรมดาๆ คนนี้... จะมีเส้นสายเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้! ยิ่งใหญ่ซะจนสามารถทำให้หัวหน้าแผนกบุคคลอย่างอาเซี่ยต้องยอมอ่อนข้อและเกรงใจได้ขนาดนี้!
เขาชักจะเริ่มอยากรู้แล้วสิว่า...ท่านผู้นำเก่าที่ทั้งสองคนเอ่ยถึงนั้น... เป็นใครและมีอิทธิพลมากขนาดไหนกันแน่นะ!
เมื่อเห็นว่าผู้อำนวยการเซี่ยยอมรับปากจัดการปัญหาให้ตามที่ขอ หัวหน้าหวังก็มีสีหน้าผ่อนคลายลง น้ำเสียงก็อ่อนลงด้วย "เหล่าเซี่ย... เรื่องนี้... ถือว่าฉันติดค้างหนี้น้ำใจนายครั้งนึงก็แล้วกันนะ"
"โธ่เอ๊ย! จะมาพูดเรื่องหนี้น้ำใจอะไรกันวะ!" ผู้อำนวยการเซี่ยยิ้มกว้างอย่างจริงใจ "พวกเราสองคนก็ร่วมเป็นร่วมตาย ผ่านสมรภูมิรบยุคต่อต้านญี่ปุ่นมาด้วยกันแท้ๆ... ความสัมพันธ์ของพวกเรา มันลึกซึ้งเกินกว่าจะมาคิดเล็กคิดน้อยเรื่องพวกนี้แล้วเว้ย!"
พูดจบ ผู้อำนวยการเซี่ยก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินตรงไปที่มุมห้อง ซึ่งมีโทรศัพท์สีดำเครื่องเก่าตั้งอยู่บนโต๊ะตัวเล็กๆ